"กราบทูลฝ่าา จากการตรวจเบื้องต้นพบว่าพระวรกายของฝ่าาทรงแข็งแรงดี ไม่มีโรคร้ายพ่ะย่ะค่ะ"
เซี่ยเทียนอวี้เมื่อได้ฟังก็ย่นหว่างคิ้วคราหนึ่ง
"จะเป็ไปได้เช่นไรกัน ข้ารู้จักร่างกายของตนเองดียิ่งกว่าใคร ยามนี้ข้ากำลังป่วย เ้าตรวจผิดหรือไม่ ไหนลองตรวจใหม่อีกทีสิ!"
หมอหลวงลอบกลอกตาไปมาคราหนึ่ง สรุปแล้วเขาหรือฝ่าากันแน่ที่เป็หมอ แต่ถึงแม้จะไม่พอใจมากเพียงใด หมอหลวงก็ไม่อาจเอ่ยคำโต้แย้งได้ เขาจึงตั้งใจตรวจใหม่อีกรอบ แต่คำตอบที่ได้ก็ยังคงเป็เช่นเดิม ทำเอาเซี่ยเทียนอวี้เริ่มรู้สึกว้าวุ่นในใจขึ้นมา
ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก เขาไล่ข้ารับใช้คนอื่นๆออกไปจากตำหนักจนหมด เหลือเพียงหมอหลวงและไป๋กงกงที่สามารถอยู่ต่อได้ เมื่อไม่มีคนนอกแล้ว เขาจึงเอ่ยกับหมอหลวงทันที
"หมอหลวงเ้าจงฟังให้ดี อาการของข้าแปลกมาก วันนี้ข้าถูกสตรีต่ำช้านางหนึ่งกล่าววาจาล่วงเกินบอกว่าจะจับข้าทำสามี เดิมทีข้ารังเกียจนางมาก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของข้าจึงเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งขึ้นมา อีกทั้งในสมองของข้ายังมีเสียงที่น่ากลัวเอ่ยยุยงให้ข้ายอมเป็ผัวนางอยู่ซ้ำๆ ข้าว่าข้าต้องป่วยแน่ หมอหลวง เ้าจงหาทางรักษาข้าให้ได้ เอาเสียงบ้าๆนี่ออกไปจากหัวข้าที!"
หมอหลวงที่ได้ยินอย่างนั้นก็อยากล้มตัวลงนอนแล้วยกเท้าขึ้นก่ายหน้าผากตนเองให้มันจบๆไปเสีย เขาหันไปขอความช่วยเหลือจากไป๋กงกง แต่ไป๋กงกงกลับแสร้งหันหน้าหนีไปมองทางอื่น
จะให้ช่วยอย่างไรเล่า ทุกวันนี้เขายังช่วยตัวเองจากฝ่าาไม่ได้เลย ไป๋กงกงกล่าวในใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นว่าหมอหลวงเงียบไปจึงรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
"ว่าอย่างไรเ้ามีวิธีรักษาข้าให้หายหรือไม่"
เซี่ยเทียนอวี้เอ่ยถามอย่างกระตือลือล้น หมอหลวงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ย
"เห็นทียาสมุนไพรคงจะรักษาไม่ได้ ต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งพ่ะย่ะค่ะ"
"วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งอย่างนั้นหรือ ข้าต้องทำเช่นไรเ้ารีบพูดมา หากข้าหายขาดได้จริงๆ รับรองว่าข้าจะตบรางวัลให้เ้าอย่างงาม"
เซี่ยเทียนอวี้ดีใจมาก เขาเองก็ไม่ชอบดื่มยาขมมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อได้ยินหมอหลวงบอกว่ามีวิธีอื่นที่ไม่ต้องใช้ยาเขาก็ดีใจมาก
หมอหลวงสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"วิธีนี้ไม่ยากพ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อเอาชนะเสียงประหลาดนั่นไม่ได้ เช่นนั้นก็ทำตามที่้าไปเลย ยอมเป็ผัวนางซะ ให้มันจบเื่ไปพ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเทียนอวี้"......"
บรรยากาศในตำหนักั์เงียบงันไปชั่วขณะ เซี่ยเทียนอวี้ที่ตั้งสติได้จึงปรายตามองหมอหลวงด้วยแววตาเย็นเยียบ
"หมอเวร นี่คือวิธีรักษาของเ้าหรือ ช่างบัดซบนัก!"
"กระหม่อมจนปัญญาแล้วพ่ะย่ะค่ะ นี่มันไม่ใช่โรค แต่เป็เพราะฝ่าากำลังอยากมีเมียต่างหาก!"
"ไสหัวไป ก่อนที่ข้าจะสั่งปะาเ้าเก้าชั่วโคตร!"
หมอหลวงใจนหน้าซีดเผือด รีบเอ่ยร้องขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ฝ่าาโปรดเมตตาด้วย อย่าปะาโคตรพ่อโคตรแม่กระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยเทียนอวี้พยายามระงับสติอารมณ์ ก่อนจะเอ่ย
“ไสหัวไป!”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
หมอหลวงรีบกุลีกุจอวิ่งออกไปทันที แต่เพราะเกรงว่าตนเองจะวิ่งช้าเกินไปจนฝ่าามีโทสะขึ้นมาอีกรอบ เขาจึงเปลี่ยนมาตีลังกาแทน
ตีลังกาไวกว่าวิ่ง เช่นนั้นก็ตีลังกาออกไปเถอะ!
ไป๋กงกงที่เห็นอย่างนั้นก็หันมามองเซี่ยเทียนอวี้ด้วยแววตาหนักอกหนักใจพลางครุ่นคิดว่าจะทำเช่นไรให้ฝ่าาหายจากพระอาการอารมณ์แปรปรวนดี หรือว่าจะเชิญเสด็จพระองค์ไปเดินเล่นที่อุทยานหลวงเพื่อผ่อนคลายดีนะ
แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก ก็เห็นว่ายามนี้ฝ่าาได้ตีลังกาออกไปจากตำหนักั์เรียบร้อยแล้ว
ไป๋กงกง"......"
ผู้ใดก็ได้บอกเขาที ว่าเขาต้องเดินหรือตีลังกาตามฝ่าาไปดี?
ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นยามนี้นางกำลังนั่งขุดมันอยู่ที่ด้านหลังตำหนักเย็น นับว่าโชคดีมากที่ตำหนักเย็นแห่งนี้ยังพอมีของดีให้นางได้กินประทังชีวิตอยู่บ้าง ไม่เพียงหัวมัน หากมีนกบินผ่านมานางก็เอามันมาทำอาหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งงู นางไม่คิดเล็กคิดน้อย ยามนี้นางต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน ของมีค่าและเงินที่ตระกูลจิ่งลอบส่งคนนำมามอบให้นางก็นำไปติดสินบนห้องเครื่องหมดแล้ว นางไม่มีเงินประทังชีวิตแล้ว
นับว่าเป็เื่ดีที่เ้าของร่างเดิมยังมีครอบครัวที่รักใคร่นางจากใจจริง
จิ่งรั่วอิงนำนกที่จับได้มาปรุงเป็อาหาร นางทำนกย่างเกลือกิน ส่วนงูก็เอามาตุ๋นเป็น้ำแกง แรกๆหลิงซีและอันหรานนั่นวิ่งออกไปอาเจียนหลายหน แต่พอเริ่มปลงตกแล้วก็กินได้เหมือนกันกับนาง
หลังจากกินอิ่มแล้ว นางก็ออกมาเดินเล่นรับลมที่หน้าตำหนักเย็น
หลิงซีนำผ้าคลุมเก่าๆมาคลุมให้จิ่งรั่วอิงเพื่อป้องกันลมหนาว พลางเอ่ยอย่างทอดถอนใจ
“ได้ยินว่าก่อนหน้านี้คุณชายใหญ่จิ่งรุ่ยมาขอร้องแทนพระสนมแต่กลับถูกฝ่าาปฏิเสธไป ยามนี้คงทำได้เพียงรอแม่ทัพใหญ่จิ่งกลับมาจากชายแดนเสียก่อน ฝ่าาอาจจะยอมเห็นแก่หน้าท่านแม่ทัพใหญ่ ให้อภัยพระสนมสักหน”
จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินเช่นนั้น ในหัวก็ปรากฏภาพครอบครัวของเ้าของร่างเดิมขึ้นมา บิดาของนางเป็แม่ทัพใหญ่ มารดาตายจากไปนานแล้ว บิดาก็ไม่คิดจะแต่งงานใหม่ พี่ชายของนางก็เจริญรอยตามบิดาเป็นายกองอยู่ในค่ายทหาร ครอบครัวของนางดีกับนางมากจริงๆ พวกเขาตามใจนางทุกอย่าง ทั้งที่รู้ว่านางดื้อดึงจะช่วยเซี่ยซู่อันก่อฏพวกเขาก็ไม่เคยกล่าวโทษนาง สุดท้ายแล้วนางกลับเป็ตัวต้นเหตุทำให้ตระกูลจิ่งดับสิ้นทั้งตระกูล
จิ่งรั่วอิงไม่คิดโทษเ้าของร่างเดิมอีก สตรีผู้นั้นก็เป็เพียงหญิงวัยเยาว์ไร้เดียงสาที่ยึดมั่นในความรักอย่างเอาเป็เอาตาย ยอมทุ่มเททุกสิ่งให้ชายคนรัก เพียงแต่ว่านางเลือกรักคนผิดก็เท่านั้น
ในเมื่อนางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ต่อไปนางจะลิขิตทางเดินของร่างนี้ใหม่ ไม่ให้ร่างนี้เห็นผิดเป็ชอบอีก
ในขณะที่จิ่งรั่วอิงกำลังคิดสิ่งใดไปเรื่อยเปื่อยก็ได้ยินเสียงหวานใสของสตรีสองนางดังขึ้นไม่ไกล
“อุ๊ยตายเ้าดูสิมู่ผิน นั่นมิใช่จิ่งกุ้ยเหรินที่คิดปีนเตียงฝ่าาจนถูกลดขึ้นและไล่มาอยู่ตำหนักเย็นหรอกหรือ”
“จริงด้วย ตายแล้ว สภาพดูไม่จืดเลย ข้าเห็นแล้วยังรู้สึกสมเพช มิสู้พวกเราเข้าไปสมน้ำหน้า ไม่สิ เข้าไปปลอบประโลมนางสักหน่อยดีหรือไม่พี่หญิง”
จิ่งรั่วอิงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะพบว่าสตรีสองนางนี้คือพระสนมที่เข้าวังหลวงมาพร้อมกับเ้าของร่างเดิม คนหนึ่งมีนามว่ามู่ลี่เป็บุตรสาวเสนาบดีกรมพระคลัง อีกคนหนึ่งมีนามว่าเวินเมี่ยว เป็บุตรสาวของเ้ากรมอาลักษณ์เวิน
พวกนางมาที่นี่ทำไมกัน?
จิ่งรั่วอิงจ้องมองมู่ลี่และเวินเมี่ยวด้วยแววตาเรียบเฉย สตรีสองคนนี้เมื่อเข้ามาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง แกล้งยกเท้าเตะโต๊ะตั่งในเรือนของนางให้ล้มลงบ้าง แกล้งผลักสาวใช้ของนางบ้าง นี่มันมาหาเื่กันชัดๆ
จิ่งรั่วอิงรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที สตรีสองนางนี้เหมือนพวกนางร้ายในนิยายเลย อีกทั้งยังใช้วิธีปัญญาอ่อนพวกนี้มาหาเื่นางอีกด้วย
“หากพวกเ้าจะมาหาเื่ก็เชิญกลับไปเถอะ ข้าไม่มีเวลามาทะเลาะกับคนโง่หรอก”
เวินเมี่ยวและมู่ลี่เมื่อได้ยินจิ่งรั่วอิงเอ่ยเช่นนั้นก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมา เวินเมี่ยวก้าวเดินเข้ามาหาจิ่งรั่วอิงก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าจิ่งรั่วอิงอย่างแรง หลิงซีและอันหรานใมากแต่กลับไม่กล้าปริปาก หากนับกันตามฐานะยศศักดิ์แล้ว เวินเมี่ยวมีตำแหน่งสูงกว่าเ้านายของพวกนาง
“เป็แค่กุ้ยเหรินที่ถูกลดขั้น บังอาจกล้ามาต่อว่าข้าหรือ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าให้หลาบจำเอง”
จิ่งรั่วอิงถูกตบจนหน้าชาก็เริ่มมีโทสะ นางบ้าสองคนนี่ อยู่ดีๆก็มาหาเื่นาง สงสัยคงเบื่อจะมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง
ไม่ได้สิ หากตบหน้าสองคนนี้นางก็จะมีความผิดด้วย ต้องใช้แผนการใหม่
จิ่งรั่วอิงยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะะโเข้าหาเวินเมี่ยวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้มือหยิกก้นของเวินเมี่ยวอย่างแรง
“อ๊า!อย่าหยิกก้นข้านะ เ้าหยุดหยิกสิ มู่ลี่รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า!”
เวินเมี่ยวแหกปากร้องไม่เป็ภาษา แรงหยิกจากมือของจิ่งรั่วอิงไม่เบาเลย มู่ลี่เห็นอย่างนั้นก็คิดจะเข้ามาช่วยแต่จิ่งรั่วอิงมือไวนัก นางยื่นมือมาหยิกที่หัวนมของมู่ลี่อย่างแรง ไม่เพียงหยิก นางยังดึงติดมือมาอีกด้วย มู่ลี่ถูกหยิกจนเจ็บระบมตาเหลือกค้างทันที
“อย่าหยิก อย่าดึง อ๊า เสียว อร๊าย!”
จิ่งรั่วอิงยิ่งหยิกยิ่งมันมือจึงหยิกไม่ยั้ง ส่วนหลิงซีและอันหรานก็ช่วยจิ่งรั่วอิงรับมือกับนางกำนัลของเวินเมี่ยวและมู่ลี่ไม่ให้เข้ามาช่วยเ้านายของพวกมันได้
ในระหว่างนั้นเองก็มีเสียงของไป๋กงกงดังขึ้นมา
“ฝ่าาตีลังกาเสด็จแล้ว!”
ห๊ะ! เซี่ยเทียนอวี้ตีลังกามาหรือ?
เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอฮ่องเต้ตีลังกาเสด็จ
มาได้จังหวะพอดีเลย!
จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็เปลี่ยนมาเป็ฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ นางผละออกจากเวินเมี่ยวและมู่ลี่ก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าตนเองจนบวมแดง จากนั้นก็ลากสองคนนี้ให้ขึ้นมาคล่อมบนตัวนาง ก่อนจะแหกปากร้องไห้เสียงดังลั่น จัดฉากว่าตนถูกเวินเมี่ยวและมู่ลี่รุมทำร้าย
“ฮือ พระสนมทั้งสอง เหตุใดต้องมารังแกข้าด้วย ข้าทำสิ่งใดผิดกัน ฮือ!”
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก พวกนางไม่คิดเลยว่าจิ่งรั่วอิงจะเ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้ เดิมทีพวกนางคิดจะเอ่ยวาจาแก้ตัวแต่เพราะเมื่อครู่เพิ่งถูกหยิกมายังรู้สึกเจ็บอยู่มากจึงไม่มีแรงร้องท้วง
เซี่ยเทียนอวี้ที่ตีลังกามาถึงตำหนักเย็น พลันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากในตำหนักเย็น
“เกิดเื่ใดขึ้น ไป๋กงกงเ้ารีบเข้าไปดูสิ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋กงกงยังไม่ทันเข้าไปดู ก็พบว่ามีสตรีนางหนึ่งวิ่งออกมาด้วยสภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก เสื้อผ้าของนางหลุดร่วง ผมเพ้าหลุดรุ่ย ใบหน้าบวมช้ำเหมือนหัวสุกร มุมปากก็มีโลหิตไหลซึมออกมา เหมือนกับิญญาที่วิ่งออกมาหมายจะกระชากจิตใจคนเสียอย่างนั้น
“ฝ่าา โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ!”
เซี่ยเทียนอวี้มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตระหนกก่อนจะะโเสียงดังลั่น
“ฉิบหายแล้ว ผีตำหนักเย็นอาละวาด ไป๋กงกงเ้าอยู่รับหน้าผีไปก่อน ข้าจะไปแล้ว”
เอ่ยจบเขาก็รีบวิ่งหนีจากไปทันที แต่ทว่าเมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าผีสาวตนนั้นกำลังวิ่งตามเขามาไม่หยุด
“ฝ่าา!”
“เรียกฝ่าาหาบิดาเ้าหรือ!”
จิ่งรั่วอิงที่วิ่งตามเริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบขึ้นมาแล้ว นางไม่เข้าใจว่าเซี่ยเทียนอวี้จะวิ่งหนีนางทำไมกัน ฮ่องเต้บัดซบนี่!
ไวกว่าความคิดนางรีบออกแรงวิ่งให้เร็วยิ่งขึ้น ก่อนจะตะครุบตัวเขาเอาไว้ได้ทัน ทำให้คนทั้งสองล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันที เมื่อเซี่ยเทียนอวี้เพ่งมองให้ดีดี ก็จำได้ทันทีว่าผีสาวตรงหน้าคือจิ่งรั่วอิงนั่นเอง
“จิ่งรั่วอิง?”
“เพคะ หม่อมฉันเอง พระองค์จะวิ่งหนีหาบิดาหรือเพคะ อย่าเพิ่งวิ่ง มาช่วยหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันถูกทำร้ายเพคะ”
“ใครทำร้ายเ้า?”
“เวินเมี่ยวกับมู่ลี่เพคะ!”
