เล่มที่ 2 บทที่ 43 ค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้น
“หึหึ…” คิดไม่ถึงเลยว่าสือเหอจะเผยเสียงหัวเราะออกมา ทันใดนั้นเขาก็เรียกกระบี่สามสิบหกเล่มที่บินห่างออกไปราวหนึ่งจ้างกลับมา เ้าตัวส่ายหัวน้อยๆก่อนจะเอ่ยต่อ
“หากศิษย์น้องหลินอยากรู้ ก็ลองถามกระบี่ของข้าดูสิ…”
เมื่อพูดจบสือเหอก็วาดมือเพื่อให้เกิดเป็ค่ายกล กระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มที่บินวอนอยู่รอบตัว กลับกลายสภาพคล้ายฝนดาวตกโดยพลัน พวกมันลอยล่องอยู่กลางอากาศอย่างงดงาม จากนั้นปราณกระบี่หลายสิบสายเหล่านี้ก็ทับซ้อนประกอบรวมกัน ปกคลุมไปทั่วบริเวณรัศมีสิบจ้าง
‘ถึงขั้นสำเร็จเคล็ดวิชาค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นเลยหรือนี่?’
หลังจากที่สือเหอวาดมือจนเกิดเป็ค่ายกลแล้ว เหล่าศิษย์อวี้เหิงคนอื่นๆก็ยังคงงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่หลินเฟยกลับรู้จักดียิ่งกว่าใคร ไม่นานนักคิ้วของเขาก็พลันขมวดขึ้นมา...
เพราะเส้นปราณบกพร่องในชาติที่แล้ว ไม่อาจบำเพ็ญบรรลุขั้นย่างหยวนได้ หลินเฟยเองจึงเคยคิดจะหันไปฝึกฝนค่ายกลกระบี่แทน ตำราค่ายกลต่างๆที่หอดาบนั้นจึงได้ผ่านหูผ่านตาเขามาทั้งหมดแล้ว และหนึ่งในนั้นก็คือค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นนี่แหละ
ท่ามกลางค่ายกลกระบี่มากมายของสำนักเวิ่นเจี้ยน ค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นนี้กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากค่ายกลชนิดนี้เน้นที่ตัวกระบี่เป็สำคัญ มากกว่าตัวค่ายกล ฉะนั้นแก่นแท้ของค่ายกลนี้จึงอยู่ที่เหล่ากระบี่ทั้งสามสิบหกเล่ม แต่ละขั้นของค่ายกลนั้นสามารถบงการกระบี่ต่อหนึ่งเล่ม กระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มจึงคล้ายคลึงกับกระบี่ที่ถูกผนึกด้วยจิตญาณของเ้าของกระบี่ เมื่อผู้บำเพ็ญบรรลุขั้นจิงตันแล้ว กระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มนี้ก็จะสามารถรวมกันเป็หนึ่งเดียว เกิดเป็ค่ายเทียนกังหุ้นตุ้นขั้นจิงตันในที่สุด
การสำเร็จวิชาค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นจึงหมายความว่าสือเหอจะสามารถควบคุมกระบี่ได้ตามที่นึกคิด หากก้าวหน้าไปอีกขั้น ก็มีโอกาสพัฒนาเป็ค่ายกลกระบี่เทียนกังได้อย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่ชาติที่แล้ว แม้แต่ค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นเอง หลินเฟยก็ไม่สามารถใช้ได้
เพราะเส้นปราณที่บกพร่องของเขานั่นเอง แค่บงการกระบี่สามสิบหกเล่มยังทำไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับผนึกจิติญญาลงในกระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มกันล่ะ…
คิดไม่ถึงเลยว่าในชาตินี้จะมีโอกาสเจอคนที่สำเร็จวิชาค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นนี้ได้ ในความประหลาดใจก็ยังมีความดีใจอยู่บ้างเช่นกัน จากนั้นหลินเฟยสะบั้นกระบี่ในมือเล็กน้อย ปรากฏเป็ลำแสงกระบี่เบาบางราวกับดาวตกบนฟ้าในยามค่ำคืน
ต่อมาก็ได้ยินเสียงโลหะกระทบกัน เพียงชั่วครู่เท่านั้น หลินเฟยก็ปะทะกับสือเหอไปหลายร้อยกระบวนท่าแล้ว
เชิงเขาอวี้เหิงในยามค่ำคืนเต็มไปด้วยปราณกระบี่ที่ปะทะกันไปมา แสงสว่างโดดเด่นไม่แพ้ดวงดาวบนฟ้า ไม่ว่าจะเป็ศิษย์หกคนที่ถูกปิดล้อมก่อนหน้า หรือเหล่าศิษย์หุบเขาอื่นที่มาดูเพื่อความบันเทิง ตอนนี้ก็ต่างสนใจเพียงภาพตรงหน้าเท่านั้น
ฝ่ายหนึ่งคือผู้ฝึกฝนค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นที่สามารถบงการกระบี่ได้ถึงสามสิบหกเล่ม ถือว่าอยู่ในจุดที่ไร้เทียมทานเลยทีเดียว ส่วนอีกฝ่ายก็บำเพ็ญเคล็ดวิชาหมื่นกระบี่จูเทียนที่ไม่มีใครทำมาก่อน อีกทั้งภายในตัวก็มีเคล็ดวิชากระบี่นับพันนับหมื่นซ่อนอยู่ ทุกกระบวนท่าที่ประมือกันนั้นไม่มีใครเป็รองใคร ภาพตรงหน้านี้จึงถือได้ว่าเป็สุดยอดการประลองเลยก็ว่าได้
ในขณะที่ทุกคนกำลังรับชมการประลองอย่างออกรสอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียง “เคร้ง!” ขึ้นมา…
เพราะกระบี่ที่หลินเฟยหยิบขึ้นมาจากพื้นนั้น ได้ผ่านการปะทะมานับหมื่นครั้ง สุดท้ายมันก็ไม่สามารถฝืนความเสียหายได้ต่อไปอีก เมื่อสิ้นเสียง “เคร้ง!” กระบี่คู่กายของเขาก็หักออกเป็สองท่อนทันที
“เ้าแพ้แล้วล่ะ” เมื่อพูดจบ กระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มก็บินกลับไปหาสือเหอ ใบหน้าเขาในตอนนี้ กลับแฝงไปด้วยความเสียดายเล็กน้อย
“ข้าได้ใช้กระบี่ที่ผนึกจิติญญาสู้กับกระบี่ธรรมดาของเ้าไป ถึงแม้จะดูขี้โกงไปหน่อย แต่เมื่อกระบี่หัก ก็ถือว่าเ้าพ่ายแพ้ต่อข้าแล้ว”
แม้สือเหอจะเพียงพูดออกมาลอยๆ แต่ผู้ชมในบริเวณนี้ต่างก็เป็ผู้บำเพ็ญเหมือนกันทั้งสิ้น แน่นอนว่าพวกเขาก็พอจะรู้เื่อยู่บ้าง เมื่อทบทวนคำพูดของสือเหอ ก็สามารถเข้าใจได้ทันที
อย่างไรก็ตามการต่อสู้ในครั้งนี้อาจจะเป็ไปอย่างไม่ชอบธรรมนัก หากนี่ไม่ใช่การประลองภายในสำนัก แต่เป็การต่อสู้จริงๆ ตอนที่กระบี่ของหลินเฟยหัก สือเหอก็อาจจะลงมือสังหารเขาได้แล้วด้วยซ้ำ หากกระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มพุ่งไปหาหลินเฟยที่ไร้อาวุธในมือล่ะก็ สุดท้ายก็ต้องตายสถานเดียว
“ใครว่าข้าแพ้กันล่ะ?” หลินเฟยยกกระบี่ที่หักขึ้นมา ใบหน้ายังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ไม่มีทีท่าจะยอมแพ้แม้แต่น้อย…
ได้ยินดังนั้นสือเหอก็ขมวดคิ้วจนเป็ปม แม้แต่ศิษย์ที่กำลังรับชมอยู่ก็อดที่จะหัวเราะเยาะไม่ได้ แม้การประลองเมื่อครู่นี้จะน่าสนใจเพียงใด เมื่อหลินเฟยไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ถึงจะเป็เพียงการประลองภายในก็ตาม แต่แพ้ก็คือแพ้ ชนะก็คือชนะ เมื่อแพ้แล้วเหตุใดจึงไม่ยอมรับอีก?
“ได้ อย่างนั้นข้าจะให้กระบี่เ้าอีกเล่ม มาประลองกันใหม่อีกรอบ” สือเหอเองก็ยังใจกว้าง พูดจบก็วาดมือเกิดเป็ค่ายกลกระบี่สามสิบหกเล่มขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่ากระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มนั้นไม่ได้พุ่งไปที่หลินเฟยเหมือนที่ประลองกันรอบก่อน แต่เป้าหมายคราวนี้คือหวังปิดตายเส้นทางสายน้อยที่เชื่อมไปยังหุบเขาอวี้เหิง เหมือนว่าการที่หลินเฟยไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เมื่อครู่ จะทำให้สือเหอโกรธขึ้นมาแล้วจริงๆ ในตอนนี้เขามองหลินเฟยเป็ศัตรูเช่นเดียวกับศิษย์หุบเขาอวี้เหิงอีกหกคนเสียแล้ว
“ไม่จำเป็หรอก…” หลินเฟยพูดพลางหัวเราะไปด้วย ก่อนจะโยนกระบี่ที่หักทิ้งไป
“ ครบอกเ้ากันว่าผู้ฝึกฝนกระบี่จะต้องมีกระบี่ในมือเสมอไป?”
สิ้นเสียงของหลินเฟย ปราณกระบี่อิ๋นเหวินก็ะเิออก ทำให้ปราณกระบี่ยาวนับสิบจ้างก็สะบั้นใส่ค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นทันที กล่าวได้ว่าเขาใช้ความเร็วสยบความเร็วก็ว่าได้ ชั่วครู่ก็ได้ยินเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมา แต่ครั้งนี้มีศิษย์สายในที่หูตาดีหลายคนสามารถมองออกว่ หลินเฟยกำลังใช้วิชาเพื่อทำลายค่ายกลอยู่!
‘ใช่แล้ว…’
พอปราณกระบี่อิ๋นเหวินปรากฏขึ้นมา หลินเฟยก็ใช้มันทำลายค่ายกลโดยไม่รอช้า
“ ช่างอาจหาญเสียจริงๆ…” ศิษย์สายในหลายคนเห็นดังนั้นก็พากันส่ายหัว จะว่าไปหลินเฟยเองก็ถือว่าฝีมือไม่เลว ใช้เพียงกระบี่ธรรมดาก็สามารถต่อกรกับสือเหอได้ถึงขนาดนี้ แต่น่าเสียดายที่เขากลับดื้อดึงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้นี้ จนถึงขึ้นเสียสติคิดใช้ปราณกระบี่เข้าสู้
ยังไม่พอแค่นั้นเพราะเขาพยายามจะทำลายค่ายกลนี้ให้ได้!
ค่ายกลกระบี่หุ้นตุ้นถือว่าเป็ค่ายกลที่มีพลังป้องกันสูง ยิ่งสือเหอสามารถฝึกฝนจนสามารถบงการกระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มได้ตามใจนึก ทำให้อยู่ในระดับที่ไม่อาจจะพ่ายแพ้ต่อใครได้ เมื่อค่ายกลถือกำเนิดขึ้น จึงไม่มีผู้บำเพ็ญขั้นย่างหยวนคนใดสามารถเอาชนะได้เลย
‘เป็มวยผิดคู่จริงๆ…’
สงสัยคราวนี้หลิยเฟยคงได้แพ้เร็วกว่าเดิมแน่ๆ…
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าหลินเฟยกำลังจะพ่ายแพ้แล้ว อยู่ดีๆปราณกระบี่สีขาวที่สะบั้นเข้าใส่ค่ายกล ก็คล้ายกับมีชีวิตขึ้นมา ภายใต้การสกัดของกระบี่ทั้งสามสิบหกเล่ม ปราณกระบี่สีขาวกลับหลุดรอดออกไปได้อย่างสง่างาม ไม่เพียงเท่านี้ ปราณกระบี่สีขาวกลับย้อนพุ่งโจมตีจุดอ่อนของค่ายกล แถมปราณกระบี่สีขาวนี้ยังสามารถหลบการโจมตีได้ทุกครั้งอีกด้วย
“สุดยอดไปเลย!”
เหล่าศิษย์ที่เฝ้ามองอยู่ก็พากันตกตะลึงจนตาค้าง เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
เพียงไม่กี่อึดใจ หลินเฟยก็สามารถใช้ปราณกระบี่ให้กลายเป็เคล็ดวิชากระบี่ได้เจ็ดถึงแปดวิชาเลยทีเดียว
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
