พริมโรสตอบกลับไปด้วยใบหน้าฝืนยิ้ม เธอไม่กล้าบอกแม้แต่บัวหญิงสาวเพียงคนเดียวที่เธอไว้ใจที่สุด ว่าเธอเสียใจมากแค่ไหนเพราะสิ่งที่หายไป…ไม่ใช่เพียงแค่ปิ่นปักผม แต่คือ ‘ทางกลับบ้าน’ ที่เธออาจไม่มีโอกาสได้พบอีกเลย
“คุณหนูเสียใจเื่อันใดเ้าคะ...” บัวเงียบไป่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามต่อ “เื่ปิ่นรึเ้าคะ...อาจจะร่วงลงหล่นแถวตลาดก็ได้เ้าค่ะ” บัวรีบกล่าวขึ้นก่อนทำท่าจะออกไปตามหา
พริมโรสรีบดึงบัวไว้ “ไม่เป็ไรหรอกพี่บัว...หากว่าร่วงหล่นจริงคนแถวนั้นคงเก็บไปแล้วล่ะ” พริมโรสถอนหายใจเบาๆ
“ถ้าหากแม่หญิง้าปิ่นอันใหม่...เราไปดูที่ร้านของแม่หญิงบุหลันดีไหมเ้าคะ” บัวเอ่ยขึ้น คิดว่าคุณหนูของตนเสียดายปิ่นที่หายไป
“แม่บุหลัน?” พริมโรสเลิกคิ้ว
“ใช่เ้าค่ะ แม่หญิงบุหลันสหายสนิทของคุณหนูแลเป็น้องสาวของคุณหลวงอรรถ มีความรู้เื่ศิลป์และของสวยงาม นางดูแลกิจการร้านเครื่องประดับ โดยเฉพาะ ‘ปิ่น’ นั้นถือว่าเป็โปรดของแม่หญิงเลยเ้าค่ะ”
พริมโรสเบิกตากว้างทันที “ปิ่น…” หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นในทันใด ภาพปิ่นดอกพิกุลที่หายไปกับสายลม พายุวันนั้นแล่นกลับมาในหัวอย่างชัดเจน
“พี่บัว…นี่อาจจะเป็เบาะแสแรกที่เราตามได้ เราไปกันเลยเถอะ!” เธอรีบจับมือดึงบัวลุกขึ้นเพื่อที่จะรีบไปหาแม่หญิงบุหลัน
พริมโรสได้แต่คิดว่าถ้าเราเริ่มหาจากปิ่น…ที่เราคิดว่าเป็ต้นเหตุให้เราย้อนมา…บางทีเราอาจหาของชิ้นเดียวกันได้อีก หรืออย่างน้อยก็หาคนที่เคยเห็นมัน
“แม่หญิงเ้าคะ...บัวว่าไปเวลานี้คงไม่เท่าแล้วเ้าค่ะ” ก่อนที่บัวจะหันไปมองฟ้าที่มืดมิด พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เราไปวันพรุ่งดีไหมเ้าคะ”
“ก็คงต้องเป็อย่างนั้นแล้วล่ะพี่...” พริมโรสถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ก็โดนเสียงท้องร้องกรบ บัวได้ยินจึงรีบให้บ่าวคนอื่น ๆ ไปยกอาหารมา
คืนวันแห่งการสับสนผ่านไปเช้าวันใหม่ผ่านเข้ามา แสงแดดอ่อนจากตะวันยามเช้าส่องลอดม่านเข้ามาในห้องนอน เธอขยับตัวตื่นขึ้นช้า ๆ ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด
“วันนี้เราจะเริ่มหาคำตอบ…จากแม่นางบุหลันกัน...เอาล่ะสู้พริมโรส” เธอพูดขึ้นก่อนจะดีดตัวลุกจากเตียงนอน แล้วหันมองไปรอบ ๆ ห้องก็เห็นบัวที่กำลังจัดเสื้อผ้าให้เธออยู่มุมห้อง
“พี่บัว…วันนี้ฉันอยากจะขอให้พี่ช่วยแต่งตัวให้ฉันสวยกว่าทุกวันหน่อยได้ไหมจ๊ะ...” พริมโรสยิ้มกว้าง
บัวชะงักไปนิด ก่อนยิ้มบาง ๆ อย่างรู้ทัน “เพราะจะได้ไปพบแม่หญิงบุหลัน ใช่หรือไม่เ้าคะ?”
พริมโรสยิ้มกว้าง ߘꠠ鄠衠鈠蕠譠蚠譠谠鄠裠聠襠豠蚠造蘠譠裠赠蚠遠蕠鈠臠蕠豠觠郠虠藠豠虠藠赠遠襠谠裠赠蚠蕠裠臠鄠蛠袠豠臠‘เรือนหลัก’ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ และเครื่องเคียงลอยมาแต่ไกล บ่าวสาวช่วยกันจัดสำรับกับข้าวอย่างคล่องแคล่ว ไปไว้ที่โต๊ะไม้กลมขนาดใหญ่ประดับด้วยผ้าปูลายไทย
“แม่พิม เหตุอันใดวันนี้เ้าถึงตื่นเช้าได้หนา...ตะวันคงขึ้นผิดทิศเสียแล้วกระมั้ง” เสียงคุณพ่อที่เอ่ยขึ้น พร้อมเดินออกมาจากห้องทำงาน เพื่อมานั่งที่โต๊ะอาหาร
“ออเ้าดูสดใสกว่าเมื่อวานมากนัก แม่ค่อยเบาใจขึ้นหน่อย...” คุณแม่มณีเอ่ย
พริมโรสยกมือไหว้ทักทายยามเช้า ก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงที่โต๊ะกินข้าวอย่างสุภาพเรียบร้อย ก่อนจะพูดสิ่งที่เตรียมมาั้แ่เมื่อคืน ด้วยน้ำเสียงที่พยายามกลั้นความตื่นเต้น
“วันนี้ลูกจะขอไปเยี่ยมเยียน…แม่หญิงบุหลันได้หรือไม่เ้าค่ะ” พริมโรส กล่าวจบทุกคนก็เงียบ
“ลูกแม่เ้ายังมิหายดีเลย...เ้ารอให้ฟื้นตัวดีขึ้นกว่านี้ แล้วค่อยออกนอกเรือนดีหรือไม่” คุณแม่มณีเอ่ยขึ้น พร้อมมองด้วยสายตาที่เป็ห่วง จนเธอรู้สึกไม่กล้าขัด
หลังจากเงียบไปชั่วขณะ พี่ชายของเธอก็พูดขึ้น
“จะไปหาแม่บุหลันหรือเ้า?”
“เ้าค่ะ…ข้าได้ยินว่าแม่นางเป็ผู้รอบรู้เื่เครื่องประดับ โดยเฉพาะปิ่น…เลยอยากลองถามไถ่ดูเ้าค่ะ”
หลวงวิสูตรหรี่ตาลงเล็กน้อย “หากเช่นนั้น เ้าไปยามนี้เลยไม่ได้หรอก”
พริมโรสขมวดคิ้ว “เพราะเหตุใดเ้าคะ?”
“ยามเช้าแม่นางบุหลันอยู่ที่ ‘โรงหมอ’ นางช่วยงานที่นั่นทุกวัน ส่วนยามสายถึงจะออกไปดูร้านที่ตลาด…หากเ้าจะไปพบ ต้องไปที่โรงหมอ”
คุณแม่มณีหันมาสบตา กับพริมโรส “นั่นยิ่งแล้วใหญ่...ออเ้าพึ่งจะดีขึ้น จะไปโรงหมอได้เยี่ยงไรหากติดโรคอะไรมาอีกแม่คงคิดไม่ตก”
“มิเป็กระไรหรอกคุณแม่ท่าน โรงหมอที่แม่บุหลันอยู่นี้เป็เรือนใหม่ที่ตั้งอยู่ท้ายตลาด ยังมิเคยมีชาวบ้านที่ป่วยร้ายแรงมาเลยขอรับ...หากน้องอยากไปเจอแม่บุหลัน ข้าอาสาจะพาไปเอง ข้ามีกิจธุระที่จะพูดกับคุณหลวงอยู่เหมือนกัน”
ดวงตาของพริมโรสเป็ประกายทันที “จริงรึเ้าคะ?! ขอบคุณเ้าค่ะ!” พริมโรสยิ้มก่อนจะหันไปไหว้ขอบคุณ
ถึงแม้คุณแม่มณีจะยังไม่สบายใจแต่ก็ต้องยอมแพ้ให้กับลูกทั้งสอง “แม่ยอมพวกเ้าก็ได้...ดูแลน้องดี ๆ ล่ะพ่อวิสูตร เ้าด้วยแม่พิมดูแลตัวเองดี ๆ เข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะคุณแม่มณี…” พริมโรสรับคำด้วยน้ำเสียงปลื้มปริ่ม
บัวที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเรือน แอบยิ้มตาม เห็นแววตาเ้านายเป็ประกาย ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า “คุณหนูของข้า ในที่สุดก็ยิ้มได้เสียที…
