ภายในเต็นท์าา
แองเจล่าและเจ็มม่ากำลังปลอบโยนหญิงสาวทั้งแปดนางที่กำลังหวาดกลัว
แผ่นหลังที่ถูกเฆี่ยนตีอย่างหนักโดยเหล่าอัศวินก็ได้ซุนเฟยใช้ทักษะ 'ภาวนา' ใน 'โหมดพาลาดิน' รักษาให้เรียบร้อย นอกจากนี้ รอยฟกช้ำตามร่างกายของหญิงสาวทั้งแปดนางที่เกิดจากการคุกเข่าอ้อนวอนก็ถูกรักษาจนไร้ร่องรอย ดวงตากลมโตของสองสาวที่พูดภาษาเซนิทไม่ได้ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ยากจะปกปิด แต่หลังจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายได้ผ่านพ้นไป พวกนางทั้งสองคนก็เริ่มเชื่อใจแองเจล่ากับซุนเฟยมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่นอกจากแฟรงก์ แลมพาร์ดแล้ว พวกนางจะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ตัวเอง
“ให้พวกนางอยู่ในค่ายทหารต่อเถอะ จะได้เป็เพื่อนเล่นกับแองเจล่า อีกอย่างยังมีหลายเื่ที่บุรุษอย่างพวกข้าทำไม่ได้แต่สตรีอย่างพวกนางทำได้” ซุนเฟยรู้สึกสงสารหญิงสาวกลุ่มนี้มาก ดังนั้นจึงตัดสินใจรับพวกนางมาอยู่ในค่าย ซุนเฟยหันมาพูดกับแองเจล่าด้วยรอยยิ้มว่า “หลังจากกลับไปถึงเมืองแซมบอร์ดแล้ว หากพวกนางยินดีที่จะอยู่กับพวกเราต่อ พวกเราก็ให้พวกนางลงทะเบียนเป็พลเมืองของอาณาจักรแซมบอร์ด เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะกลายเป็ชาวเมืองแซมบอร์ดเต็มตัว!”
ลงทะเบียนเป็พลเมืองของอาณาจักรแซมบอร์ดเป็คำศัพท์ใหม่
เพื่อสะดวกต่อการบริหารจัดการประชาชนชาวเมืองแซมบอร์ด ซุนเฟยได้นำนโยบายของโลกเก่ามาใช้ ถึงแม้ว่านโยบายนี้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่เมื่อซุนเฟยดึงดันที่จะใช้ก็ไม่มีใครกล้าโต้แย้งใดๆ ออกมาอีก ซุนเฟยได้มอบหมายให้เ้าหน้าที่ฝ่ายกรมพระคลังเป็ผู้รับผิดชอบในการลงทะเบียนพลเมือง การบริหารจัดการประชาชนมีบทบาทสำคัญมากสำหรับอาณาจักร เฉพาะคนที่ลงทะเบียนเท่านั้นถึงจะเป็พลเมืองของอาณาจักรแซมบอร์ดอย่างแท้จริง
ไม่ช้า แองเจล่าและเจ็มม่าก็นำสาวงามทั้งแปดนางออกไป เพื่อจัดหาที่พักให้แก่พวกนาง
หลังจากนั้น แลมพาร์ด แช็คและผู้นำคนสำคัญของเมืองแซมบอร์ดก็เดินเข้ามาในเต็นท์
“ฝ่าา การที่พวกเรามอบหลักฐานสำคัญทั้งหมดให้แก่ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ไป ท่านไม่กลัวว่าทางวิหารอัศวินจะย้อนกลับมาแว้งกัดพวกเราทีหลังหรือขอรับ?” หลังจากที่พวกเขาทั้งหมดนั่งลง แลมพาร์ดก็ถามคำถามที่ค้างคาใจของผู้คนออกมา
วันนี้ การที่พวกเขาสามารถมอบบทเรียนให้แก่เหล่าอัศวินของวิหารอัศวินที่แสนจองหองพวกนั้นได้ บอกจากใจเลยว่าพวกเขารู้สึกสะใจมาก
หลังจากการสืบสวนก็พบว่า เหล่าอัศวินพวกนั้นฉวยโอกาสที่ทหารแซมบอร์ดทั้งหมดไปรวมตัวกันที่กลางค่าย พวกเขาก็นำสิ่งที่เรียกว่า ‘หลักฐาน’ ออกมาจัดฉากใส่ร้ายพวกเขา โดยการเสแสร้งพบสมบัติของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตในขณะที่ทำการตรวจค้นค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ตลอดการสอบสวน คริสตัลไดวี่ได้บันทึกหลักฐานเหล่านี้ไว้ทั้งหมด สิ่งนี้มีความสำคัญมากในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเมืองแซมบอร์ด แต่อย่างไรก็ตาม ซุนเฟยได้กำชับให้พวกเขามอบหลักฐานชิ้นสำคัญทั้งหมดให้แก่ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' นำกลับไปด้วย และนั่นก็ทำให้เหล่ายอดฝีมือของเมืองแซมบอร์ดรู้สึกไม่เข้าใจ
“ตอนนี้พวกเราไม่สามารถต่อกรกับวิหารอัศวินได้” ซุนเฟยส่ายหัวเบาๆ ในขณะที่เขากล่าวต่อไปว่า “ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บหลักฐานนี้เอาไว้ อีกอย่าง หลักฐานนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรอัศวินพวกนั้นได้ หากมีการสอบสวนขึ้นมาจริงๆ อัศวินพวกนั้นก็อาจจะอ้างว่า การที่พวกเราทรมานพวกเขาทำให้พวกเขาต้องพูดในสิ่งที่พวกเรา้าออกมา ถ้าเป็เช่นนั้นจริง พวกเราคงทำได้แต่นึกเสียใจในภายหลังขึ้นมาเท่านั้นเอง จงจำไว้ เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอำนาจที่แท้จริง กลอุบายต่ำๆ นับเป็อะไรได้ วันนี้ที่ให้ทรมานอัศวินทั้งสี่สิบกว่าคนพวกนั้น ความจริงข้าก็ไม่ได้คิดจะเค้นหาความจริงั้แ่แรก ข้าแค่อยากให้พวกเ้าได้ระบายความโกรธและ้าเตือนคนที่คิดจะยื่นมือเข้ามาในเมืองแซมบอร์ดว่า พวกเขากำลังฝันอยู่ ถ้าคิดว่าพวกเขาสามารถแตะต้องเมืองแซมบอร์ดได้ด้วยกลอุบายสกปรกพวกนี้!”
ยอดฝีมือเมืองแซมบอร์ดรู้สึกมั่นใจขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อาาอธิบายทุกอย่างให้พวกเขาฟัง
ก่อนหน้านี้เมืองแซมบอร์ดเป็เหมือนชื่อที่แสดงถึงความอ่อนแอและความอับอาย คนของเมืองแซมบอร์ดมักจะถูกรังแกและได้รับการปฏิบัติเหมือนเศษขยะจากคนอื่นๆ แต่ตอนนี้ แม้แต่อาณาจักรบริวารระดับหนึ่งและขุนนางระดับสูง เมื่อเจอหน้าชาวแซมบอร์ดก็ยังไม่กล้าละเลยได้...การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา
“เป็ไปได้ไหมที่ฝ่าาทรงรู้ว่าใครอยู่เื้ัเื่เหล่านี้?” แววตาของแช็คส่องประกายขึ้น
“ข้าไม่รู้ แต่ก็ไม่ยากที่จะสืบ เมื่อคืนนี้มีเพียงไม่กี่กองกำลังเท่านั้นที่ได้รับสมบัติของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตไป ถ้าข้าขอให้แพรีสหรือองค์หญิงนาตาชาช่วยสืบว่าสมบัติเหล่านี้มาจากไหน ถึงตอนนั้นเราก็สามารถลากผู้ที่อยู่เื้ัเื่นี้ออกมาจัดการได้”
ซุนเฟยลูบคางของเขาในขณะที่กล่าวต่อไปว่า “อย่างไรก็ตาม กลอุบายสกปรกเช่นนี้ไม่มีผลต่อพวกเรา สิ่งที่พวกเ้าต้องให้ความสนใจก็คือการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง อย่างไรก็ตาม กลอุบายเหล่านี้ไม่นับว่าเป็อันใดได้เมื่ออยู่ต่อหน้าความแกร่ง ครั้งนี้พัศดีของพวกเรามีผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก!”
ประโยคนี้ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาเสียงดัง
พวกเขาทั้งหมดรู้ว่าาาหมายถึงอะไร
เมื่อประมาณยี่สิบวันก่อน ตอนที่โอเลเกร์ทรมานกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตกลุ่มเล็กๆ ที่เจอโดยบังเอิญในระหว่างเดินทาง คาดไม่ถึงว่า ไม่ว่าเขาจะใช้วิธีทรมานพวกมันอย่างไร พวกมันก็ไม่ปริปากบอกข้อมูลออกมาเลยสักนิด ทำให้ทุกคนสงสัยวิธีการสอบสวนของผู้คุมคนนี้ และนั่นทำให้โอเลเกร์รู้สึกเหมือนความภาคภูมิใจของตัวเองถูกทำลาย แต่วันนี้ โอเลเกร์ได้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาทำอะไรได้บ้าง วิธีทรมานอาจจะไม่โหดร้ายที่สุด แต่กลับเหมาะสมที่สุดและน่ากลัวที่สุด ด้วยวิธีทรมานเหล่านี้ทำให้เหล่าอัศวินที่อึดถึกทนทั้งหลายจากวิหารอัศวินยอมคายทุกอย่างที่ตัวเองรู้ออกมาเท่าที่เ้าอ้วนซักถาม แม้แต่หัวหน้าอัศวินยังหวาดกลัวหนักถึงขั้นบอกสีกางเกงในของแม่มันให้เ้าอ้วนรู้เลย
หลังได้รับคำชมจากาา รอยยิ้มที่สดใสก็ปรากฏบนใบหน้าที่ประจบสอพลอของเขา เขาโค้งคำนับตามนิสัยคนขี้ประจบ “ฝ่าา! เป็ท่านที่สอนข้าทุกอย่าง!”
นี่เป็ความจริง วิธีมากมายหลากหลายที่เ้าอ้วนใช้ในวันนี้เป็วิธีที่ซุนเฟยได้แนะนำเขา ซุนเฟยได้เห็นฉากทรมานในภาพยนตร์หลายเื่มาก ดังนั้นเขาจึงบอกโอเลเกร์เกี่ยวกับพวกมันหลังจากที่เขาทำการปรับเปลี่ยนบางอย่าง
“เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถ้าข้าเดาไม่ผิด ทางวิหารอัศวินคงจะไม่มายุ่งกับพวกเราอีกสักพัก แน่นอนว่าพวกเราก็อย่าได้นิ่งนอนใจไป ั้แ่นี้เป็ต้นไป ค่ายของเราจะต้องผ่อนคลายภายนอกเข้มงวดภายใน ทุกคนจะต้องตื่นตัวให้มากขึ้น หากมีอะไรเกิดขึ้นให้ทำตามแผนที่เราวางไว้!”
“ขอรับ ฝ่าา!”
หลังจากเหล่าผู้นำคนสำคัญออกจากเต็นท์ไปแล้ว ซุนเฟยก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอีกสักพัก เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้หลงลืมอะไรไป เขาจึงจดบันทึกแิและสิ่งที่ได้ค้นพบไว้ในสมุดจดบันทึกของตัวเอง จากนั้นเขาก็ใช้ทักษะ 'อัญเชิญ' เพื่อเปิดประตูมิติ และเดินทะลุผ่านประตูมิติไปยังโลก Diablo
..............
..............
“เฮ้ เ้าจะพาพวกเราไปไหน?” แม่ชีอาคาร่าถามออกมาอย่างหงุดหงิด
เมื่อสามนาทีก่อน ซุนเฟยเดินเข้ามาใน 'ค่ายทหารโร้ก' อย่างเร่งรีบ เขาขวางการทำงานของแม่ชีอาคาร่ากับตาเฒ่าเคน ก่อนจะพาพวกเขาไปยังสถานที่ที่ลับตาคนในค่าย จากนั้นเขาก็เปิดประตูมิติขึ้นมาและเชิญพวกเขาทั้งสองคนเข้าไป
“ใช่ เวลาของข้ามีค่า ไม่ใช่ว่าเ้าเคยพูดไว้เสมอหรอกหรือว่า การทำให้คนอื่นเสียเวลาเป็เหมือนการฆ่าพวกเขาไปอย่างช้าๆ น่ะ? ข้าจะบอกอะไรให้นะ ข้าได้ค้นพบอะไรบางอย่างที่น่าสนใจในวันนี้ด้วย! ฮ่าๆๆ จำได้ไหมว่าเ้า้าให้ข้าเปิดช่องประตูมิติลึกลับนั่นน่ะ? ข้าสามารถปลดล็อกวงเวทได้ร้อยกว่าวงจากสามร้อยหกสิบห้าวงได้แล้วนะ ดังนั้นข้าก็เลยยุ่งมาก ยุ่งมากๆ เลยล่ะ...” ตาเฒ่าเคนแสดงท่าทางไม่พอใจออกมาต่อพฤติกรรมลึกลับของซุนเฟย
“พวกท่านจะรู้เองหลังจากเดินเข้าไปในประตูมิตินี้ มันเป็สถานที่ที่ดีเชียวล่ะ”
ซุนเฟยไม่ได้บอกอะไรพวกเขา เขาผายมือไปทางประตูมิติเป็เชิงบอกให้สองผู้เฒ่าใจร้อนเข้าไปข้างใน ซุนเฟยหมุนตัวเดินเข้าไปในประตูมิติก่อน
วิ้ง วิ้ง วิ้ง!
หลังมีเสียงวิ้งๆ ขึ้นมา ราวกับว่าได้ทะลุผ่านธารน้ำแข็งที่หนาวเย็นในห้วงอุโมงค์มิติกาลเวลา
วินาทีต่อมา ซุนเฟยก็ปรากฏตัวขึ้นมาในห้องมืดที่มีแสงสีเงินพาดผ่านบนผนัง ภายในห้องมีหนังสือสีดำเล่มหนาลอยอยู่กลางอากาศ และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือโครงกระดูกสีทองที่ให้ความรู้สึกเหมือนูเาขนาดั์ที่ไม่มีใครสามารถผ่านไปได้
นี่เป็ห้องลับที่ซุนเฟยพบในห้องโถงใต้ดินของสำนักงานใหญ่กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต
ก่อนหน้านี้ซุนเฟยได้ทำลายกลไกเปิดประตูมิติที่จะพามายังห้องลึกลับแห่งนี้ในห้องโถงใต้ดินของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต และได้ทิ้งพิกัดเวทมนตร์ไว้ในห้องลึกลับแห่งนี้แล้ว ประโยชน์ของพิกัดเวทมนตร์ก็คือ สามารถเชื่อมต่อกับทักษะ 'อัญเชิญ' ของซุนเฟยได้ ทำให้ซุนเฟยสามารถเปิดประตูมิติเข้ามาที่นี่ได้ทุกเมื่อ
ตอนนี้ ซุนเฟยเป็เพียงคนเดียวที่สามารถเข้ามาในห้องลึกลับแห่งนี้ได้!
วิ้ง วิ้ง วิ้ง!
เสียงวิ้งดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ร่างของแม่ชีอาคาร่ากับผู้เฒ่าเคนที่เดินทะลุประตูมิติเข้ามาก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นในห้องลึกลับแห่งนี้
“พระเ้า ที่นี่มันที่ไหนกัน? ทั้งๆ ที่ข้าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน แต่ทำไมข้ากลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่คุ้นเคย...” อาคาร่าผู้ที่มักจะนิ่งสงบและเก็บตัวอยู่ตลอดเวลาจ้องไปที่กำแพงสีเหลืองอ่อนและ 'ภูมิปัญญาของาาปีศาจ' ที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยความตกตะลึง
“โอ้ พระเ้า...นี่...นี่มัน...”
ผู้เฒ่าเคนเพ่งความสนใจไปที่โครงกระดูกสีทองที่อยู่ตรงกลางห้องทันที แววตาของเขาทอประกายระยิบระยับในขณะที่จ้องมองมัน ตอนนี้เขาเหมือนกับชายจรจัดที่แสนหิวโหยกำลังจ้องอาหารจานโปรดที่อยู่ตรงหน้าตัวเองตาเป็มัน น้ำลายของเขาไหลเยิ้มออกมา หากไม่ใช่เพราะว่าแรงกดดันมหาศาลที่โครงกระดูกสีทองแผ่ออกมา ท่านผู้เฒ่าเคนคงไม่รีรอที่จะวิ่งเข้าไปคว้าโครงกระดูกสีทองมาจูบไปแล้ว
“รีบบอกข้ามาเร็ว ที่นี่คือที่ไหน?” หลังจากสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว สอง ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ก็หันมาถามซุนเฟยอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่อยากจะมาที่นี่หรอกหรือ?” ซุนเฟยกระเซ้าเย้าแหย่สองผู้เฒ่าไปทีหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเล่าความเป็มาของห้องลึกลับนี้ให้ทั้งสองคนได้รู้
“เ้านี่...พูดเหมือนไม่ได้พูดเลยจริงๆ!” ทั้งสองคนไม่พอใจกับคำอธิบายของซุนเฟยเลย
“ข้าพูดจริงๆ ข้าไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แต่เห็นได้ชัดว่าห้องนี้มีความลับมากมายซ่อนไว้อยู่ และข้าอยากรู้ว่าพวกท่านจะหามันพบได้หรือไม่ และหนังสือเล่มนี้เรียกว่า 'ภูมิปัญญาของาาปีศาจ' ข้าคิดว่าท่านทั้งสองคงจะสนใจมันมาก!” ซุนเฟยยักไหล่ขณะที่เขาพูด
พูดง่ายๆ คือ าา้าใช้แรงงานสองผู้เฒ่าฟรีๆ ในการค้นหาความลับของห้องนี้
-----------------------------
