ครึ่งเดือนผ่านไป ในที่สุดการทดสอบสำนักนอกก็สิ้นสุดลง บ้างก็ดีใจ บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็คาดหวัง บ้างก็สาปแช่ง
ศิษย์ร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยืนอยู่ข้างผู้าุโลองกระบี่ เขาสวมอาภรณ์ทอด้วยผ้าไหมสีทอง ใบหน้าดุดันดั่งสัตว์อสูร สายตาเหยียดมองศิษย์สามัญอย่างไม่แยแส
เขาคือถงจ้าน ผู้กลืนกินราชันหมีทองสัมฤทธิ์สำเร็จเป็นักรบิญญาอสูรผู้ถูกผู้าุโลองกระบี่รับเป็ศิษย์ ก้าวเดียวเหินฟ้า[1]เข้าร่วมเป็ศิษย์ในสำนัก อยู่คนละโลกกับพวกเขาที่เป็ศิษย์สามัญ!
สามสิบหกเทพ์สำนักนอก เจ็ดสิบสองภูตธรณีสำนักในเป็รากฐานสำคัญของขุนเขากระบี่เทียนหยวน ซึ่งเทพ์นั้นเป็ผู้ยืนหัวเต่าัมาเป็เวลาหลายพันปีแล้ว และครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น ถงจ้านเป็คนของเทพ์ หลงเฟยเป็คนของเทพ์ ซั่งกวานเหยียนหลานเองก็เป็คนของเทพ์ ศิษย์มากกว่า 70% ที่ผ่านการทดสอบล้วนเป็คนของเทพ์ทั้งนั้น ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงศิษย์ที่ติดสิบอันดับแรกจะได้เข้าร่วมกับเทพ์
ศิษย์ในสำนักขั้นสร้างลมปราณคนหนึ่งสืบเท้าเดินออกมาเบื้องหน้า เหล่าศิษย์ถึงกับต้องชื่นชมความแข็งแกร่งของเขาอย่างอดมิได้!
จากนั้นศิษย์สำนักในที่แข็งแกร่งผู้นั้นผสานลมปราณกลายเป็กระดานขนาดใหญ่ จากนั้นชื่อของศิษย์แต่ละคนก็ค่อยๆ ประจักษ์!
ผู้ที่สามารถผสานลมปราณปริมาณขนาดนี้ได้ต่างก็มีเตาหลอมโลหิตอยู่ในกายา สามารถกลั่นหลอมลมปราณไม่มีที่สิ้นสุด
ขณะที่ศิษย์สำนักในกำลังพากันคาดเดาค่าคุณูปการของศิษย์ 72 คนที่รอดชีวิต คะแนนของพวกเขาก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
หลงเฟยมีค่าคุณูปการ 8,600 คะแนน ส่วนอันดับสองนั้นมีค่าคุณูปการเพียง 7,200 คะแนน ห่างจากอันดับหนึ่งถึง 1,400 คะแนน ทำให้หลงเฟยอันดับหนึ่งไปโดยปริยาย
ในการทดสอบศิษย์นอกสำนัก มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถรวบรวมค่าคุณูปการได้ถึง 8,000 คะแนน แม้ว่าจะเป็การทดสอบครั้งก่อนก็ยังพบเจอได้ยากยิ่ง ทุกคนต่างก็คิดว่าหลงเฟยจะต้องเป็อันดับหนึ่งในการทดสอบครั้งนี้
นับค่าคุณูปการครบแล้วส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงรายชื่อของจูชิง หลงเฟยขมวดคิ้วทุกครั้งที่มีการรายงานชื่อ
หลงเฟยรู้ดีว่าจูชิงได้ค่าคุณูปการมาเท่าไหร่ อย่างไรเสียอันดับหนึ่งก็ต้องเป็ของจูชิงโดยไม่ต้องสงสัย ยิ่งคะแนนของจูชิงเปิดเผยช้ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลต่อหมู่ชนที่อยู่ที่นี่มากขึ้นเท่านั้น
ใครเล่าจะไปคิดว่าศิษย์ภูตธรณีจะรวบรวมค่าคุณูปการได้ถึงหมื่น มันเป็เื่ที่แทบเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!
“จูชิง 12,000...” ศิษย์ในสำนักที่นับคะแนนกันอยู่พอเห็นตัวเลขม่านตาก็หดเล็กเหลือเท่ากับรูเข็ม ไม่อยากเชื่อจำนวนที่เห็นอยู่ตรงหน้า
12,300 ค่าคุณูปการ มันเป็จำนวนที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในการทดสอบนอกสำนัก ลำพังแค่ 8,000 ค่าคุณูปการก็ยากแล้ว นับประสาอะไรกับหมื่นค่าคุณูปการ
กระทั่งผู้าุโลองกระบี่ยังตะลึงจังงัน สำหรับเขาแล้ว 10,000 ค่าคุณูปการไม่ได้มีค่า จะพูดว่าเป็ขนเส้นเดียวบนวัวเก้าตัวก็ย่อมได้ แต่สำหรับศิษย์ที่เพิ่งเป็ศิษย์นอกสำนักนั้นเปรียบเสมือนกับขุมทรัพย์มหาศาล ปกติแล้วศิษย์นอกสำนักกว่าจะรวบรวมค่าคุณูปการได้มากขนาดนี้ต้องใช้เวลานานหลายเดือนหรือบางทีก็เป็ปี!
ครั้นหวังจ้งจิ่งเห็นชื่อของจูชิงอยู่ในอันดับหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดวงตาลุกโชนสาดแสงเร่าร้อน
《ค่ายกลกระบี่สี่สภาพ》เป็ของเขาแล้ว!
หวังจ้งจิ่งเป็คนพาจูชิงเข้ามาในประตูโลกันตร์ จูชิงอันดับหนึ่งของการทดสอบ แน่นอนว่า《ค่ายกลกระบี่สี่สภาพ》ต้องกลายเป็ของเขา
《ค่ายกลกระบี่สี่สภาพ》วรยุทธ์ขั้นลึกลับระดับต่ำ กระทั่งศิษย์ในสำนักยังมีเพียงไม่กี่คนที่แลกเปลี่ยนมันได้ สำหรับการทดสอบศิษย์นอกสำนักนี่นับว่าเป็รางวัลสูงล้ำเสียดฟ้าแล้ว
จูชิงที่ครองอันดับหนึ่งของการทดสอบเองย่อมได้รับรางวัลมหาศาลเช่นเดียวกัน บางทีอาจจะล้ำค่ายิ่งกว่าหวังจ้งจิ่งเสียอีก
แม้ว่าจะนับคะแนนจากศิษย์ทั้งหมด 72 คนแล้ว ชื่อของจูชิงก็ยังคงอยู่อันดับที่หนึ่ง!
ศิษย์ภูตธรณีเอาชนะศิษย์เทพ์ได้สำเร็จ อันดับที่หนึ่งในการทดสอบศิษย์นอกสำนัก มันไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาก่อน
ปาฏิหาริย์ไม่เคยเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นแล้ว
บรรดาศิษย์ภูตธรณีภาคภูมิใจสุดแสน ผ่านมาหลายปีแล้ว ในที่สุดภูตธรณีก็ได้อันดับที่หนึ่ง
ศิษย์เทพ์รู้สึกอัปยศยวดยิ่ง พวกเขาเหนือชั้นกว่าศิษย์ภูตธรณีไม่ว่าจะเป็ในด้านของพละกำลังหรือพร์ ก่อนหน้านี้อันดับหนึ่งเป็ของพวกเขา และมันควรจะเป็เช่นนั้นไม่ว่าจะตอนนี้หรือหลังจากนี้ ทว่าจูชิงกลับทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง
ตรงกันข้ามจูชิงกลับมิได้สนใจอะไร สำหรับเขาแล้วจะได้ที่หนึ่งหรือไม่ก็ไม่มีผล เพียงเพราะมีคนคาดหวังอยากให้เขาได้อันดับหนึ่ง เขาจึงทำเช่นนั้น เหตุผลก็ง่ายๆ แค่นั้นเอง
เย่หยางยืนอยู่ในฝูงชน พอเห็นสีหน้าของจูชิงแล้วก็ส่ายหัวอย่างอดไม่ได้ ถ้าเป็เขาคงะโโลดเต้นไปแล้ว คงไม่ยืนหน้านิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นนั้นอย่างแน่นอน
อันดับหนึ่งควรมีเกียรติของอันดับหนึ่ง จูชิงอันดับหนึ่งในบรรดาศิษย์ใหม่ หนึ่งคนบรรลุเป็เซียน หมูหมากาไก่รอบตัวก็พลอยได้ดีได้ลอยขึ้น์ไปด้วย สิบปีต่อจากนี้ ประตูโลกันตร์จะได้รับทรัพยากรรายเดือนเพิ่มขึ้นสิบเท่า มาตรฐานเท่ากับเทพ์
โอสถสิบเท่า หินปราณสิบเท่า ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เฉกเช่นนี้ขึ้นกับประตูโลกันตร์ สิบปีเป็เวลาเพียงพอแล้วที่ประตูโลกันตร์จะได้เติบใหญ่ หรืออาจแข็งแกร่งขึ้นมาทัดเทียมกับเทพ์ก็เป็ได้
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนไม่เคยตระหนี่กับทรัพยากรที่ต้องให้กับศิษย์ ตราบใดที่พวกเขาเ่าั้มีความสามารถเพียงพอ
ศิษย์ 72 คนล้วนแล้วไม่ธรรมดา พวกเขาคือผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นเหนือศิษย์สามัญนับหมื่นคน แม้ว่าจะอยู่อันดับล่างๆ หากก็ได้ของรางวัลมากมายพอที่จะทำให้เหล่าศิษย์นอกสำนักอิจฉาตาร้อน แม้แต่ศิษย์ในสำนักยังทนไม่ได้
ทว่าสิบอันดับแรกนั้นน่าสะพรึงยิ่งกว่า อย่างซั่งกวานเหยียนหลานที่ได้อันดับสิบ นางได้รับ《อินดัชนีบุบผาโรยรา》วรยุทธ์ขั้นบุษราระดับกลาง สามารถเบิกฟ้าได้ในหนึ่งดัชนี!
อันดับเก้าเป็ของศิษย์เทพ์คนหนึ่ง เขาได้รางวัลเป็กระบี่ยาวขั้นบุษราระดับกลาง ศัสตราวุธที่สร้างขึ้นจากเขี้ยวเสือ ผ่านการสลักอักขระิญญาจากนักหลอมอักขระ เมื่อใดที่กวัดแกว่งเสียงพยัคฆ์คำรณอึกทึกก้องฟ้า!
อันดับแปดได้โอสถหลอมปราณช่วยปรับแต่งโครงสร้างในร่างกายเพิ่มความเร็วในการดูดซับพลังปราณ
...
หลงเฟยมองม้วนคัมภีร์ที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย เขาพอเดาได้ว่ามันคืออะไร แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง!
《เคล็ดเมฆาชาด》วิชาขั้นลึกลับระดับต่ำ นี่มันวิชาขั้นลึกลับระดับต่ำจริงๆ อย่างนั้นหรือ!
วิชาขั้นลึกลับระดับนี้เพียงพอที่จะสร้างตระกูลขุนนางยุทธ์ขึ้นมาได้ แม้ว่าสกุลหลงจะเป็ตระกูลขุนนางยุทธ์สามอันดับแรกของเมืองหลางเย่ ทว่าวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลนั้นเป็แค่ขั้นบุษราระดับสูงเท่านั้น!
มือของหลงเฟยสั่นเทา เขาไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังถือม้วนคัมภีร์วิชาขั้นลึกลับระดับต่ำอยู่!
เพื่อให้แน่ใจว่าลมปราณของตัวเองบริสุทธิ์ หลงเฟยไม่ได้ฝึกฝนวิชาใดอื่นเลย เขาแค่กลั่นหลอมลมปราณเพื่อรอคอยวิชาที่ทรงพลังเท่านั้น!
วิชาขั้นลึกลับระดับต่ำแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย หลงเฟยเองก็ไม่ได้สงสัยในพร์ของตน ถ้าเขาเริ่มฝึกฝนวิชานี้ พลังจะต้องแปรเปลี่ยนถึงขั้นพลิกฟ้าพลิกปฐี!
“ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด!” ครั้นเห็นตัวอักษรที่สลักอยู่ด้านล่าง《เคล็ดเมฆาชาด》หลงเฟยถึงกับใจสั่นสะท้าน!
สำนักไม่อนุญาตให้เผยแพร่วิชาวรยุทธ์ให้กับคนอื่น พวกเขามอบวิชาวรยุทธ์ให้ก็เพราะคนผู้นั้นมีคุณสมบัติที่จะฝึกฝน แต่ไม่ได้มอบสิทธิ์เป็เ้าของ
ผู้เขียนวิชาวรยุทธ์ล้วนแล้วเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์เหนือจินตนาการ พวกเขาหล่อหลอมเจตจำนงของตัวเองเอาไว้ในคัมภีร์ เมื่อเลือกที่จะบำเพ็ญเพียรวิชาแล้วเท่ากับว่ายอมรับเจตจำนงของพวกเขา เมื่อใดที่ฝ่าฝืนเจตจำนง โทษสถานเบาก็คือจบสิ้นเส้นทางบำเพ็ญเพียร สถานหนักก็คือตาย!
เว้นเสียแต่ว่าจะแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อกรกับเจตจำนงของผู้เยี่ยมยุทธ์ได้ แต่พอถึงเวลานั้นจริงเกรงว่าคงไม่เห็นวิชาขั้นลึกลับระดับต่ำอยู่ในสายตาอีกต่อไป
จอมยุทธ์สกุลหลงหลายคนเคยฝึกฝนในขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาก่อน พวกเขาเองก็ฝึกฝนทักษะวิชาขั้นบุษรากับขั้นลึกลับ แต่แม้จะเป็คนใกล้ชิดสนิทสนมก็ไม่เคยได้ร่ำเรียนวิชาเหล่านี้ ที่แท้ก็เพราะเหตุผลนี้นี่เอง
หลงเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเก็บม้วนคัมภีร์ลงไป เขาอยากฝึกฝนวิชาแทบทนไม่ไหวแล้ว
ผู้าุโลองกระบี่มองจูชิงพลางรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เขารับถงจ้านเป็ศิษย์แล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถรับจูชิงเป็ศิษย์ได้อีก และแน่นอนว่าผู้าุโในสำนักคนอื่นไม่มีทางปล่อยให้เขาหลุดมือ
“เ้าเป็ผู้ชนะในการทดสอบ ฉะนั้นเ้าจะได้เลือกรางวัลเอง!” ผู้าุโลองกระบี่โบกมือ ทันใดนั้น กล่องไม้สิบกล่องพลันประจักษ์กลางอากาศ!
“เลือกเอง!” จูชิงตะลึงไปเล็กน้อย ไม่คิดมาก่อนว่าอันดับหนึ่งจะได้รับอภิสิทธิ์เช่นนี้
“ไม่รู้ว่าเขาจะเลือกอะไร แต่จากที่ข้าเดาสำนักไม่น่าจะเอาของที่ด้อยกว่า《ค่ายกลกระบี่สี่สภาพ》ออกมากระมัง” ข่งเต๋อพูด
หวังจ้งจิ่งเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอเช่นกัน รางวัลของสำนักที่นำออกมาในการทดสอบครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อนๆ ขนาดเขาที่เป็แค่คนพาศิษย์เข้าร่วมการทดสอบยังได้《ค่ายกลกระบี่สี่สภาพ》ซึ่งเป็วรยุทธ์ขั้นลึกลับระดับต่ำ แล้วผู้ที่ได้อันดับหนึ่งของการทดสอบจะได้อะไร อาจเป็วิชาขั้นลึกลับระดับกลาง วรยุทธ์หรือไม่ก็วิชาลับ!
เมื่อเปิดกล่องไม้กล่องแรก พลานุภาพน่าพรั่นพรึงถั่งโถมผลักจูชิงถอยหลังไปสองก้าว คัมภีร์หยกม้วนหนึ่งปรากฏในกล่องไม้!
มันคือ《ค่ายกลกระบี่สี่สภาพ》วรยุทธ์ขั้นลึกลับระดับต่ำเหมือนกับหวังจ้งจิ่ง ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือไม่มีคำว่าห้ามเผยแพร่วิชาสลักเอาไว้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือจูชิงมีสิทธิ์เป็เ้าของวรยุทธ์ เขาสามารถถ่ายทอดมันให้กับใครก็ได้ที่้าโดยขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะไม่ขัดขวางใดๆ!
[1] หมายถึง เฟื่องฟูขึ้นมาชั่วพริบตาเดียว
