ไม่รู้ว่าเพราะความประหม่าที่รู้ว่าพรุ่งนี้จะถูกสารภาพรักหรือยังไงที่ทำให้คืนนั้นผมนอนแทบไม่หลับ พอไปโรงเรียนก็เอาแต่นั่งเหม่อ ยิ่งอยู่ในห้องเรียนเงียบๆ ที่แทบไม่มีคนก็ทำเอาผมเกือบหลับกลางอากาศ
ระหว่างที่ผมนั่งเหม่ออยู่ในห้องเรียนตอนเช้าตรู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงทักดังขึ้น
พอหันไปตามเสียงผมก็เจอกับต้นขาที่โผล่ออกมานอกกระโปรง...ไม่ได้ๆ ต้องมองที่หน้าเธอสิ
“นี่ มิสึไม... วันนี้หลังเลิกเรียน ขอเวลาหน่อยได้ไหม”
เ้าของเสียงคือคุณบาราโตะอย่างที่คิด เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยหนานุ่มนั้นพลิ้วไหวเบาๆ น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
“อ่า อืม ได้สิ คุณบาราโตะ”
“ขอบใจนะ งั้น เจอกันหลังเลิกเรียนนะ”
ในห้องเรียนตอนรุ่งเช้าที่แทบไม่มีใครอยู่ คุณบาราโตะพูดกับผมเพียงแค่นั้น ถึงจะดูเหมือนเ็า แต่เพราะผมรู้สถานการณ์อยู่แล้วหรือเปล่านะ เลยทำให้รู้สึกเหมือนเห็นว่าเธอกำลังประหม่ามากกว่า
หลังจากที่เธอบอกกับผมแค่นั้นเสร็จก็รีบเดินกลับไปหาเพื่อนของเธออีกสองคน ปกติผมเป็คนเกลียดการมาสาย เลยค่อนข้างที่จะมาถึงโรงเรียนเร็วตลอด แต่วันนี้พวกเธอก็มาถึงในเวลาไล่เลี่ยกันเลย
บางทีอาจจะรีบมาแต่เช้าเพื่อไม่ให้มีคนรู้เห็นมากก็ได้
เพื่อนของเธอสองคนไม่ได้ส่งสายตามาทางผมมากจนผิดสังเกต ผมได้ยินเสียงพวกเธอให้กำลังใจคุณบาราโตะว่า “เก่งมาก นานามิเก่งมากๆ เลย...!” พร้อมกับลูบหลังเธอไปด้วย
ถ้าผมไม่รู้เื่อะไรมาก่อน ภาพนั้นก็คงชวนให้เข้าใจผิดหน่อยๆ
มองยังไงก็ดูเหมือนว่าการที่มาทักผมนั้นต้องใช้ความกล้ามากๆ สำหรับเธอ แต่ความจริงเป็เพราะเธอไม่ชินกับผู้ชายต่างหาก ไม่ว่ากับใครเธอก็คงประหม่าทั้งนั้น
ปกติผมก็อยู่คนเดียวตลอด คุยกับเพื่อนในห้องอย่างมากก็แค่สองสามคำ ส่วนเธอก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนของเธอและพวกคนเจิดจ้าในห้อง เื่หลังเลิกเรียนนั้นไม่ถูกยกขึ้นมาพูดถึงสักครั้ง
แต่จะให้ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เลยก็ไม่ไหว บางทีผมก็เลยเผลอเหลือบไปมองเธอบ้าง และเธอก็อาจจะเป็เหมือนกัน เลยมีบางครั้งที่สายตาของเราสบกันโดยบังเอิญ
ทุกครั้งที่เผลอสบตากัน ใบหน้าของเธอก็จะแดงแล้วรีบร้อนหันกลับไป...แบบนี้ ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็เกมลงโทษก็คงจะเข้าใจผิดไปแล้วละ
เธอคงจะประหม่าสินะ ผมเองก็ประหม่าเหมือนกัน แต่โชคดีที่เมื่อวานผมได้รับคำแนะนำจากคุณบารอนมาเยอะแยะ เลยอาจจะพอสงบใจได้มากกว่าสักหน่อย
และแล้ว เผลอครู่เดียวก็ได้เวลาเลิกเรียน เวลาแห่งโชคชะตากำลังจะมาถึง
“มิสึไม ขอโทษที่ให้รอนะ งั้นเดี๋ยวช่วยไปด้วยกันหน่อยได้ไหม?”
ในห้องหลังเลิกเรียนที่ไม่เหลือใคร มีผมกับคุณบาราโตะอยู่เพียงสองคน
เพื่อนของเธอก็ไม่อยู่ นึกว่าเพราะเป็เกมลงโทษ ก็เลยจะสารภาพรักที่นี่เลยเสียอีก แต่ดูเหมือนว่าเธอจะอยากย้ายที่นะ
ต่างฝ่ายต่างไม่พูดไม่จา ผมทำเพียงเดินตามหลังเธอไปเงียบๆ เท่านั้น
...แย่ละ ทั้งที่คิดว่าสงบใจได้แล้วแท้ๆ แต่ยิ่งเดินมาไกลเท่าไรผมก็ยิ่งประหม่ามากขึ้นทุกที
แล้วยิ่งเห็นกระโปรงสั้นๆ นั่นที่ขยับไปตามจังหวะการเดินของเธอ สายตาของผมก็แทบจะละออกมาไม่ได้... ไม่ได้นะ...ห้ามมอง! นึกถึงเื่ที่คุณบารอนบอกเมื่อวานให้ออกสิ
‘ฟังนะ ผู้หญิงน่ะ ไวต่อสายตามากกว่าที่ผู้ชายคิดเยอะเลยละ ตอนถูกสารภาพรักต้องมองตรงไปที่ดวงตาของเขาเท่านั้นเลยนะ จะเผลอสอดส่ายสายตาไปมองต้นขาหรือร่องอกอะไรพวกนี้ไม่ได้เด็ดขาด’
อืม ผมต้องตั้งสติเข้าไว้...ต้องใจเย็นๆ สายตาต้องมองตรง มองตรงเท่านั้น พอนึกถึงคำแนะนำของคุณบารอนแล้วก็เหมือนจะทำใจให้สงบลงไปได้บ้าง
และที่ที่เราเดินมาถึงก็คือด้านหลังอาคารเรียน มีกำแพงล้อมรอบเพื่อไม่ให้นักเรียนออกไปด้านนอก ไม่มีวี่แววของคนเลยสักคน ดูเป็สถานที่ที่น่าจะปลอดภัยต่อการถูกพบเห็น
แต่ในทางกลับกัน เพราะไม่ค่อยมีใครรู้จักที่นี่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็คงจะไม่ปลอดภัยเท่าไรนัก แถมยังมีพวกเศษไม้วางอยู่เกลื่อนกลาดไปหมดอีกด้วย ในทางกายภาพก็ถือว่าอันตรายไม่ใช่น้อย
“เอาละ...ที่นี่คงใช้ได้แล้วมั้ง...!”
เธอพึมพำออกมาแค่นั้นแล้วพลันหันกลับมาทางจุดที่ผมยืนอยู่ แรงสะบัดจากการหมุนตัวทำให้กระโปรงของเธอพลิ้วไหว ผมเผลอมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง
แม้ท่าทางเช่นนั้นจะทำให้ใจผมกระตุกไปบ้าง แต่ผมก็ยังพอจะตั้งสติได้อยู่ นี่เป็การสารภาพรักเพราะเกมลงโทษ อย่าเข้าใจผิดเชียว แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น สถานการณ์นี้ก็ยังทำให้ใจผมเต้นตึกตักได้อยู่ดี
“มิสึไม ขอบใจที่ยอมตามมานะ เอ่อ...ฉันมีเื่ที่อยากบอกน่ะ...รู้ใช่ไหม...ว่าฉันอยากจะ...พูดเื่อะไร”
หลังจากที่เธอถอยห่างจากผมไปประมาณหนึ่งแล้วก็เริ่มพูดออกมา
ไม่รู้ว่าการที่เธอถอยห่างออกไปนั้นเป็การระวังตัว...หรือเป็แค่การแสดงออกของคนที่ไม่คุ้นเคยกับผู้ชายกันแน่...แต่ผมก็ฟังเงียบๆ จนเธอพูดจบแล้วจึงค่อยตอบกลับไป
“โทษที เอ่อ...ปกติผมก็ไม่เคยคุยกับคุณบาราโตะด้วยสิ ไม่รู้หรอกว่าคุณบาราโตะเรียกผมออกมาทำไม... ถ้าจะเอาเงินละก็ ผมไม่ค่อยมีหรอกนะ?”
“ไม่ได้เรียกมาไถเงินสักหน่อย!”
ผมแสร้งทำเป็หยอกเธอเล่นเหมือนไม่รู้เลยสักนิดว่าทำไมถึงถูกเรียกออกมา
ไม่รู้ว่ากลบเกลื่อนได้เนียนพอหรือเปล่า แต่ฟังจากที่เธอตบมุกกลับมาแบบนั้นก็แสดงว่าน่าจะใช้ได้อยู่
“เอ่อ...คือว่านะ...คือ...ฉัน...ฉันน่ะ...ฉัน...”
คำพูดของเธอติดๆ ขัดๆ ไม่เข้าประเด็นเสียที ท่าทางแบบนั้นมองยังไงก็คือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังรวบรวมความกล้าเพื่อสารภาพรักจริงๆ ไม่เหมือนการสารภาพรักที่เกิดจากเกมลงโทษเลยสักนิด
ถึงจะรู้ว่ามันไม่จริง แต่ผมเองก็อดที่จะใจเต้นไม่ได้...ผมพยายามมองใบหน้าของเธอตรงๆ โดยที่ไม่ละสายตาจากดวงตาของเธอไปไหน
แต่เหมือนยิ่งพยายามมากแค่ไหนสายตามันก็จะเผลอหลุกหลิกไปที่อื่นทุกที
นึกให้ออกสิ คุ้นๆ ว่าคุณบารอนจะบอกว่าเวลาแบบนี้อย่าพยายามมองลงต่ำ แต่ให้มองเลยขึ้น้าไปนิดหนึ่ง
ถ้ามองต่ำจะกลายเป็ว่าเอาแต่มองร่างกายของเธอ แต่ถ้ามอง้าจะไม่ดูเป็แบบนั้น...ต้องมอง้าสินะ...มอง้า
ผมทำตามคำแนะนำที่ได้รับมาเมื่อวานด้วยการมองขึ้นไป้าเล็กน้อย
เพราะงั้น...การที่ผมทันเห็นเหตุการณ์นั้นก็ต้องยกให้เป็ความชอบของคำแนะนำนั่นบวกกับความบังเอิญ
“ฉัน...ชะ...ชะ...ชะ...ชะ...ชอบ...มิสึไม...นะ เพราะงั้น...ช่วยคบ...กับฉันที...ได้ไหม...”
ผมที่มองเห็นบางสิ่งรีบพุ่งไปทางเธออย่างรวดเร็วก่อนที่จะฟังเธอพูดจบเสียด้วยซ้ำ
ปกติตอนอยู่บ้านถ้าไม่เล่นเกม ผมก็จะฝึกกล้ามเนื้อพร้อมกับดูวิดีโอไปด้วย...ถ้าเป็ระยะแค่นี้ละก็น่าจะทันอยู่!!
ถึงจะไม่เคยได้ยินว่าการฝึกกล้ามเนื้อจะช่วยให้วิ่งได้เร็วขึ้นก็ตาม แถมผมก็ไม่เคยไปวิ่งจริงๆ ด้วย แต่ก็น่าจะทันนะ ถึงจะไม่มีเหตุผลแต่ก็ต้องเชื่อมั่นเอาไว้ก่อน! ขอให้ทันทีเถอะ!!
สิ่งที่ผมบังเอิญไปเห็นก็คือ ถังน้ำใบใหญ่ที่โผล่พ้นออกมาจากหน้าต่างอาคารเรียนที่ถูกเปิดออก มันเป็ถังน้ำที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้สำหรับเวรทำความสะอาด และเ้าสิ่งนั้นมันกำลังยื่นออกมานอกหน้าต่าง
ตอนที่เห็นผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าบางทีพอทำความสะอาดเสร็จก็จะมีนักเรียนบางส่วนที่ี้เีเอาน้ำสกปรกไปเททิ้ง ก็เลยจะเทน้ำออกมาทางหน้าต่างลงมาที่หลังอาคารตรงนี้
แล้วตอนนี้คนที่อยู่ข้างใต้ถังน้ำนั่นก็คือคุณบาราโตะ ถ้าปล่อยไว้เธอคงจะต้องถูกน้ำสกปรกนั่นเทลงมาใส่แน่ๆ
ทันทีที่ผมคิดได้ดังนั้น ร่างกายมันก็พลันขยับไปเอง
ถึงการโดนน้ำสกปรกเทใส่จะไม่ได้สร้างาแอะไรให้กับเธอก็ตามที อย่างมากก็คงแค่เปียกเท่านั้น
บางคนอาจจะมองว่าเพราะเธอมาสารภาพรักกับคนอื่นแค่เพราะโดนเกมลงโทษ เลยสมควรแล้วที่จะโดนกรรมตามสนอง
แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น ถึงจะเป็การสารภาพรักที่เกิดจากเกมลงโทษ แต่พอเห็นใบหน้าแดงๆ กับคำพูดติดๆ ขัดๆ ของเธอแล้ว...
เธออาจจะแกล้งทำก็ได้ แต่ภาพของเธอที่ไม่คุ้นเคยกับผู้ชาย แต่ก็ยังพยายามรวบรวมความกล้าสุดความสามารถนั้น จะปล่อยให้โดนน้ำสกปรกสาด...ผมเองก็รู้สึกรับไม่ได้แปลกๆ
“เอ๋? กรี๊ดดดดดดดด?!”
เธอกรีดร้องออกมาทันทีที่รู้ตัวว่าถูกพุ่งเข้าใส่ แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจและพยายามใช้ตัวบังร่างของเธอไว้จาก้า ค่อยยังชั่วหน่อย ผมมาทัน!
ผมสบายใจได้ไม่ทันไร น้ำเย็นๆ ก็รดลงมาใส่ผมจากด้านหลังจนเปียกทั่วไปทั้งตัว เจ็บกว่าที่คิดนะเนี่ย!! ทั้งเย็น ทั้งสกปรก ทั้งเจ็บเลย!! น้ำเย็นๆ ไหลซึมไปทั่วเครื่องแบบนักเรียน ่ชิงเอาอุณหภูมิความร้อนจากร่างกายของผมไปในรวดเดียว ทำให้ตัวผมเย็นเฉียบจนร่างกายสั่นระริก
ให้ตายสิ! ทีหลังอย่าใช้น้ำเย็นขนาดนี้ทำความสะอาดสิ! ใช้น้ำอุ่นกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง!! ไม่สิ ที่จริงไม่ควรเทน้ำออกทางหน้าต่างั้แ่แรกแล้วต่างหาก!!
“เอ๊ะ...? เอ๊ะ...? เอ๋!? อะไรน่ะ!? น้ำเหรอ!? มาได้ไง...?!”
ในที่สุดเธอที่มัวแต่หลับตาก็เข้าใจสถานการณ์แล้วสินะ เธอหันมองไปรอบๆ จากด้านล่างตัวผม
ผมกวาดตาสำรวจดูว่าทำเสื้อเชิ้ตด้านหลังของเธอเลอะหรือเปล่า เพราะพื้นตรงนี้ไม่ได้เทคอนกรีตด้วย แต่สภาพเสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยหน่อยๆ นั่นก็ชวนให้คิดอกุศลจริงๆ หัวผมมันดันคิดไปถึงแต่เื่พวกนั้น
จากนั้น ก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไรออกไป...หัวของผมก็ถูกกระแทกอย่างหนักหน่วง พร้อมกับที่มีถังน้ำโผล่เข้ามาในสายตาของผม
ดูเหมือนใครสักคนที่มาเทน้ำจะใเสียงร้องของคุณบาราโตะจนเผลอทำถังน้ำหลุดมือตกลงมาด้วย ช่วยถือให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไงกัน
ในถังยังคงมีน้ำเหลืออยู่อีกเล็กน้อย พอหกออกมาก็ทำให้พื้นเปียกไปทั่ว...ค่อยยังชั่ว ถ้าเธอเป็คนที่โดนละก็คงจะาเ็หนักแน่
เมื่อผมมองลงไปที่ใบหน้าของคุณบาราโตะ ก็เห็นจุดแดงๆ ติดอยู่บนแก้มของเธอ เอ๊ะ หรือว่าเธอจะาเ็...?
“ไม่เป็ใช่ไหม คุณบาราโตะ...? าเ็รึเปล่า”
“ฉัน...ไม่เป็ไร...ไม่สิ มิสึไมต่างหาก ไม่เป็ไรใช่ไหม?!”
“ผมไม่เป็ไรหรอก ก็แค่ตัวเปียกแล้วก็หนาวนิดหน่อย...ไม่ได้าเ็...”
“นายาเ็นี่นา! มีเืออกมาจากหัวด้วย!!”
พอถูกทักผมก็เหมือนจะเพิ่งรู้ตัว ดูท่าว่าตอนที่โดนถังน้ำกระแทกจะทำให้หัวแตกไปนิดหน่อย จุดแดงๆ ที่แก้มของเธอนั่นก็คือเืผมเองสินะ
“อ่า ขอโทษที...เดี๋ยวเืจะไปเลอะตัวเธอเอา...ผมจะลุกให้เดี๋ยวนี้แหละ...คุณบาราโตะ...ไม่เปียกใช่ไหม”
“เื่ของฉันน่ะช่างเถอะ! มิสึไมต่างหากที่...!!”
หูของผมได้ยินเสียงถึงแค่คำนั้น
ขณะที่ผมกำลังพยายามจะลุกเพื่อถอยห่างจากคุณบาราโตะ ร่างกายก็พลันโงนเงนอย่างรุนแรง ดูเหมือนว่าถังน้ำนั่นจะกระแทกแรงกว่าที่ผมคิด...อาการหน้ามืดเข้าจู่โจมจนตัวผมวูบลงไปทั้งอย่างนั้น
“มิสึไม! มิสึไม?!”
สิ่งสุดท้ายที่ได้ยินก่อนที่สติผมจะหลุดลอยไปคือเสียงของเธอที่ะโเรียกชื่อผมอย่างเป็กังวล
◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇
