"เ้าหนีออกไปเที่ยวนอกวังแต่กลับไม่บอกข้าสักคำ หากพี่ชายเ้าไม่ไปพบเข้า ยามนี้เ้าคงกลายเป็ศพกลับมาแล้ว เหยาเอ๋อร์ เ้าอย่าได้ก่อเื่เช่นนี้ขึ้นอีก หากยังมีครั้งหน้าแม่จะทำโทษเ้าจริงๆ"
"เพคะ เสด็จแม่"
เซี่ยเหยาเอ่ยรับคำมารดาอย่างรู้สึกผิด เสด็จแม่รู้เื่ที่นางออกไปเที่ยวจนล้มป่วยแล้ว จึงเรียกนางมาตำหนิเสียยกใหญ่ เซี่ยหลิงที่นั่งดื่มสุราอยู่ไม่ไกลปรายตามองน้องสาวอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะหันไปพูดกับมารดาตน
“นางปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว ท่านจะบ่นให้ได้อะไรขึ้นมา เกิดนางน้อยใจจนไข้ขึ้น ก็จะลำบากหมอหลวงอีก”
ไป๋กุ้ยเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันมาถลึงตาใส่บุตรชายของตนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันไปกำชับบุตรสาวอย่างใจเย็น
"เหยาเอ๋อร์เ้าเพิ่งจะหายป่วยไข้ รีบกลับไปพักก่อนเถอะ แม่มีเื่จะปรึกษาหารือกับพี่สามของเ้าสักหน่อย"
"เพคะเสด็จแม่"
เซี่ยเหยารับคำก่อนจะทำความเคารพมารดาและพี่ชายอย่างรู้ความและรีบกลับตำหนักของตนเองไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเซี่ยเหยาออกไปแล้ว ไป๋กุ้ยเฟยจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
"หลิงเอ๋อร์ เ้าดูสิ ที่ผ่านมาแม่ใช้ความพยายามมากมายเพียงใดเพื่อที่จะผูกมิตรกับคนตระกูลซ่ง แต่เหยาเอ๋อร์เกือบทำเสียเื่ หากนางเป็อะไรไป แล้วพวกเราจะทำเช่นไรเล่า ใต้เท้าซ่งเป็ถึงเสนาบดีกรมขุนนาง เขามีอำนาจในมือไม่น้อยเลย ซ้ำบุตรชายของเขายังทำงานอยู่ในสำนักฮั่นหลิน เป็ขุนนางขั้นสี่ตำแหน่งนักปราชญ์ราชสำนัก หากได้ผูกมิตรเป็เครือญาติกับเขา ย่อมต้องเป็เื่ดีอย่างแน่นอน ไม่นานมานี้คนของแม่สืบได้ความมาว่า โจวฮองเฮากำลังมองหาสตรีจากตระกูลขุนนางฝ่ายบุ๋นมาแต่งงานกับเซี่ยหลี พวกมันคงคิดจะหาพรรคพวกมาสนับสนุนอีกแรง ดังนั้นเซี่ยเหยาต้องแต่งกับบุตรชายของใต้เท้าซ่งให้ได้ เมื่อได้แต่งงานกันแล้ว ตระกูลซ่งยอมต้องสนับสนุนเ้าอย่างแน่นอน เมื่อเป็เช่นนี้แม่ก็วางใจได้แล้ว!"
ไป๋กุ้ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า นางจะไม่มีทางยอมแพ้ให้กับโจวฮองเฮาเป็อันขาด ไม่ว่าอย่างไรบุตรชายและบุตรสาวของนางจะต้องมีอำนาจอยู่ในมือ และต้องมีอำนาจมากกว่าคนตระกูลโจวด้วย
เซี่ยหลิงเงยหน้าขึ้นมามองมารดาอย่างรู้ทันพลันเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ หึ เสด็จแม่ส่งคนไปปลุกเขาที่จวนแต่เช้าให้เข้าวังหลวงเพื่อมาฟังเื่พวกนี้อีกแล้ว วันๆ นอกจากสนทนากันเื่แบ่งฝังแบ่งฝ่ายแล้วก็ไม่มีเื่อื่นอีก ไม่มีสักวันที่เขาและเสด็จแม่จะสนทนากันเหมือนแม่ลูกปกติทั่วๆ ไป
ไป๋กุ้ยเฟยจึงถลึงตามองบุตรชายตนทันที
"เ้าขบขันอันใดนักหนา!"
เซี่ยหลิงตวัดสายตามองมารดาตนอย่างขุ่นเคือง
"เสด็จแม่ ท่านเรียกข้ามาเพราะเื่นี้หรอกหรือ ข้าเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่านอกจากท่านจะรักบุตรลำเอียงแล้ว ยังสามารถละทิ้งบุตรสาวของตนเองเพื่อแลกกับอำนาจได้อีกด้วย แม้แต่น้องหญิงที่ท่านรักใคร่เอ็นดูนักหนา ท่านก็ยังตัดใจละทิ้งนางได้ ท่านจัดแจงหาสามีให้นาง โดยไม่สนใจว่านางจะเต็มใจหรือไม่ ท่านใช้ความหัวอ่อนของนางหาผลประโยชน์ให้ตนเอง ข้าขอเตือนท่านเอาไว้ ซ่งเหวินไม่ใช่บุรุษที่จะลุ่มหลงในความรักอย่างง่ายดายปานนั้น เขาเป็พวกเ็ามาแต่ไหนแต่ไร ท่านคิดว่าน้องหญิงจะมีความสุขจริงๆ หรือหากได้แต่งงานกับซ่งเหวิน อ้อ ข้าลืมไป ท่านเคยสนใจเสียเมื่อไหร่ว่าบุตรของตนจะสุขหรือทุกข์ ท่านสนใจเพียงแค่อำนาจในมือเท่านั้น เสด็จแม่ หากพี่รองมองขึ้นมาจากหลุมศพเขาคงภูมิใจในตัวท่านมากเลย ว่าหรือไม่?"
"เซี่ยหลิง! เ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ หากไม่มีข้า เ้าจะสามารถใช้ชีวิตอย่างสำราญได้เช่นนี้หรือ ร่ำเรียนทั้งบุ๋นและบู๊มาแล้วแท้ๆ แต่กลับเทียบไม่ได้กับพี่รองของเ้าแม้เพียงเศษเสี้ยว เป็ข้าที่วิ่งเต้นเพื่อพวกเ้าสองพี่น้องทุกอย่าง เ้าไม่สำนึกบุญคุณข้าก็ช่างเถอะ แต่กลับมาต่อว่าข้าเช่นนี้ช่างเนรคุณสิ้นดี!"
เพล้ง!
ไป๋กุ้ยเฟยชะงักงันทันทีเมื่อเห็นว่าบุตรชายเขวี้ยงจอกสุราลงไปบนพื้นจนแตกละเอียดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เซี่ยหลิงตวัดสายตาคมจ้องมองมารดาอย่างไม่พอใจ
"เลิกเปรียบเทียบข้ากับคนตายเสียที! เสด็จแม่ ข้าขอเตือนท่านว่าอย่ามองคนรอบกายเป็หมากบนกระดานไปเสียหมด ไม่อย่างนั้นท่านจะไม่เหลือคนข้างกายเลยแม้แต่คนเดียว!"
พอพูดจบเขาก็เดินออกจากตำหนักของมารดาไปทันที เมื่อออกมาจากตำหนักแล้วเซี่ยหลิงก็หลับตาลงเพื่อข่มกลั้นอารมณ์อย่างสุดกำลัง เดิมทีชายหนุ่มมีแผนการในใจแล้วที่จะให้เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นเข้ามาสนับสนุนตน เขาไม่เคยคิดจะใช้เซี่ยเหยาเป็หมากบนกระดานเลยสักครั้ง แม้เขาจะไม่ชอบใจในตัวน้องสาวเพียงใด แต่ก็ไม่อาจตัดใจโยนนางเข้าสู่กองไฟได้
ขอเพียงหาจุดตายของเซี่ยหลีเจอ เขาย่อมเป็ฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าอยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องส่งน้องสาวไปแต่งงานโดยไม่เต็มใจเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกปวดหัวจนแทบจะะเิ ความรู้สึกมากมายตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด
ด้านไป๋กุ้ยเฟยที่ถูกบุตรชายยั่วยุจนโมโหก็เจ็บร้าวไปทั้งใจ เซี่ยหลิงเสเพลบ้าผู้หญิงออกปานนั้น เกิดไปสร้างเื่สร้างราวขึ้นมาจนยากจะแก้ไข สิ่งที่นางทำมาทั้งหมดไม่เท่ากับสูญเปล่าหรอกหรือ ช่างน่าปวดหัวยิ่งนัก หากนางมีบุตรชายอีกสักคนก็คงดี จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับเซี่ยหลิงเช่นนี้
ฉับพลันนางก็คิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้
บุตรชายอีกคนเช่นนั้นหรือ?
ดวงตาของไป๋กุ้ยเฟยสาดประกายฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง
หากว่าเซี่ยเหยาแต่งงานกับซ่งเหวินและให้กำเนิดบุตรชายได้สักคนก็คงจะเป็เื่ดีอย่างยิ่ง หลานของนางอย่างไรก็มีสายเืของเชื้อพระวงศ์ไหลเวียนอยู่ในกาย หากนางปูทางให้เขาขึ้นเป็ฮ่องเต้แทนเซี่ยหลิงได้จะดีเพียงใดกันนะ!
ไป๋กุ้ยเฟยรีบส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ความคิดไม่บังควรนี้ออกไป อยู่ๆ ในใจของนางก็พลันเต้นรัวแรงอย่างหวาดหวั่น
ความคิดเมื่อครู่นี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!
