เช้าวันต่อมา เอเลน่าจัดการกับกิจวัตรประจำวันด้วยความเงียบสงบ เธอเมินเฉยต่อสายตาประจบสอพลอของอเดลที่พยายามเข้ามาเอาใจั้แ่เช้ามืด เป้าหมายเดียวของเธอในวันนี้คือ หอสมุดประจำตระกูลอาเชนวาลด์
เมื่อเฮนริคนำทางเธอมาถึงหน้าประตูบานั์ที่สลักลวดลายเครือเถาวัลย์ เอเลน่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ทำให้อะดรีนาลีนของอดีตนักบริหารสูบฉีด
หอสมุดประจำตระกูล สถานที่ที่รวบรวมภูมิปัญญาของอาเชนวาลด์มาหลายชั่วอายุคน และเป็อาณาจักรส่วนตัวของ เซเรน่า ฟอน ลิชท์เฟลด์ ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูหอสมุด กลิ่นหอมของกระดาษเก่า หมึก และน้ำมันรักษาเนื้อไม้ก็ลอยมาปะทะจมูก ชั้นวางหนังสือสูงตระหง่านจรดเพดานนับสิบชั้นทำให้เอเลน่ารู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปยืนอยู่ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยอีกครั้ง
ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง สตรีผมเงินสลวยดุจน้ำแข็งนั่งอยู่หลังกองตำราหนาเตอะ เธอคือเซเรน่า อาสะใภ้ผู้ที่เมื่อก่อนไอแซคมักจะโม้อวดให้ฟังเสมอว่าเธอคือ "อัจฉริยะที่เ็าที่สุดในอาณาจักร"
"ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ เอเลน่า"
เสียงของเซเรน่าเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากหน้ากระดาษ น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจของการกดดัน
เอเลน่าไม่ได้สะทกสะท้าน เธอเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงข้ามเซเรน่า เว้นระยะห่างอย่างพอเหมาะตามมารยาทกุลสตรีที่เธอจดจำมาจากหนังพีเรียดและมารยาททางสังคมในโลกเดิม
"หนูไม่ได้มาเล่นค่ะท่านอาสะใภ้เซเรน่า" เอเลน่าตอบเสียงนิ่ง พลางจ้องมองไปที่ดวงตาของสตรีผู้รอบรู้
"หนูมาขอร้องให้ท่านช่วยสอนหนังสือ... หรืออย่างน้อย ก็ช่วยอนุญาตให้หนูเข้าถึงบันทึกการค้าระหว่างแคว้นในชั้นวางหมวดประวัติศาสตร์ด้วยค่ะ"
เซเรน่าชะงักไปเล็กน้อย คราวนี้เธอเงยหน้าขึ้นมองเด็กที่ถูกลืมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"เด็กแปดขวบอยากอ่านบันทึกการค้างั้นเหรอ? เธอจะอ่านไปทำไม ในเมื่อยังคัดลายมือชื่อตัวเองให้ตรงบรรทัดยังไม่ได้เลยมั้ง"
เอเลน่าขยับรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แววตาที่สบกับเซเรน่าไม่ใช่แววตาของเด็กน้อยที่มาขอความเมตตา แต่มันคือแววตาของผู้ที่มี 'ข้อเสนอ' มาต่อรอง
"หนูอาจจะคัดลายมือไม่สวย แต่หนูอ่าน 'ตัวเลข' และ 'ความจริง' ออกค่ะ" เอเลน่าเปรยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
"ถ้าท่านเซเรน่าให้โอกาสหนู... หนูจะแสดงให้เห็นว่า การมีหลานสาวที่มองเห็นกลไกของโลกใบนี้ มันมีค่ามากกว่ากองตำราที่ท่านอ่านซ้ำไปซ้ำมาพวกนั้นเสียอีก"
เซเรน่าหรี่ตาลง ความน่าสนใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนักปราชญ์หญิงผู้สันโดษ "หึ... มั่นใจเหลือเกินนะ ถ้าอย่างนั้นลองตอบคำถามมาสิ... หากตระกูลเอเทอเรียล พยายามจะกดราคาสินค้าส่งออกของอาเชนวาลด์ด้วยการปิดเส้นทางเดินเรือทางตะวันตก เธอจะแก้เกมนี้ยังไงโดยไม่ใช้กำลังทหาร?"
เอเลน่านิ่งไปอึดใจหนึ่ง สมองของอดีตประธานบริหารหญิงหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว นี่มันโจทย์พื้นฐานของธุรกิจชัดๆ!
"หนูจะไม่เปิดเส้นทางเรือใหม่ให้เสียเวลาค่ะ... แต่หนูจะสร้าง 'การผูกขาด' ที่ทางบกแทน"
เซเรน่าเงยหน้าขึ้นจากตำราอย่างเต็มตัว ดวงตาสีเงินของเธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำตอบที่คาดไม่ถึง
"สร้างการผูกขาดทางบก?" เซเรน่าทวนคำพลางกอดอก
"เธอจะทำได้อย่างไร ในเมื่อตระกูลเอเทอเรียลคุมเส้นทางการเงินและพ่อค้าไว้เกือบครึ่งอาณาจักร?"
เอเลน่าก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด เธอหยิบดินสอที่วางอยู่บนโต๊ะมาลากเส้นลงบนกระดาษเปล่า ท่าทางของเธอเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แผ่นหลังเหยียดตรง แววตาคมกริบดุจนักวางแผนที่กำลังนำเสนอแผนงานในห้องประชุมบอร์ดบริหาร
"ในเมื่อเรือไปไม่ได้ เราก็ไม่ต้องไปหาพวกเขาค่ะ แต่เราต้องทำให้พวกเขา 'คลาน' มาหาเรา" เอเลน่าอธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
"สินค้าส่งออกหลักของอาเชนวาลด์คือแร่เหล็กและอัญมณีใช่ไหมคะ? หนูจะสั่งให้ปิดเหมืองชั่วคราวโดยอ้างว่า เส้นทางเดินเรือไม่ปลอดภัยทำให้การขนส่งวัสดุบำรุงเหมืองส่งมาไม่ได้'' เมื่อวัตถุดิบขาดตลาด ราคาจะพุ่งสูงขึ้น พ่อค้าทางบกที่ทำสัญญากับเอเทอเรียลจะเริ่มระส่ำระสาย และสุดท้าย... เอเทอเรียลนั่นแหละค่ะที่จะต้องเป็ฝ่ายมาเจรจาขอเปิดเส้นทางเดินเรือให้เราเอง พร้อมกับจ่าย 'ค่าปรับ' ที่ทำให้กำไรของพวกเราเสียหายด้วย"
ความเงียบปกคลุมทั้งห้องอยู่พักใหญ่ เซเรน่านิ่งอึ้งไปกับคำตอบที่เด็กแปดขวบตรงหน้าพ่นออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ
"เธอ... ไปเรียนรู้วิธีการคิดแบบปีศาจแบบนี้มาจากไหน?" เซเรน่าถามด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย
"ความลับค่ะ แต่...ถ้าท่านอาสัญญาว่าจะสั่งสอนทุกอย่างให้กับหนู หนูจะบอกค่ะ" เอเลน่าคลี่ยิ้มใสซื่อกลับคืนมาอย่างรวดเร็วเหมือนกดสวิตช์
"แล้วสรุปว่า... หนูผ่านเกณฑ์ที่จะเรียนกับท่านไหมคะ?"
เซเรน่าถอนหายใจยาวพลางส่ายหัวเบาๆ เหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง แต่ในแววตานั้นกลับมีความตื่นเต้นพาดผ่าน มันเป็ความตื่นเต้นที่เธอไม่ได้ััมานานนับั้แ่จบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
"ฉันไม่สอนพื้นฐานให้เธอหรอกนะเอเลน่า เพราะดูเหมือนเธอจะข้ามขั้นตอนนั้นไปไกลแล้ว" เซเรน่าลุกขึ้นเดินไปยังชั้นหนังสือชั้นในสุด
"เริ่มจากเล่มนี้ ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 4 ตระกูลดยุกและโครงสร้างภาษีของราชสำนัก"
หนังสือปกหนังเล่มหนาถูกวางลงตรงหน้าเอเลน่า
"นั่งอ่านเล่มนี้รอไปก่อนนะเอเลน่า ฉันมีธุระต้องไปจัดการ" เซเรน่าเอ่ยทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องสมุดไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เด็กหญิงตัวน้อยนั่งจมกองหนังสืออยู่เพียงลำพัง
ขณะที่ก้าวเดินไปตามโถงระเบียงที่ทอดยาวมุ่งสู่ห้องทำงานของผู้นำตระกูล หัวใจของเซเรน่ากลับเต้นระรัวในจังหวะที่ไม่เคยเป็มานานนับทศวรรษ สตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็น้ำแข็งและขังตัวเองอยู่กับตำรามาตลอดั้แ่สามีของเธอจากไป กำลังรู้สึกถึงกระแสความตื่นเต้นที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
'เด็กคนนั้น... แววตาแบบนั้น ตรรกะแบบปีศาจแบบนั้น'
เธอยังจำความรู้สึกตอนที่เอเลน่าลากเส้นลงบนกระดาษได้ มันไม่ใช่แค่การพูดตามตำรา แต่มันคือการ 'บงการกระแสโลก' อย่างคนที่อยู่เหนือกว่า เซเรน่ารู้ดีว่าสิ่งที่เธอเจอไม่ใช่แค่เด็กสาวที่ถูกลืม แต่มันคือ 'เพชร' ที่กำลังรอการเจียระไนเพื่อให้เฉิดฉายในอนาคต
ณ ห้องทำงานที่ใหญ่ที่สุดของคฤหาสน์ บรรยากาศหนาวเหน็บและกดดันดุจถ้ำของราชสีห์ ดยุกเรกูลัส นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้แกะสลัก โดยมีพ่อบ้านเฮนริคยืนรายงานสถานการณ์อยู่ข้างๆ
"คุณหนูเอเลน่าเลือกเฟอร์นิเจอร์ด้วยรอยยิ้มครับท่านเ้าตระกูล... เธอดูมีความสุขมาก" เฮนริครายงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ดูเหมือนเธอจะเริ่มมีกำลังใจในการใช้ชีวิตขึ้นมากครับ"
เรกูลัสเคาะนิ้วลงบนโต๊ะจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตาสีม่วงเข้มคู่นั้นไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดๆ "หึ... เด็กก็คือเด็ก งั้นรึ?"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่มั่นคงก็ดังขึ้นหน้าประตู ก่อนที่เซเรน่าจะก้าวเข้ามา เธอหยุดลงและทำความเคารพอย่างสง่างาม แม้จะเป็สะใภ้ แต่ต่อหน้าชายชราคนนี้ เธอไม่เคยลืมฐานะ 'ผู้นำตระกูล' ที่กุมชีวิตทุกคนไว้
"เซเรน่า? ลมอะไรพัดเธอออกมาจากกองหนังสือได้ล่ะ" เรกูลัสเอ่ยทัก เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้ห้องยิ่งดูแคบลง
เซเรน่าสูดลมหายใจเข้าช้าๆ พยายามเก็บซ่อนความตื่นเต้นในแววตา "ท่านเ้าตระกูล... ดิฉันมาเพื่อแจ้งให้ท่านทราบ และขออนุญาตอย่างเป็ทางการ ดิฉันจะรับเอเลน่าเข้ามาเป็ลูกศิษย์ในความดูแล และจะถ่ายทอดทุกอย่างที่มีให้เธอค่ะ"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน เฮนริคถึงกับเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ ส่วนเรกูลัสหรี่ตาลงจ้องมองสตรีผู้ฉลาดหลักแหลมตรงหน้า
"เธอ... ที่ปฏิเสธการสอนลูกหลานทุกคนในตระกูล แม้แต่ลูกของคาเอลที่มาอ้อนวอนครั้งแล้วครั้งเล่า" เรกูลัสพึมพำ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความสงสัย
"ทำไมต้องเป็เด็กที่ไม่มีใคร้าอย่างเอเลน่า?"
เขามองเห็นมัน... ร่องรอยของความกระหายใคร่รู้ในดวงตาของเซเรน่า สิ่งที่พาเธออกมาจากหอสมุดไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็ความ 'คลั่งไคล้' ในสติปัญญา
"เพราะเธอไม่ใช่แค่เด็กธรรมดาค่ะท่านเ้าตระกูล หากท่านปล่อยให้เธอเติบโตไปตามยถากรรมเหมือนที่ผ่านมา... อาเชนวาลด์จะสูญเสียอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดไปอย่างน่าเสียดายค่ะ"
อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดงั้นหรือ..." เรกูลัสทวนคำพลางหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็เสียงที่ชวนให้คนฟังเสียวสันหลังมากกว่าจะรู้สึกขบขัน
"เธอประเมินเด็กแปดขวบคนนั้นไว้สูงทีเดียวเซเรน่า"
เซเรน่าโน้มตัวลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ "ท่านเ้าตระกูลคะ... เมื่อครู่นี้ ดิฉันลองทดสอบเอเลน่าด้วยโจทย์เื่ 'การปิดเส้นทางเดินเรือตะวันตกของตระกูลเอเทอเรียล' ซึ่งเป็ปัญหาที่ดิฉันทราบว่าท่านกำลังขบคิดอยู่พอดี"
เรกูลัสชะงัก มือที่กำลังเคาะโต๊ะหยุดลงทันที ดวงตาสีม่วงเข้มฉายแววคมปราบขึ้นมา เพราะปัญหาเื่ตระกูลเอเทอเรียลกดราคาแร่นั้นเป็เื่จริงที่เขายังไม่ได้ข้อสรุปที่เด็ดขาด และเขามั่นใจว่าเด็กอย่างเอเลน่าไม่มีทางรู้เื่การเมืองระดับสูงนี้ได้แน่
"แล้วเธอตอบว่าอย่างไร?" เรกูรัสถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
"เธอบอกว่า... จะไม่เสียเวลาเปิดเส้นทางเรือใหม่ค่ะ" เซเรน่าเงยหน้าขึ้นสบตาผู้นำตระกูล
"แต่จะสั่งปิดเหมืองชั่วคราว อ้างเหตุผลเื่ความปลอดภัยเพื่อปั่นราคาแร่เหล็กให้พุ่งสูงขึ้น บีบให้พ่อค้าทางบกที่ทำสัญญากับเอเทอเรียลระสับระสาย และสุดท้าย... เอเทอเรียลจะเป็ฝ่ายคลานกลับมาเจรจาขอเปิดเส้นทางเรือให้เราเอง พร้อมจ่ายค่าปรับที่ทำให้กำไรเราเสียหายด้วยค่ะ"
ความเงียบที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที
เรกูลัสนิ่งค้างไป สมองระดับผู้นำของเขาประมวลผลตามคำพูดนั้นอย่างรวดเร็ว มันคือกลยุทธ์ 'เชือดไก่ให้ลิงดู' โดยใช้ทรัพยากรที่ตัวเองถือเหนือกว่าเป็ตัวประกัน เป็วิธีแก้ปัญหาที่เด็ดขาด
"เอเลน่าพูดแบบนั้นจริงๆ หรือ?" เรกูลัสถามย้ำ เสียงของเขาเบาลงแต่สั่นเครือด้วยความอึ้ง
"เธอไม่ได้แค่พูดค่ะท่านเ้าตระกูล แต่เธออธิบายกลไกราคาและผลกระทบอย่างเป็ระบบ... ราวกับมองเห็นกระดานการค้าทั้งอาณาจักรอยู่ในหัว"
เรกูลัสเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง คราวนี้เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในใจของเขากำลังสั่นคลอนด้วยความตกตะลึง เด็กที่เขามองข้ามมาตลอด กลับกลายเป็คนเดียวที่ยื่นหมากแก้เกมที่ซับซ้อนนี้ให้เขาได้อย่างเืเย็น
"ฮึๆ... ฮ่าๆๆๆ!"
จู่ๆ เรกูลัสก็ะเิหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งจนเฮนริคและเซเรน่าถึงกับสะดุ้ง
"เซเรน... เ้าลูกชายขี้ขลาดของข้า เ้าทิ้ง 'ปีศาจ' แบบไหนไว้ในคฤหาสน์ของข้ากันแน่!" ดยุกเฒ่าตบโต๊ะเสียงดังปัง
"ดี! เซเรน่า ฉันอนุญาต! สอนเธอ... สอนให้กลายเป็อาเชนวาลด์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด อยากรู้นักว่าถ้า 'ปีศาจน้อย' ตนนี้โตขึ้นมา ใครหน้าไหนในอาณาจักรจะกล้าต่อกรกับเธอ!"
