หลังจากพลังิญญาในลูกปราณิญญาถูกชักจูงเข้าไปในน้ำวนพลังิญญาแล้ว ความเร็วในการโคจรของน้ำวนพลังิญญาพลันเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
อีกทั้งนี่ยังอยู่ในสภาวะที่ไม่ได้ยืมใช้หินวิเศษฝึกบำเพ็ญตบะด้วย!
พลังิญญาทั้งหมดในลูกปราณิญญาถูกรับเข้าไปไว้ในมหาสมุทริญญาทีละส่วน หลังจากได้รับการกลั่นหลอมแล้ว เนี่ยเทียนใช้จิตตรวจสอบจึงพบทันทีว่ามหาสมุทรปราณิญญาชั้นนอกสุดเปลี่ยนมาเป็บริสุทธิ์และหนาแน่น
การฝึกบำเพ็ญตบะครั้งนี้เทียบเท่ากับการที่เขาใช้หินวิเศษช่วยฝึกทั้งวันทั้งคืนติดกันหลายวัน
หากเขาได้อยู่ในดินแดนลึกลับแห่งนี้ตลอดเวลา รวบรวมลูกปราณิญญาฟ้าดินอย่างต่อเนื่อง นำพลังของมันหลอมรวมเข้าไปในมหาสมุทรปราณิญญา เขาเชื่อว่าความเร็วในการฝ่าทะลุขอบเขตท้าย์ของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกเจ็ดแปดเท่า!
ทว่า เขาต้องอยู่ที่นี่เท่านั้น
หากเขาออกไปจากที่นี่ กลับไปยังสำนักหลิงอวิ๋น ใช้ปราณิญญาฟ้าดินของที่นั่นมาฝึกบำเพ็ญตบะ เกรงว่าเขาคงไม่พัฒนามากเท่าไหร่นัก
เนื่องจากปราณิญญาของที่แห่งนี้หนาแน่นและเข้มข้นอย่างมาก
“หรือว่า... นี่เป็เพียงวิชาหนึ่งที่ต้องใช้ฝึกที่นี่เท่านั้น? ไม่ใช่กระบวนท่าที่แข็งแกร่งเหมือนหมัดพิโรธ?” สติของเนี่ยเทียนเริ่มกลับมาอยู่กับตัว ครุ่นคิดเงียบๆ
่เวลาต่อมาเขาก็ยืมใช้ลูกปราณิญญาที่รวบรวมขึ้นใหม่หลายต่อหลายครั้งมากลั่นหลอมมหาสมุทริญญาของตัวเอง
เมื่อใช้วิธีนี้ มหาสมุทริญญาของเขาจึงได้กลั่นกรองและชุบหลอมด้วยความเร็วที่น่าตะลึง
เขาััได้ว่าผ่านไปประมาณสามถึงห้าวัน มหาสมุทริญญาของเขา... ก็ผ่านการกลั่นหลอมอย่างสมบูรณ์แบบไปแล้วหนึ่งรอบ
มหาสมุทริญญาที่เต็มไปด้วยหมอกขาวโพลนแห่งนั้น ปราณิญญาที่เดิมทีบางเบาอยู่กระจัดกระจาย เมื่อผ่านการกลั่นหลอมหนึ่งรอบจึงเปลี่ยนมาเป็หนาแน่นเข้มข้น
แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกว่าได้บรรลุถึง่ปลายของท้าย์ขั้นต้น ไม่รู้สึกเหมือนตอนไต่ไปถึงจุดสูงสุดของหลอมรวมลมปราณขั้นเก้าที่ยากจะขยายมหาสมุทริญญาออกไปได้อีกจนจำเป็ต้องไต่สู่ขอบเขตที่สูงขึ้นอย่างเร่งด่วน ถึงจะเปลี่ยนมาเป็แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเขาจึงตระหนักได้ว่าการกลั่นหลอมมหาสมุทริญญาของเขา อาจจะยังจำเป็ต้องทำซ้ำต่อไปอีก
บางทีอาจต้องผ่านการกลั่นหลอมมหาสมุทริญญาอีกครั้งสองครั้ง จึงจะบรรลุถึงปากขวดของการฝ่าทะลุขั้น จากนั้นก็ยืมใช้ความรู้และความเข้าใจที่เขามีต่อพลังิญญามาบุกทะลวงไปถึงเขตท้าย์่กลาง
หลังจากสังเกตได้ถึงจุดนี้ เขาก็หยุดการกลั่นหลอมมหาสมุทริญญาชั่วคราว และหยุดทำความเข้าใจกับวิชาลับการรวบรวมลูกปราณิญญานั้นด้วย
เพราะเขารู้สึกว่า ่เวลาที่ผ่านมาซึ่งเขาได้รวบรวมลูกปราณิญญาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาเข้าใจเคล็ดลับที่มหัศจรรย์นี้แล้ว
หลังจากนั้น เขาจึงมองไปยังแขนั์ที่ชี้ขึ้นฟ้าแขนที่สามและแขนที่สี่
แขนั์ราวูเาสองข้างนั้นอาจมาจากั์ค้ำฟ้าตัวเดียวกันที่ถูกฝังอยู่ลึกใต้ดิน ฝ่ามือสองข้างนั้นคล้ายคลึงกัน นิ้วมือทั้งห้าหงิกงอ ทำท่าเหมือนจะสร้างตราผนึกลึกลับบางอย่าง
สนามแม่เหล็กตรงกลางระหว่างมือั์คู่นั้นยุ่งเหยิง บิดเบือนทิศทางการไหลรินที่เป็ธรรมชาติของปราณิญญาฟ้าดินก่อให้เกิดเป็ท่ามุทราปิดผนึกบางอย่าง
สังเกตอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ทดลองทำตามช้าๆ ยื่นมือทั้งสองข้างออกมา ประกบฝ่ามือเข้าหากัน นิ้วมือทั้งห้าของสองนิ้วหงิกงอลงเลล็กน้อย เพื่อสร้างเป็ตราผนึกบนฝ่ามือ
หลังจากวางท่าเสร็จแล้ว เขาก็รวบรวมสมาธิ จ้องเขม็งไปที่มือสองข้างนั้น
ความประจักษ์แจ้งเกี่ยวกับตราผนึกบางอย่างพลันไหลทะลักเข้ามาในใจ เขาใช้ใจของตัวเองทำความเข้าใจกับมัน
นาทีถัดมา มหาสมุทริญญา พลังเืเนื้อ รวมไปถึงพลังจิตของเขาอยู่ๆ ก็ไหลเชี่ยวกรากอย่างฉับพลัน พลังสามระลอกที่ต่างกันมารวมตัวกันที่มือทั้งสองข้างของเขาในพริบตาเดียว
สนามแม่เหล็กบิดเบือนที่อยู่กลางฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละนิด
“พลังจิต...”
เขาััได้อย่างชัดเจนว่าพลังจิตของเขาไหลออกไปมากกว่าพลังกล้ามเนื้อและพลังิญญาหลายเท่า!
พลังจิตเป็กลุ่มก้อนที่มาจากตัวเขาลอดผ่านปลายนิ้วของเขาเข้าไปอยู่ในสนามแม่เหล็กที่บิดเบี้ยวอยู่กลางฝ่ามือทั้งสองข้าง
ชั่วขณะนั้นเขาพลันรู้สึกว่ารอบๆ สนามแม่เหล็กที่มีเขาเป็จุดศูนย์กลางบิดเบือนและยุ่งเหยิงขึ้นมาทันที!
ปราณิญญาฟ้าดินทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงต่างก็ไหลทะลักอย่างไม่มีระเบียบ แม้แต่ความว่างเปล่า... ก็ยังเกิดคลื่นผิดปกติที่คล้ายยุบตัวลง
เขาที่เป็คนร่ายคาถาไม่สนใจสนามแม่เหล็กที่วุ่นวายไร้ระเบียบนั่น แต่เขากลับััได้รำไรว่านอกจากเขาแล้ว สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่เหยียบย่างเข้ามาจะได้รับอิทธิพลจากสนามแม่เหล็กที่บิดเบือนแปลกประหลาดนั้นทันที
เพราะไม่มีคนนอกอยู่ด้วย เขาจึงไม่แน่ใจว่ามันมีอานุภาพมากน้อยเพียงใด
แต่เขากลับรู้ว่าการก่อตัวของสนามแม่เหล็กกำลังเผาผลาญพลังจิตปริมาณมากของเขาไป และยังเผาผลาญพลังิญญาและพลังเืเนื้อของเขาไปส่วนหนึ่งด้วย
เขาััได้ว่าหลังจากที่พลังจิตของเขาแทรกซึมและไหลหายไป สนามแม่เหล็กที่มีเขาเป็จุดศูนย์กลางก็ค่อยๆ แผ่ขยายออกไปทีละนิด
“สามเมตร สี่เมตร ห้าเมตร...”
เขาทำความเข้าใจอย่างละเอียด แล้วก็พบว่าหากเขาหยุดรวบรวมพลังจิตเมื่อใด สนามแม่เหล็กที่ค่อยๆ ยืดขยายออกไปข้างนอกก็จะหยุดชะงักทันที
แต่หากเขาเพิ่มพลังจิตต่อไป สนามแม่เหล็กที่บิดเบือนนั้นก็จะแผ่ออกไปอย่างต่อเนื่อง
“สิบเมตร!”
เมื่อสนามแม่เหล็กที่มีเขาเป็จุดศูนย์กลางขยายออกไปประมาณสิบเมตร เขาก็รู้สึกเวียนหัว จึงรู้ทันทีว่าดึงเอาพลังจิตออกมาใช้เกินตัว
เขาจึงล้มเลิกอย่างเด็ดเดี่ยว
หลังจากไม่ได้เพิ่มพลังจิตอีก สนามแม่เหล็กบิดเบี้ยวยุ่งเหยิงซึ่งขยายออกไปสิบเมตรนั้นจึงหยุดชะงักตามไปด้วย
เวลานี้ พลังิญญาและพลังเืเนื้อที่มาจากร่างกายของเขายังคงไหลหายไปอย่างเชื่องช้า เหมือนกำลังประคับประคองควบคุมให้สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงนั่นดำรงอยู่ต่อ
มองเห็นว่าปราณิญญาฟ้าดินรอบด้านไหลทะลักเข้ามาอย่างบ้าคลั่งไร้ระเบียบ แม้แต่ความว่างเปล่าก็ยังถูกบีบอัดจนเกิดเป็สนามแม่เหล็กที่ยุบตัวลง เขาก็แอบตะลึงระคนประหลาดใจ
“เวทคาถาเช่นนี้จำเป็ต้องใช้เวลาในการกระตุ้น อีกทั้งยังเผาผลาญพลังจิตไปเยอะมาก ทว่าหากก่อตัวขึ้นเมื่อใด แค่ใช้พลังิญญาและพลังเืเนื้อส่วนหนึ่งก็ประคับประคองเอาไว้ได้แล้ว”
“เพียงแต่ว่า เนื่องจากไม่มีคนเข้ามาด้วย อีกทั้งข้าก็ไม่ได้รับผลกระทบ จึงไม่รู้ว่าอานุภาพที่แท้จริงของมันเป็เช่นไร”
“ดูท่าคงต้องเอาออกไปปฏิบัติข้างนอกแล้วล่ะ ทว่าก่อนหน้าที่จะออกไปต้องทำความเข้าใจกับความลึกลับของมันให้ดี เพื่อรับประกันว่าตอนอยู่ข้างนอกจะยังร่ายมันออกมาใช้ได้”
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาที่รู้สึกอ่อนล้าเล็กน้อยก็ถือโอกาสยุติการสร้างผนึกบนฝ่ามือนั้น
เมื่อท่ามุทราของเขาถูกคลายออก พลังิญญาและพลังเืเนื้อที่รักษาสนามแม่เหล็กเอาไว้จึงไม่ไหลออกไปข้างนอกอีก
ทว่าสนามแม่เหล็กบิดเบือนน่าพิศวงนั้นกลับไม่ได้หายไปเพราะเหตุนี้ แต่ยังคงอยู่ที่เดิม
เพียงแต่ว่าเนื่องจากไม่มีการกระตุ้นจากพละกำลัง สนามแม่เหล็กประหลาดนั้นจึงค่อยๆ หดตัวเข้ามาหาเขา ซึ่งดูท่าทางแล้วสามารถหายไปได้ตลอดเวลา
“หนึ่ง สอง...”
เขาจับเวลาอยู่ในใจเงียบๆ จากนั้นก็พบว่าผ่านไปประมาณสามนาที สนามแม่เหล็กบิดเบือนที่ก่อตัวขึ้นมาก็หายวับไปอย่างสมบูรณ์แบบ
สนามแม่เหล็กหายไป ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติ ทว่าพลังจิต พลังิญญา และพลังเืเนื้อของเขาที่หายไปกลับไม่ได้หวนคืนมา
พลังจิตที่สูญเสียไปอย่างมหาศาล ทำให้เนี่ยเทียนนอนแผ่อยู่บนพื้น สายตาเผยแววเลื่อนลอยเล็กน้อย
เขามองท้องฟ้าสีเทาขมุกขมัว พลันรู้สึกเหนื่อยล้าถึงขีดสุด คิดอยากแต่จะหลับให้สนิท
พลังิญญาที่สูญเสียไป สามารถใช้หินวิเศษและการฝึกบำเพ็ญตบะมาชดเชย ปราณิญญาฟ้าดินที่เข้มข้นของที่แห่งนี้ก็ยิ่งเป็สารบำรุงปราณิญญาที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับเขา
พลังเืเนื้อที่สูญเสียไปก็สามารถใช้การกินเนื้อของสัตว์วิเศษมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
มีเพียงการสูญเสียพลังจิตเท่านั้นที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวิธีดีๆ มาฟื้นบำรุงมันได้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ
จนถึงตอนนี้ คงมีเพียงการหลับสนิทอย่างเดียวเท่านั้นถึงจะพอทำให้พลังจิตฟื้นคืนกลับมาได้ทีละนิด
เขาที่เดิมทีก็รู้สึกง่วงถึงขีดสุดอยู่แล้ว อีกทั้งยังไม่มีวิธีการที่ดีกว่านี้ จึงทำได้เพียงหลับสนิทลงไป
ไม่รู้ว่าหลับไปนานเพียงใด พอเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็รู้สึกว่าทันทีว่าตัวเองกลับมีชีวิตชีวาขึ้น จิตใจกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขาก็ทดลองทำความเข้าใจกับท่ามุทรามหัศจรรย์ที่มาจากมือั์คู่นั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ใช้พลังจิต พลังิญญาและพลังเืเนื้อของตัวเองมาสร้างสนามแม่เหล็กที่บิดเบี้ยวยุ่งเหยิง พยายามฝึกให้ชำนาญที่สุดก่อนที่จะไปจากโลกแห่งนี้
......
อาณาจักรหลีเทียน
เนี่ยเทียนจากไปนานถึงครึ่งเดือนแล้ว ครึ่งเดือนมานี้ การต่อสู้ระหว่างเจ็ดสำนักใหญ่ได้สงบลงไปนานแล้ว
สัตว์เพลิงพิภพที่หลุดออกมาจากใต้ดินของเทือกเขาชื่อเหยียนสร้างความวุ่นวายให้กับหอหลิงเป่าพักใหญ่ หลังจากที่ฝางฮุยและผู้แข็งแกร่งขอบเขตลี้ลับอีกสองคนของสำนักโลหิต สำนักภูตผีร่วมมือกันสกัดกั้น มันก็ฝืนบินขึ้นไปยังทางช้างเผือก จากนั้นก็หายตัวไป
สำนักโลหิต สำนักภูตผี และหอหลิงเป่าที่เดิมทีกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เนื่องจากสัตว์เพลิงพิภพหลุดออกมาระรานอย่างกำเริบเสิบสาน รวมถึงลาวาที่ไหลทะลักออกมาจากใต้ดิน าจึงจำต้องยุติลงกลางคัน
หลังจากนั้นดาวตกเปลวเพลิงมากมายก็ตกลงมาจากฟ้า แยกกันไปตามขอบเขตอิทธิพลและที่ตั้งของสำนักใหญ่ทั้งเจ็ด
หินอุกกาบาตเ่าั้พกพาเอากุญแจประตู์มาด้วย บวกกับคำสั่งห้ามปรามที่วังยมบาลมีต่อสำนักโลหิต สำนักภูตผี จึงทำให้สำนักโลหิตและสำนักภูตผีต้องละทิ้งความคิดฆ่าล้างหอหลิงเป่าไป
านองเืที่ะเิขึ้นบนเทือกเขาชื่อเหยียนจึงยุติลงในบัดดล สำนักภูตผีและสำนักโลหิตรีบร้อนเดินทางกลับสำนักของตัวเองเพื่อไป่ชิงกุญแจประตู์
หอหลิงเป่าสูญเสียอย่างใหญ่หลวง แต่ยังอยู่ห่างจากระดับที่เรียกว่าสำนักพินาศล่มสลายไกลโขนัก ขณะที่หอหลิงเป่าซ่อมแซมสำนักขึ้นมาใหม่ก็ได้เริ่มเก็บรวบรวมกุญแจประตู์ที่ประทับอยู่บนหินอุกกาบาตจากนอกโลกด้วย
อารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาที่บุกไปยังวังยมบาล แรกเริ่มยังรู้สึกว่าเป็เื่ง่าย ทว่าหลังจากที่ฉางเซินและข่งอวิ๋นเดินทางกลับมาจึงถูกจัดการอย่างเหี้ยมโหด
หากไม่เป็เพราะการห้ามปรามของฉางเซิน เกรงว่าผู้แข็งแกร่งของอารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาที่บุกมายังวังยมบาลคงาเ็และล้มตายกันไปเกินครึ่ง
ผู้ฝึกลมปราณของอารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาเดินทางกลับด้วยใบหน้าหดหู่ได้ไม่นาน ทางฝ่ายวังยมบาลก็ป่าวประกาศให้ทุกสำนักทราบว่า ประตู์... จะเปิดขึ้นในอีกเจ็ดวันให้หลัง
ไม่ว่าใช้วิธีการใด ไม่ว่ามาจากสำนักใด ขอแค่เป็ผู้ที่กุญแจประตู์ ล้วนสามารถเหยียบย่างเข้าไปด้านในได้ทุกคน
ผู้ที่กุญแจประตู์ของเจ็ดสำนักใหญ่ต่างก็พากันฮึกเหิมคึกคัก ล้วนเตรียมตัวพร้อมรับมือกับการประลองที่จะมาถึง
ผู้แข็งแกร่งในสำนักของพวกเขาเองก็ได้เตรียมแผนการที่ดีที่สุดให้กับพวกเขา สะสมพละกำลังที่มากพอให้กับพวกเขา หวังว่าพวกเขาจะได้รับผลพวงกลับมาจากประตู์
ทว่าเวลานี้ หลังจากที่เนี่ยเทียนหายตัวไป อูจี้ที่หายตัวไปเงียบๆ นานแล้วเช่นกันก็ได้เดินทางกลับมาทีู่เาด้านหลัง
“ยังมีเวลาอีกเจ็ดวัน เ้าเด็กนั่นเหตุใดถึงยังไม่ออกมาอีก?”
หลังจากกลับมาแล้วไม่เห็นแม้แต่เงาของเนี่ยเทียน อูจี้ก็แอบขมวดคิ้วมุ่น
