หลังจากกลับมาถึงบ้านฉันก็ยังคงช่วยพี่นิดเหมือนเช่นทุกวันที่เคยทำ และปฏิบัติกับผู้เป็บิดาเหมือนดั่งที่ทำเช่นเคย ก่อนที่ห้วงนิทราจะพาฉันหลับใหลยาวไปจนถึง่บ่าย
“ตื่นแล้วหรอคะคุณลูกจัน” (^-^)
พี่นิดเอ่ยทักทายหลังจากที่เห็นฉันอาบน้ำแต่งตัวกำลังจะเดินออกไปหน้าบ้าน และด้วยสีหน้าที่ดูดีใจจนผิดปกติของพี่นิดนั่นจึงทำฉันอดสงสัยไม่ได้
“พี่นิดวันนี้มีอะไรดี ๆ หรือเปล่าคะทำไมลูกจันถึงรู้สึกว่าพี่นิดดูอารมณ์ดียังไงบอกไม่ถูก”
ฉันหรี่ตาเล็กน้อยอย่าง้าจับผิดคนตรงหน้า
“คริคริ...คุณลูกจันก็ไปดูที่หน้าบ้านเองซิคะ...คริคริ”
พี่นิดที่ไม่ตอบแต่กลับทำหน้าพยักพเยิดไปทางหน้าบ้านอย่างอารมณ์ดีแทน
“มีอะไรงั้นหรอคะ...??” (O.O) ?
“ไปดูเองซิคะ” (^-^)
ก่อนที่ฉันจะทนเสียงเร้าหรือไม่ไหวยอมเดินออกไปดูหน้าบ้านอย่างที่พี่นิด้า
และทันทีที่ฉันโผล่หน้าออกไปหน้าประตูบ้าน ภาพบุคคลที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะเจอเขาที่นี่ในยามนี้ก็ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใทันที
“พี่โฮชิ...!! มะ...มาได้ยังไงคะเนี่ย”
ฉันใเอ่ยถามเขาเสียงดังลั่น ก่อนที่เสียงอันดังที่มาจากทางด้านหลังจะช่วยขยายความให้ฉันได้รับรู้
“คุณหมอเขามารอั้แ่ก่อนเที่ยงแล้วล่ะค่ะ บอกว่ามาหาคุณลูกจัน พอพี่บอกว่าจะไปเรียกให้เพราะคุณลูกจันหลับอยู่คุณหมอเขาเลยรีบห้ามไม่ให้พี่ไปปลุกแล้วก็นั่งรอจนคุณลูกจันตื่นมานี่แหละค่ะ”
นิดอธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข เธอที่จำคุณหมอตรงหน้านี้ได้เพราะเขาเคยช่วยหญิงสาวอดีตเ้านายตัวน้อยของเธอเอาไว้ และด้วยชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปีเธอก็พอจะมองออกว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้คิดยังไงกับอดีตเ้านายตัวน้อยของเธอ
“ทีหลังพี่นิดเรียกลูกจันได้เลยนะคะไม่ต้องเกรงใจ ให้คุณหมอรอแบบนี้ลูกจันเกรงใจคุณหมอเขามากกว่าค่ะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่นิดที่ยังยิ้มไม่หุบ
“ได้ค่ะได้...ถ้างั้นเชิญคุณลูกจันกับคุณหมอคุยกันตามสบายเลยนะคะ พี่ว่าจะไปเตรียมอาหารมื้อเย็นสักหน่อย” พี่นิดยิ้มกว้างให้อีกครั้งก่อนจะเดินผละไป
และหลังจากที่พี่นิดเดินจากไปแล้วจนเหลือเพียงเราแค่สองคน พี่โฮชิที่เหมือนจะกลัวว่าฉันจะรู้สึกไม่สบายใจที่เขามาหาฉันถึงที่นี่ก็รีบเอ่ยพูดอธิบายออกมาทันที
“ลูกจันอย่าเพิ่งเข้าใจพี่ผิดนะ พะ...พอดีพี่อยากมาดูคุณเ้าภพสักหน่อย อยากมาดูอาการว่าท่านเป็ยังไงบ้าง”
ชายหนุ่มรีบพูดในสิ่งที่ตนคิดเตรียมเอาไว้ั้แ่เมื่อคืนแล้วว่าจะหาเหตุผลอะไรดีในการที่จะหาข้ออ้างที่จะมาหาหญิงสาวในวันนี้ จนกระทั่งเมื่อคิดได้แล้วว่าพ่อของเธอคืออดีตคนไข้ของเขาดังนั้นเขาจึงปิ๊งไอเดียออก ก่อนที่เขาจะรีบไปติดต่อขอข้อมูลของหญิงสาวจากผู้จัดการโรงแรมจนได้ที่อยู่ของเธอมา
ส่วนฉันที่พอได้ฟังเจตนาของคนตรงหน้าก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะไม่คิดอะไรลึกซึ้งแล้วรีบคว้ามือพาชายหนุ่มให้รีบเดินตามเข้าห้องนอนไปทันที
“คุณพ่อค่ะ...คุณพ่อ”
ฉันเข้าไปเขย่าร่างของคนที่ยังนอนอยู่บนที่นอนเบา ๆ พร้อมกับเรียกเพื่อปลุกให้คนที่นอนหลับตาได้ตื่นขึ้นมา
“อะ...อื้ออออ...”
กระทั่งเมื่อเสียงครางในลำคอเบา ๆ ตอบกลับมาฉันจึงรีบหันไปยิ้มให้กับชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ในห้องด้วยความดีใจ
“คุณพ่อค่ะ...ดูซิคะว่าใครมาคนนี้เป็คุณหมอที่เคยช่วยดูแลคุณพ่อตอนที่อยู่โรงพยาบาลไงคะ เขาอยากจะเข้ามาช่วยดูอาการคุณพ่อ คุณพ่อไม่ต้องกลัวนะคะ”
ฉันพูดให้พ่อฟังก่อนที่ฉันจะกะพริบตาส่งเป็สัญญาณว่าเข้าใจ
จากนั้นพี่โฮชิหรือคุณหมอโฮชิก็จัดการตรวจอาการของคุณพ่ออย่างละเอียดในแบบที่ตัวเองพอจะทำได้ในยามที่เครื่องมือมีจำกัด กระทั่งเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเราสองคนก็ได้มานั่งคุยกันที่หน้าบ้านต่อ
“คุณพ่อเป็ยังไงบ้างคะพี่โฮชิ ท่านมีโอกาสจะหายกลับมาเป็ปกติไหมคะ” ฉันถามออกไปด้วยอาการตื่นเต้น
“ด้วยโรคของคุณเ้าภพโอกาสที่จะกลับมาเป็ปกติเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์พี่คงต้องบอกตามตรงว่ามันมีโอกาสเป็ไปได้ยากมาก แต่ถ้าดูจากการตอบสนองหรือสภาพร่างกายภายนอกถือว่าพัฒนาได้ดีมากเลยครับและถ้าได้รับการกายภาพอย่างสม่ำเสมอโอกาสที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ก็จะมากขึ้นครับ แต่ถึงยังไงพี่เองก็อยากให้เราพาคุณเ้าภพไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลอีกทีนะครับ เผื่อว่าเราจะได้หาแนวทางรักษากันต่อไป”
โฮชิตอบไปตามความจริงตามจรรยาบรรณแพทย์ของเขา เพราะเขาเองจะไม่มีทางโกหกเด็ดขาดแม้จะเป็การโกหกเพื่อให้คนป่วยหรือญาติคนป่วยสบายใจก็ตาม
“จริงหรอคะ แค่นี้ลูกจันก็ดีใจมากแล้วค่ะ แล้วก็ลูกจันขอบคุณพี่โฮชิมากนะคะที่อุตส่าห์สละเวลามาดูคุณพ่อให้” (^-^)
สองมือบางตรงเข้าไปกอบกุมมือหนาของคนตรงหน้าขึ้นมาแน่นด้วยอารามดีใจ เพราะถึงแม้ว่าในเวลานี้พ่อของตัวฉันเองจะยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แค่คุณหมอบอกว่าอาการของท่านดีขึ้นแล้วแค่นี้สำหรับคนเป็ลูกอย่างฉันมันก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมากแล้ว
“...ครับ...” (^-^)
ส่วนคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาตามสไตล์ลูกครึ่งญี่ปุ่นก็ได้เผยยิ้มกว้างด้วยความดีใจไม่แพ้กันที่ได้เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งเขาก็มองว่ามันสวยงามและมีเสน่ห์มาเหลือเกิน
“อ่ะ...ขอโทษค่ะ” (>///<)
ก่อนที่ฉันจะพอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไปก็ได้รีบปล่อยมือคนตรงหน้าทันที
“ไม่เป็ไรครับพี่ไม่ถือสา เอาไว้พี่จะทำให้ลูกจันดีใจบ่อย ๆ แล้วกันนะครับ”
คนตัวโตหยอกเย้าหลังจากเห็นว่าใบหน้าสวยแดงก่ำ จนฉันได้แต่ค้อนใส่
“พี่โฮชิอ่ะ...ทำไมต้องแกล้งลูกจันด้วยล่ะคะ” (>///<)
ฉันบุ้ยปากอดตำหนิเขาไม่ได้แม้ว่าใบหน้าจะแดงด้วยเพราะเขินอายก็ตาม
จากนั้นเราสองคนก็พูดคุยกันต่ออีกสักพักใหญ่ ๆ ก่อนที่พี่นิดจะได้ชวนให้พี่โฮชิกินข้าวเย็นด้วยกัน ส่วนพี่โฮชินั้นเขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือว่ามีทีท่ารังเกียจอาหารบ้าน ๆ แต่อย่างใด ออกจะดูดีใจด้วยซ้ำที่ได้รับการเชิญชวน อีกทั้งเขายังดูเหมือนจะอยู่ง่ายกินง่ายขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง
และด้วยเพราะวันนี้ได้มีบุคคลที่มาใหม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นมื้ออาหารในค่ำคืนนี้จึงดูครึกครื้นมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูกจนทำให้ทุกคนดูจะเจริญอาหารกินกันจนหมดเกลี้ยง...
