หลงเหยียนเริ่มใช้วิชาฝึกกาย แหวกว่ายไปกลางสายลมรอบตัวลิงมณี ปีศาจอสูรตัวนั้นเปลี่ยนเป็พลุ่งพล่าน ทันใดนั้น เขาก็เห็นดวงตาของมัน หลงเหยียนนึกว่าเ้านี่เืพุ่งจนตาแดงก่ำ กลับนึกไม่ถึงว่าจะไม่ได้เป็เช่นนั้น
ในขณะที่หลงเหยียนกำลังชะงักไปนั้น ลิงมณีพ่นลำแสงสีทองออกมาจากลูกตา
“นี่ก็คือวิชาการโจมตีของเ้าหรือ?” ฝีเท้าซ่อนม่านเมฆของหลงเหยียนเกือบหลบไม่พ้น ลำแสงพลังทะลุเสื้อผ้าหลงเหยียน
“มิน่า เหตุใดการโจมตีนี้ถึงแกร่งมากเช่นนี้?”
ลำแสงสีทองระยิบระยับพุ่งผ่านความมืด หลงเหยียนสะดุ้ง ปีศาจอสูรร่างสูงสิบเมตร นี่เป็ครั้งแรกที่หลงเหยียนััได้ถึงความท้าทายสำหรับการต่อสู้กับปีศาจอสูร
นึกไม่ถึงว่ามันจะใช้วิชาการโจมตีนี้ พละกำลังเทียบเท่าหลงเหยียน ทว่าความเร็วสู้หลงเหยียนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ลำแสงพลังสีทองให้ความรู้สึกราวกับทรงพลังอย่างยิ่ง
ความแข็งแรงทางด้านร่างกาย หลงเหยียนที่ใช้ิญญาักลายร่าง รวมถึงพลังสายฟ้า กลับเทียบเท่าลิงมณี ความหวังเดียวที่จะเอาชนะมันได้ในตอนนี้คือการใช้วิชาฝึกกายและวิชาการจู่โจมเท่านั้น
หลงเหยียนะเิโมโหแล้วเช่นกัน นึกไม่ถึงว่าปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สองและสามจะแตกต่างกันมากขนาดนี้
“เดรัจฉาน ไปตายเสีย!” หลงเหยียนไม่พูดมากให้เสียเวลา หยิบกระบี่สังหารัออกมา จากนั้นก็ผสานเข้ากับพลังสะท้านปฐี แล้วพลังที่น่ากลัวก็ถูกนำออกมาใช้
พลังการโจมตีนั้นมาพร้อมพลังเก้าพันระลอก รวมด้วยพละกำลังกายของหลงเหยียน พลังนั้นหนักแทบหมื่นตัน
โครม… กระบี่สังหารัฟันลงบนศีรษะของลิงมณี
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าครั้งนี้เ้าจะรอดไปได้อีก…”
เป็อย่างที่คิด ลิงมณีใช้มือขนาดใหญ่ทั้งสองข้างจับกระบี่สังหารัแน่น ส่วนตัวกระบี่ที่หุ้มไปด้วยเพลิงก็ล้อมมันเอาไว้
เปลวเพลิงอันร้อนแรงทำให้ลิงมณีบ้าคลั่ง ทันใดนั้นมันก็ปล่อยพลังมหาศาลออกมา หลงเหยียนปล่อยกระบี่สังหารั รีบใช้วิชาการต่อสู้ แล้วเริ่มโจมตีอีกครั้ง
“หมัดทะลวง แหวกฟ้าดิน เคลื่อนธารดารา”
ตูม! หมัดฟาดใส่ตัวมันทั้งหมดสิบเอ็ดหมัด ยิ่งไปกว่านั้น หลงเหยียนยังได้ยินเสียงฉีกขาดที่ดังมาจากร่างกายของมันอีกด้วย
“กรร!” ร่างขนาดใหญ่คำรามด้วยความเ็ปก่อนจะล้มลงกับพื้น
ทว่าแววตาของมันกลับเหมือนไม่พอใจ แล้วมีหรือที่หลงเหยียนจะปล่อยโอกาสแบบนี้หลุดมือไป?
แน่นอนว่าไม่มีทาง ในเมื่อล้มฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว เช่นนั้นก็ต้องรีบโจมตี
พลังปราณที่แข็งแกร่งก่อตัวในมือหลงเหยียนกลายเป็หมัดทะลวง ในนั้นมีพลังสายฟ้าที่ร้อนแรงหลอมอยู่ ทันใดนั้น หลงเหยียนก็ชกตรงไปที่ลิงมณีอย่างแรง
“ตูม! ตูม! ตูม!” ชกแรงๆ ถึงสามครั้ง หน้าอกของลิงมณีถูกซัดจนกระดูกแทบหัก
จนกระทั่งวินาทีที่มันหลับตาลงด้วยความไม่พอใจ หลงเหยียนยกมุมปากขึ้น พลังโลหิตที่มหาศาละเิออก ละอองโลหิตมหาศาลซึมเข้าสู่ร่างกายขนาดใหญ่ของมัน
สัตว์อสูรร่างใหญ่สิบเมตรส่งเสียงกรีดร้องที่คร่ำครวญ ดังสะท้านป่าใหญ่
เสียงคำรามจากอสูรทำให้ปีศาจอสูรที่อยู่รอบข้างหนีกระเจิงกันหมด ส่วนบนท้องฟ้าที่มืดสนิท อีกาดำบินวนอยู่้า รอคอยอาหารอันโอชะของพวกมัน
ระหว่างที่บินอยู่ก็ส่งเสียงแหลมดังอย่างต่อเนื่อง
ดวงตาที่ดุดัน ร่างกายลิงมณีซูบผอมลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะั์ตาทั้งสองของมันแลดูหวาดผวา ต้องรู้ว่าเขตแดนนี้เป็ของมันและอสูริญญา พวกมันครองดินแดนแห่งนี้ ปีศาจอสูรตัวอื่นไม่กล้าย่างกรายเข้ามา
เห็นร่างกายที่แน่นิ่งไปของลิงมณี อสูริญญาก็โมโหมาก มันะเิโทสะ ราวกับิญญานั้นพุ่งออกจากตัว อยากช่วยลิงมณีอย่างไรอย่างนั้น ทว่ามีหรือที่สิงโตน้อยจะปล่อยให้มันสมหวัง?
“ฮึๆ น่าขันสิ้นดี”
วินาทีสุดท้าย เขี้ยวแหลมคมของสิงโตน้อยล้มมันลง จากนั้นก็กัดลงที่คออย่างแรง มันกรีดร้องอย่างเ็ป ก่อนที่เสียงดัง ‘ปึด’ จะดังออกมาจากส่วนคอของมัน โลหิตปริมาณมหาศาลไหลออกมาไม่ขาดสาย
สายตาที่ไม่พอใจของมันเบิกโพลง ลมหายใจรวยริน
ปีศาจอสูรคู่รักที่ร้อนแรง ต่างก็ได้ไปเสวยรักกันยังแดนไกลแล้ว
“พี่เหยียน พวกเราโหดร้ายเกินไปหรือไม่ มันดูอนาถเหลือเกิน”
“เราจะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้” หลงเหยียนะโเสียงดัง ปล่อยพลังโลหิตออกไป ห่อหุ้มศพอสูริญญาทันที
หลงเหยียนยืนอยู่ตรงกลางระหว่างปีศาจอสูรทั้งสอง เงยหน้ามองจันทราที่ส่องสว่าง สายธารโลหิตประสานกันกลางอากาศ จากนั้นก็ไหลเข้าสู่ร่างกายหลงเหยียน
ภาพที่ปกคลุมไปด้วยโลหิตสีแดงสด ทำให้ปีศาจอสูรที่อยู่รอบๆ เห็นแล้วต่างก็ตกตะลึง
“พวก พวกมนุษย์ช่างน่ากลัวจริงๆ น่ากลัว…” เสียงกรีดร้องของปีศาจอสูรดังลั่น ท่าทางดูน่ากลัว ก่อนจะวิ่งพล่านแยกย้ายกันหนี
อีกาบนท้องฟ้ารีบกระพือปีกอย่างรวดเร็ว มองท่าทางที่ร้อนรนของพวกมัน หลงเหยียนยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเก็บลูกแก้วปีศาจกับิญญาอสูรไว้ในถุงผ้าเฉียนคุน
“สิงโตน้อย ที่เหลือมอบให้เ้า อย่างไรเสีย เหลือไว้ให้มันพวกหน่อยก็ดี”
“โฮก!!” สิงโตน้อยแสดงความตื่นเต้นออกมา
…
ขณะที่สิงโตน้อยกำลังจะกลืนศพปีศาจอสูรทั้งสอง ทันใดนั้น สิงโตน้อยก็เปลี่ยนกลับเป็ปีศาจอสูงร่างเล็ก
“พี่เหยียน รีบดูเร็ว มีคนมาแล้ว”
หลงเหยียนปล่อยพลังจิตออกไป เป็อย่างที่คิด ห่างออกไปประมาณสองร้อยเมตร มีคนกลุ่มเล็กกำลังพุ่งเข้ามาทางหลงเหยียน หลงเหยียนกลอกตา แปลงกายกลับมาเป็ปกติ ไม่ทันได้หลอมโลหิตเ่าั้ให้กลายเป็พลังปราณ
“สิงโตน้อย เ้าพวกนี้ต้องได้ยินการเคลื่อนไหวของพวกเราแน่ ถึงได้รีบเร่งมา”
ไม่นานคนกลุ่มนั้นก็เข้าใกล้หลงเหยียนกับพวก พวกเขาเป็คนจากหน่วยในสำนัก หลงเหยียนไม่เคยเจอพวกเขามาก่อน ถึงกระนั้นก็ดูออกว่าคนพวกนี้ไม่ได้อ่อนแอเลย สามคนผู้นำกลุ่มมีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง ที่เหลือก็เป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นล่าง
หลงเหยียนไม่รู้ว่าคนพวกนี้้าทำอะไร จึงมองหน้าหนึ่งในนั้นแล้วเอ่ยถาม
“พวกเ้ามาทำไม? หรือว่ามาเพราะศพของปีศาจอสูรสองตัวนี้?”
ชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นมองซ้ายมองขวา เวลานี้ไม่มีใคร เขาจึงพุ่งมาด้านหน้าหลงเหยียนแล้วพูดด้วยสายตาเหยียดหยาม “ไอ้หนุ่ม เ้าโชคดีเหมือนกันนะ มาเจอศพปีศาจอสูรระดับมายาสองตัว คิดว่าพวกมันคงฆ่ากันเองกระมัง เ้ามีพลังระดับชีพมนุษย์เริ่มแรก กล้ามากจริงๆ ถึงได้มาในเขตแดนชีพ์เพียงคนเดียว”
ตอนนี้หลงเหยียนเก็บพลังโลหิตกลับมาหมดแล้ว ไม่อยากมีปัญหา จึงไม่อยากเสียเวลาพูดคุย การรับมือชีพมนุษย์ขั้นสูงสองคน แน่นอนว่าหลงเหยียนไม่กลัว ทว่าเพราะข้างกายเขายังมีชีพมนุษย์ขั้นล่างและขั้นเริ่มแรกหลายคน นี่คือสิ่งที่หลงเหยียนกังวล
“หยุด ข้าให้เ้าไปแล้วหรือ เ้ามาจากหน่วยไหน เอ่ยนามก่อน”
หลงเหยียนหัวเราะ
“เรือนเหยากวาง!”
“เรือนเหยากวาง? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หญิงวัยกลางคนที่เย้ายวนนั่นน่ะหรือ?”
ขณะที่พูด คล้ายชายผู้นั้นไม่เห็นหลงเหยียนอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ กล้าเอาใต้เท้าผู้นำเว่ยมาพูดสนุกปาก
ต้องเข้าใจว่านางคือมารดาของหลงเหยียน
“เ้าลองพูดอีกครั้งสิ!” หลงเหยียนกัดฟันกรอด ตอนนี้พลังของเขามาถึงขั้นสูงสุดแล้ว หากเวลานี้ระดับพลังเลื่อนขึ้นไปถึงขั้นล่าง เกรงว่าการรับมือคนพวกนี้คงไม่ใช่ปัญหา
--------------------
