“อ้อ!ข้าลืมไป วันนี้ตอนที่อยู่ในถ้ำ เ้าก้อนกลมออกไปวิ่งเล่นมันเอาเห็ดหลินจือแดงมาให้ ยายเอาไปขายได้ไหม”หลินซีพูดพร้อมกับ เอาเห็ดหลินจือแดงออกมาจากถุงย่าม
“โอ้!มันมีอายุหลายร้อยปี เ้าก้อนกลมเอามาจากไหนกัน มันขายได้ราคาดี ยายจะได้ไม่ต้องเก็บผัก ในสวนไปขายบ่อย กลัวเื่นี้จะรู้ไปถึงคนที่ไม่หวังดีกับพวกเรา”
“ยายไม่ใช่ว่าต้องเอาผัก ไปส่งให้กับร้านอาหารหรอกหรือ”
“ใช่แล้ว! ยายต้องไปส่ง แต่จะเว้นระยะห่างหน่อย”ทั้งสามนั่งปรึกษากัน ก่อนจะพากันกินอาหารมื้อเย็น ที่มีแต่เมนูเนื้อและผักในสวน ฝีมือหญิงชราหนิงเหมย
“วันนี้ก้อนกลมมีความดีความชอบ ข้าว่าต้องปรับปรุงคอกให้ดีขึ้นแล้วล่ะ มีอีกอย่างหนึ่งที่ข้าสังเกต มูลของหมูทำให้พืชผัก แม้กระทั่งต้นหญ้างอกงามขึ้นมาได้ อาจเป็เพราะมันกินผักในสวนเข้าไป”
หลินซีพูดขึ้นขณะเอามือ ลูบพุงให้กับหมูอ้วน หลังจากกินอิ่มแล้ว ทั้งสามคนเดินมาย่อยอาหาร เดินรอบบ้าน
“อืม! พรุ่งนี้ตาจะจัดการให้ เื่คอกหมูให้!”
“ตอนนี้เ้าฝึกวิชาไปถึงไหนแล้ว เ้าต้องเร่งฝึกฝีมือนะ ไม่เพียงแต่พลังพฤกษา ยังมีวิชาตัวเบา ที่เ้าต้องฝึกฝน”
“โอ๊ะ!พอตาพูด ข้าก็นึกขึ้นได้ วันนี้ข้าใช้พลังพฤกษาบังคับให้เถาวัลย์ให้โต และยาวเลื้อยไปตามต้นไม้ จนพลังของข้าแทบหมด ปรากฏว่าต้นไม้ที่อยู่แถวนั้น ได้รับพลังไปด้วย ถ้าท่านทั้งสองไปตอนนี้คงจำไม่ได้ เพราะป่าไม้แถวหน้าถ้ำ…มันกลายเป็สีเขียวไปหมดแล้ว”
“เ้าต้องระวังตัว! มันอาจกลายเป็เบาะแส ให้คนพวกนั้นหาเ้าเจอ”
“ในเมื่อพลัง สามารถช่วยให้ป่ากลับมาเขียวขจีได้ มันน่าจะช่วยชาวบ้านได้เหมือนกัน แต่ถ้าเรากลัวและมัวหลบซ่อนอยู่แบบนี้ กุญแจมรกตที่มี มันก็ไม่ต่างอะไรกับตอนมันอยู่ใต้ดินเลยนะ!”
“เ้าจะช่วยใคร? ก็ต้องดูพลังของตัวเองก่อน ยิ่งเ้าอยากช่วยเพื่อนมนุษย์หรือชาวบ้าน เ้าต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น จนสามารถป้องกันตัวเองได้แล้ว เ้าจึงสามารถไปช่วยชาวบ้านได้ เข้าใจหรือไม่!”ตาชูพูดขึ้น
“พวกท่านจะให้ข้าหลบซ่อนตัว? ไปอีกนานเท่าไหร่!”
“จนกว่าเ้าจะสามารถ ปกป้องดูแลตัวเองได้นั่นแหละ!”ยายเหมยพูดด้วยความเป็ห่วง พร้อมกับหันไปสบตากับชายชรา
หลินซีเข้าไปฝึกวิชาในถ้ำลับร่วมเดือน มีตายายที่ผลัดกันไปสอน ตอนนี้ครอบครัวไม่เดือดร้อนแล้ว อาหารเสบียงมีอยู่เต็ม เป็เพราะฝีมือของเ้าก้อนกลม ที่ขุดสมุนไพรมาให้
สมุนไพรที่แอบปลูกไว้มุมท้ายสวน เริ่มโตขึ้นมันเป็สมุนไพรที่มีพิษ นางจึงเลือกปลูกไว้ไกลบ้าน ‘ดูพวกมันน่าจะใช้การได้แล้ว แต่รอให้แก่กว่านี้อีกสักนิด’
“พี่สาวเจอกันอีกแล้ว! ไม่เห็นท่านมาที่นี่หลายวันเลย พวกเราทั้งสองคนแอบมาดูเผื่อจะเจอพี่สาวบ้าง”
“ใช่แล้ว!พวกข้าอยากเรียนรู้ วิธีปลูกผักที่ออกมาต้นใหญ่ แบบพี่สาวบ้าง ผักที่บ้านข้ามีแต่ต้นเล็กเหลือง แม้จะขยันรดน้ำขนาดไหน”
“ตอนนั้นที่พี่สาวให้ผักไป พวกข้ากินได้ตั้งหลายมื้อ ท่านพ่อท่านแม่ก็ดีกับพวกเรา หาว่าพวกเราเป็ตัวนำโชค ข้าจึงอยากมาเรียนรู้วิธีปลูก”
“มันเป็ความลับที่พูดไม่ได้ แล้วก็บอกไม่ได้ด้วย แต่มีวิธีหนึ่งตอนนี้ที่จะช่วยเ้าทั้งสองได้คือ เก็บมูลหมูไปใส่แปลงผักของพวกเ้า”
“มูลหมู? ใครจะเลี้ยงหมูตอนที่แห้งแล้งแบบนี้กัน ไม่มีอะไรให้มันกิน ผักหญ้าก็ไม่มี”ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูด
“อู๊ด อู๊ด!”หมูตัวก้อนกลมสีเขียวเข้มจนออกดำ วิ่งเข้ามาหา
“หมู…มันเป็หมูจริงด้วย! แถมตัวยังอ้วนกลมแบบนี้ พี่สาวใช้อะไรเลี้ยงมันรึ ข้าก็อยากอ้วนแบบหมูบ้าง”อี้เซ่อพูดขึ้นพลาง จ้องหมูตาไม่กะพริบ
“ข้าก็เหมือนกันพี่สาว ถ้าอยากอ้วนเหมือนหมูนั่น ดูสิตอนนี้พวกเรามีแต่ หนังกับกระดูกซี่โครง ตัวข้ายังไม่เท่าขาหมูข้างหนึ่งเลย”หนิงเฉิง พูดพร้อมกับหมุนตัวให้ดู
“ข้าถึงบอกพวกเ้านี้ไง! ให้เก็บมูลหมูไปใส่ผักที่พวกเ้าปลูก”เด็กทั้งสองได้ยินตามองหามูลหมู
‘มันต้องมีวิธีอื่นที่ช่วยชาวบ้านได้ ขอเวลาทดลองก่อนก็แล้วกัน’
“บ้านของพวกเ้าอยู่ไกลไหม แล้วตอนนี้มีใครอยู่ที่บ้าน ข้าจะได้แอบไปดูว่าพืชผักของเ้า เป็ยังไงบ้าง”
“พี่สาวบ้านข้าไม่มีใครอยู่! พวกท่านพ่อท่านแม่เข้าไปในเมืองเพื่อรับจ้าง หาตำลึงมาซื้อข้าวกิน ไม่รู้ว่าจะหาได้หรือไม่ กว่าจะกลับมาก็เป็เวลาเย็นแล้ว”
“บ้านของเ้าด้วยหรือ อี้เซ่อที่ไม่มีคนอยู่”
“พี่สาวบ้านของข้ามีท่านยายอยู่ ท่านแก่ชรามากแล้ว ไปไหนมาไหนไม่ได้ อยู่แต่ในห้องนอน ถ้าเราเข้าไปในบ้านก็ไม่เจอท่าน”
“ถ้าอย่างงั้นพวกเ้าพาข้าไป เดี๋ยวตายายข้าจะมาเห็นเข้าก่อน”หลินซีมองซ้ายขวา ก่อนจะะโลอยตัว ข้ามรั้วออกไป จนเด็กน้อยทั้งสองใ
“โอ้!พี่สาว ท่านถึงกับมีวิชาตัวเบา ท่านต้องเป็คนที่มีพลังธาตุใช่หรือไม่ เสียดายพวกเราเป็ชาวบ้านธรรมดา ไม่มีพลังธาตุ ฝึกวิชาแบบท่านไม่ได้”
“พวกเ้าไม่มีพลังธาตุอย่างนั้นรึ!…ไม่ใช่ว่า เออ!ครอบครัวของเ้าก็ไม่มีเหมือนกัน หรือว่ามี”
“พี่สาวไม่มีใครมีพลังธาตุหรอก ถ้าไม่ได้ซื้อเสื้อสาย มาจากตระกูลที่เคยมีสายเืเก่าแก่ ถึงมีพลังธาตุมาถึงลูกหลานได้ พวกเราเป็แค่ชาวบ้านธรรมดา ไม่มีพลังธาตุ”หนิงเฉิงพูดคุยเสียงอันเศร้าสร้อย
‘เด็กตัวเท่านี้รู้ดีกว่าข้าเสียอีก ต้องสืบเชื้อสายมาถึงจะมีพลังธาตุ’
หลินซีเดินตามเด็กทั้งสอง โดยมีหมูวิ่งตามหลัง มาไกลประมาณสองลี้ เจอบ้านของหนิงเฉิงก่อน “พวกเ้าพากันเดินไกลเหมือนกันนะนี่ แถมขายังสั้น ถือว่าแข็งแรงทีเดียว ถึงแม้จะดูผอมแห้งก็เถอะ”
“พวกเราเดินจนชินแล้วพี่สาว ขอแค่ปลายทางที่เดินมีอาหารให้กินก็พอ…สวนผักของข้าอยู่ตรงนี้”หนิงเฉิงชี้มือให้ดูแปลงผัก
หลินซีมองสภาพสวน ที่ไม่ต่างอะไรกับของตายาย ที่นางเห็นตอนแรก ผักเหลืองแห้ง อยู่ในแปลงผักที่ดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดี แต่มันไม่ช่วยให้ผักเติบโตขึ้นมา หรือเป็สีเขียวจนเก็บไปกินได้
‘หรือจะลองใช้พลังพฤกษาจากกุญแจมรกตดู แต่ตายายกลัวความลับจะรั่วไหล หรือว่าแอบมาช่วยตอนพวกเขาไม่รู้ตัว’
“ข้ารู้แล้วว่าสวนเ้าอยู่ตรงนี้ เ้าหมูนี่คือสวนที่เ้า ต้องมาถ่ายมูลทิ้งไว้ที่นี่ แต่ต้องแอบมาตอนไม่มีใครอยู่นะ ไม่งั้นพวกเขาจะไล่จากจับเ้า ไปเป็อาหารอย่างแน่นอน”
“ไปดูสวนของเ้าต่ออี้เซ่อ หมูมันจดจำได้แล้ว ผักของพวกเ้า ต้องโตวันโตคืนอย่างแน่นอน”
สวนผักของอี้เซ่อ มีสภาพไม่ต่างกัน “ข้ารู้จักแล้วว่าที่ของเ้าอยู่ตรงไหน เ้าหมูก็รู้จักเราด้วย”ระหว่างที่พูดคุยกับเด็กทั้งสอง มีเสียงไอแห้งๆมาจากในบ้าน ชาวบ้านแถวนี้จะปลูกบ้านแบบดินผสมก้อนอิฐ
“ฟังจากเสียงไอที่แห้งของยายเ้า คงจะป่วยเรื้อรังมานาม เ้าเอาผักนี่ให้ยายของเ้ากิน มันกินสดได้ ไม่แน่ว่ายายเ้าอาจจะหายป่วยก็ได้” เด็กทั้งสองมองหน้าด้วยความงง ผักนะไม่ใช่ยาจะได้รักษาโรคได้ นี่คือความคิดของเด็กทั้งสอง
หลินซีเอาแตงกวาและมะเขือเทศ ที่นางพกใส่ถุงย่ามไว้ตลอด เผื่อบางทีนางเดินไปไกลแล้วหิว บางครั้งก็ให้เ้าหมูอ้วนกลมกิน นอกจากนี้ยังมีพริก ที่ไม่เคยขาดจากถุงย่ามของนาง มันกลายเป็อาวุธลับไปแล้ว
“อี้เซ่อเ้าไม่ต้องทำหน้าสับสนแบบนั้น ถือไปให้ย้ายของเ้ากินก่อน แล้วค่อยกลับมาตรงนี้ ข้ายังไม่ไปไหนหรอก จะรอฟังเสียงว่ายายของเ้าจะหยุดไอไหม เ้าทำยังไงก็ได้ให้ยายของเ้ากินผักนี้เข้าไป”
เด็กชายรับแตงกวาและมะเขือเทศสีแดงสด จนเต็มกำมือน้อยของเขา วิ่งเข้าไปในบ้าน
“ท่านยายนี่คือผักวิเศษ ที่กินแล้วจะหายป่วย ท่านยายลองกินดู ท่านผู้วิเศษที่ให้มา บอกว่าต้องกินสด ถึงจะหาย”
“ท่านผู้วิเศษยังงั้นหรือ ไม่น่าล่ะถึงมีผักที่สวยงามแบบนี้ ข้าเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็น”หญิงชรารับแตงกวาและมะเขือเทศ มาจากมือเด็กน้อยไม่แม้แต่จะล้าง รีบกัดกินแตงกวาเข้าไปก่อน และตามด้วยมะเขือเทศ
“ถ้ามีให้แม่ของเ้าไว้ทำอาหาร ให้ทุกคนได้กินก็คงจะดี เสียดายที่ต้องให้ยายกินเพียงผู้เดียว”
“ท่านยายกินไปเถอะไม่ต้องห่วง อีกหน่อยบ้านเราจะมีผักแบบนี้กิน ท่านผู้วิเศษบอกข้าแล้ว”
“จริงหรือ! แบบนี้ครอบครัวของเรา ก็จะมีผักกินแล้วล่ะสิ แล้วเ้าไปเจอท่านผู้วิเศษที่ไหนกัน คนเดียวกับที่ให้กะหล่ำปลีหัวใหญ่เ้ามา ตอนนั้นใช่หรือไม่ หลานชายผู้นำโชคของข้า”
“ใช่แล้วท่านยาย! ข้าต้องกลับออกไปแล้ว จะไปดูแปลงผักก่อน ท่านยายกินให้หมด ถ้าท่านแข็งแรง ก็จะได้ช่วยข้า ออกไปดูแปลงผักยังไงเล่า”
“พี่สาว! ท่านยายกินผักเข้าไปแล้ว แตงกวากินหมดลูกเลย ตอนข้าออกมากัดกินมะเขือเทศ ลูกที่สองแล้ว”เด็กชายรีบมารายงาน
“อืม!ดูเหมือนเสียงไอจะหยุดไปแล้ว เ้าทั้งสองจะทำอะไรต่อ ข้าจะกลับบ้านแล้ว”เด็กชายสองคนมองหน้ากันแต่ไม่กล้าพูด
“คือว่า…พี่สาวหลินซีให้พวกเราทั้งสอง ไปช่วยทำสวนได้ไหม นอกจากดูแลแปลงผักที่บ้าน พวกเราก็เดินหาอาหารบ้าง แต่ท่านก็รู้ว่ามันหายาก ให้เราไปช่วยงานท่านเถอะ”
“เ้าคง้าผัก ส่งมาให้ครอบครัวได้แก่ใช่หรือไม่ ก็ได้ข้าจะให้พวกเ้า ทำงานดูแลแปลงผัก แต่ว่าทำที่บ้านของพวกเ้านะ ขยายแปลงผักเพิ่ม คนละสองแปลงก็พอ”
“เริ่มทำได้ ให้ไกลจากบ้านหน่อยนะ ข้าจะได้ไปมาสะดวก เดี๋ยวตอนเย็นข้าจะกลับมาดูงาน ตอนนี้ก็กินแตงกวาไปก่อนจะได้มีแรง”เด็กสองคนรีบรับแตงกวาไปกัดกิน
“มันอร่อยมาก ไม่ต้องใช้ทำกับข้าว กินแบบนี้ก็ได้ ข้ารู้สึกอิ่มและสดชื่น พี่สาวถ้าข้าอยากปลูกแตงกวา ต้องไปเอาเมล็ดพันธุ์มาจากที่ใด”
“เอาเป็ว่าเ้าทั้งสองเตรียมแปลงผักไว้ ตอนเย็นข้าจะมาพร้อมกับเมล็ดพันธุ์ก็แล้วกัน”ทั้งสองได้ยิน รีบกลับบ้านไปเอาจอบ หาที่ทำแปลงผักตามคำแนะนำของหญิงสาว
หลินซีกลับไปที่ถ้ำ เพื่อฝึกวิชาต่อ ตอนนี้นางสามารถสื่อสาร ต้นไม้ได้แล้ว บังคับรากของมันให้ยาวไปไกล ฝึกให้มันโจมตี และเป็หน่วยข่าวให้ แต่ยากมากถ้าจะให้รากไม้ เป็หน่วยข่าวให้ จึงหันไปสนใจ แค่ให้รากไม้ยาวขึ้นเท่านั้น
ป่าแถวหน้าถ้ำ เขียวขจีเป็บริเวณกว้าง ที่ชาวบ้านไม่รู้เพราะว่า นางเรียนวางค่ายกลบังตาสำเร็จ แล้วก็เลยวางที่นี่ เป็จุดแรก มันเป็แค่แบบง่ายเท่านั้น แต่คนธรรมทั่วไปมองไม่ออก
“อู๊ด อู๊ด อู๊ด!”
หมูอ้วนกลมวิ่งมาแต่ไกล ในปากของมันมีเมล็ดพันธุ์ ที่หน้าตาแปลกมาสองเมล็ด ที่สำคัญเมล็ดของมันใหญ่เท่ากำปั้นของนาง ดีที่มันยังมีมุมแหลมเรียวเล็กอยู่ส่วนท้าย ให้หมูได้คาบมาได้
“ก้อนกลม! เ้าคาบเมล็ดนี้มาจากไหน มันคือต้นอะไรกัน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”หมูมรกตได้แต่มองหน้าและส่ายหางไปมา
“ไม่รู้แล้วคาบมาได้ยังไง ข้าเก็บไว้ก็ได้ ปกติเ้าคาบแต่ของมีค่ามา แสดงว่าเมล็ดนี้ต้องมีค่าอย่างแน่นอน”นางกำลังจะโยนเมล็ดพันธุ์เข้าถุงย่าม
“อู๊ด อู๊ด!”หมูอ้วนดึงชายชุดกระโปรงของนาง แล้วลากเหมือนมันไม่ยอมให้เก็บ “เ้า้าให้ข้าทดลองอย่างนั้นรึ! เอาไว้ทดลองที่บ้านก็ได้ เราต้องกลับไปดูเด็กทั้งสองคนนั้นก่อน”
