เริ่มต้นวันด้วยเสียงไก่ขัน และก็วุ่นวายทันที
อาหารเช้าวันนี้เป็โจ๊ก แต่เหมือนจะเป็ข้าวต้มมากกว่า หลังจากกินกันแล้วก็ ยุ่งกับการทำแซนด์วิช วันนี้หลังจากเสร็จธุระจากในเมืองแล้ว เขาจะเข้าป่าทันที จิติญญานักผจญภัยมันเรียกร้อง
" ทำไงได้ล่ะ ก็ใจมันสั่งมา "
เขากินเสร็จแล้วเข้าเมืองก่อนใครเลย หลังจากเทเลพอร์ตมาที่คฤหาสน์ก็เข้ามาเอาเงินค่าอาหารและเกลือ แนชบอกมาร์ธาด้วยว่าเดี๋ยวเพื่อน ๆ จะเทเลพอร์ตตามมาทีหลัง และจะเดินกลับมาเทเลพอร์ตที่นี่โดยไม่มีตัวเขา
แนชเดินตรงไปที่โรงตีเหล็กก็คงไม่เห็นโซวิโลเหมือนเดิม เขาจึงเดินมาที่กิลด์นักเวทย์และขึ้นไปยังห้องของอาจารย์ของเขาทันที
" สวัสดีอาจารย์ แล้วก็สวัสดีลุงด้วยครับ " แนชทักทายผู้าุโทั้งคู่ ซึ่งในตอนนี้กำลังโขกมากรุกกันอยู่
" ไอเด็กตัวเหม็นทำไมไม่เอาไอนี่มาให้ข้าั้แ่แรก !! " คนแคระขี้โวยวายบ่นขึ้นทันที
" ผมยังนึกไม่ออกนี่ครับ " แนชตอบกลับ
" หึ๊ !! " โซวิโลพ่นลมอย่างออกทางจมูก
" เอ้า โมโหเฉย " เด็กชายคิดในใจ
" ทำไมวันนี้มาเสียเร็วเลย " กาบรินัสถามเมื่อเด็กชายมาั้แ่ฟ้าเพิ่งจะส่องแสงสว่างไม่เท่าไหร่เลย
เด็กชายจึงบอกว่าให้เพื่อนขายของเองแล้ว และก็ให้อาร์ติแฟกไว้เทเลพอร์ตกันแล้วด้วย
" กินอาหารเช้ากันหรือยังครับ ถ้ายังมากินกันก่อนเถอะครับ กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ " เด็กชายพูดขึ้นพร้อมกับหยิบอาหารออกมาจากอากาศ
" อย่าบอกนะว่าเ้าสามารถใช้เวทย์ช่องเก็บของได้แล้ว " กาบรินัสถามขึ้น พลางทำสีหน้าใ
" เ้าจะใอะไรหนักหนา ข้าเริ่มไม่สนใจอะไรมันเท่าไหร่แล้ว เ้าเป็อาจารย์มันแท้ ๆ กลับทำตัวเหมือนไม่เคยเจอ " โซวิโลเอ่ยออกมา
" นั่นซินะ ถูกของเ้า โฮ่ โฮ่ " กาบรินัสยิ้มและเอ่ยอย่างอารมณ์ดี " หลุดจิตสำนึกไปนิดหน่อย ลูกศิษย์คนนี้ "
" เ้าเรียกมันว่านิดหน่อย ? " โซวิโลเลิกคิ้วถามขึ้น " นิดหน่อยตรงไหนของเ้าเนี่ย ? "
" โฮ่ โฮ่ " หัวเราะเฉย
" มากินกันก่อนดีกว่า อย่างที่ไอตัวเหม็นบอก กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เข้าใจคิดคำแต่ละคำนะ " โซวิโลเอ่ยชวนเพื่อนของเขา
เป๊าะ !!
เสียงดีดนิ้วทำให้กระดานและตัวหมากรุกหายไปจากโต๊ะ และถูกแทนที่ด้วยอาหารที่เด็กชายนำมาให้
" กินกับสหายก็เจริญอาหารดีนะ โฮ่ โฮ่ " กาบรินัสพูดขึ้น
" ก็ดี " โซวิโลตอบกลับ
แนชสงสัยอยู่ตลอดมาว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มจากตรงไหน ดูแล้วช่างต่างกันเสียเหลือเกิน อยากจะถาม แต่ก็เกรงใจคนแก่ กำลังกินข้าวกันอยู่
เมื่อทั้งคู่กินเสร็จ ก็มีกระดานหมากรุกกลับมาประจำการ ณ ตรงจุดเดิมของมัน
" เ้านี่ เข้าใจคิดนั่นคิดนี่ ประดิษฐ์นั่นสร้างนี่เสียจริง เอ็งมีสายเืคนแคระรึไงเนี่ย ? " โซวิโลถาม ในมือหยิบตัวหมากรุกขึ้นมาดู
" ไม่รู้ซิครับ แต่ผมว่าก็ไม่มีตรงไหนที่ผมเหมือนลุงโซวิโลนะ หรือผมมันพวกพิเศษ " แนชตอบเขาไป
" พิเศษบ้าบออะไรละ เป็แค่เด็กมนุษย์ตัวเหม็น ถ้าเอ็งมีสายเืคนแคระ เอ็งต้องดูองอาจแบบข้าแล้ว " โซวิโลพูด เอามือกอดอก ทำหน้าภูมิใจสุด ๆ
“ องอาจจัดเลยครับ ” แปะ แปะ แนชพูดแบบไร้อารมณ์ และปรบมือ
" โฮ่ โฮ่ " กาบรินัสชอบใจ " วันนี้มีสิ่งใดอยากถามอาจารย์หรือไม่ " เขาถามขึ้นมา
" แหม่ อาจารย์นี่รู้ใจผมจริง ๆ ผมอยากรู้เื่เวทมนตร์สายรักษา กับการรักษาโรคครับ " แนชบอกออกไป
" เอ็งจะตั้งตนเป็พระเ้าหรือไงวะเนี่ย จะเรียนให้ได้ทุกเวทมนตร์เลยรึไง " โซวิโลถามขึ้น
" ใครจะเป็พระเ้าได้ละครับ แต่ไม่ใช่แค่อยากเรียนเวทมนตร์อย่างเดียวนะครับ ผมอยากเรียนมันทุกอย่างเลย ถ้าว่าง ๆ แล้ว ฝึกฝนการตีดาบก็น่าสนนะครับ เห็นฝีมือของลุงแล้ว ผมอยากเก่งแบบนั้นบ้างจัง " แนชแกล้งยอ
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า !! " คนแคระะเิเสียงหัวเราะออกมา " ไอเด็กนี่ตาถึง ไม่เบา ๆ "
" เ้าไม่ต้องไปยกยอโซวิโลมากหรอก เดียวเขาจะหลงตัวเองมากกว่าเดิมนะ " กาบรินัสยิ้ม
" เื่จริงชัด ๆ อย่ามาหาว่าข้าหลงตัวเองนะ เห๊อะ " เขาหันมาบ่นเพื่อน
" โฮ่ โฮ่ ข้าขอเวลาสนทนา แนะนำลูกศิษย์ข้าสักครู่นะ " เขาบอกกับสหายคนแคระ และหันมาพูดกับเด็กชาย
" เวทมนตร์สายรักษา เป็ธาตุศักดิ์สิทธิ์ คุณสมบัติของธาตุศักดิ์สิทธิ์คือ การรักษา เยียวยา และปัดเป่า แต่โรคหรืออาการเจ็บป่วยไม่สามารถรักษาได้ ต้องหาสมุนไพรมาแล้วใช้เวทย์เล่นแร่แปรธาตุ ( Alchemist ) หรือหานักสมุนไพร หรือหมอเก่ง ๆ มารักษา ยกเว้น เ้าจะสามารถใช้เวทย์ขั้นสูงของสายนี้ได้คือ เวทย์ชำระล้าง ( Purify ) สามารถรักษาโรค อาการผิดปกติหรือคำสาปได้ทุกอย่าง แต่ความยากของเวทย์สายนี้คือ คนจะจินตนาการยังไง ความศักดิ์สิทธิ์คืออะไร ไม่เหมือนเวทย์ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งทุกคนเคยเห็น และสามารถััมันได้ ว่าแต่ เ้ารู้คุณสมบัติของธาตุเบื้องต้นมาบ้างหรือยัง " กาบรินัสถามขึ้น
" ก็พอรู้บ้างครับ " แนชตอบ
" อืม ลม และ น้ำ ก็มีคุณสมบัติในการเยียวยา ถึงแม้จะไม่เท่ากับความศักดิ์สิทธิ์ก็ตามที ความศักดิ์สิทธิ์คือปาฏิหาริย์ " กาบรินัสพูดขึ้น
" แค่ใช้เวทมนตร์ได้ ก็โคตรจะปาฏิหารย์แล้วนะ ยังมีปาฏิหารย์เหนือปาฏิหารย์อีกไงเนี่ย ? " แนชคิดในใจ
" ข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจเวทย์รักษาเท่าไหร่เลยนะ พวกนักบวชน่าจะเข้าใจมากกว่า พวกนักเวทย์ที่สนใจในเวทย์รักษาส่วนใหญ่จะมีพร์การใช้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์กันน่ะ และส่วนใหญ่ก็เลือกไปเป็นักบวช " กาบรินัสเอ่ยขึ้น " อาจารย์ขอโทษด้วยที่ไร้ความสามารถนะ " เขายิ้ม
" ถ้าอาจารย์ไร้ความสามารถ คนทั่วไปไม่เป็เอ๋อกันหมดหรอครับ " แนชพูดขึ้น
" เอ๋อ คืออะไรอีกเล่า ? " โซวิโลถามขึ้นด้วยความสงสัย
" เอ๋อ ก็คือ ไม่ฉลาดน่ะครับ " แนชตอบ
" โง่ ก็ โง่ซิ ทำไมต้องเอ๋อ ข้าละไม่เข้าใจเ้าจริง ๆ ข้าปวดหัวพอ ๆ กับเล่นหมากฮอสทุกครั้งที่คุยกับเ้า " โซวิโลบ่นขึ้น
" แหะ ๆ ลุงไม่ชินอีกหรือ ไหนว่าชินแล้วไง " แนชยิ้มให้
" ไอเ้าเด็กนี่ ช่างยอกย้อน จิ๊ " เขาจิ๊ปากหลังจากบ่นเสร็จ
" เอ่อ แล้วอาจารย์กับลุง มารู้จักกันได้ไงครับ ? " แนชถามขึ้น
" ให้อาจารย์เ้าเล่าให้ฟังก็แล้วกัน " โซวิโลโบ้ย " ข้าจำไม่ได้ "
" โฮ่ โฮ่ ทำไมถึงอยากรู้ขึ้นมาเล่าเ้าลูกศิษย์ ? " เขาสงสัยลูกศิษย์
" ก็ นิสัยต่างกันคนละขั้วเลยครับ ไม่น่าคบกันได้ " แนชตอบกลับแบบตรง ๆ
" โฮ่ โฮ่ นั่นซินะ " กาบรินัสพึมพำ " เขามาช่วยข้าไว้จากความตายนะซิ "
" โห ลุงตีดาบเก่งแล้วยังสู้เก่งด้วยหรอ สุดยอดด " แนชชูนิ้วโป้งให้คนแคระผู้ช่วยชีวิตอาจารย์
" เหอะ ข้ารึจะไปช่วย เ้าออร์คลอร์ดตัวนั้นมันขวางทางข้าที่จะไปหาโลหะชั้นดีต่างหาก กลับกลายเป็ว่าเ้านี้กำลังจนมุมอยู่ตอนนั้น " โซวิโลพูดขึ้น เหมือนไม่แคร์อะไร แต่ดูเขิล ๆ
" ลุงนี่ซึนของแท้เลยนะ " แนชหยอกเขา " เข้าไปช่วยชีวิตเขา จะเขิลอายทำไม เท่จะตาย วีรบุรุษชัด ๆ "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า สำหรับข้า เ้าออร์คลอร์ดนั่น มันก็แค่ก้อนโลหะธรรมดาก้อนหนึ่ง ไม่คณามือข้าหรอก เป็อาจารย์เ้าที่อ่อนหัดเองในตอนนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า " โซวิโลยืดอก เชิดหน้าหัวเราะชอบใจ จมูกจะยื่นออกมาแล้ว
" โฮ่ ๆ ณ ตอนนั้นข้าก็อ่อนหัดจริง ๆ แหละถ้าเทียบกับตอนนี้ " กาบรินัสพยักหน้า
" แล้วออร์คลอร์ดมันเก่งมากไหมครับ ? " แนชถามขึ้น
" เป็มอสเตอร์ที่ถูกจัดขั้นให้อยู่ในแรงค์ S เชียวล่ะ มีสติปัญญาสูง แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์ " โซวิโลบอก
" แล้วไอแรงค์ S นี่มันขนาดไหนวะเนี่ย " แนชคิดในใจ
" คงสงสัยว่าเก่งกาจขนาดไหนซินะ มอนสเตอร์แรงค์ S ต้องใช้นักผจญภัยแรงค์ S สองคนขึ้นไปถึงจะมีโอกาสโค่นลงได้ ณ ตอนนั้นอาจารย์ก็ยังไม่ได้เป็แรงค์ S เช่นทุกวันนี้ ยังเป็นักเวทย์หนุ่มไฟแรงอยู่เลย " เขาพูดขึ้น พร้อมหลับตารำลึกถึงความหลัง
เด็กชายพอจะรู้จักชื่อเสียงของอาจารย์ว่าเก่งกาจสามารถจนขนาดคนทั้งอาณาจักรต้องชาบู* ( คำแสลงของบูชา ) แต่ก็ยังเดาไม่ออกอยู่ดีว่าเก่งขนาดไหน แต่ลุงโซวิโลนี่ซิ ไม่นึกว่าจะสายโหดกับเขาด้วย
" เอ็งมองอะไร ? " ผู้ที่ถูกนินทา เอ่ยถามเด็กชาย เมื่อเห็นเด็กชายมองหน้าเขาแปลก ๆ " คิดอะไรพิเรนท์ ๆ รึไง ? "
" แหะ ๆ เปล่าครับ " เซ้นส์ดีเสียด้วย
