ฮ่องเต้เซียวถิงเฟิงที่ทรงทอดพระเนตรมองอนุชา และหลานชายของพระองค์ ต่างจ้องหน้ากันด้วยสีหน้าที่ดูกังวล จึงทรงคิดว่าอาจจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวของพระองค์อย่างแน่นอน
“เสด็จพี่ กระหม่อมกับอาหลงสองคนสงสัยว่า อาการที่พระองค์ทรงตรัสออกมากับกระหม่อมเมื่อครู่นั้น เป็อาการเริ่มแรกของคนที่ถูกวางยาพิษมาสักระยะหนึ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องเซียวไม่ปิดบังพูดเื่ที่ตนและบุตรชายสงสัยออกไปทันที
“เ้าพูดว่าอะไรนะชินอ๋อง!! เจิ้นถูกวางยาพิษเช่นนั้นรึ แต่ว่าก่อนที่จะทานอะไร จ้าวกงกงจะทดสอบพิษด้วยเข็มเงินทุกครั้ง จะเป็ไปได้อย่างไรกันที่จะตรวจไม่พบยาพิษในอาหาร” ฮ่องเต้เซียวถิงเฟิงตกพระทัยไม่น้อยที่ได้ยินอนุชาของพระองค์พูดเช่นนั้น
“ตุบ! ท่านอ๋องบ่าวได้ทดสอบด้วยตนเองทุกครั้งจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่พบว่ามียาพิษปะปนอยู่ในอาหารเ่าั้เลย” จ้าวกงกงยืนยันว่าได้ตรวจสอบด้วยตนเองทุกครั้ง
“เปิ่นหวางรู้ว่าจ้าวกงกงย่อมทำหน้าที่ตรวจสอบด้วยตนเอง แต่ยาพิษบางชนิดไร้สีไร้กลิ่น และไม่อาจจะใช้เข็มเงินในการตรวจได้ เ้าจึงไม่รู้ว่ายาพิษนั้นอยู่ในอาหารชนิดใดต่างหาก” ท่านอ๋องไขความกระจ่างให้กับจ้าวกงกง
“เสด็จลุงหลานไม่ขอปิดบัง ครั้งนี้ที่ได้ออกไปทำภารกิจตามจับตัวสายลับ หลานได้รับน้ำสมุนไพร ที่ไม่อาจประเมินค่าได้กลับมาด้วย ซึ่งน้ำสมุนไพรนี้สามารถช่วยขับพิษออกจากร่างกายได้ และยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เสด็จลุงเป็ฮ่องเต้ที่ปกครองบ้านเมืองด้วยความเป็ธรรม แต่แผ่นดินกว้างใหญ่ขุนนางกังฉินใช่ว่าจะไม่มี บางเื่พวกเขาก็ร่วมมือกันปกปิด ความเดือดร้อนของราษฎรที่รอความช่วยเหลืออีกมากมาย
“นะ นะ นี่ชินอ๋องเ้าอย่าบอกเจิ้นนะว่า น้ำสมุนไพรนั่นเป็...แต่เวลามันผ่านมานานนับพันปีแล้ว จะมีเื่เหลือเชื่อเช่นนี้ได้อย่างไร” ฮ่องเต้เองก็เคยได้ฟังไท่ซ่างหวง เล่าเื่เกี่ยวกับบ่อน้ำวิเศษ ที่มีสรรพคุณหลากหลายมาเช่นกัน แต่ไม่คิดว่าน้ำวิเศษนี้จะมีอยู่จริง และยามนี้หลานชายของพระองค์ยังเป็คนนำมันมา เพื่อช่วยรักษาและถอนพิษร้ายให้กับพระองค์
“เป็อย่างที่พระองค์ทรงคิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพิ่งทดสอบด้วยตนเองเมื่อยามเว่ยที่ผ่านมา ยาพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายจากาเผ่านอกด่าน ล้วนถูกขับออกมาจนหมด ตอนนี้รู้สึกแข็งแรงขึ้นมากคาดว่าอีกสองวัน อาจจะบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงสุดได้ ที่กระหม่อมต้องแอบมาเข้าเฝ้าพระองค์ในยามนี้ เพื่อหลบหลีกพวกที่เป็สายลับคอยสืบข่าวอยู่ในตำหนักของเสด็จพี่อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องยืนยันว่าน้ำสมุนไพรนั่นเป็ของล้ำค่าในตำนานอย่างแท้จริง
“เช่นนั้นรบกวนจ้าวกงกง นำถ้วยน้ำชาของเสด็จลุงมาสักหนึ่งใบขอรับ จะได้เทน้ำสมุนไพรนี้ให้เสด็จลุงลองเสวย และพวกเราจะได้รู้กันเสียทีว่า เสด็จลุงถูกวางยาพิษมานานแค่ไหนแล้ว” เซียวหนิงหลงรีบหันไปขอถ้วยน้ำชาจากจ้าวกงกง เพื่อจะได้ทำการถอนพิษให้กับฮ่องเต้
เมื่อเซียวหนิงหลงรับถ้วยชาจากจ้าวกงกงมาแล้ว ก็รีบนำน้ำสมุนไพรในขวดที่เขาแบ่งติดตัวมาเทลงไปทันที และส่งกลับไปให้จ้าวกงกงนำไปถวายให้กับฮ่องเต้เซียวถิงเฟิง
“ฝ่าาลองเสวยน้ำสมุนไพรของซื่อจื่อดูเถิดพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวกงกงติดตามรับใช้ข้างกายฮ่องเต้ มาั้แ่พระองค์มีอายุเพียงสองชันษา เมื่อได้รู้ว่ามีคนคิดร้ายลอบวางยาพิษ เพื่อกำจัดนายเหนือหัวให้พ้นทางจึงรู้สึกกังวลใจไม่น้อย
ฮ่องเต้ยื่นพระหัตถ์ไปรับถ้วยน้ำสมุนไพรมา ก็ยกขึ้นดื่มทันที ความรู้สึกแรกหลังจากดื่มลงไปนั้น ช่างปลอดโปร่งเบาสบาย แต่เพียงชั่วพริบตาฮ่องเต้เซียวถิงเฟิง ก็เริ่มมีอาการเ็ปตามมา พระองค์ทรงกุมพระอุระด้วยรู้สึกว่า เหมือนมีเข็มมากมายที่คอยทิ่มแทงอยู่เต็มไปหมด แต่พระองค์พยายามไม่ส่งเสียงใด ๆ มิเช่นนั้นพวกองครักษ์และทหารด้านนอก อาจคิดว่ามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นด้านในตำหนักได้ จึงได้กัดพระทนเอาไว้มิให้มีเสียงเล็ดรอดออกมา ด้วยเป็ห่วงพระอนุชากับหลานชาย จะถูกลงโทษตามกฎของวังหลวง
ท่านอ๋องและบุตรชายเมื่อเห็นฮ่องเต้มีอาการเ็ป จึงรีบประคองฮ่องเต้ไปยังพระแท่นบรรทม และให้จ้าวกงกงเตรียมน้ำไว้ทำความสะอาด เผื่อว่าตอนที่ฝ่าากระอักพระโลหิตออกมา จะได้ทำความสะอาดทันที หนึ่งจิบชาผ่านไปสิ่งที่ชินอ๋องและบุตรชายสงสัย ก็ปรากฏเป็หลักฐานอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
“อัก!! พรวดดดดดด แค่ก ๆ ๆ” ฮ่องเต้เซียวถิงเฟิงที่นั่งบนแท่นบรรทม โดยมีท่านอ๋องใช้ลมปราณช่วย เพื่อลดความเ็ปของฝ่าาอยู่ด้านข้าง เมื่อทุกคนได้เห็นสีของพระโลหิต ที่พระองค์พ่นออกมาก็ต้องตะลึงกับพระโลหิตสีดำ แสดงว่าพวกสารเลวนั่นเริ่มวางยาพิษฮ่องเต้มานานพอสมควรแล้ว
“เสด็จพี่รู้สึกเป็อย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องรีบถามพระอาการของพระเชษฐาทันที
“เจิ้นรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายกว่าแต่ก่อนมาก หายใจได้คล่องและนานขึ้นกว่าเดิมไม่รู้สึกติดขัดที่ใดอีกแล้ว” ฮ่องเต้เซียวถิงเฟิงตรัสถึงพระอาการกับพระอนุชา
“เสด็จลุง ดูจากสีของพระโลหิตที่เป็สีดำคล้ำถึงเพียงนี้ แสดงว่าพวกมันวางยาพิษ ในพระกระยาหารมานานแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวหนิงหลงเองก็ไม่คาดคิดว่า คนพวกนั้นได้เริ่มลงมือมาพักใหญ่แล้ว ช่างวางแผนได้แเีเสียเหลือเกิน
“ฝ่าา เป็ความผิดของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ ที่ไม่ตรวจสอบให้ดีทำให้พระองค์ถูกวางยาพิษ จนพระวรกายย่ำแย่เช่นนี้ กระหม่อมสมควรตาย ๆ” จ้าวกงกงรีบคุกเข่าลงกล่าวว่าเื่นี้เป็ความผิดของตน
“ลุกขึ้นเถิดจ้าวกงกงเื่นี้หาใช่ความผิดของเ้าไม่ แต่คนที่บังอาจกระทำเื่นี้ลับหลังเจิ้น พวกมันต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสมเท่านั้น” เื่นี้จะโทษจ้าวกงกงได้อย่างไร ตอนที่ทำการทดสอบพิษก็ทำต่อหน้าพระองค์
“จ้าวกงกง ่ที่ผ่านมามีใครส่งของอย่างอื่น มาถวายฝ่าาบ้างหรือไม่ นอกจากอาหารจากครัวหลวงของฝ่าาเพียงพระองค์เดียว” ท่านอ๋องสอบถามจ้าวกงกงในข้อสงสัย ที่เขาคิดว่ามันต้องมีอะไรอย่างอื่น
จ้าวกงกงยืนนิ่งทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดก็นึกออกว่ามีของอย่างอื่นส่งมาถวายฝ่าาจริง ๆ และมันก็ถูกส่งมาจากตำหนักของพระสนมเยี่ยซูเฟย
“ทูลท่านอ๋องกระหม่อมนึกออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ ่ระยะเวลาครึ่งปีมานี้ทุก ๆ เจ็ดวัน จะมีน้ำแกงบำรุงร่างกาย ส่งมาจากตำหนักฮวากงของพระสนมเยี่ยซูเฟยพ่ะย่ะค่ะ โดยจะมีนางกำนัลคนสนิทเป็คนถือมา และกล่าวว่าพระสนมเยี่ยซูเฟยเห็นว่าฝ่าาทรงงานหนัก จึงได้ลงมือเคี่ยวน้ำแกงบำรุงร่างกายด้วยตนเอง ส่งมาถวายฝ่าาพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” ทุกครั้งจะเป็นางกำนัลคนเดิมที่นำน้ำแกงนั่นมาส่ง
“คงเป็ที่ชัดเจนแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จลุง ตอนที่หลานไปแอบฟังพวกสายลับพูดคุยกัน ถึงแผนการบุกยึดชายแดน พวกนั้นพูดว่าเป็เสนาบดีกรมการโยธา ช่วยเปิดทางให้สายลับที่ปลอมตัวพวกนี้ ได้เข้ามาในแคว้นฉู่ของเราอย่างง่ายดาย โดยไม่มีผู้ใดจับพิรุธได้พ่ะย่ะค่ะ” คงวางแผนก่อฏให้องค์ชายสามขึ้นครองบัลลังก์สินะ
“บังอาจนัก! คนพวกนี้ช่างไม่กลัวตายจริง ๆ วางแผนชั่วร่วมกับต่างแคว้น คิดว่าพวกมันจะยอมยื่นมือช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งใดรึ” ฮ่องเต้เมื่อได้รู้ว่ายาพิษถูกส่งมาจากที่ใดก็ทรงกริ้วอย่างมาก
“เสด็จพี่่เจ็ดวันนี้ทรงพักผ่อนพระวรกายก่อนเถิด กระหม่อมคิดว่าเมื่อครบเจ็ดวันแล้ว จะให้พระองค์ดื่มน้ำสมุนไพรอีกครั้ง เพื่อจะได้มั่นใจว่าพระองค์ไม่มียาพิษตกค้างอยู่ในพระวรกาย ส่วนน้ำแกงบำรุงนั่นถ้านางยังส่งมาอีก จ้าวกงกงก็รับไว้หาชามที่ใส่น้ำแกงอีกใบ เทสลับน้ำแกงอีกครั้งก่อนที่ท่าน จะนำไปส่งที่ตำหนักฮวากงของพระสนมเยี่ยซูเฟยด้วยตนเอง และอย่าลืมแจ้งกับนางว่า ฝ่าา้าตอบแทนน้ำใจ ที่นางมีต่อพระองค์บ้างจึงให้พ่อครัวในตำหนัก ทำน้ำแกงบำรุงมามอบให้กับนาง นี่ถือเป็การเอาคืนในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น เสด็จพี่เห็นว่าความคิดนี้ของกระหม่อมเป็อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวเ้าแล้วสนมเยี่ย สิ่งที่เ้ามอบให้กับพระเชษฐาของเปิ่นหวาง จงรับคืนกลับไปเถิด
“อืม ในเมื่อนางคิดวางยาพิษทำร้ายเจิ้น ก็มอบยาพิษนั้นกลับไปหานางบ้างก็ดีเช่นกัน จ้าวกงกงทำตามที่ชินอ๋องกล่าวไปเมื่อครู่ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้เด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” ที่พระองค์นั่งบนบัลลังก์ัครองราชย์มาได้อย่างมั่นคง ล้วนเป็อนุชาของพระองค์ ที่คอยช่วยค้ำฐานบัลลังก์มาตลอด
“เสด็จลุง หลานอยากจะทูลขอองครักษ์เงาสักห้าคน เพื่อให้พวกเขาได้บรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงสุด สำหรับทำหน้าที่อารักขาเสด็จลุงได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” หากองครักษ์เงาทั้งห้าคนที่เขาขอมา สามารถบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงได้เสด็จลุงก็จะปลอดภัยมากขึ้น
“ตกลง ยามเฉินวันพรุ่งนี้องครักษ์ทั้งห้าคน จะยืนอยู่ที่ห้องโถงของจวนชินอ๋อง ขอบใจพวกเ้ามากนะที่คอยเป็ห่วงเจิ้นมาโดยตลอด” ฮ่องเต้ย่อมตามใจหลานชาย หรือพระนัดดาคนโปรดคนนี้ของพระองค์ จนโอรสในวังหลังถึงกับอิจฉาริษยาั้แ่เล็กจนโต
“ขอบพระทัยเสด็จลุงที่เชื่อใจหลานพ่ะย่ะค่ะ”
“เสด็จพี่ กระหม่อมยังเป็ห่วงรัชทายาท และฮองเฮาด้วยพ่ะย่ะค่ะ คนพวกนั้นกล้าวางยาพระองค์ได้ แล้วกับฮองเฮาหรือองค์รัชทายาทเล่า พวกมันจะปล่อยเอาไว้ให้เป็เสี้ยนหนามได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องกล่าวขึ้นมาด้วยกลัวว่า รัชทายาทอาจจะถูกวางยาพิษด้วยอีกคน
“เสด็จพ่อเอาเช่นนี้ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ในวันพรุ่งนี้หลังจากประชุมเสร็จ ก็ให้เสด็จลุงส่งคนไปเชิญฮองเฮากับรัชทายาท เสด็จมาเข้าเฝ้าที่ตำหนักกวงจือกงแห่งนี้ ท่านพ่อค่อยนำน้ำสมุนไพรติดตัวมาเพิ่ม เพราะวันนี้พวกเรามัวแต่คิดว่า เสด็จลุงจะถูกพิษจึงได้เร่งรีบมาเข้าเฝ้า โดยมิได้เตรียมแผนการสำรองไว้ เสด็จพ่อเห็นด้วยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เซียวหนิงหลงกล่าวความเห็นของตนออกไป
“เจิ้นเห็นด้วยกับอาหลงนะชินอ๋อง เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยจัดการก็ยังไม่สาย คืนนี้พวกเ้ารีบกลับไปพักผ่อนก่อนเถิด อาหลงก็เพิ่งจะกลับมาถึงเมืองหลวงเหนื่อย ๆ เจิ้นขอขอบใจพวกเ้าอีกครั้ง ที่สามารถรักษาชีวิตเจิ้นไว้ได้” ความคิดของหลานชายไม่เลว และตอนนี้พระองค์ก็อยากจะนอนพักผ่อน เพราะร่างกายเหมือนกำลังฟื้นฟูอวัยวะภายใน จึงรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ้างเล็กน้อย
“เช่นนั้นกระหม่อมสองคนทูลลาพ่ะย่ะค่ะ” ชินอ๋องและบุตรชายจึงทำความเคารพฮ่องเต้ และกลับออกไปด้วยวิธีการเช่นเดียวกับตอนที่เข้ามาในตำหนัก
“จ้าวกงกงให้คนของเราจับตามองพวกหนอน ที่แอบอยู่ในตำหนักนี้ให้ดี หากจับตัวได้จัดการส่งหัวของพวกมัน ไปให้กับคนที่ส่งหนอนพวกนี้มาในตำหนัก เป็ของที่ระลึกจากเจิ้นก็แล้วกัน” หากไม่มีอนุชากับหลานชาย พระองค์คงไม่รู้ว่าถูกวางยาพิษเป็แน่
“กระหม่อมจะทำตามรับสั่งให้ดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าาทรงพักผ่อนพระวรกายก่อนเถิด พรุ่งนี้ยังต้องตื่นบรรทมแต่เช้านะพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวกงกงรับคำสั่งของฮ่องเต้แล้ว ก็เข้าไปช่วยประคองให้ฮ่องเต้นอนลง บนพระแท่นบรรทมอีกครั้ง
สองคนพ่อลูกของจวนชินอ๋อง เมื่อกลับมาถึงจวนแล้วต่างก็แยกย้ายกันกลับเรือนของตนเองทันที แต่เซียวหนิงหลงยังคงไม่ยอมพักผ่อน เขาเรียกเจียวมิ่งเข้ามาพบในตอนนี้ เพื่อ้าให้เดินทางไปที่ตำบลหย่งฝูโดยเร็วที่สุด หากคำนวณจากเวลาแล้ว ชิงเอ๋อร์ของเขาใกล้จะได้เวลาเปิดร้านอาหารในอีกไม่กี่วันเป็แน่
“คารวะซื่อจื่อขอรับ ท่านเรียกข้าน้อยมาพบตอนนี้ มีเื่ด่วนอันใดให้ไปจัดการหรือขอรับ” เจียวมิ่งที่กำลังเตรียมตัวเข้านอน ก็ต้องรีบลุกขึ้นมาแต่งตัวเพื่อเข้าพบซื่อจื่อที่เรือนทันที
พอเจียวมิ่งมาถึงเขาก็มีคำสั่งให้ไปตามคนของหน่วยลับอีกสามคนมาเพิ่ม เพื่อทำให้พวกเขาบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูง และสามารถออกเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้ทันที แม้ทั้งสี่คนจะไปถึงที่นั่นล่าช้าสักหน่อย แต่ขอเพียงยังไม่มีเื่ร้ายเกิดขึ้นก็พอ
“ข้าให้เวลาเ้าหนึ่งจิบชาไปตามก้งเยว่ ก้งคุน ก้งเจี้ยทั้งสามคนมาที่นี่อย่าได้ชักช้าเป็อันขาด อย่าได้มีข้อสงสัยกับคำพูดของข้า เมื่อจำนวนคนมาครบเมื่อใด ข้าจะอธิบายให้ฟังพร้อมกัน”
ก่อนจะครบเวลาหนึ่งจิบชาเจียวมิ่งก็กลับมา พร้อมกับสามพี่น้องแซ่ก้งเมื่อทุกคนมาถึง เซียวหนิงหลงก็ยื่นถ้วยน้ำสมุนไพรให้พวกเขาดื่มทันที ในตอนนี้ข้างกายของเซียวหนิงหลง มีตันเจียงและชุนชานมายืนรออยู่ด้วยเช่นกัน
“พวกเ้าทั้งสี่คนจงดื่มน้ำสมุนไพรนี้เข้าไป หลังจากดื่มแล้วรู้สึกมีอาการแปลก ๆ ภายในร่างกายอย่าได้ตั้งคำถาม ให้พวกเ้านั่งลงทำสมาธิรวบรวมลมปราณ หลังจากนั้นข้าจะอธิบายเื่นี้ให้พวกเ้าฟัง เอาล่ะดื่มได้แล้วอย่าชักช้า” คราแรกเจียวมิ่งเหมือนจะยกมือขึ้นถามคำถาม แต่พอได้ยินซื่อจื่อพูดดักทางเขาไว้ก่อนจึงต้องหดมือลงไป
ทั้งสี่คนทำตามคำสั่งซื่อจื่อทันที และอาการของพวกเขาก็เหมือนที่ตันเจียงกับชุนชานเป็ หลังดื่มน้ำสมุนไพร เพราะพวกเขาติดอยู่ในขั้นรองลงมาจากขั้นสูงมาหลายปี พลังที่ฝึกก็ไม่สามารถบรรลุขั้นต่อไปได้ พอมีน้ำสมุนไพรที่ซื่อจื่อมอบให้ พวกเขาได้ดื่มแล้วล้วนบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้ภายในร่างกายอัดแน่นไปด้วยลมปราณ ที่สามารถใช้ได้ต่อเนื่องช่างมหัศจรรย์จริง ๆ ทั้งสี่คนจึงมองไปที่เซียวหนิงหลงเป็ตาเดียวกัน
เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของตนแล้ว เซียวหนิงหลงจึงให้ตันเจียงเป็คนอธิบาย เื่น้ำสมุนไพรและกำชับว่า อย่าได้หลุดปากพูดเื่นี้กับผู้ใด ทั้งสี่คนรับปากพร้อมกับให้คำสาบาน จะเก็บเป็ความลับจนตาย
“เจียวมิ่ง เ้าคงจะรู้แล้วว่าข้าจะส่งเ้าไปที่ใด ข้ามีจดหมายฝากไปถึงนางเพื่ออธิบายเื่ของพวกเ้า หน้าที่ของพวกเ้าก็คือปกป้องดูแลนางให้ดี อย่าปล่อยให้ใครมากลั่นแกล้ง หรือรังแกนางกับครอบครัว เ้าต้องส่งจดหมายมารายงานข้าทุกเจ็ดวัน ในฐานะที่ก้งเยว่เป็สตรีเ้าต้องคอยดูแลข้างกายนาง หากมีปัญหาอันใดเกี่ยวกับการค้า ให้รีบส่งจดหมายกลับมาได้ทันที พวกเ้าเข้าใจสิ่งที่ข้าได้พูดไปแล้วใช่หรือไม่” ไม่ว่านาง้าทำการค้าแบบใด มีคนของเขาไปอยู่ข้างกายแล้วย่อมไร้อุปสรรค
“พวกเราเข้าใจแล้วขอรับ/เ้าค่ะ” ทั้งสี่คนต่างก็คิดเหมือนกันว่า อยากจะเห็นหน้าว่าที่สะใภ้จวนชินอ๋องเสียแล้ว ว่าสตรีเช่นไรที่สามารถละลายูเาน้ำแข็งอย่างซื่อจื่อลงได้อย่างราบคาบ
“เอาล่ะพวกเ้ากลับไปเตรียมตัวให้พร้อมเถิด เมื่อถึงยามเหม่าให้ออกเดินทางไปตำบลหย่งฝูโดยเร็วที่สุด” ระหว่างที่เขาเดินทางกลับมา ไม่รู้ว่าจะมีบุรุษคนไหนเข้ามาวุ่นวายกับนางอีกหรือไม่
ทั้งสี่คนทำความเคารพเซียวหนิงหลงและแยกย้ายกันไปเตรียมตัว ส่วนเซียวหนิงหลงก็กลับเข้าเรือน เพื่อพักผ่อนเพราะวันพรุ่งนี้ยังต้องวางแผนการ เกี่ยวกับกองทัพของแคว้นตงหนานต่อไป
