เช้าแล้ว...บนโต๊ะเล็กสำหรับรับประทานอาหาร
“อืม มื้อนี้อร่อยมากเลยนะ ฝีมือไม่เบาเหมือนกันนี่คุณญารินดา”เสียงหวานใสหยอกเย้าดังมาอย่างร่าเริง
“ก็แค่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เทน้ำร้อนใส่ ปิดฝาไว้ก็ใช้ได้แล้ว เธอนี่เวอร์เกินไปมั้ย นุช” เสียงใสอีกเสียงตอบกับมาอย่างอายๆ
“นี่ต้น เป็อะไรนั่งนิ่งเชียวกินสิ” นงนุชซ่อนยิ้มพลางเอ่ยถามอย่างเป็ธรรมชาติ
“หือ วะ ว่าอะไรนะ ผมก็กำลังกินอยู่นี่ไง” ชายหนุ่มสะดุ้งตอบเบาๆ สีหน้าไม่ค่อยดีนัก ราวกับกลัวว่านงนุชจะรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน
‘เฮ้อ นี่คงเป็เหตุผลที่คนโบราณกล่าวว่า คุณไม่สามารถมีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกผิด...แต่ ยังไงก็ตาม พี่นุชคงไม่รู้หรอกนะ ว่าเราแอบจับหอยเธอ’
...
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จนงนุชก็ขอตัวกลับไปที่ห้องพักของเธอ ขณะที่นงนุชเพิ่งจะเดินออกมาด้านหน้าอาคารที่พักของญารินดาไม่ไกลนัก
“พี่นุช พี่นุช เดี๋ยวก่อนครับ” นวพลวิ่งตามพร้ะโกนเรียกนงนุชเสียงดังลั่น
“มีเื่อะไรเหรอ นายต้น” หญิงสาวหยุดเดินหันหน้ากลับไปทางชายหนุ่มถามด้วยความแปลกใจ
ชายหนุ่มวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัว “เอ่อ ผะ ผมแค่อยากถามว่า...” เสียงเขาขาดหายเป็่ๆ “ยะ เย็นนี้ พี่พอจะมีเวลาว่างมั้ยครับ”
“มีอะไร ทำไมเหรอ”เสียงถามกลับมาเนือยๆ เหมือนไม่ใส่ใจ แต่ที่จริงเธอก็ใจเต้นเหมือนเมื่อนึกถึงตอนที่เขากำลังเลียหอยเธอเมื่อคืน
“อะ เอ่อ ผะ ผมจะออกไปกินข้าวเย็นกลับเพื่อนน่ะ อยากชวนพี่ไปเลี้ยงข้าวสักมื้อหนึ่งนะครับ” ชายหนุ่มตอบกลับมาอย่างลนลานไม่เป็ธรรมชาติ
“เลี้ยงข้าวฉันเหรอ เอาจริงดิ” นงนุชถามแบบไม่แน่ใจ เพราะรู้จักกันมาหลายปี ชายหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ยังไม่เคยชวนเธอไปไหนแบบนี้มาก่อนเลย
“ครับพี่ ผมจริงจังนะ” เขาพยักหน้า ตอบมาอย่างหนักแน่น
“เอาสิ แล้วบอกเวลาสถานที่ มานะ” หญิงสาวยิ้มบอกเขาเสียงหวาน ก่อนหันหลังเดินจากไป
“เดี๋ยว ผมส่งข้อความไปบอกนะครับ” ชายหนุ่มะโเสียงดังตามหลังไป
วันนี้นวพลไม่มีชั่วโมงเรียน เขาจึงได้แต่เฝ้ารอให้ถึงเวลาเย็นด้วยความกระวนกระวายใจทั้งวัน ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและสับสน
เขาไปถึงร้านอาหารที่ทิวากรส่งข้อความมาบอก ั้แ่ห้าโมงเย็น และไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปบอกนงนุชด้วย...พอมาถึงร้านอาหารนวพลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลาแล้วส่ายหน้าเบาๆ อืม เรามาเร็วเกินสินะ อีกตั้งนานกว่าจะหกโมง
แต่แล้วเขาก็หันไปเห็นร่างบางสูงโปร่งที่สวยงามและร้อนแรง ของสาวงามนางหนึ่ง ที่ยืนอยู่ห่างออกไปสองสามเมตร...หือ สวยจัง หน้าคุ้นๆ นะ ผมยาวสีน้ำตาล ใบหน้ากลมๆ จมูกโด่งๆ ชายหนุ่มแอบมองด้วยหางตาอย่างตั้งใจ..แต่แล้วก็เหมือนจะนึกออก เห้ย นี่มันแฟนไอ้ทิวไม่ใช่เหรอ ...อืม
เข้าไปทักดีมั้ยน้า...แต่เธอยังไม่รู้จักเรานี่น่า...เอาไงดี... ชายหนุ่มก้มหน้าลงแต่สายตาไม่อาจละไปจากร่างงามที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้นได้...ว้าว เธอดูเซ็กซี่มากเลย...อืมูเาสองลูกนั่น...ของจริงมั้ยน้า...เอวเธอเล็กจัง...แล้วบั้นท้ายนั่นอีก หืองอนเป็บ้าเลย
‘ไอ้เหี้ยทิว ทำไม่โชคดีแบบนี้วะ มันไปหลอกสาวสวยแบบนี้มาได้ยังไงกัน มันได้เอากับผู้หญิงที่ทั้งสวย ทั้งเซ็กซี่ คนนี้จริงๆ เหรอวะ..’ เขาจินตนาการไปไกล
ทันใดนั้นเองร่างงามก็ก้มลงหันด้านหน้ามาทางเขา เต้ามหึมาทั้งสองข้าง ที่ล้นทะลักก็โผล่ออกมาสู่สายตาของเขาแบบเต็มๆ ชายหนุ่มมองเห็นแม้กระทั่งสีผิวที่เข้มกว่าของฐานส่วนยอดที่ดันเนื้อผ้าบางจนตุงแทบทะลุออกมานอกเสื้อยืดคอกว้างที่เธอสวมใส่อยู่
สาวสวยโน้มตัวท่อนบนลงผูกเชือกรองเท้าของเธอ...นวพลหันหน้าไปจ้องมองแบบเต็มๆ อย่างลืมตัว...โอ้ ให้ตายเถอะ ดูนมของหล่อนสิ หือ โคตรเซ็กซี่เลย แล้วยังตูดงอนๆ นั่นอีก
“ว้าย...ตายแล้ว” เสียงแหลมดังขึ้นด้วยความใ
‘ตายล่ะ เรา หรือว่า เธอจะรู้ว่าเราแอบมอง และคิดมิดี มิร้ายกับเธอ.. เขาสะดุ้งสุดตัว....หัวใจเต้นโครมครามแทบทะลุออกมาจากอก ใบหน้าซีดเผือดจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความกังวล…อา...ไม่ใช่สิ...’
หญิงสาวกำลังสาละวนก้มลงเก็บของกระจุกกระจิกที่ร่วงหล่นมาจากกระเป๋าถือ และกระจัดกระจายไปทั่วพื้นถนน อย่างรีบเร่ง...ขณะที่เธอกำลังก้มลงผูกเชือกร้องเท้า กระเป๋าถือของเธอตะแคงและคว่ำลง...
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า...เขาขยับตัวและนั่งลงตรงหน้าหญิงสาว พลางหยิบลิปสติกแท่งหนึ่งยื่นไปตรงหน้าเธอ
“ผะ ผมช่วยเก็บนะครับ” นวพลเอ่ยปากอาสาเบาๆ
“โอ้ ขอบคุณมากเลยนะ” หญิงสาวยิ้มให้ กล่าวขอบคุณและยื่นมือไปรับ
“เอ่อ มะ ไม่เป็ไรครับ” ใบหน้าแต้มยิ้มของเขาดูไม่เป็ธรรมชาติเท่าไรนัก นวพลกลืนน้ำลายฝืดคอ...อือหือ ไอ้เหี้ยเอ๊ย มองใกล้ๆ แบบนี้ นมเธอใหญ่โคตรๆ เลย
“เอ่อ ขอบคุณมากนะ” หญิงสาวเอ่ยเบาๆ พร้อมขยับตัวลุกขึ้นยืน
ชายหนุ่มยืนขึ้นพร้อมเอ่ยตอบ “เอ่อ...ผมถือกระเป๋าให้เอง คุณผูกเชือกรองเท้าตามสบายนะครับ”
“โอ้ โอเค นายแน่ใจนะ” หญิงสาวยิ้มเปิดเผย พลางยื่นกระเป๋าถือให้ชายหนุ่มอย่างไม่ลังเล
“ครับ ครับ ไม่เป็ไร” เขาพยักหน้าพร้อมยื่นมือออกไปรับกระเป๋าใบนั้น
ภาพตรงหน้าทำให้เืหนุ่มเดือดพล่าน เืกำเดาแทบไหลทะลัก...โอ้ พระเ้า อะไรจะขนาดนั้น...
หญิงโน้มตัวท่อนบนลงผูกเชือกรองเท้าอีกครั้ง...แต่...คราวนี้ก้นที่กระดกโด่งขึ้นจากการโน้มตัวลงปรากฏอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มอย่างชัดเจน ก้อนเนื้อมหึมาสองก้อนที่อัดแน่นอยู่ในกางเกงผ้ายืดขาสั้นรัดรูปที่บางเฉียบ แทบจะเหมือนไม่มีสิ่งปกปิด...
‘อืม แล้ว แล้วยัง สองกลีบอวบอูมที่เห็นเป็ร่องนั่นอีก หรือ...หรือว่าเธอไม่ได้ใส่กางเกงใน...’
เขารู้สึกฝืดคอขึ้นมาทันใด กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัว ราวกับเพิ่งออกกำลังกายอย่างหนักมา...โอ้ แม่เ้า อะไรจะปานนั้น เราเป็อะไรเนี่ย เวียนหัว เหมือนจะเป็ลม
สมองของนวพลขาวโพลน...จ้องมองบั้นท้ายกลมกลึงที่โยกไปมาเบาๆ ตามจังหวะมือของสาวสวยที่กำลังผูกเชือกรองเท้า อย่างไม่อาจละสายตาได้...เรา เราอยากจับตูดเธอจัง...เราไม่สนใจแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้ได้จับตูดที่อยู่ตรงหน้านี้ก็พอ ถึงแม้จะต้องตายไปเดี๋ยวนี้ เราก็จะต้องจับตูดเธอให้ได้
ชายหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมือไปหาบั้นท้ายงอนงามร้อนแรงที่อยู่ตรงหน้าราวกับต้องมนต์สะกดของปีศาจชั่วร้าย...อา...
ทันใดนั้นก็มีเสียงแหบพร่าที่คุ้นเคยะโทักทายมาแต่ไกล “เห้ พวกนายสองคน เจอกันแล้วเหรอ”
ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองหันไปมองทางเสียงนั้นและส่งเสียงออกไปเกือบจะพร้อมกัน
“เฮ้ย เพื่อน”
“สวัสดีจ้า ทิว”
หญิงสาวยืนนิ่งชั่วครู่ แล้วหันไปมองนวพล ขณะที่ถามชายหนุ่มที่มาใหม่อย่างแปลกใจ “หา นายรู้จักเขาเหรอ”
“เอ่อ ก็เขาเป็เพื่อนผมที่นัดเจอกันวันนี้ไง” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมเอื้อมมือไปจับบ่าของนวพลเบาๆ
“สวัสดีครับ ผมชื่อ ต้น น่ะ” เขาเอ่ยแนะนำตัว ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าที่ไม่ค่อยปกตินัก พลางเป่าลมออกจากปากเบาๆ... เฮ่อ เกือบไปแล้วกู
“โอ้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่า เขาจะอยู่ข้างฉันมาตลอด” หญิงสาวกล่าวอย่างตื่นเต้น รอยยิ้มสดใสเกลื่อนใบหน้าสวยร้อนแรง
“แฮะๆ ใช่ๆ ยะ อยู่ข้างๆ เธอ...” นวพลยิ้มเจื่อนๆ พยักหน้าเบา
ชายหนุ่มคนที่เพิ่งมาถึง ส่ายสายตาไปทั่ว ราวกับกำลังมองหาใครสักคน ก่อนจะหันไปถามนวพลอย่างสงสัย “แล้ว เพื่อนของนายอยู่ไหนล่ะ...”
นวพลทำหน้าสับสนพลางหันมองไปรอบๆ แล้วแสงสว่างวาบก็ผ่านสายตาเขาไปอย่างชัดเจน เมื่อมองเห็นร่างสูงโปร่งงดงาม ที่ดูแล้วเซ็กซี่ไม่น้อยกว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เลย
“โอ้ นั่นไง เธอมาถึงแล้ว...พี่นุช” เขายกมือโบกไปมาพลางส่งเรียกอย่างดีใจ
ภาพหญิงสาว ในชุดเสื้อยืดรัดรูปแขนกุดสีเหลืองอ่อน คอเสื้อเว้าลึกจนเนินเนื้ออวบสองก้อนทะลักล้นออกมา้า เด้งขึ้นลงตามจังหวะเท้าที่ก้าวย่าง สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดคับติ้ว ขับเน้นให้เห็นเนินโหนกสามเหลี่ยมที่นูนเด่นอย่างไม่อาจปิดบังได้ กำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ทำให้ทิวากรใจเต้นแรง เขาจ้องมองสาวสวยที่มาใหม่ตาไม่กระพริบ พลางจินตนาการไปไกล...ว้าว นี่ไอ้หมอนี่พูดความจริงเหรอ
...
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รื่นเริงเป็กันเอง...แต่เื่ที่พูดคุยกันก็ไม่พ้นเื่ไม่เอาไหนของนวพล...
“ตอนมาถึงแรกๆ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถไฟใต้ดินใช้ยังไง”
“ผมต้องพาเขาไปเดินรอบๆ เมือง ศึกษาวิธีเอาตัวรอดในเมืองใหญ่” ทิวากรพูดถึงเพื่อนพลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจแต่ไม่วายอวดความเหนือกว่าของตนด้วยเช่นกัน
“ใช่ ใช่ เมื่อตอนที่ฉันเจอนายต้นครั้งแรกนะ เขามีคำว่า ‘บ้านนอก’ เขียนไว้เต็มตัวเลยแหละ หน้าของเขาดำมาก...” นงนุชเอื้อมมือไปโอบไหล่นวพล ที่นั่งข้างๆ บีบเบาๆ อย่างเป็ธรรมชาติ พลางเขย่าไปมา
“ขอร้องล่ะ ทุกคน อย่าทำให้ผมดูเหมือนตัวประหลาด หรืออะไรสักอย่างได้ไหม มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นซะหน่อย อีกอย่างนะ ตอนนี้ผมก็ใกล้จะจบมหา’ลัย แล้วด้วย” ชายหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงส่งเสียงโวยวายอย่างหัวเสีย พลางส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เห็นด้วย
“อืม ฉันไม่รู้หรอกนะว่าสำเนียงเดิมของนายเป็แบบไหน แต่ถ้ามาอยู่ที่นี่เกินสามปีแล้วล่ะก็ กลายเป็คนในเมืองแล้วล่ะ” เสียงหวานปนเซ็กซี่ของสาวสวย พร้อมรอยยิ้มสดใสเต็มใบหน้าหันไปมองนวพลอย่างจริงจัง
“ว้าว คุณสา มีคุณคนเดียวเลยนะที่อยู่ข้างผม...แบบนี้ต้อง ชน ครับ” นวพลยิ้มอย่างยินดี ยกแก้วเครื่องดื่มของตนขึ้นยื่นไปข้างหน้า สาริณี
“ฮิ ฮิ จัดไป นายต้น” สาริณียิ้มอย่างเปิดเผย ยกแก้วเครื่องดื่มของเธอไปแตะแก้วของเขาค่อนข้างแรง
“เป๊ะ...”
ทันใดนั้นเอง นงนุชก็เหลือบมองไปรอบๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “เอ่อ ฉันขอไปห้องน้ำก่อนนะ”
“ฉันไปด้วยสิ” สาริณี ขยับลุกขึ้นทันที ก่อนจะรีบเดินตามไป พลางยื่นแขนขาวเรียวสวยคล้องที่วงแขนของนงนุชอย่างสนิทสนม ตลอดทางที่ทั้งสองเดินไปห้องน้ำ
“ว้าว สาริณี นี่ไม่ใช่สวยมาก อย่างเดียวเธอยังเข้ากับคนง่ายด้วย” เสียงร่าเริงของนวพลเอ่ยตามหลัง สองสาวไป
“ฮ่าฮ่า มึงไม่รู้เหรอ ผู้ชายทุกคนก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ทิวากรหัวเราะ พลางยิ้มมองหน้าเพื่อนอย่างเ้าเล่ห์
“เอ่อ ละ แล้ว สาริณีเป็คู่นอนของมึงจริงๆ เหรอวะ เธอดูสวยน่ารัก และไร้เดียงสามากเลยนะ” นวพลถามอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เพื่อนบอก
“อะไรวะ มึงคิดว่า สาวๆ ที่เป็คู่นอน จะทำตัวเหมือนกระหรี่ หรือไง” ทิวากรยิ้มเยาะพลางมองหน้านวพล
“พวกเธอจะอ้าขา ให้มึงดูชัดๆ แค่มึงบอกว่า้าทำอะไรบ้าง” เขาพูดต่อ
“เอ่อ มะ ไม่ใช่ หมายถึงแบบนั้น...” นวพลเอ่ยอย่างใ หน้าแดงก่ำ
“กูแค่ สงสัยว่าผู้หญิงแบบนั้นมาเป็คู่นอนของมึงได้ยังไง ต่างหากล่ะ” เขายังไม่วายกังขา
ทิวากรยกแก้วเครื่องดื่มของตนขึ้นจิบอึกใหญ่ แล้วเอ่ยเสียงต่ำในลำคอ “เฮ้ย นั่นเป็ความลับโว้ย มึงคิดว่ากูจะบอกมึงง่ายๆ รึไง”
นวพลยื่นหน้าไปใกล้ อย่างอยากรู้เต็มที่ พลางจ้องตาไม่กระพริบ “เอาน่า บอกหน่อยไม่ได้รึไงวะ”
“เฮ้อ ก็ได้ ก็ได้แต่...มึงต้องช่วยให้กูได้เอากับนงนุช ในครั้งหน้านะ” ทิวากรยิ้มมองหน้าเขาอย่างคาดหวัง
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งทันใด แล้วเอ่ยด้วยเสียงอันสั่นเทา อย่างไม่มั่นใจ “เอ่อ เอ่อ อะโอเคร...”
“สัญญากับกูก่อนดิ ว่ามึงจะช่วยให้กูได้เอากับนงนุช...” ทิวากรยังคงรุกอย่างต่อเนื่อง
“เออ เออ ไอ้เหี้ยเอ้ย มึงรีบบอกมาเลย” นวพลตอบกลับไปแบบไม่ต้องคิด
คนที่นั่งตรงข้ามกรอกตามองเพดานห้อง ทำท่าครุ่นคิด พลางกล่าวช้าๆ “พูดตามตรงนะ ที่แรกกูก็ไม่คิดหรอกว่าจะได้ฟันเธอ”
“สาริณีเป็คนสวยมาก เข้าสังคมเก่ง อย่างที่มึงเห็นนั่นแหละ” ทิวากรพูดพลางมองหน้าเพื่อน
“หนุ่มหล่อๆ หลายคนพยายามจีบเธอ แต่ก็ไม่เคยมีใครทำสำเร็จเลย เธอจะพยายามออกห่างผู้ชายทุกคน”
“และกูก็เป็คนหนึ่งในนั้นด้วย กูก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ขอแค่ได้เห็นบั้นท้ายงามของเธอก็ทำให้พึงพอใจแล้ว” คนเล่า เอ่ยต่อใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขสม
“แต่มึงรู้อะไรไหม ทุกปัญหาแก้ได้ด้วย แอลกอฮอล์ วะ ฮ่า ฮ่า” ทิวากรหัวเราะเสียงดัง
“คืนนั้น พวกเราหลายคน ชวนกันไปเที่ยว แล้วทุกคนก็เมามาก แต่ดูเหมือน สาริณีจะอาการหนักกว่าเพื่อน กูเห็นหล่อนไปยืนเอาหัวค้ำกำแพงช่วยพยุงตัวอยู่”
“แต่ให้ตายเถอะ แทนที่กูจะคิดช่วยพยุงร่างเธอ...ตากูกลับจ้องไปที่ตูดของหล่อนแทน...ทำให้กูแทบคลั่ง...ตอนนั้นกูเมามากมึงรู้ไหม”
“สมองสั่งให้เข้าไปลูบหลังให้เธอ...แต่ตากูมันไม่ยอมทำตามคำสั่งว่ะ...มองแต่ตูด...”
“พอเข้าไปใกล้ มือกูดัน...ดัน ไปตบเอาตูดเธอเข้า...ตอนนั้นนะก็แทบจะหายเมาเลยล่ะ...คิดได้อย่างเดียว...กูซวยแล้ว”
“สาริณี หันหน้ามามองกูอย่างช้าๆ ั์ตาแดงก่ำ กูงี้แทบจะขุดรูหนีเลยมึงเอ้ย...เหงื่อแตกพลั่กเลย”
“แต่แล้วเธอก็ยืดตัวขึ้นยืนตรง หันหน้ามายิ้มให้กู”
พลางเอ่ยทักมา “เอ่อ ทิวเหรอ”
“ใครจะไปคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กูได้ฟันเธอ...” เสียงทิวากรขาดหายไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขใจ
“มันไร้สาระไปหรือเปล่า มึงโม้ใช่มั้ย... เอ่อ แล้วไงต่อวะ” นวพลเร่งด้วยความตื่นเต้น
ทิวากรเอ่ยช้าๆ ใบหน้าครุ่นคิด “แล้วไงต่อนะ...”
“หลังจากนั้น กูกับสาก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดคืน...มันเป็เซ็กส์ที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดในชีวิตกูเลยล่ะ” ทิวากรยิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่า
“จากคืนนั้นมา ทุกอย่างก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย...เคล็ดลับนั้นไม่เคยทำให้กูพลาดโอกาสที่จะได้ฟันหล่อน”
“แค่ตบตูดหล่อนแรงๆ ครั้งเดียว หล่อนก็เดินตามมาให้กูฟันแล้วโว้ย ฮ่า ฮ่า” ทิวากรยังคงหัวเราะอย่างผู้มีชัย
“เหลือเชื่อไปแล้ว มั้ง...” นวพลมองหน้าเพื่อนรักอย่างไม่เชื่อถือ
“กูไม่รู้ว่ามึงพล่ามอะไร แต่มึงจะบอกกูกว่ามึงได้ฟันสาริณีก็เพราะว่ามึงไปตบตูดเธอเนี่ยนะ โม้เกินไปหรือเปล่าเพื่อน หือ” นวพลเอ่ยถามอย่างหัวเสีย ไม่มีความเชื่อถือในเื่ที่ได้ยินแม้แต่น้อย
ทิวากรพยักหน้าอย่างจริงจัง “เออสิวะ นี่เป็ของขวัญที่กูให้มึงคืนนี้”
“ถ้าไม่ใช่เพราะจะได้ฟันนงนุช จ้างให้กูก็ไม่บอกมึงหรอก” ทิวากรจ้องหน้าคนตรงหน้าอย่างจริงจัง
นวพลส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อถือ “เฮ้อ แค่ตบตูดสารีณีแล้วกูจะได้ฟันเธอเนี่ยนะ มึงเมาหรือเปล่าวะ ไอ้ทิว”
“แน่นอนสิ อย่างน้อยที่สุดหล่อนก็จะต้องสนใจมึง...กูช่วยมึงได้แค่นี้แหละ ที่เหลือก็อยู่ที่มึงแล้ว ว่าจะตบตูดหล่อนหรือเปล่า”
สองสาวกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างมีความสุขตัวเบาสบาย โดยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มสองคนนั้นกำลังคุยอะไรกัน
“ไอ้เหี้ย แค่ตบตูดก็จะได้ฟันเธอเลยหรือไง มึงหลอกให้มันน่าเชื่อถือกว่านี้ไม่ได้หรือไงวะ” นวพลเสียงดังอย่างหัวเสีย
“เออ มึงอย่ามาเสียใจที่หลังก็แล้วกัน” ทิวากรส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“เอาวะ กูจะบอกมึงอีกอย่างก็ได้ เพราะมึงเป็เพื่อนสนิทของกูหรอกนะ”
นวพลชะโงกหน้าไปจนเกือบชิดกับใบหน้าของเพื่อนสนิท “ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ”
ทิวากรทำหน้าตาขึงขังโดยไม่รู้ว่าสองสาวได้เดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของเขาแล้ว แต่นวพลเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีสีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เอ่อ...”
ทิวากรกำลังเริ่มเล่า...ทันใดนั้นเสียงหวานใสร่าเริงก็ดังแทรกเข้ามา...
“ดูผู้ชายสองคนนี้สิ พวกนายกำลังวางแผนทำอะไรอยู่เนี่ย” สาริณียืนกดอกหลวมๆ ใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้มดูไม่จริงจัง
“ผู้ชายสองคนคุยเื่ความลับ...มันจะเป็อะไรถ้าไม่ใช่ เอ่อ...เื่ลามก” เสียงใส อีกเสียงตอบกลับมา
“เฮ้ย เธอหมายถึงเื่ลามกอะไรกัน” นวพลเอ่ยอย่างร้อนตัว หันหน้าไปมองสองสาว เหงื่อชื้นเต็มฝ่ามือทั้งสองข้าง
“ฮ่า ฮ่า เอาน่า สาวๆ” ทิวากรหัวเราะกลบเกลื่อน
ทันใดนั้นเอง สาริณีก็โน้มตัวลงไป เอามือจับรองเท้าของเธอ หันก้นงอนงามมาตรงหน้านวพลพอดี
“อุ๊ย เชือกผูกรองเท้าหลุดอีกแล้ว” สาริณีอุทานเบาๆ ก้มหน้าก้มตาผูกเชือกรองเท้า โดยไม่รู้ว่าด้านหลังของเธอเกิดอะไรขึ้น
นวพลตาเหลือก จ้องมองไปที่บั้นท้ายของสาริณีอย่างลืมตัว...โอ้ ์ ตูดของสาริณี จะทำไงดี ถ้าเราตบตูด...จะได้ฟันเธอจริงๆ เหรอ...
…
อ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า
แล้วช่วยคอมเมนต์กันด้วยน้าา
