หลี่ชิงหยุนหายตัวไปจากห้องส่วนตัวของเขาและปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเวที
หลังจากการรอไม่นานนัก หลี่ชิงหยุนในรูปลักษณ์ของปรมาจารย์หยุนหวงได้เข้าไปพบกับอู่ซินถงที่หลังเวทีเพื่อส่งมอบสิ่งที่เขาได้ประมูลไปในวันนี้
จะกล่าวได้ว่าในการประมูลครั้งนี้ หลี่ชิงหยุนได้กลายเป็ผู้ที่เสนอราคามากที่สุดและเป็ผู้ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเช่นกัน ซึ่งทำให้ห้องโถงกอบโกยความมั่งคั่งได้เป็จำนวนมาก ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้ว เขาจะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากห้องโถงประมูลเฉิงเป่า
เมื่อหลี่ชิงหยุนได้เข้าไปในห้อง เขาต้องพบกับการตกแต่งภายในที่สวยงาม และการบริการอย่างดีจากสาวใช้สองคนที่สวมชุดกี้เพ้ารัดรูปทรงเสน่ห์
สาวใช้ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้โต๊ะของหลี่ชิงหยุน ในขณะรินน้ำชานางก็กล่าวอย่างสุภาพ "ท่านชาย กรุณารอสักครู่ คุณหนูน้อยกำลังจะมาถึงในไม่ช้า"
หลี่ชิงหยุนผงกหัวเบาๆ พร้อมยกถ้วยเพลิดเพลินกับชาชั้นดีที่เตรียมไว้ ขณะรอเขาก็มองไปรอบๆห้องที่เขากำลังนั่งอยู่
ห้องนี้มีการตกแต่งด้วยสิ่งประดิษฐ์และและรูปภาพโบราณตามผนัง อีกทั้งเขายังเห็นกรอบไม้ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่หลังโต๊ะทำงานซึ่งเป็ตราประจำตระกูลอู่ที่สลักจากไม้
ทำให้หลี่ชิงหยุนรับรู้ได้ในทันทีว่าห้องโถงประมูลเฉิงเป่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของเ้าเมืองเขตอู่โดยตรง
แต่สิ่งนี้ก็ไม่น่าแปลกใจมากนัก เนื่องจากทั้งสี่เขตต่างก็มีธุรกิจและงานบริการเป็ของตนเอง
เขตหยวนทำธุรกิจเกี่ยวกับการรักษาทางการแพทย์ เขตเสี่ยวทำธุรกิจเกี่ยวกับการออกแบบและหลอมอาวุธ เขตอู่เองก็มีห้องโถงประมูลซึ่งเป็ธุรกิจหลักของพวกเขาเช่นกัน
สมดุลระหว่างธุรกิจทั้งสี่เขตกำลังค้ำยันกันและกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างทั้งสี่เขต เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เลือกทำธุรกิจประเภทเดียวกัน
หลี่ชิงหยุนก็สงสัยอยู่บ้างว่าเขตจ้าวได้ธุรกิจประเภทใด?
ทันใดนั้นเสียงของหญิงสาวดังขึ้นอย่างนุ่มนวลจากหลังประตู เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนกำลังเดินเข้ามาด้วยกิริยาที่สุภาพพร้อมโค้งคำนับไปทางหลี่ชิงหยุน "ท่านชายหยุน ขออภัยที่ให้รอนาน"
แต่หลี่ชิงหยุนโบกมือเบาๆและกล่าวด้วยน้ำเสียงของชายวัยกลางคนเช่นเดิม "ไม่จำเป็ต้องมากพิธี"
อู่ซินถงยิ้มอย่างพราวเสน่ห์และเดินไปหยุดตรงหน้าหลี่ชิงหยุนก่อนจะพูดขึ้น "อู่หลานนำรายการทั้งหมดของท่านชายหยุนเข้ามา"
จากนั้นไม่นานก็มีสาวใช้ถือถาดสีแดงที่มีแหวนเก็บของและลูกบาศก์ลึกลับเข้ามาในห้อง
"ท่านชายหยุน นี่คือรายการที่ท่านได้ประมูลไปในวันนี้..." อู่ซินถงนับและวางรายการทั้งหมดที่หลี่ชิงหยุนประมูลไปได้ "สิ่งที่ท่านประมูลไปได้แก่หญ้าหงส์เพลิงอายุ 300 ปี, หินลึกลับพลังหยิน, เห็ดัมายาอายุ 800 ปีและสิ่งประดิษลึกลับลูกบาศก์สีดำ รายการทั้งหมดนี้ทางห้องโถงจะหักจากรายการเม็ดยาทั้งหกที่ท่านนำมาประมูลรวมทั้งสิ้น 1,250 ล้านเหรียญเงิน ทางเราจะหักรายการประมูลออกไป 650 ล้าน 1 แสนเหรียญเงิน"
"และทางห้องโถงคิดค่าภาษี 2% จากรายการเม็ดยาทั้งหก โดยเหรียญเงินส่วนต่างทั้งหมดจะอยู่ในแหวนเก็บของสีทอง ส่วนรายการที่ท่านชายได้ประมูลไปอยู่ในแหวนเก็บของสีเงิน"
อู่ซินถงยื่นถาดสีแดงให้กับหลี่ชิงหยุน บนถาดสีแดงมีแหวนเก็บของสีทองและสีเงิน รวมถึงลูกบาศก์สีดำก็ตั้งอยู่ด้านนอกเช่นกัน
ด้วยความสงสัยหลี่ชิงหยุนจึงถาม "สาวน้อย เหตุใดเ้าไม่เก็บลูกบาศก์ไว้ในแหวนเก็บของ?"
แต่อู่ซินถงก็ตอบกลับอย่างเรียบง่าย "ต้องขออภัย ด้วยเหตุผลบางอย่างลูกบาศก์นี้ไม่สามารถเก็บไว้ในแหวนเก็บของได้"
"โอ้?" และสิ่งที่อู่ซินถงกล่าวมาก็เป็ความจริง หลี่ชิงหยุนไม่สามารถนำลูกบาศก์สีดำนี้เก็บในแหวนเก็บของได้จริงๆหลังจากพยายามไปหลายครั้งหลายครา
'ดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะคล้ายคลึงกับกระบี่กลืนิญญา' หลี่ชิงหยุนหยิบลูกบาศก์สีดำด้วยมือเปล่าพร้อมพลิกด้านไปมา เพื่อยกดูรายละเอียดรอบๆลูกบาศก์
แม้ว่าลูกบาศก์ทั้งลูกจะเป็สีดำล้วน แต่ด้านหลังของมันกลับมีตัวอักษรแปลกๆสลักไว้ที่แลดูเลือนลาง ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เื่หลอกลวงที่สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้อยู่มานานเกือบหนึ่งแสนปี
ซึ่งแม้แต่ทางห้องโถงเฉิงเป่าและนักโบราณคดีที่มีความรู้ที่สุดในราชวงศ์ก็ไม่สามารถตีความลายลักษณ์อักษรที่สลักไว้ได้เช่นกัน
อักษรที่ปรากฏบนลูกบาศก์นั้นไม่เคยมีอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์มาก่อน จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะไม่รู้จักตัวอักษรโบราณเหล่านี้
แต่จู่ๆหลี่ชิงหยุนก็จ้องมองลูกบาศก์และเริ่มอ่านอักษรโบราณได้อย่างหน้าตาเฉย "จุดเริ่มต้นแห่งจักรวาล ส่วนหนึ่งแห่งปฐมกาล จะชักนำผู้ถูกลิขิตให้มาพบเจอ"
[คำพูดพวกนี้หมายความว่าอย่างไร?]
[ส่วนหนึ่งแห่งปฐมกาล? ชักนำผู้ถูกลิขิต? ลูกบาศก์กำลังหมายถึงข้าหรือไม่?]
อู่ซินถงและอู่หลานที่ได้ยินสิ่งที่หลี่ชิงหยุนพึมพำเบาๆก็มองหน้ากันอย่างไม่เชื่อ 'เขาอ่านภาษานั่นออกด้วยหรือ?'
คิ้วของหลี่ชิงหยุนเป็รอยย่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เจดีย์ปฐมกาลจะมีการตอบสนองอย่างรุนแรงต่อลูกบาศก์ในมือ ราวกับมันกำลังงอแงอย่างไรอย่างนั้น นั่นทำให้เขาไม่สามารถตีความสิ่งที่แกะสลักอยู่ได้อีกต่อไป
หลี่ชิงหยุนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมทำทีเก็บลูกบาศก์ไว้ในเสื้อและส่งไปที่เจดีย์ปฐมกาลในทันที
หลี่ชิงหยุนยื่นมือไปหยิบแหวนเก็บของทั้งสองไว้ ก่อนจะบอกลาสองสาว "เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าขอตัวก่อน"
ด้วยการโบกสะบัดเสื้อคลุมเบาๆ ร่างกายของเขาก็หายไปจากห้องอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงแค่สายลมอ่อนๆพัดผ่านร่างของทั้งสองไป
"นะ-นี่..." อู่ซินถงและอู่หลานมองหน้ากันอย่างงุนงง 'ปรมาจารย์หยุนหวงผู้นี้ช่างลึกลับจริงๆ เขาสามารถตีความและอ่านอักษรโบราณได้ด้วยซ้ำ'
'แท้จริงแล้ว เขาเป็ใครกันแน่?'
แต่หลี่ชิงหยุนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอักษรโบราณที่แกะสลักไว้บนลูกบาศก์นั้นเป็สิ่งที่เขาเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะสามารถอ่านออกอย่างง่ายดาย และภาษาที่สลักไว้ไม่เคยมีปรากฏขึ้นในอาณาจักรเซวียนและอาณาจักรนภาอย่างแน่นอน
. . .
~ ห้องส่วนตัวหมายเลขห้า ~
ปิงเสวียนกำลังนั่งรอหลี่ชิงหยุนอยู่ในห้องแต่เพียงผู้เดียว หลังจากที่เขาได้ชำระค่าใช้จ่ายของแก่นแท้พญาอสรพิษัไปแล้ว เขาจึงไล่ให้ผู้าุโตระกูลปิงยืนรอด้านนอกตามคำสั่งของหลี่ชิงหยุน
ก่อนหน้านี้หลี่ชิงหยุนได้กระซิบกับปิงเสวียนให้เสนอราคาสิ่งนี้ให้เขาโดยเฉพาะ ซึ่งในตอนนั้นเขาคาดเดาไว้แล้วว่าหงเจิ้นจะต้องขึ้นราคาของแก่นแท้พญาอสรพิษัอย่างไม่มีวันจบสิ้นแน่นอน ดังนั้นนี่เป็ทางเลือกสำหรับหลี่ชิงหยุนเพื่อให้หงเจิ้นตัดใจจากการเสนอราคาเพื่อยั่วยุเขา โดยการให้ปิงเสวียนจบการประมูลในนามของเขา เพียงเท่านี้หงเจิ้นก็จะหยุดการขึ้นราคาได้เสียที
จนเขามารู้ทีหลังว่าหงเจิ้นเองก็ไม่มีเงินเพียงพอในการจ่ายเช่นกัน สีหน้าที่อับอายของหงเจิ้นทำให้หลี่ชิงหยุนรู้สึกดีจริงๆ
"พี่ปิง ท่านรอนานหรือไม่?" ทันใดนั้นเสียงแว่วของชายหนุ่มลอยมาตามสายลมปรากฏร่างของชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าเรียบเฉยในชุดสีดำ พร้อมกับลอกหนังบนใบหน้าออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาดุจหยกแกะสลักของหลี่ชิงหยุน
ปิงเสวียนที่ได้ยินเสียงก็รีบลุกขึ้นและหันไปมองที่มุมห้อง ไม่นานนักเขาก็หัวเราะออกมา "น้องเขย เหตุใดเ้าจึงทำตัวลึกลับเช่นนี้?"
ปิงเสวียนไม่คาดคิดมาก่อนว่าปรมาจารย์หยุนหวงที่มีจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวผู้นี้จะเป็น้องเขยของเขาเอง
รูปลักษณ์, รัศมีและอารมณ์ของปรมาจารย์หยุนหวงช่างแตกต่างและย้อนแย้งกันสุดขั้ว ซึ่งแตกต่างจากตัวตนที่แท้จริงของหลี่ชิงหยุนโดยสิ้นเชิง ปิงเสวียนไม่คาดคิดมาก่อนว่าหลี่ชิงหยุนจะสามารถปลอมแปลงรัศมีเป็ผู้อื่นใดอย่างแเีเช่นนี้
การแสดงของหลี่ชิงหยุนทำให้ปิงเสวียนไม่สามารถเชื่อได้ลงคอจริงๆ
"ข้าแค่้าปกปิดตัวตนเท่านั้น ไม่มีอะไรพิเศษ" หลี่ชิงหยุนส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆ
จากนั้นเขามองซ้ายมองขวาเพื่อตรวจสอบบุคคลภายในห้องอย่างเร่งรีบ ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นกลางอากาศพร้อมกับร่ายอักษรรูนด้วยพลังิญญาที่มี วินาทีต่อมาเกิดเป็อักษรรูนยี่สิบตัวอักษรปรากฏเป็แสงสีทองส่องสว่างไปทั่วห้อง เกิดเป็ข้อจำกัดอาณาเขตกั้นเสียงที่มีความกว้างและยาวเท่ากับห้องส่วนตัวได้อย่างลงตัว
นี่ก็เพื่อปกปิดการสนทนาของพวกเขาและเพื่อปกปิดตัวตนของเขาในรูปลักษณ์ของปรมาจารย์หยุนหวงเช่นกัน
เป็ครั้งแรกที่หลี่ชิงหยุนได้ทดลองร่ายข้อจำกัดอาณาเขตนอกสถานที่ ไม่คาดคิดว่าเขาจะได้ใช้ประโยชน์อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ดังนั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีผู้ใดล่วงรู้ความลับอีกต่อไป
"เอ๊ะ! นี่คือการร่ายข้อจำกัด!" ปิงเสวียนอุทานอย่างไม่เชื่อ เมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหยุนสามารถเขียนอักษรรูนได้ยี่สิบตัวได้ภายในหนึ่งลมหายใจ และยังสามารถสร้างเป็ข้อจำกัดอาณาเขตได้ด้วยระดับการบ่มเพาะแค่ลมปราณโลกเท่านั้น!
'นี่...เขาเป็สัตว์ประหลาดที่ปลอมตัวมาหรืออย่างไร?' ปิงเสวียนกลืนน้ำลายและมองไปยังหลี่ชิงหยุนราวกับเขาเป็สัตว์ประหลาด
หลี่ชิงหยุนถอนหายใจอย่างโล่งอก "พี่ปิง เพียงเท่านี้ก็ไม่มีผู้ใดสามารถรบกวนเราได้แล้ว"
"อะแฮ่มๆ" ปิงเสวียนไอเบาๆเพื่อกลบความเขินอาย 'อัจฉริยะก็ยังเป็อัจฉริยะอยู่วันยังค่ำ'
'เหตุใดเขาทำราวกับว่ามันไม่ใช่เื่ใหญ่แต่อย่างใด?'
ก่อนที่จะเชิญชวนให้หลี่ชิงหยุนนั่งลงและสนทนาก่อนที่จะต้องแยกทางกัน "น้องเขย น้องสาวบอกกับข้าว่าเ้ากำลังจะออกเดินทางใช่หรือไม่?"
หลี่ชิงหยุนนั่งลงตรงข้ามและพยักหน้า "ถูกต้อง ข้า้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้ให้กับตัวข้าเองและฉีฉีด้วย อีกทั้งข้าเองก็้าบุกทะลวงเข้าสู่ระดับลมปราณฟ้าให้เร็วที่สุด คงมีเพียงแค่การต่อสู้เท่านั้นที่จะทำให้ข้าบรรลุวัตถุประสงค์ที่้าได้"
ปิงเสวียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเองก็อยู่ที่ระดับลมปราณโลกขั้นสูงมาเกือบสองปี เขารู้ดีว่าการจะบุกทะลวงเข้าสู่ระดับต่อไปนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด มันต้องอาศัยความเข้าใจในการฝึกฝน จิตใจที่แข็งแกร่งพร้อมกับร่างกายที่สามารถทนต่อพลังบ่มเพาะจึงจะสามารถเข้าสู่ระดับถัดไปได้
หลี่ชิงหยุนยิ้มจางๆ ทันใดนั้นขวดหยกสีขาวและสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา "พี่ปิง นี่คือเม็ดยาที่ข้าได้ตกลงไว้ ขวดสีขาวคือเม็ดยาล้างไขกระดูกและขวดสีฟ้าคือเม็ดยารวบรวมรากฐาน หนึ่งขวดหยกมีสามเม็ด ให้ท่านกลั่นอย่างละหนึ่งเม็ด และอย่างละอีกหนึ่งเม็ดส่งให้กับท่านป้า ที่เหลือสองเม็ดสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านว่าจะมอบให้ใคร"
"ห๊ะ!?" ปิงเสวียนสะดุ้งพรวดยืนขึ้นอย่างตะลึงงัน
ก่อนหน้านี้ตนได้รับการส่งกระแสจิตจากหลี่ชิงหยุนว่าเขามีเม็ดยาในตำนานกับตัว และตนเผลอคิดไปว่าหลี่ชิงหยุนอาจจะมีแค่เม็ดเดียว แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะมีในปริมาณที่มากขนาดนี้
'นี่ยังเป็เม็ดยาในตำนานอยู่หรือไม่?' มุมปากของปิงเสวียนกระตุกอย่างไม่ตั้งใจ
ด้วยเม็ดยาทั้งหกที่หลี่ชิงหยุนนำไปประมูล เขาได้เงินมาหลายพันล้านเหรียญเงิน แต่ขณะนี้หลี่ชิงหยุนกำลังให้เม็ดยากับเขาในปริมาณที่เท่ากัน นี่ไม่ต่างกับให้ความมั่งคั่งกว่าหลายพันล้านเหรียญแก่ปิงเสวียนจริงๆ
ไม่นานนักเขาก็กลืนน้ำลายอย่างตื่นเต้นและมองไปที่ขวดหยกราวกับหมาป่าหิวโหย ก่อนจะถามขึ้น "แล้วน้องสาวของข้า..."
หลี่ชิงหยุนยิ้มอย่างไร้กังวล "ไม่ต้องห่วง ข้าได้กลั่นเม็ดยาทั้งสองให้เสวี่ยเอ๋อร์เป็การส่วนตัวแล้ว"
ใน่วันว่างของเขาทั้งสองวัน หลี่ชิงหยุนได้ฝึกฝนและปรุงยาให้กับสามสาวเป็การส่วนตัว อีกทั้งเขายังกลั่นพวกมันด้วยฉีต้นกำเนิดที่เขามีอีกด้วย ดังนั้นการฝึกฝนของสามสาวจะราบรื่นในอนาคตอย่างแน่นอน
ร่างกายของสามสาวถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์ที่สุดไปแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากพวกนางได้ขึ้นสู่อาณาจักรนภา จะต้องมีหลายนิกายที่้ารับสมัครอัจฉริยะที่มีร่างกายบริสุทธิ์เช่นพวกนางอย่างแน่นอน
"เป็เช่นนั้น..." ปิงเสวียนพยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมหยิบขวดหยกทั้งสองขึ้นมาและแงะฝาออกอย่างระมัดระวัง
หลังจากลองเปิดจุกตรวจสอบ ปิงเสวียนก็เห็นเม็ดยาขวดละสามเม็ด ซึ่งมีรูปร่างแบบเดียวกันที่ได้ประมูลก่อนหน้านี้ เขาอดไม่ได้ที่จะตาลุกวาว "ใช่จริงๆ! มันเป็เม็ดยาแบบเดียวกันกับที่ประมูลไปก่อนหน้านี้"
เมื่อเห็นดังนั้นปิงเสวียนประสานมือไปทางหลี่ชิงหยุน "น้องเขย ขอบคุณเ้ามาก หากเ้า้าความช่วยเหลือใดๆ เ้าสามารถบอกข้าได้ทุกอย่าง ข้าจะช่วยเ้าเอง!"
ด้วยเม็ดยาที่เขาได้รับมา ปิงเสวียนเชื่อว่าเขาอาจจะสามารถบุกทะลวงเข้าสู่ระดับลมปราณโลกขั้นสมบูรณ์แบบได้อย่างแน่นอน เพียงเท่านี้ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป
หลี่ชิงหยุนรีบโบกมือและยิ้ม "พี่ปิง ไม่ต้องเป็ทางการนัก"
"โอ๊ะ! ข้าเกือบลืมไป นี่คือสิ่งที่เ้า้า" จู่ๆปิงเสวียนฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้พร้อมกับหยิบและส่งมอบแก่นแท้พญาอสรพิษัที่ปิดผนึกในกล่องให้กับหลี่ชิงหยุน
หลี่ชิงหยุนรับและเปิดกล่องตรวจสอบด้านใน แก่นแท้ของพญาอสรพิษันั้นเป็รูปร่างคล้ายกับผลึกแปดเหลี่ยมสีน้ำตาลอมสีทอง สิ่งนี้เป็แกนกลางของสัตว์อสูรทุกชนิด และเป็ศูนย์รวมของพลังงานที่ทำให้สัตว์อสูรสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจและเก็บสิ่งนี้ไว้ในเจดีย์ปฐมกาลเพื่อที่จะนำไปกลั่นเป็ยาพิษเพื่อใช้ในการสังหารในอนาคต!
"พี่ปิง ข้ามีเื่ไหว้วานให้ท่านช่วยเล็กน้อย" จู่ๆหลี่ชิงหยุนพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
ปิงเสวียนที่ได้ยินก็รีบตอบ "น้องเขย แค่บอกมาต่อให้ข้าจะบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็สามารถทำให้เ้าได้"
หลี่ชิงหยุนส่ายหัว "ไม่ถึงเช่นนั้นหรอก ข้าแค่วานท่านฝากสิ่งนี้ให้กับแม่นางหยวนหลินแห่งสมาคมการแพทย์ แค่บอกนางว่าสิ่งนี้มาจากหลี่ชิงหยุน"
เื่ราวที่พ่อของเขาและสองตระกูลกำลังหลบซ่อนในสมาคมการแพทย์นั้นยังเป็ความลับ เื่นี้มีคนรู้น้อยที่สุดยิ่งดี
เขาไม่ได้สนใจตัวเขาเองมากนัก แต่ครอบครัวที่เขาห่วงใยไม่สามารถตกเป็เป้าหมายได้เพียงเพราะการตัดสินใจของเขา ดังนั้นจะเป็การดีที่จะไม่บอกความจริง
หลี่ชิงหยุนส่งแหวนเก็บของสีทองให้กับปิงเสวียน โดยด้านในเต็มไปด้วยความมั่งคั่งที่ได้จากการประมูลกว่าร้อยล้านเหรียญเงิน และเขาเองก็เขียนข้อความบางอย่างไว้ด้านในด้วย
หลี่ชิงหยุนเก็บเงินแค่บางส่วนเท่านั้นไว้กับตัวเอง และส่วนที่เหลือเขาจะส่งให้กับสองตระกูลได้รับทรัพยากรเพื่อพัฒนาการบ่มเพาะอย่างรวดเร็ว
"ไม่มีปัญหา แค่นี้สบายมาก" ปิงเสวียนรับแหวนเก็บของโดยที่ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
หลังจากการพูดคุยกันเล็กน้อยหลี่ชิงหยุนจึงออกไปจากห้องโดยไม่มีผู้ใดสังเกตุเห็น
. . .
หลังจากออกจากห้องโถงประมูลเฉิงเป่า หลี่ชิงหยุนได้เลือกที่จะปรากฏตัวขึ้นที่ตรอกซอยเล็กๆที่ไม่มีผู้คนชุกชุมมากนัก ละแวกนี้ไม่มีที่พักอาศัยหรือศูนย์การค้าแต่อย่างใด ที่นี่เป็เหมือนสลัมร้างอย่างไรอย่างนั้น
เนื่องจากเขาได้แย่งชิงลูกบาศก์ชิ้นสำคัญที่เล่ยตงเทียน้า ดังนั้นเขาต้องปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนให้น้อยที่สุด มิเช่นนั้นเขาอาจจะตกเป็เป้าหมายของตระกูลเล่ยเป็แน่
"วู้ม!"
แต่ทันใดนั้นกลับมีเสียงลมหวีดวิวพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสายฟ้า ปรากฏให้เห็นมีดสั้นสีเงินกำลังพุ่งเข้าที่ตำแหน่งคอของหลี่ชิงหยุนจากด้านหลังหมายจะจบชีวิตเขาทันที!
หลี่ชิงหยุนไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะเขาไม่สามารถจับััถึงเจตนาฆ่าได้จากบริเวณโดยรอบ แต่หลังจากได้ยินเสียงบางอย่างที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง เขาจึงพยายามเอี้ยวตัวหลบการโจมตีที่กำลังจะมาถึง
"ฉึก!"
แต่สุดท้ายแล้วปฏิกิริยาตอบสนองของหลี่ชิงหยุนช้าเกินไปแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ทำให้มีดสั้นเสียบทะลุหัวไหล่ของเขาเข้าอย่างจัง!
