“ศิษย์พี่ใหญ่ พอจะบอกได้หรือไม่ว่าไปที่ยอดเขาอุดรด้วยเื่ใด?”
ระหว่างเดินตามซ่งหลินไปยังยอดเขาอุดร ไป๋หยุนเฟยก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามขึ้น
ซ่งหลินยิ้มพลางกล่าวว่า “ศิษย์น้องไป๋วางใจเถอะ นี่เป็เื่ดี...”
ซ่งหลินหยุดไปชั่วครู่จึงกล่าวต่อ “เ้าได้เป็ศิษย์สายตรงของเ้าสำนักช่างประดิษฐ์ ย่อมเป็เื่ปกติที่จะได้รับสิ่งของบางอย่างที่ศิษย์สายตรงพึงจะมี ครั้งนี้ที่ไปยอดเขาอุดร เ้าจะได้รับของที่ดียิ่งกว่าครั้งก่อน”
“เอ๊ะ?” ไป๋หยุนเฟยลอบประหลาดใจ “ที่ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวมา หมายความว่าอย่างไร...”
“จริงสิ ศิษย์น้องไป๋ เ้ามีความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุิญญามากน้อยเท่าใด?” ซ่งหลินไม่ได้ตอบคำถามของไป๋หยุนเฟย แต่กลับถามขึ้น
“วัตถุิญญา? เอ่อ... ศิษย์พี่ใหญ่ท่านหมายถึงด้านใด?”
“เ้าทราบหรือไม่ว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าวัตถุิญญาชิ้นหนึ่งจะมีพลังเท่าใด?”
เห็นใบหน้าสับสนไม่เข้าใจของไป๋หยุนเฟย ซ่งหลินจึงอธิบายต่อ “วัตถุิญญามีเส้นทาง เอ่อ... วัตถุิญญามีลายเส้น... ไฮ้ เ้าเข้าใจเพียงว่ามันมีรูปทรง วัตถุิญญาทุกชิ้นมีรูปทรงที่แตกต่างกัน ไม่เพียงแต่ภายนอกที่เห็น แต่ภายในก็เช่นกัน ยามเมื่อใช้งานหรือตรวจสอบวัตถุิญญาชิ้นใดก็ตามต้องถ่ายทอดพลังิญญาลงไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถ่ายทอดพลังลงไปเท่าใดก็ได้ จะต้องควบคุมหนักเบาของพลังิญญาหรือกระแสการไหลของพลังิญญาที่ส่งเข้าไปตามลักษณะรูปทรงของวัตถุิญญา เพื่อให้สิ้นเปลืองพลังิญญาน้อยที่สุดและสามารถแสดงพลังของวัตถุิญญาออกมาได้ถึงขีดสุด ระดับของวัตถุิญญาที่สูงขึ้นก็ส่งผลเช่นกัน...”
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าราวกับเข้าใจ
ซ่งหลินฝืนยิ้มขึ้น “อธิบายสองชั่วยามก็ยังยากจะทำให้เ้าเข้าใจ อีกทั้ง... ยามนี้ไม่อาจอธิบายหรือกล่าวอะไรได้มากกว่านี้แล้ว สรุปว่า เ้าพิจารณาตามรูปทรงของวัตถุิญญานั้น จากนั้นก็ััคลื่นพลังที่แตกต่างกันให้ได้ ต่อให้ไม่ได้ใช้ในการต่อสู้ เ้าก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าวัตถุิญญานั้นจะมีพลังเท่าใด..”
ไป๋หยุนเฟยใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อืม ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ที่ชี้แนะ”
ซ่งหลินพยักหน้ากล่าวว่า “อืม เ้าเข้าใจก็ดี ใกล้จะถึงเวลาแล้ว พวกเราเร่งฝีเท้าขึ้นเถอะ”
ซ่งหลินกล่าวจบก็ไม่กล่าวอันใดอีก เพียงเร่งฝีเท้าขึ้น ไป๋หยุนเฟยจึงติดตามอยู่ด้านหลัง ขณะเดียวกันนั้นดวงตาก็ทอประกายขึ้น --- มันพอจะคาดเดาและทำความเข้าใจได้บ้างแล้ว
“พลังของวัตถุิญญา? หมายถึงพลังโจมตีหรือพลังป้องกันกระมัง?... หากเป็เช่นนั้น ข้าคิดว่า คงไม่มีผู้ใดจะทราบกระจ่างได้เท่าข้าอีกแล้ว...”
……
หลังจากผ่านเส้นทางทั้งหลายมา ในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็พบว่าสถานที่ซึ่งซ่งหลินพามา ที่แท้ก็คือถ้ำที่ใช้เป็สถานที่ทดสอบพร์หลอมประดิษฐ์ของสำนักช่างประดิษฐ์นั่นเอง
ยามมองดูซ่งหลินที่ก้าวเท้าเดินไม่หยุด ไป๋หยุนเฟยลังเลเล็กน้อยจึงร้องขึ้น “ศิษย์พี่ใหญ่...”
ซ่งหลินชะงักเท้าลงก่อนจะหันกลับมามองไป๋หยุนเฟย หลังจากงุนงงอยู่ชั่วครู่ก็เข้าใจ มันยิ้มพลางกล่าวว่า “ศิษย์น้องไป๋ไม่ต้องกังวล ตามข้ามาก็พอ ยามนี้ที่นี่ไม่ได้เป็เช่นวันนั้นแล้ว”
“เอ๊ะ...” แม้จะไม่เข้าใจ แต่ไป๋หยุนเฟยก็ก้าวเท้าติดตามเข้าไป
หลังจากนั้นไม่นาน ไป๋หยุนเฟยก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าภายในถ้ำแห่งนี้กลับปราศจากแรงกดดันลึกลับเช่นครั้งก่อน
“นี่... เป็เช่นนี้อย่างไร!” ไป๋หยุนเฟยตกตะลึงอย่างใหญ่หลวง มันกล่าวกับตนเองอย่างเหลือเชื่อ “หรือว่า... พลังลึกลับนั้น สามารถควบคุมให้มีอยู่หรือหายไปก็ได้?”
เมื่อเดินผ่านทางเลี้ยวไปแล้ว ไป๋หยุนเฟยก็พบว่าวัตถุิญญาที่เคยวางเรียงรายอยู่บนแท่นนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว ทิ้งไว้เพียงแท่นอันว่างเปล่า และหลังจากไป๋หยุนเฟยพ้นระยะสามพันวาไปก็พบว่าที่สองฟากข้างไม่มีแท่นอยู่อีก จนถึงตรงนี้ในที่สุดมันก็มั่นใจแล้วว่า พลังลึกลับที่ใช้ทดสอบ‘พร์หลอมประดิษฐ์’นั้น ได้หายไปหมดแล้วจริงๆ...
และที่ระยะราวสามพันห้าร้อยวา ไป๋หยุนเฟยก็ได้พบกับปลายทางของถ้ำแห่งนี้ --- เป็ประตูหินบานใหญ่สูงห้าวากว้างสองวาครึ่ง
และในระยะหลายร้อยวาสุดท้ายก่อนจะถึงที่นี้ ทั้งสองฟากของผนังถ้ำมีห้องศิลาเรียงรายอยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยห้อง แต่ละห้องมีประตูหินซึ่งปิดแน่น จนไม่อาจมองลอดเข้าไปเห็นได้ว่าด้านในเป็อย่างไร
“ศิษย์น้องไป ตามข้ามา” ซ่งหลินเรียกไป๋หยุนเฟยที่กำลังสำรวจพื้นที่รอบกายคราหนึ่ง จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องศิลาที่อยู่ทางด้านขวาของประตูใหญ่ซึ่งเปิดไว้เพียงห้องเดียว
เมื่อไป๋หยุนเฟยเดินเข้าไปในห้อง มันก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าด้านในมีคนอยู่แล้วถึงห้าคน --- เ้าสำนักโค่วฉางคง ผู้าุโใหญ่เซียวปินจื่อ ผู้าุโที่สองหวงฝู่หนาน ทั้งสามท่านนั่งล้อมอยู่ที่โต๊ะหินตัวหนึ่งกำลังมองมาที่มันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ด้านข้างเป็หลี่เถี่ยชุยและเย่จือชิวที่ยืนอย่างสำรวม
ไป๋หยุนเฟยรีบคารวะ “ศิษย์ไป๋หยุนเฟย กราบพบท่านอาจารย์ ผู้าุโใหญ่ ผู้าุโที่สอง”
“อืม หยุนเฟย พักที่ยอดเขาประจิมเป็อย่างไรบ้าง คุ้นเคยแล้วหรือไม่?” โค่วฉางคงไม่ได้วางมาดน่าเกรงขามเช่นเดียวกับวันที่อยู่ในห้องโถง ดูแล้วคล้ายกับผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยความการุณย์ หลังจากมองมาที่ไป๋หยุนเฟยจึงเอ่ยถามอย่างยิ้มแย้ม
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ห่วงใย ศิษย์ไม่มีสิ่งใดที่ไม่คุ้นเคย ทุกอย่างล้วนเรียบร้อยดี...”
“ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็เริ่มเลยเถอะ!” ผู้าุโใหญ่เซียวปินจื่อคล้ายกับไม่้าเสียเวลา จึงกล่าวเร่งรัด
โค่วฉางคงสบตากับหวงฝู่หนานก่อนจะพยักหน้าแ่เบา จากนั้นจึงกล่าวว่า “ดี เช่นนั้นก็เริ่มกันเถอะ!”
ไป๋หยุนเฟยถูกประโยคสนทนาเหล่านี้สร้างความงุนงงสงสัย เมื่อกวาดตาไปยังเย่จือชิว สีหน้าของอีกฝ่ายก็เปี่ยมด้วยความสงสัยเช่นกัน
ผู้าุโใหญ่กลับไม่ได้อธิบายให้พวกมันเข้าใจ เพียงแสดงสีหน้านิ่งขรึมจากนั้นจึงสะบัดมือขวา...
ไป๋หยุนเฟยเห็นแสงสีแดงวาบขึ้น ยามที่ผู้าุโใหญ่สะบัดมือออกก็ปรากฏแสงสีแดงสาดพุ่งออกมา เพียงพริบตาเดียวก็ฉาบย้อมไปทั้งห้อง
จากนั้น ไป๋หยุนเฟยกับเย่จือชิวทั้งสองคนก็ตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อันน่าตื่นตาจนยากจะอธิบายได้...
ทั้งห้องที่ถูกย้อมด้วยแสงสีแดงนี้ เพียงพริบตาเดียวก็ปรากฏวัตถุิญญาหลากชนิดจำนวนหลายสิบชิ้นที่กำลังส่งแสงหลากสีสว่างเรืองรองออกมา วัตถุิญญาทั้งหมดลอยค้างในอากาศห้อมล้อมไป๋หยุนเฟยและเย่จือชิวเอาไว้!
“วัตถุิญญาในการทดสอบพร์หลอมประดิษฐ์ก่อนหน้านี้ ต้องอาศัยความพยายามจึงได้มา แต่ยามนี้พวกเ้าเป็ศิษย์สายตรงแล้ว จึงมีสิทธิ์ที่จะได้รับวัตถุิญญาชั้นนภาอีกหนึ่งชิ้น พวกเ้าเลือกได้ตามใจชอบ!” เสียงราบเรียบของผู้าุโใหญ่ปลุกทั้งคู่ตื่นจากภวังค์ แต่คำพูดที่ชายชรากล่าวออกมานั้นกลับทำให้พวกมันไม่อาจระงับสติเอาไว้ได้
ชั้นนภา... มอบวัตถุิญญาชั้นนภาเป็ของขวัญเข้าสำนัก --- สมแล้วที่เป็สำนักช่างประดิษฐ์!!
ไป๋หยุนเฟยและเย่จือชิวหันไปสบตากัน ก็เห็นเพียงแววตาตื่นเต้นตระหนกของอีกฝ่าย หลังจากสูดลมหายใจลึกเพื่อสงบหัวใจที่สั่นระรัวลง ทั้งสองก็ไม่รีรอรีบเข้าไปเลือกวัตถุิญญาของตนทันที
ไป๋หยุนเฟยในที่สุดก็เข้าใจความนัยเื้ัคำพูดของซ่งหลินแล้ว เหตุผลที่อีกฝ่ายเอ่ยเื่นั้นขึ้น ก็เพื่อเตือนกับมันว่าให้เลือกวัตถุิญญาที่มีพลังสูงสุดเท่าที่จะเป็ไปได้ --- แต่ว่า ความห่วงใยของซ่งหลินกลับเกินความจำเป็ สำหรับไป๋หยุนเฟยแล้ว การจะพิจารณาว่าวัตถุิญญาจะมีพลังสูงหรือต่ำนั้น ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือด้วยซ้ำ
ยามมองดูวัตถุิญญาหลากหลายชนิด ไป๋หยุนเฟยก็ตาเป็ประกาย แต่เป้าสายตาของมันกลับข้ามอาวุธจำพวกขวานหรือดาบใหญ่ทั้งหลาย เพียงจับจ้องไปที่กระบี่สั้น มีดสั้นหรือเครื่องป้องกันเท่านั้น
เมื่อยื่นมือขวาออกไปััมีดสั้นสีทองซึ่งอยู่ตรงหน้ามา ก็ราวกับยื่นมือเด็ดผลไม้ มีดสั้นซึ่งลอยอยู่ในอากาศก็พลันสูญเสียแรงยกหล่นมาอยู่ในมือ ไป๋หยุนเฟยจึงดึงกลับมาที่เบื้องหน้า
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับต่ำ”
“พลังโจมตี: 2230”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 120 แต้ม”
……
