บทที่ 153 เข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์
เมื่อถูกเจตจำนงกระบี่ของอี้เฟิงกระตุ้น เจตจำนงกระบี่ของฉินชูจึงพัฒนาขึ้น
สำหรับผู้ฝึกกระบี่ ศัตรูคือเื่รอง กระบี่คือทุกสิ่ง
คนข้างกายฉินชูต่างขยับออกห่างเล็กน้อย สตรีที่สนทนากับฉินชูเมื่อครู่นี้ แววตาเต็มไปด้วยประกายผิดคาด เพียงชมการต่อสู้หนึ่งหน เจตจำนงกระบี่ก็พัฒนาขึ้นได้ แบบนี้แข็งแกร่งเกินไป
ฉินชูหลับตาััถึงความเปลี่ยนแปลงของเจตจำนงกระบี่ เขาไม่มีแก่ใจจะชมการต่อสู้กลางอากาศอีกต่อไป
เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ[1] เจตจำนงกระบี่ของฉินชูจึงกลับเข้าไปภายในกาย ขณะเดียวกัน เสียงใสกังวานดังขึ้น ร่างกายของโม่เหยียถอยหลังไปอย่างไม่อาจหยุดได้ ่อกมีเืสดไหลริน
กระบี่ไร้รูป!
หลังรู้ถึงระดับความสามารถของคู่ต่อสู้ อี้เฟิงจึงใช้เคล็ดวิชาของตนเอง
“นี่คือเพลงกระบี่ที่ทำให้เ้าเลื่องชื่อหรือ?” โม่เหยียก้มลงมองาแตรงอก แล้วเงยหน้ามองไปทางอี้เฟิง
“ถูกต้อง กระบี่ไร้รูปเป็เพลงกระบี่ที่ข้าประจักษ์ระหว่างขอคำชี้แนะจากหัวหน้าเผ่าน้อยจ้านเหยี่ยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์ วันนี้เ้าลบหลู่เขา ถูกทำร้ายด้วยกระบี่ไร้รูปก็ถือเป็ผลแห่งกรรม” อี้เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ข้ามาอีกแน่” โม่เหยียถอยหลังหนี ก่อนหายลับไป
อี้เฟิงมองเหล่าผู้ฝึกตนที่กำลังมุงดู “ตอนนี้เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเก็บตัวจากโลกภายนอก ผู้ฝึกตนในพื้นที่ของเราก็อ่อนกำลังลง คนอื่นคิดจะมาสู้ก็มาได้ ดังนั้นเราในเวลานี้ต้องแกร่งยิ่งขึ้น นับแต่วันนี้เป็ต้นไป เขาฉิงชางจะรับผู้ฝึกกระบี่เข้าสำนัก”
เขากวาดสายตามองผู้ฝึกฝนที่มามุงดูแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับเข้าไปในสำนัก
เมื่อได้ฟังวาจาของอี้เฟิง ผู้ฝึกกระบี่จำนวนมากจึงไปรายงานตัว ในยามนี้อี้เฟิงเป็ผู้ฝึกกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตพื้นที่นี้ คิดจะฝึกฝนวิถีกระบี่ เขาฉิงชางเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด
ฉินชูไม่เคลื่อนไหว เขาเองก็อยากเรียนรู้วิถีกระบี่ของเขาฉิงชางเช่นกัน แต่เขามีเื่ที่สำคัญยิ่งกว่า
“เ้าอายุไม่มาก อีกทั้งยังมีเจตจำนงกระบี่ระดับสามในกาย ไม่พิจารณาเข้าร่วมเขาฉิงชางหรือ?” สตรีที่อยู่ข้างกายฉินชูเอ่ยถาม
“ข้ามีเื่อื่นต้องทำ” ฉินชูหันขวับเดินจากไป เขาไม่มีเวลาอยู่ที่นี่
ฉินชูไปแล้ว สตรีที่สนทนากับฉินชูจึงเข้าไปในเขาฉิงชาง มุ่งตรงไปยังโถงใหญ่ของสำนัก
“ศิษย์พี่หญิง เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกับเ้าหนุ่มที่อยู่ข้างกายท่านหรือ?” อี้เฟิงมองสตรีผู้นั้นพลางเอ่ยถาม
“ศิษย์น้อง เ้าหนุ่มนั่นเก่งกาจไม่น้อย เพียงชมการต่อสู้ระหว่างเ้ากับโม่เหยีย เจตจำนงกระบี่ก็พัฒนาขึ้น กลายเป็เจตจำนงกระบี่ระดับสาม ศิษย์พี่แนะนำให้เขามาฝึกฝนที่เขาฉิงชางแล้ว แต่เขาปฏิเสธ” นางมีนามว่า เฉินเยว่ ศิษย์พี่หญิงใหญ่รุ่นที่สองแห่งเขาฉิงชาง ่ก่อนหน้านางไปพัฒนาเจตจำนงกระบี่ที่เขาเทียนเจี้ยน แต่ยังฝึกไม่เสร็จก็ได้ยินข่าวที่โม่เหยียจะประลองกับอี้เฟิง จึงรีบกลับมา
“พวกเ้าไปตรวจสอบเ้าหนุ่มนั่น อายุยังน้อยกลับมีเจตจำนงกระบี่ระดับสามในกาย นับเป็ผู้มีพร์” อี้เฟิงกำชับคนข้างกายประโยคหนึ่ง
เมื่อฉินชูกลับถึงโรงเตี๊ยมภายในตัวเมือง ก็เริ่มเก็บตัว บรรลุเจตจำนงกระบี่อีกระดับ เขาจำเป็ต้องศึกษาและคงสภาพให้เสถียรก่อน
เก็บตัวนานสี่วัน ฉินชูจึงคงสภาพเจตจำนงกระบี่ระดับสามได้ ‘เขาเทียนเจี้ยน’ เขาจดจำชื่อนี้ไว้แล้ว หลังจากไปเยือนแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง เขาจะไปเขาเทียนเจี้ยน การต่อสู้ระหว่างอี้เฟิงและโม่เหยีย ทำให้ฉินชูรู้สึกสั่นสะท้านในใจ ต้องเป็นักกระบี่เช่นนั้นถึงจะมีคุณสมบัติถูกเรียกขานว่าผู้ฝึกกระบี่
ฉินชูออกจากห้อง แล้วเดินมายังโถงใหญ่ของโรงเตี๊ยม สั่งอาหารจำนวนหนึ่ง ก่อนสั่งสุราหนึ่งไห พลังฝีมือพัฒนาขึ้นนับเป็เื่ดี เขาต้องฉลองเสียหน่อย
เดิมทีคิดจะฉลอง แต่ฉินชูกลับได้ยินเื่ที่ทำให้อัดอั้นใจ เขาได้ยินผู้มาดื่มสุราบอกเล่าว่าเผ่าศักดิ์สิทธิ์ัเขียวตอบตกลงคำสู่ขอของราชวงศ์วายุประจิมแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันจัดพิธี
ฉินชูวางถ้วยสุราลงบนโต๊ะอย่างแรง “วันนี้เ้าแย่งผู้หญิงของข้า พรุ่งนี้ข้าจะแย่งพี่สาวของเ้า แย่งน้องสาวของเ้า แม้แต่ภรรยาของเ้าก็ไม่เว้น”
วาจาของฉินชูดึงดูดให้คนจำนวนมากหันมอง ทุกคนไม่เข้าใจว่าเหตุใดภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ถึงปรากฏเ้าทึ่มคนหนึ่ง ที่รูปลักษณ์หน้าตาค่อนข้างหล่อเหลา แต่สมองไม่ค่อยดี ทุกคนต่างรู้สึกเสียดาย
ฉินชูรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย จึงกินอาหารต่อ ทว่าบทสนทนาต่อมาของคนอื่นทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง นั่นคือพวกเขายังไม่ได้กำหนดวันจัดพิธี เป็เพราะองค์หญิงน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์ัเขียวหนีไปแล้ว เมื่อนางเอกของพิธีแต่งงานหนีไป จะกำหนดวันจัดพิธีได้อย่างไรเล่า?
ฉินชูดื่มสุราหนึ่งอึก แล้วแหงนหน้าหัวเราะดังลั่น “ช่างสาแก่ใจนัก หนีแล้วก็อย่าได้กลับไป อย่าให้โอกาสมันสักอย่าง”
ท่ามกลางสายตาของเหล่าลูกค้าที่เหมือนกำลังมองเ้าทึ่ม ฉินชูลุกออกจากที่นั่ง จ่ายเงิน แล้วนั่งเกวียนสัตว์อสูรที่ฝากไว้จากไป เขาเริ่มเดินทางอย่างเร่งรีบต่อ
ฉินชูไปแล้ว แต่เื่ที่เขาไม่รู้คือ การเดินทางของเขาถูกคนกลุ่มหนึ่งจับตามอง
ฉินชูขับเกวียนสัตว์อสูร มุ่งหน้าไปทางแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง ระยะห่างใกล้ขึ้นเรื่อยๆ สภาวะจิตใจของเขาก็ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
อี้เฟิงและเฉินเยว่ได้รับข่าวแล้ว
“ศิษย์พี่หญิง เ้าหนุ่มนี่จะทำอะไรกัน? ทิศทางของเขาคือแดนศักดิ์สิทธิ์ ยามนี้จะเข้าใกล้อาณาเขตนั้นส่งเดชไม่ได้ ที่นั่นมีคนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวและเผ่าศักดิ์สิทธิ์อัสนีเดชเข้าออกอยู่ หากมีคนเข้าใกล้ พวกเขาคงสังหารในทันที เพราะเกรงว่าเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงจะฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง” อี้เฟิงกล่าว
“ทำไมเ้านั่นถึงโง่นัก? บัดนี้แดนศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนเขตต้องห้าม ผู้ใดเข้าใกล้ล้วนมีจุดจบไม่ดี” เฉินเยว่เองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก
“อายุยังน้อย แถมมีเจตจำนงกระบี่ระดับสาม ผู้มีความสามารถเช่นนี้ จะปล่อยให้เกิดเื่ไม่ได้ ข้าจะลองไปดู” อี้เฟิงตัดสินใจ
แดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงเคยเป็จุดศูนย์กลางของเขตพื้นที่แห่งนี้ มีอำนาจบารมีปกคลุมพื้นที่หนึ่งในห้าส่วนของแคว้นจงโจว แม้ว่าตอนนี้จะล่มสลาย แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ก็คือแดนศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนั้น ฉินชูยังมีอีกความรู้สึกหนึ่ง เหมือนจะมีอะไรบางอย่างกำลังเรียกให้ตนเองมุ่งตรงไป
รู้ว่าเบื้องหน้ามีอันตราย ฉินชูจึงจอดเกวียนสัตว์อสูรไว้ที่ผืนป่าแห่งหนึ่ง ก่อนมุ่งหน้าไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงด้วยตัวเอง
เขาศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง เคยเป็สถานที่ตั้งของเผ่าหงส์เพลิง ในตอนนี้ก็ยังคงเป็แดนศักดิ์สิทธิ์ในใจผู้คนจำนวนมาก
ศึกใหญ่เมื่อสิบเจ็ดปีก่อน คนของเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงล้มตายเป็จำนวนมาก ผู้ฝึกตนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาก็ตายไปไม่น้อย แต่ไม่มีผู้ใดกล้าไปเซ่นไหว้ที่แดนศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนที่ไปล้วนไม่ได้กลับมา บัดนี้ผู้ที่รำลึกถึงเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง ได้แต่จุดธูปเซ่นไหว้ในสถานที่ที่ห่างไกล
พื้นที่ที่ฉินชูผ่าน เขาเห็นจุดปักธูปอยู่สองแห่ง
เมื่อััได้ว่าหากเข้าใกล้กว่านี้จะมีอันตราย ฉินชูจึงเร้นกายอยู่บนต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง รอจนม่านราตรีปกคลุม จึงค่อยเข้าใกล้เขาศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง
สิ่งปลูกสร้างโอ่อ่าที่ดูเก่าแก่เรียงราย ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ ช่างดูน่าสะพรึงกลัวในยามค่ำคืน
เสียงร้องของนกฮูกดังขึ้นเป็ครั้งคราว ทำให้ความน่ากลัวเพิ่มเท่าทวี คนขวัญอ่อนคงหนีไปั้แ่แรก
ฉินชูเฝ้าสังเกตอยู่พักหนึ่ง พบว่ามีตำแหน่งหนึ่งที่จุดกองไฟไว้ ที่นั่นมีเงาคนจำนวนหนึ่งอยู่ข้างกองไฟ
มีคนเฝ้าจริงด้วย ฉินชูอ้อมออกห่าง ก่อนมุ่งตรงเข้าไปภายในแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง เขาระวังตัวมาก เขาขับเคลื่อนเคล็ดวิชาซ่อนลมปราณที่เฉียนหลิงอู่มอบให้เขาถึงขีดจำกัดสูงสุด ไม่ปล่อยให้กระแสพลังปราณของตนเองเล็ดลอดออกไปแม้แต่น้อย
ฉินชูอ้อมผ่านการปิดกั้นของคนที่เฝ้าอยู่ได้ เขาถึงรู้สึกโล่งอก จากนั้นจึงเข้าไปภายในแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง
เมื่อเข้ามาถึงภายในแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง ภายในใจฉินชูก็มีความรู้สึกเศร้าใจอย่างแปลกประหลาด สถานที่แห่งนี้เคยเป็บ้านของตน ภายหลังถูกคนเลวทรามต่ำช้าล้อมโจมตี จึงทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด คนในเผ่าถูกฆ่าตายหมด
หลังจากสงบสภาวะจิตใจครู่หนึ่ง ฉินชูก็ััได้ถึงเสียงเรียกจากก้นบึ้งหัวใจอีกครั้ง
[1] เค่อ คือหน่วยนับเวลาในยุคสมัยจีนโบราณ โดย 1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที
