“แม่นางเสี่ยวฟาง ท่านไม่เป็ไรกระมัง?”
ไป๋หยุนเฟยเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำลายความเงียบงันในป่า ขณะเดียวกันก็ปลุกทุกคนรู้สึกตัวจากความตกตะลึง
“อ๊ะ? ไม่ ไม่เป็ไร... ขอบ ขอบคุณ...” เสี่ยวฟางจึงได้สติและพึมพำตอบ
“ฮ่า ฮ่า ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ไม่จำเป็ต้องขอบคุณข้า” ไป๋หยุนเฟยยิ้มพลางโบกมือกล่าววาจา
ยามนี้ทุกคนจึงรุมล้อมเข้ามา ท่านอาซูกับเส้าหลิงมองดูเสี่ยวฟางั้แ่หัวจรดเท้า เกรงว่าจะมีส่วนใดได้รับาเ็ ชาวบ้านคนอื่นก็พากันพูดคุยไปต่างๆนานา ไป๋หยุนเฟยเดินไปถึงเบื้องหน้าจู้จื่อที่นั่งสำรอกอยู่บนพื้นก่อนจะยื่นมือออกไปพร้อมกับเอ่ยถาม “เ้าเป็ไรหรือไม่?”
จู้จื่อมองดูไป๋หยุนเฟยด้วยแววตาสับสน แต่ก็ไม่ได้รับน้ำใจจากไป๋หยุนเฟย มันลุกขึ้นยืนด้วยตนเองจากนั้นจึงกุมหน้าท้องเดินเข้าไปหาเสี่ยวฟาง
ไป๋หยุนเฟยส่ายหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอีก
ในยามนี้ทุกคนรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ จึงมองไปยังไป๋หยุนเฟยด้วยสายตาอัศจรรย์ใจระคนชื่นชม ด้านเส้าหลิงก็ยิ่งได้โอกาสพรรณนาถึงความเก่งกล้าของไป๋หยุนเฟยมากขึ้นไปอีก
“พี่ไป๋ พี่ไป๋! ท่านกำลังมองดูอะไรอยู่หรือ?”
ดูเหมือนไป๋หยุนเฟยซึ่งกำลังเพ่งสายตามองบางสิ่งที่อยู่ไกลออกไปจะถูกเสียงเรียกปลุกให้รู้สึกตัว มันจึงหันมองเส้าหลิงที่อยู่ด้านหลังพร้อมกับถามว่า “อืม? เส้าหลิงมีอะไรหรือ?”
“ข้าถามท่านว่า ท่านกำลังมองอะไรอยู่?” จากนั้นเส้าหลิงชี้นิ้วไปยังชาวบ้านที่กำลังสอบถามอาการาเ็ของจู้จื่อ “ชาวบ้านกล่าวว่าวันนี้พวกเราล่าได้สัตว์ใหญ่ถึงสองตัวก็นับว่าเพียงพอแล้ว จึงกำลังจะกลับหมู่บ้าน พี่ไป๋ท่านว่าอย่างไร?”
“อ้อ เช่นนั้นก็ดี พวกเรากลับกันเถอะ...” ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าพร้อมกับเดินไปแบกหมูป่าั์ขึ้น ส่วนคนอื่นๆก็ช่วยกันแบกกวางป่า ทุกคนต่างพูดคุยสนุกสนานระหว่างเดินทางกลับหมู่บ้าน...
…………
สองวันมานี้ไป๋หยุนเฟยใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านกลางเขาอันสงบสุข แต่ละวันก็ออกล่าสัตว์ ผ่าฟืนหรือไม่ก็ทำงานอื่นๆ อารมณ์ของไป๋หยุนเฟยผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ช่วยชำระล้างความเหนื่อยล้าที่สะสมใน่หลายวันที่ผ่านมาออกจนหมดสิ้น
หลังจากได้ช่วยเหลือเสี่ยวฟางในวันนั้น ก็ไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไรเกิดขึ้นอีก แต่กระนั้นมุมมองของเสี่ยวฟางต่อไป๋หยุนเฟยกลับเปลี่ยนเป็สนิทสนมกว่าเดิม ไม่เพียงแต่เสี่ยวฟางเท่านั้น ทุกคนในหมู่บ้านก็ให้ความเคารพต่อไป๋หยุนเฟยเป็อย่างยิ่ง ราวกับว่าเป็วีรบุรุษก็ไม่ปาน
แน่นอนว่ายังมีอีกคนที่ไม่คิดเช่นนั้น นั่นก็คือจู้จื่อ มันมักจะเผยความเป็ปฏิปักษ์ต่อไป๋หยุนเฟยทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อมาไป๋หยุนเฟยจึงค่อยเข้าใจว่าเป็เพราะชายหนุ่มผู้นี้ชมชอบเสี่ยวฟาง ดังนั้นจึงมองผู้ที่มาอาศัยอยู่ที่บ้านเสี่ยวฟางเป็ศัตรู และมอง‘วีรบุรุษช่วยหญิงงาม’ของเสี่ยวฟางเป็ที่ขัดตา
เมื่อถูกมองว่าเป็ศัตรูหัวใจโดยไร้สาเหตุ ไป๋หยุนเฟยก็คร้านจะอธิบาย หรือจะเรียกว่า ไม่คิดจะนำเื่นี้มาใส่ใจก็ได้ --- จะอย่างไรวันพรุ่งนี้ตนเองก็จะจากไปแล้ว
สำหรับจู้จื่อผู้นี้ ไป๋หยุนเฟยเคยตรวจสอบดูแล้ว พลังิญญาของมันเพียงสูงกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นตื่นขึ้น เพียงแต่ร่างกายมันแข็งแรงเป็พิเศษ น่าจะถึงจุดสูงสุดที่มนุษย์ธรรมดาจะไปถึงได้แล้ว --- ผู้ที่สามารถรับมือกับการโจมตีของกวางป่าด้วยมือเปล่า ก็ถือได้ว่าเป็ผู้ที่แข็งแกร่งและหาได้ยากในหมู่คนธรรมดาแล้ว
จิตใจของมันก็นับว่าไม่เลว ยังปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยดี แม้จะไม่พอใจต่อไป๋หยุนเฟยแต่ก็ไม่ได้หาโอกาสที่จะก่อเื่ขึ้น แน่นอนว่าอาจจะเป็เพราะจู้จื่อทราบดีว่าต่อให้ลอบโจมตีก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไป๋หยุนเฟยอยู่ดี
วันที่สามในยามบ่าย ไป๋หยุนเฟยนอนเกียจคร้านตากแดดอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ในปากคาบดอกหญ้าหลับตาครุ่นคิดถึงการเดินทางหลังจากนี้
“ข้าพักผ่อนมาเพียงพอแล้ว ไม่วันพรุ่งนี้ก็วันมะรืนก็สมควรไปจากที่นี่ได้แล้ว เพียงออกจากเทือกเขานี้ไปก็จะเข้าสู่มณฑลผิงชวนแล้ว เชื่อว่าใช้เวลาไม่นานก็จะไปถึงสำนักช่างประดิษฐ์ได้...”
ทุกปีสำนักช่างประดิษฐ์จะเปิดรับศิษย์สองครั้งในในวันที่ห้าเดือนห้าและวันที่สิบเอ็ดเดือนสิบเอ็ด ยามนี้เป็ต้นเดือนสิบแล้ว ยังเหลือเวลาอีกสี่สิบห้าวัน ไป๋หยุนเฟยคาดว่าจะสามารถไปถึงสำนักช่างประดิษฐ์ได้ทัน เพราะหากจะไปที่สำนักเพื่อขอเป็ศิษย์นอกเหนือจาก่เวลาที่กำหนดก็น่าจะเป็เื่ที่ยากลำบากไม่น้อย
แน่นอนว่าต่อให้ไปใน่รับศิษย์ทั้งสองครั้งก็ยังไม่ใช่เื่ง่ายอยู่ดี เพราะทุกครั้งที่เปิดรับคนเข้าสำนักจะมีผู้มาสมัครมากมาย แต่ผู้ที่ถูกคัดเลือกเข้าสำนักช่างประดิษฐ์นั้นกลับมีอยู่เพียงหยิบมือเดียว
“พี่ไป๋! พี่ไป๋! ท่านอยู่ที่ไหน?!”
ยามครุ่นคิดอย่างเงียบงันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงของเส้าหลิงะโด้วยน้ำเสียงร้อนรนดังเข้าหู ไป๋หยุนเฟยใรีบลุกขึ้นและลงจากต้นไม้พร้อมกับะโออกไป “เส้าหลิง ข้าอยู่ที่นี่! มีอะไรหรือ?”
เมื่อได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน ไป๋หยุนเฟยก็ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ยามที่อีกฝ่ายเข้ามาในระยะไม่กี่สิบวา ก็เห็นเส้าหลิงกำลังเดินกะโผลกกะเผลกมาจากทางหลังเขา ยามนี้เส้าหลิงมีรอยฟกช้ำอยู่ทั่วร่าง บนแขนขวาก็มีรอยเืเป็ทางยาว ขณะเดียวกันก็พยุงคนผู้หนึ่งมาด้วย ที่แท้ก็เป็จู้จื่อ เพียงแต่สภาพของผู้ที่แข็งแรงกว่าคนธรรมดาคนนั้นกลับมีสีหน้าซีดเผือด แขนซ้ายบิดห้อยผิดธรรมชาติ เห็นได้ชัดว่าถูกบิดหัก มิหนำซ้ำที่ทรวงอกก็ปรากฏรอยเื และในปากก็มีโลหิตหลั่งไหลออกมาไม่หยุด ดูก็รู้ว่าาเ็สาหัสอย่างยิ่ง
เมื่อเส้าหลิงพบเห็นไป๋หยุนเฟยสีหน้าก็ฉายแววยินดี เส้าหลิงประคองจู้จื่อเดินเข้ามาอย่างยากเย็น ก่อนจะร่ำร้องสะอึกสะอื้นว่า “พี่ไป๋! แย่แล้ว! เกิดเื่ใหญ่แล้ว! ท่านรีบไปช่วยพี่สาวข้าด้วยเถอะ!”
ไป๋หยุนเฟยรีบพุ่งเข้าหาทั้งคู่ทันที จากนั้นก็ประคองทั้งสองคนพร้อมกับถ่ายทอดพลังิญญาเพื่อช่วยฟื้นฟูาแก่อนจะกล่าวเสียงทุ้มหนัก “เกิดอะไรขึ้น? พวกเ้าไม่ได้ไปหาสมุนไพรกับเสี่ยวฟางหรอกหรือ? ไฉนจึงเป็เช่นนี้ได้? แล้วเสี่ยวฟางเล่า?”
“ยังมีหน้ามาถามอีก!!” เพียงเอ่ยปากถาม จู้จื่อก็มีปฏิกิริยาที่รุนแรงเช่นนี้ มันปัดมือไป๋หยุนเฟยที่ช่วยพยุงไหล่ออก จากนั้นก็ใช้มือขวากระชากคอเสื้อไป๋หยุนเฟยอย่างโกรธกริ้วพร้อมกับกล่าวอย่างเดือดดาลว่า “เ้าเป็ใครกันแน่? เ้าคนสารเลว! หากเสี่ยวฟางได้รับอันตรายแม้แต่น้อย ข้าจะไม่ปล่อยปละละเว้นเ้า!”
ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วพลางดึงมืออีกฝ่ายออกพร้อมกับถามด้วยความสงสัย “เ้าหมายความว่าอย่างไร? เกี่ยวข้องกับข้า? เกิดอะไรกับเสี่ยวฟางกันแน่?”
เมื่อมองดูจู้จื่อที่โกรธแค้นเดือดดาลทั้งยังาเ็สาหัส มิหนำซ้ำเมื่อครู่หลังจากร่ำร้องด้วยโทสะก็กระอักโลหิตออกมาอีก ดูท่าคงไม่อาจถามให้ได้ความ ไป๋หยุนเฟยจึงหันไปถามต่อเส้าหลิงว่า “เส้าหลิงเ้าบอกมา! ไม่ต้องร้อนรน บอกกล่าวให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น! ไม่ว่าเสี่ยวฟางจะตกอยู่ในอันตรายเพียงใด ข้าก็ต้องช่วยกลับมาให้ได้!”
ขณะกล่าววาจาก็ถ่ายทอดพลังิญญาผ่านมือทั้งสองข้างให้แก่ทั้งคู่เพื่อกระตุ้นให้เืเนื้อเร่งการฟื้นฟู
ไม่ทราบเป็เพราะคำพูดอันหนักแน่นบังเกิดผลหรือไม่ เส้าหลิงจึงสูดลมหายใจลึกๆสองคราก่อนจะกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “พวกเราสามคนกำลังเก็บสมุนไพรที่หลังเขา และเพราะมีพี่จู้จื่อคอยคุ้มกันพวกเราจึงเดินลึกเข้าไปกว่าปกติ ขณะที่เดินไปถึงพื้นที่ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีหุบเขาเล็กๆนั้น จู่ๆก็มีคนสองคนปรากฏตัวขึ้น พวกมันร้ายกาจยิ่ง เพียงปรากฏตัวขึ้นก็คร่ากุมพี่สาวข้าเอาไว้ พี่จู้จื่อจึงติดตามไปต่อสู้กับพวกมัน แต่หนึ่งในสองนั้นเพียงสะบัดมือก็ทำให้พี่จู้จื่อาเ็สาหัสเช่นนี้ พี่จู้จื่อต่อสู้สุดชีวิตแต่ก็ไม่ใช่คู่มือของพวกมันแม้แต่น้อย ราวกับเด็กน้อยต่อสู้กับผู้ใหญ่...”
“พวกมัน พวกมันบอกให้พวกเรามาแจ้งต่อท่านว่าให้รีบตามไป ไม่เช่นนั้นพวกมันจะฆ่าพี่สาวข้า... พี่ไป๋ พวกมันเป็ใครกันแน่? ไฉนจึงตามหาตัวท่าน? พี่ไป๋ ท่านต้องช่วยพี่สาวข้ากลับมาให้ได้นะ!”
ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วสีหน้าบิดเบี้ยวปั้นยาก ในใจเปี่ยมไปด้วยความร้อนรนและสงสัย
“อีกฝ่ายกลับมุ่งเป้ามาที่ข้า... พวกมันเป็ใคร? ใครกันที่คิดจะต่อสู้กับข้า...”
