“พี่ทิณณ์เคยบอกกับพิมพ์ว่า พิมพ์ต้องอยู่กับพี่ทิณณ์จนกว่าพี่จะพอใจ เพื่อให้คุ้มกับเงินสามแสนที่จ่าย แต่ตอนนี้พิมพ์กำลังเป็ปัญหาของพี่ ถ้าพี่ยังดื้อที่จะเก็บพิมพ์ไว้รอให้คุ้มกับเงินสามแสน มันจะไม่คุ้มเอานะคะ”
“พูดจบหรือยัง” น้ำเสียงของเทวทิณณ์สั่นไหว แล้วเอ่ยถามหญิงสาว ด้วยสายตามุ่งมั่น
“พิมพ์พูดขนาดนี้พี่ยังไม่เข้าใจอีกเหรอคะ” ก่อนเสียงมือถือของเขาจะดังขึ้น ชายหนุ่มรีบล้วงเอามือถือในกระเป๋าแล้วยกขึ้นรับสายในทันที
“คุณรออยู่ตรงนั้น เดี๋ยวผมจะรีบไป” ว่าแล้วเขาก็รีบคว้าแขนของพิมพ์มาดา มุ่งตรงไปยังหน้ามหาวิทยาลัยทันที ก่อนที่พิมพ์มาดาจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำ จำนวนสองสามคนยืนรอเทวทิณณ์อยู่ ทว่าเมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไป พวกเขาทั้งหมดก็พากันค้อมศีรษะเคารพ ราวกับเทวทิณณ์คือผู้มากด้วยบารมี และนั่นเป็ครั้งแรกที่พิมพ์มาดาเข้าใจในสิ่งที่ปุยนุ่นพยายามอธิบายให้เธอฟัง ถึงภูมิหลังของเทวทิณณ์ว่าเขามีหน้าที่ยิ่งใหญ่ ต้องรับ่ต่อธุรกิจของบิดา
“นี่คือคลิป ที่เกิดเหตุ ผม้ารู้ว่าเป็ฝีมือของใคร พวกคุณช่วยตามจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดที่อยู่บริเวณนั้น ตามจับตัวพวกมันมาให้ได้ แล้วรีบดำเนินการทางกฎหมายทันที เพราะผมจะไม่เอาพวกมันไว้”
“ได้ครับคุณทิณณ์”
“ไปจัดการมา” สิ้นเสียงของเทวทิณณ์ พิมพ์มาดาชะเง้อคอมองตามร่างของชายฉกรรจ์พวกนั้นไป ด้วยความตกตะลึง ก่อนที่มือของชายหนุ่มจะจับศีรษะเธอด้วยความผ่อนคลายมากขึ้น
“ส่วนเื่ของเรา ไว้ค่อยทำความเข้าใจกันใหม่ที่คอนโดฯ” เขาพูดจบก่อนจะเลื่อนสายตามายังแววดาว ที่เดินหน้าซีดเข้ามาหาเพื่อนรักของเธอ
“พิมพ์...ทุกอย่างเป็เื่จริงใช่ไหม” แววดาวถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนที่พิมพ์มาดารีบจับมือเขาออกจากศีรษะเธอ แล้วเดินเข้ามาหาเพื่อนรัก พลางหันกลับไปยังชายหนุ่ม
“พิมพ์ขอตัวไปกับเพื่อนก่อนนะคะ”
“ตอนเย็นอย่าไปไหน พี่จะแวะมารับ เข้าใจใช่ไหม” เขากำชับด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนที่พิมพ์มาดาจะพยักหน้ารับ แล้วพาเพื่อนรักของเธอเดินจากไป
“เจ็บมากไหม แดงหมดแล้ว” แววดาวจับแผลบนใบหน้าของเพื่อนรัก ด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะหาที่นั่ง แล้วลากหญิงสาวเข้ามาใกล้
“ขอบคุณนะ ที่ยังเป็ห่วงเพื่อนคนนี้” พิมพ์มาดาพูดด้วยความซาบซึ้ง ด้วยคิดว่าใคร ๆ คงรังเกียจเธอหมดแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“พวกนั้นเป็ใคร เธอจำหน้ามันได้ไหม”
“จำไม่ได้หรอก พวกนั้นปิดหน้ากันหมด แต่เธอไม่ต้องห่วงพี่ทิณณ์ให้คนออกตามหาพวกนั้นแล้ว แต่ถ้าให้ฉันเดาก็คงเป็แฟนคลับของพี่ปุยนุ่น ที่โกรธแค้นฉันนั่นล่ะ” พิมพ์มาดาพูดด้วยสายตาละห้อย ก่อนจะหันกลับมายังแววดาวเพื่อนรักของเธอ
“เธอผิดหวังกับฉันมากเลยใช่ไหม ที่ยอมเสียศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับสามแสนนั้นอะ” แววดาวชักมือกลับ แล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่พิมพ์มาดาจะค่อย ๆ ปล่อยน้ำตาออกมา
“เธอไม่ต้องตอบฉันหรอก เพราะฉันเองก็ผิดหวังกับตัวเองเหมือนกัน ฉันไม่เคยคิดว่าจะต้องทำอะไรแบบนี้เลย”
“แล้วเธอทำมันทำไม ฉันเคยบอกแล้ว ว่าพี่ทิณณ์เขาเป็เสือผู้หญิง ฉายาัเขี้ยวทอง ใคร ๆ ก็รู้ว่าน่ากลัวแค่ไหน เขาไม่เคยจริงจังผู้หญิงคนไหนสักคน”
“ฉันก็แค่้าเงิน ไม่ได้้าหัวใจของเขา ดังนั้นฉันจะไม่เ็ป เธอไม่ต้องห่วง”
“เธอกลายเป็คนหน้าเงินไปอย่างที่คนพวกนั้นพูดแล้วจริง ๆ เหรอ ศักดิ์ศรีกับเงินแค่สามแสน ทำไมทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้น” แววดาวหันสายตาผิดหวังกลับมายังพิมพ์มาดาแล้วเริ่มต่อว่า ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้าลงยอมรับแต่โดยดีไม่ปฏิเสธ
“ใช่ ฉันอาจเป็คนหน้าเงินอย่างที่ใคร ๆ พูด เพราะฉันไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าขายชีวิตได้ฉันก็คงต้องขาย” พิมพ์มาดาก้มหน้าลง แล้วตัดสินใจเล่าเื่ราวทั้งหมด ให้แววดาวฟังอย่างไม่ปิดบัง
ภายในห้องทำงานของฉัตรภพ ที่มีเอกสารมากมายให้เขาต้องสะสางนั้น เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้ชายกลางคนละจากงานตรงหน้า แล้วเงยหน้ามองผู้มาเยือน ก่อนจะวางปากกาลงพร้อมกับผสานมือรวมกัน รอคำรายงานจากอีกฝ่ายด้วยความตั้งใจ
“ลูกชายของฉัน เรียกพวกนายไปทำไม เกี่ยวข้องกับยัยดาราคนนั้นล่ะสิ”
“เปล่าครับ” คำตอบของลูกน้อง ทำให้ชายกลางคนแปลกใจจนชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะเขาคาดการณ์ผิด
“แล้วทิณณ์เรียกพวกนายไปทำไม” ฉัตรภพพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม
“คุณทิณณ์ให้พวกเราไปตามหากล้องวงจรปิด เพื่อจับคนร้ายครับ”
“คนร้ายอะไร”
“เป็คนที่ทำร้ายร่างกาย ผู้หญิงที่คุณทิณณ์ซื้อมาครับ” คำตอบของอภิรักษ์ ยิ่งทำให้ชายกลางคนแปลกใจมากขึ้นไปอีก
“ผู้หญิงขายบริการ ที่ทิณณ์พาไปน่ะเหรอ”
“ใช่ครับ คุณทิณณ์้าปกป้องผู้หญิงคนนั้นครับ ยังกำชับให้ผมหาคนร้ายมาให้ได้”
“นายไปจัดการทุกอย่างตามที่เทวทิณณ์บอก แล้วเก็บรายละเอียดทุกอย่างมารายงานฉัน ฉันอยากรู้นัก ว่าไอ้ลูกชายหัวดื้อ มันจะเกเรไปถึงเมื่อไหร่”
“ครับ” ว่าแล้วอภิรักษ์ก็ค้อมตัวลง แล้วเดินจากไป
หลังจากพิมพ์มาดาเล่าเื่ราวทุกอย่างให้แววดาวฟังจนจบ พร้อมกิริยานิ่งเงียบของเพื่อนรักที่แสดงออกมา ทำให้พิมพ์มาดาค่อย ๆ เอื้อมมาจับมือแววดาวด้วยความไม่มั่นใจ
