ดวงตาดั่งสายฟ้าของเขามองไปรอบๆ แล้วพบว่า ทหารรับจ้างดาบโลหิตที่เหลือกำลังรวมตัวกันใหม่ภายใต้การบัญชาของ 'งูหลามตาเดียว' ซุนเฟยขยับปลายดาบเบาๆ ผมสีดำขยับลู่ไปตามแรงลม ซุนเฟยะโถามกึกก้องด้วยเจตนาฆ่า “ในตอนที่พวกเ้าล่าชาวเมืองแซมบอร์ดไปขายเป็ทาส เคยนึกบ้างไหมว่าจะมีวันนี้? ฮึ ข้าจะทำให้เดรัจฉานที่สูญเสียความเป็คนอย่างพวกเ้าได้รับรู้ถึงรสชาติของการเป็เหยื่อใต้คมดาบของคนอื่น!”
“ถุย! กะอีแค่ฆ่าแล้วก็ล่าพวกสวะชั้นต่ำอย่างเมืองแซมบอร์ด มันจะอะไรกันนักหนา?” แม้ชายหัวล้านตาเดียวจะตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของซุนเฟย แต่ตอนนี้ ความเชื่อมั่นของเขาได้ฟื้นคืนกลับมาแล้ว เขาแสยะยิ้มพลางพูดอย่างกวนโมโหว่า “มีพวกสวะเมืองแซมบอร์ดนับพันคนที่ต้องตายภายใต้คมขวานของบิดา อีกห้าร้อยคนที่เหลือก็ถูกขายไปเป็ทาสตามที่ต่างๆ นี่ยังไม่รวมกับหญิงสาวชาวเมืองแซมบอร์ดที่ถูกบิดาย่ำยีจนเบื่อแล้วขายไปเป็โสเภณีชั้นต่ำในค่ายทหารอีกนะ นังหมูตัวเมียพวกนั้นมีนับไม่ถ้วนเลยล่ะ ฮ่าๆๆ บิดาพูดชัดขนาดนี้แล้ว าาอาณาจักรบริวารระดับหกเช่นเ้าจะมีปัญญาอะไรมาจัดการข้าได้?”
“ดี! ดี! ดี! ดี! ดี!!!” คำว่า ‘ดี’ หลุดออกมาจากปากซุนเฟยถึงห้าครั้ง ซุนเฟยไม่เคยรู้สึกโมโหขนาดนี้มาก่อน เขาก้าวเข้าไปใกล้ๆ ทีละก้าว “ข้าจะมีปัญญาอะไรไปจัดการเ้าได้อย่างงั้นหรือ? วันนี้ข้าจะไม่สังหารเ้า จงเบิกตาสุนัขของเ้าให้กว้าง แล้วมองด้วยตาของเ้าเอง ภายในหนึ่งเดือนนี้ ข้าจะลบชื่อกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตให้หายไปจากเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก!”
ได้ยินดังนั้นชายหัวล้านก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นแล้วพูดขึ้นว่า “ลบชื่อกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตให้หายไปจากเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก? ฮ่าๆๆๆ นี่เป็เื่ที่โคตรตลกที่สุดที่ข้าเคยได้ยินมาเลย! เ้าหนอนแมลงที่น่าสงสาร เ้ารู้ไหมว่ามียอดฝีมือในกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเท่าไร? หรือเ้าคิดว่าตัวเองไร้เทียมทาน อยู่ยงคงกระพันงั้นสิ? เอาแบบนี้ดีกว่าไหม ถ้าเ้ายอมจ่ายเงินให้พวกข้าสามหมื่นเหรียญทอง ข้าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนเ้าก็จะกลับไปเป็าาปกครองอาณาจักรเล็กๆ ของเ้าต่อ ไม่อย่างนั้น หากพวกข้าหนีรอดออกไปได้แม้แต่คนดียว ข่าวนี้จะแพร่ไปทั่วราชอาณาจักรและภายในหนึ่งเดือนนี้ กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตของข้าก็จะยกกำลังพลไปถล่มเมืองแซมบอร์ดของเ้าให้ราบเป็หน้ากลอง!”
“ดี งั้นมาดูกันว่าระหว่างกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตของเ้ากับเมืองแซมบอร์ดของข้า อะไรมันจะย่อยยับก่อนกัน!”
ซุนเฟยี้เีพูดมาก เขาเปลี่ยนกลับเป็ 'โหมดคนเถื่อน' และใช้ทักษะ 'ะโ' พุ่งไปหากองกำลังทหารรับจ้างอย่างรวดเร็ว และปลดปล่อยพลังทั้งหมดของไอเทมระดับ 7 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' ฉับพลันตัวดาบก็เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมา ก่อนที่ซุนเฟยจะเหวี่ยงดาบออกไปดังวูบ หัวจำนวนมากก็กระเด็นลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมๆ กับน้ำพุโลหิตที่สาดกระจายไปทั่วบริเวณ ซุนเฟยตวัดดาบอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ดาบของซุนเฟยเหมือนเหล็กที่ถูกเผาจนร้อนฉ่าแล้วทาบลงไปบนชีสจนมันละลาย ไม่ว่าจะวาดดาบผ่านไปที่ใด เหล่าทหารรับจ้างดาบโลหิตที่อยู่ด้านหน้าก็ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่วินาทีเดียว ไม่ช้าซุนเฟยก็เข้าใกล้ชายหัวล้านตาเดียว
“ฮ่าๆๆๆ าาเมืองแซมบอร์ด เ้าหลงกลข้าแล้ว!”
ชายหัวล้านตาเดียวก็พลันแสยะยิ้มออกมาอย่างสมใจ ในขณะที่ถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่จู่ๆ ด้านหลังของเขาก็ปรากฏทหารหน้าไม้นับสิบคนที่อยู่ในท่าพร้อมยิง
ฟุ่บๆๆ!
เสียงกลไกขยับยิงลูกดอกประหนึ่งเสียงหัวเราะของมัจจุราช ลูกดอกหน้าไม้ทั้งยี่สิบดอกที่ยิงออกไปสามารถเจาะทะลวงต้นไม้ั์เป็รูได้ในพริบตา หน้าไม้ที่ทรงพลังทั้งสิบคันนี้ถือเป็ไพ่ตายของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่ยอมควักเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อมันมา หน้าไม้นี้เป็อาวุธกึ่งเล่นแร่แปรธาตุได้ ตัวหน้าไม้จะลงวงเวทธาตุลมระดับต่ำและฝังก้อนหินเวทมนตร์ระดับต่ำไว้ด้วย และยังมีการแกะสลักเวทมนตร์รอบๆ ตัวหน้าไม้ ทำให้ความเร็วในการยิงลูกดอกและพลังโจมตีเพิ่มมากขึ้น
ตอนที่ซุนเฟยพุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วนั้น ทหารหน้าไม้ทั้งสิบคนที่เตรียมตัวอยู่ก่อนแล้วก็เหนี่ยวไกยิงทันที ลูกดอกหน้าไม้ทั้งยี่สิบดอกต่างเล็งไปที่จุดตายของซุนเฟยทุกตำแหน่ง...
นี่คือกับดักที่ชายหัวล้านตาเดียวจัดเตรียมขึ้นมาใน่เวลาสั้นๆ
และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมชายหัวล้านตาเดียวถึงได้พูดจายั่วโมโหซุนเฟย
จากการปะทะกันก่อนหน้านี้ ทำให้ชายตาเดียวตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของาาเมืองแซมบอร์ด ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเหนือกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้เสียอีก หากปะทะกันตรงๆ เกรงว่าทะเลสาบแห่งนี้อาจจะกลายเป็ที่ฝังศพของทหารรับจ้างดาบโลหิตแน่ๆ ในเมื่อเขามีไพ่ตายเป็หน้าไม้กึ่งเล่นแร่แปรธาตุถึงสิบคัน ทำไมเขาจะไม่ดึงมันออกมาใช้กันเล่า ภายนอกเขาอาจจะดูหยาบกระด้างและโง่เง่า แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความปลิ้นปล้อนตลบตะแลง ชายหัวล้านตาเดียวฉวยโอกาสที่ซุนเฟยกำลังพัวพันกับการสังหารลูกน้องและสหายของเขาปลีกตัวออกมาจัดเตรียมกับดักสังหารนี้
และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะได้ดักจับเหยื่อเสียที
ชายตาเดียวลอบแสยะยิ้มออกมาในความมืด
เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง ราวกับว่ากำลังมองเห็นร่างของซุนเฟยถูกลูกดอกหน้าไม้ทะลวงร่างจนพรุนและตายอย่างน่าอนาถ ถ้ากำจัดศัตรูกวนใจนี้ไปได้ ก็ยังพอเหลือเวลาไปจัดการพวกพ่อค้ากลุ่มโซรอส
“ระวัง...”
“อันตราย...”
ผู้ดูแลเรดแนปป์และสาวชุดแดงต่างพากันร้องเตือนออกมาเสียงดัง แต่ดูเหมือนว่ามันจะช้าไป
แต่...
“คิดว่ากับดักกระจอกๆ นี่จะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ?”
ซุนเฟยหัวเราะที่ลำคอเบาๆ ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นร่างของซุนเฟยเรืองแสงขึ้นมา ส่วนที่เป็จุดตายที่ลูกดอกเล็งยิงเข้ามาก็เกิดแสงสว่างหลากสีขึ้น ไม่ว่าจะเป็สีม่วง เขียวดำ แดง ฟ้า ต่างก็พาเปล่งประกายระยิบระยับ ซุนเฟยไม่คิดที่จะถอยหนี กลับกันเขายังเร่งฝีเท้าพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เขาไม่แม้แต่จะยกดาบขึ้นมากันลูกดอกสักนิด เขาวิ่งไปหาลูกดอกกระหายเืตรงๆ ราวกับว่าจะใช้เืเนื้อของตัวเองเข้าปะทะกับลูกดอกหน้าไม้ที่แสนอันตรายนี้
ติ้งๆๆๆ!
ท่ามกลางสายตาอันตื่นตะลึงของฝูงชน เสียงใสเล็กๆ ก็ลอยเข้ามาในหูของทุกคน และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในสายตาของทุกคนคือ ลูกดอกที่สามารถทะลวงก้อนหินเป็รูได้ กลับไม่สามารถทะลวงผ่านร่างของซุนเฟยได้ เสียงใสๆ ที่ฟังดูคล้ายไม้จิ้มฟันชนเข้ากับเหล็กกล้าดังขึ้น ก่อนที่ลูกดอกจะกระเด็นร่วงลงบนพื้น
ตอนนี้เอง แสงสว่างบนร่างของซุนเฟยก็ค่อยๆ ลดลง
ปรากฏชุดเกราะรูปทรงแปลกๆ ดูลึกลับขึ้นมาบนร่างของเขา
ทุกคนเห็นชิ้นส่วนของเกราะที่มีสีสันสดใสมากมายอยู่บนร่างของซุนเฟย ไม่ว่าจะเป็ที่นิ้วทั้งห้า ฝ่ามือ ข้อมือ หัว หน้าอก แผ่นหลัง เอว เป้า ต้นขา หัวเข่า ขาและฝ่าเท้า รูปแบบของชุดเกราะนี้ดูเรียบง่ายแต่หาได้ยากบนแผ่นดินอาเซรอท ชุดเกราะแต่ละชิ้นติดแน่นบนร่างของซุนเฟย แต่มันกลับดูไม่หนาและหนักเหมือนชุดอัศวินเกราะหนัก กลับกันมันยิ่งเสริมให้ซุนเฟยดูองอาจกล้าหาญมากขึ้น
ชุดเกราะทุกชิ้นบนร่างของเขาดูสวยงามลึกลับ แต่ละชิ้นเชื่อมโยงกันแนบสนิท ทั้งยังปล่อยกลิ่นอายเวทมนตร์และแสงสว่างออกมาจางๆ เห็นได้ชัดว่ามันคือชุดเกราะเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง บวกกับ 'ดาบศักด์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส' และ 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส' ในมือของเขา ยิ่งทำให้ซุนเฟยในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเทพาผู้ไร้เทียมทาน
ไม่มีใครรู้ว่าชุดเกราะนี้มาจากไหน
แต่ที่ทุกคนรู้แน่ๆ ก็คือ การปรากฏตัวของชุดเกราะเวทมนตร์นี้สามารถขวางการโจมตีของลูกดอกพวกนั้นได้ ตราบใดที่ยังมีชุดเกราะนี้อยู่ ก็ไม่มีลูกดอกใดสามารถเจาะผ่านเข้าไปได้
“เป็ไปได้อย่างไร...” ชายตาเดียวขมวดคิ้ว ร่างกายพลันรู้สึกเย็นเฉียบขึ้นมา
ชิ้งๆๆๆ!
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง ประกายแสงดาบลอยผ่านวูบหนึ่ง ก่อนที่กลิ่นเืฉุนๆจะลอยออกมาพร้อมร่างของกลุ่มทหารหน้าไม้ที่ถูกฟันเป็ยี่สิบท่อนร่วงลงกับพื้น โดยที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้ยิงหน้าไม้เป็ครั้งที่สอง
วินาทีต่อมา คมดาบในมือของซุนเฟยก็แฉลบผ่านร่างของชายตาเดียว
รยางค์ทั้งสี่พลันรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา ทันทีที่รยางค์ทั้งสี่ถูกตัดขาด ร่างของชายตาเดียวก็พลันเสียการทรงตัวจนล้มคว่ำลงกับพื้น เืทะลักออกมาจากสองมือและสองเท้าของเขา โดยไม่ทันได้ตั้งตัว แขนและขาของเขาก็ถูกซุนเฟยตัดทิ้งในชั่วพริบตา
“ข้าเคยพูดว่าจะไว้ชีวิตเ้า เพื่อให้เ้าได้มองเห็นความพินาศของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตด้วยตาของตัวเอง!”
น้ำเสียงเ็าของซุนเฟยราวกับเสียงร้องเรียกของมัจจุราช รอยแผลที่ข้อมือทำให้เขารู้สึกหนาวจับใจ สำหรับนักรบแล้ว การสูญเสียแขนขาไปมันเ็ปยิ่งกว่าตายเสียอีก ฆ่าเขาตายยังไม่รู้สึกเ็ปเท่ากับต้องกลายเป็คนพิการแบบนี้! ดวงตาของชายตาเดียวจ้องมาที่ร่างของซุนเฟยพลางเค้นเสียงออกมาอย่างอาฆาตแค้น “าาแซมบอร์ด เ้ามันอำมหิต...” พูดถึงตรงนี้เขาก็ชิงจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย
แต่...
เพี้ยะ!
ซุนเฟยตวัดเท้าเตะไปที่ขากรรไกรล่างของมันพลางแสยะยิ้มออกมา “ข้า้าให้เ้าอยู่ เ้าก็ต้องอยู่ อย่าได้ริที่จะตายก่อนที่ข้า้า!”
ซุนเฟยะโขึ้นไปเหยียบบนก้อนหิน พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขากำลังมองหาชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายตาเดียวก่อนหน้านี้ ั้แ่ต้นจนจบเขายังไม่ได้ปะทะกับมันเลย ในบรรดายอดฝีมือของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตก็เหลือแค่มันคนเดียว และไม่รู้ว่ามันไปมุดหัวอยู่ไหนแล้ว ไม่แน่ว่า มันอาจจะเป็ภัยคุกคามพวกเขาทีหลังก็ได้
ตอนนี้เอง ซุนเฟยก็ส่งสัญญาณให้เหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์ที่ซ่อนตัวอยู่โผล่ออกมาจัดการพวกที่เหลือ
จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็รู้แล้วว่าาาเมืองแซมบอร์ดไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่ยังนำทหารของตัวเองมาโอบล้อมพวกเขาไว้นานแล้ว ที่แท้าาเมืองแซมบอร์ดก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้พวกเขาหนีรอดออกไปได้ั้แ่แรก ด้วยการนำทัพของชายร่างสูงกว่าสองเมตรและมีรอยบากบนใบหน้า กับบุรุษที่มีใบหน้าหล่อเหลา เหล่าทหารรับจ้างดาบโลหิตก็ถูกเหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์รุกไล่สังหารอย่างเหี้ยมโหด แม้ว่าพวกทหารรับจ้างดาบโลหิตจะพยายามต่อต้าน แต่ดูเหมือนว่าจะเป็การเอาไข่ไปกระทบกับหิน ไม่ช้า ทหารรับจ้างดาบโลหิตที่เหลืออยู่ไม่กี่สิบคนต่างพากันโยนอาวุธในมือทิ้งแล้วคุกเข่าอ้อนวอน ส่วนพวกที่เหลือต่างถูกสังหารเรียบ!
ในที่สุดซุนเฟยก็พบร่องรอยของผู้นำอีกคน
“คิดจะหนี? เฮอะ! ช้าไป ไสหัวออกมา!”
ซุนเฟยที่ยืนอยู่บนก้อนหินพลันชกหมัดออกไปกลางอากาศ โจมตีไปที่ผืนน้ำบนทะเลสาบที่อยู่ห่างออกไป ด้วยพลังคนเถื่อนเลเวล 38 ทำให้น้ำในทะเลสาบกลายเป็เสาน้ำพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เผยให้เห็นเงาร่างที่ดูคล้ายปลากำลังแหวกว่ายหลบหนีอยู่ ทว่าเมื่อถูกหมัดของซุนเฟยชกไปที่ผืนน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ร่างของมัน ทำให้มันจำเป็ต้องกลับขึ้นมาบนฝั่ง
ที่แท้ก็เป็หนึ่งในผู้นำของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่หายไปนั่นเอง ชายหน้าเนื้อใจเสือที่เข่นฆ่าผู้คนนับไม่ถ้วน และยังเป็หนึ่งในผู้นำการล่าและจับตัวชาวเมืองแซมบอร์ดไปขายเป็ทาส
“ฝ่าา ได้โปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย...” ทันทีที่ขึ้นมาบนฝั่งได้ก็รีบคุกเข่าอ้อนวอนทันที
ซุนเฟยะโลงจากหินแล้วไปยืนอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น
ทันใดนั้นเอง
“ฮ่าๆๆๆ ตายไปเสียไอ้หน้าโง่!”
ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนก็ะเิพลังออกมา สีหน้าของมันกลายเป็เหี้ยมโหด มันเคลื่อนไหวด้วยท่าทางพิสดาร ทั้งนิ้วมือ กล้ามเนื้อส่วนเอว ข้อศอก เข่า ข้อมือและฝ่าเท้าต่างเคลื่อนไหวด้วยท่าทีแปลกๆ เพียงชั่วพริบตา อาวุธลับทั้งหมดก็พุ่งไปที่จุดตายของซุนเฟยประหนึ่งห่าฝน...ความจริงแล้วคนผู้นี้คือยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธลับ เขาสามารถปล่อยอาวุธลับในร่างกายที่มีมากกว่าร้อยชนิดออกมาจากทั่วทั้งร่าง และอาวุธลับทั้งหมดก็เคลือบยาพิษและเวทมนตร์โจมตีร้ายแรงไปด้วย
“เฮอะ! ไอ้พวกหนอนแมลงสวะ คิดว่าจะสังหารข้าได้งั้นสิ?”
ซุนเฟยหัวเราะออกมา เขาเตรียมการป้องกันไว้อยู่ก่อนแล้ว ซุนเฟยปักหลักยืนที่เดิม ดาบในมือสั่นไหวเบาๆ ก่อนที่จะตวัดดาบกันอาวุธลับทั้งหมดอย่างรวดเร็วราวกับกำลังรำดาบอยู่ก็ไม่ปาน ไม่ว่าจะเป็อาวุธลับชนิดใดก็ไม่สามารถเล็ดรอดผ่านเข้ามาภายในรัศมีหนึ่งเมตรรอบตัวซุนเฟยได้
นี่คือความน่ากลัวของทักษะ 'ควบคุมดาบ' ของคนเถื่อน หลังจากที่อัพขึ้นมาเป็เลเวล 8 ความเข้าใจด้านทักษะและการควบคุมดาบของซุนเฟยได้เหนือชั้นยิ่งกว่านักดาบคนไหนๆ ของแผ่นดินอาเซรอทแล้ว
อาวุธลับกระเด็นหายไป ดูท่าว่าจุดจบของชายวัยกลางคนจะมาถึงแล้ว
ดาบของซุนเฟยตวัดดาบทำลายข้อมือและข้อเท้าของมันอย่างไร้ความปรานี เพื่อป้องกันไม่ให้มันปล่อยอาวุธลับออกมอีก แม้กระทั่งทำลายเส้นประสาททั้งร่างของมัน สำหรับซุนเฟยใน 'โหมดมือสังหาร' แล้ว เื่พวกนี้ทำได้ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
ตอนนี้ กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตสองร้อยกว่าคนและผู้นำของพวกมันต่างถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
เมื่อเห็นดังนั้นกองคาราวานพ่อค้ากลุ่มโซรอสก็พากันอ้าปากค้าง
“ฝ่าา แล้วคนพวกนั้นจะจัดการอย่างไรดีขอรับ?” ตอร์เรสเดินเข้ามาถาม พลางชี้ไปที่ทหารรับจ้างดาบโลหิตที่เหลืออยู่ไม่กี่คน
------------
