ภายในห้องปรุงโอสถ พลังอันน่ากลัวเริ่มจางหายไป พลานุภาพของวิชามหาอำนาจนี้เกินจินตนาการของเต้าหลิงไปมาก ทว่าเขาก็ััได้ว่ามันยังไม่สมบูรณ์
“ไม่ว่ามันจะสมบูรณ์หรือไม่ อย่างไรเสีย ก็นับว่าเป็วิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งมาก ทว่าคงจะต้องเข้าสู่ขั้นสถิติญญาเสียก่อน เมื่อครู่เป็แค่การก่อตัวขั้นแรกเริ่มเท่านั้น” เต้าหลิงกล่าวออกมาในใจ
“อีกสักสองวันค่อยไปบอกจื่ออวี้ก็แล้วกัน ไม่รู้ว่าวิชามหาอำนาจนี้เกี่ยวข้องกับอะไร” เต้าหลิงกระชับหมัด จากที่จื่ออวี้บอกให้เขาฝึกวิชามหาอำนาจนี้ เขาััได้ว่าวิชานี้จะต้องเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่มาก
มองจากความน่ากลัวของฝ่ามือหยินหยางแล้ว บางทีวิชานี้อาจจะเป็วิชาที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จื่ออวี้ก็ไม่ได้มีความเกลียดชังอะไรเขา ถึงตอนนั้นก็ค่อยไปถามนางก็แล้วกัน
“ลองไปดูที่ชั้นสิบก่อน หากเข้าไปไม่ได้ก็กลับไปทะลวงขั้นสถิติญญา เพราะตอนนี้ข้าอยู่ในขั้นพลังสูงสุดของขั้นหล่อกายาแล้ว”
เต้าหลิงลุกยืนขึ้นพลางเดินออกไปจากที่นี่ ในตอนนี้แรงกดดันของชั้นเก้าไม่มีผลต่อเขาเท่าไรนัก ไม่นานเขาก็มาหยุดอยู่ตรงที่หน้าประตูของชั้นสิบ
ประตูบานนี้เหมือนกับพระอาทิตย์สีทองที่ลุกโชน ให้ความรู้สึกถึงพลังที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม ทำให้ผู้คนไม่กล้าสบประมาท
เขากำหมัด อักขระสีทองปรากฏขึ้นมาชั้นหนึ่ง มันได้ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ราวกับชุดเกราะ
หลังจากนั้น ทั่วร่างของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงแก้วชั้นหนึ่ง คลื่นพลังความร้อนปลดปล่อยออกมา เหนือหัวมีหอคอยล้ำค่าสีม่วงอันหนึ่งลอยอยู่ แสงสีม่วงเป็เส้นๆ ร่วงตกลงมา
เขาป้องกันเอาไว้ถึงสามชั้น ครั้งนี้เต้าหลิงเตรียมตัวมาอย่างดี เขาสูดลมหายใจเข้าลึก สายตามองไปเข้าไปที่ทางเข้าชั้นสิบ จากนั้นเขาก็ก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างใน
ร่างของเขาปรากฏอยู่ข้างในประตูสีทอง คลื่นพลังดุจทะเลแดงได้ตื่นขึ้น มันม้วนตัวออกมาด้วยอานุภาพที่ยิ่งใหญ่มหาศาล คล้ายกับัที่ทะลวงฝ่าท้องสมุทรออกมา ทำเอาฟ้าดินสั่นะเืจนแทบจะะเิออก
ครืนครืนครืน
พลังที่น่ากลัวกดทับลงมา หอคอยแสงม่วงสั่นะเื จากนั้นเพียงแค่เสี้ยววินาที มันก็ถูกทำลายจนแหลกเป็ผุยผง
สีหน้าของเต้าหลิงเปลี่ยนไป อาวุธล้ำค่าชิ้นนี้ถูกทำลายลงแล้ว ทั้งๆ ที่หอคอยแสงม่วงนี้แข็งแกร่งกว่าร่างกายของเขามากเป็ไหนๆ
“แย่ล่ะสิ” เขาแผดเสียงคำราม ผมสีดำปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างขึ้นพลางเก็บเพลิงโอสถแก้วลงไป เขารู้สึกได้ว่าถ้าจะเข้าไปข้างในจะต้องพึ่งแค่ร่างกายของตนเท่านั้น
ถ้าพึ่งพาของล้ำค่านอกกาย เดาว่าคงถูกบดขยี้จนแหลก
คลื่นลมที่น่ากลัวกดทับเข้าใส่ร่างดุจขุนเขาขนาดใหญ่ ทั่วร่างของเต้าหลิงสั่นสะท้าน ปราณสีทองภายในร่างพุ่งออกมาพลันม้วนตัวซัดออกไป
ภายในร่างของเขา คลื่นพลังที่น่าหวั่นเกรงถูกปลดปล่อยออก ราวกับเด็กหนุ่มเทพ์ที่กำลังออกเดินทางเพื่อต่อต้านแรงกดดันที่น่ากลัวนั้น แล้วก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างใน
ปรากฏเส้นทางสีทองเส้นหนึ่งขึ้น เต้าหลิงไม่รู้ว่ามันจะยาวเท่าไร พลังในขั้นหล่อกายาของเขาแข็งแกร่งมาก ทว่าด้วยแรงกดดันโดยรอบที่กดทับลงมาดั่งูเาถล่มนี้ ทำให้กระดูกของเขาแตกออกจนได้รับาเ็แสนสาหัส
“แค่ก” เต้าหลิงพ่นเืกองใหญ่ออกมา ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกพัดออกมา เต้าหลิงไม่กล่าวอะไรพลางนั่งขัดสมาธิแล้วดึงพลังโดยรอบมารักษาาแ
นี่เป็การหยอกคนรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?
เต้าหลิงรู้สึกได้ว่าเขาไม่สามารถจะเข้าไปข้างในได้ต่อแล้ว ถึงเขาจะไม่รู้ว่าอัจฉริยะอย่างอู่ตี้นั้นจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ถ้าในขั้นหล่อกายา เต้าหลิงไม่มีทางกลัวเขาอย่างแน่นอน นั่นเป็ความเชื่อมั่นของเขา
ขนาดอู่ตี้ที่สุดยอดในใต้หล้ายังไม่สามารถเข้าไปได้
เต้าหลิงคิดว่านี่เป็ตำนานที่ยากจะพิชิตได้จริงๆ บางทีที่ไม่มีคนเข้าไปได้ เขาเดาว่าคนที่สร้างหอคอยผ่านจิตนี้อาจจะทำไว้เพื่อใช้แกล้งคนรุ่นหลัง
เขาดูดซับพลังโดยรอบมาฟื้นฟูาแ ซึ่งการฟื้นฟูครั้งนี้รวดเร็วยิ่งกว่าครั้งก่อน หลังจากนั้น หนึ่งวันผ่านไป ร่างกายของเขาก็ฟื้นฟูกลับมาจนถึงจุดสูงสุด แววตาทั้งสองจ้องไปที่ประตูสีทอง เขายังคิดที่จะลองเข้าไปดู ทว่าแค่ร่างกายอย่างเดียวคงจะไม่ได้
“ข้าลืมไปได้อย่างไร ข้าสามารถฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปกลับมาได้” แววตาของเต้าหลิงเปล่งประกาย เขาก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างในอีกครั้ง
พลังที่น่ากลัวโดยรอบกดทับเข้าใส่ร่าง ทุกๆ เส้นพลังหนักหน่วงเหมือนดั่งูเา หากเป็เพียงไม่กี่เส้นพลังเขายังสามารถรับได้ไหว ทว่ามันกลับกดทับลงมาเรื่อยๆ ไม่ช้าก็เร็วพลังก็ต้องสูญเสียไปจนหมด พอถึงตอนนั้นชีวิตก็ดับสิ้น
“เข้ามา” เต้าหลิงคำราม รูขุมขนทั่วร่างเปิดออก ร่างกายเหมือนกับเตาหลอมที่ลุกไหม้ เขาต่อต้านพลังโดยรอบแล้วดึงพลังเข้ามา
ทุกเส้นพลังราวกับพลังของัคะนองน้ำที่ทะลวงเข้าสู่ร่างกาย ร่างของเต้าหลิงสั่นไหว พลังที่ถูกกลั่นหลอมพุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดจนบิดเบี้ยว คล้ายกับจะะเิออก
นี่เป็การลองที่อันตรายมาก หากล้มเหลว กล้ามเนื้อของเขาจะถูกบดขยี้จนแหลกเป็เศษธุลีแน่
หมัดทั้งสองของเต้าหลิงกำแน่น ขาทั้งสองยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ อักขระสยบฟ้าปรากฏขึ้น มันได้ดึงพลังต้นกำเนิดโดยรอบเข้ามาในร่างกาย แล้วเริ่มฟื้นฟูาแของกายล้ำค่าอย่างบ้าคลั่ง
เขาก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างในพร้อมกับผสานพลังที่หอคอยผ่านจิตปลดปล่อยออกมา ทำให้ความเร็วในการดูดซับของเขานั้นรวดเร็วมากขึ้น
คลื่นพลังที่น่ากลัวโหมกระหน่ำอยู่ภายในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง ถ้าเป็กายธรรมดา ไม่รู้ว่าจะะเิออกไปกี่ครั้งแล้ว
“หวังว่าข้าคงไม่มาทำให้ตัวเองตายหรอกนะ” เต้าหลิงเดินไปได้สักพัก เขาก็ขบฟันกล่าวขึ้นมา หากไม่ระวังแล้วพลาดท่า เดาว่าคงถูกแรงกดดันอัดร่างจนแหลกแน่
เต้าหลิงก็เดินมุ่งหน้าไปตามเส้นทางสีทอง บนร่างมีรอยเืไหลออกมา ในตอนนั้นดวงตาของเขาก็หรี่ลง เขามองเห็นกระบี่โบราณเล่มหนึ่งปักอยู่บนเส้นทางสีทอง มีเพียงแค่ด้ามกระบี่โผล่ขึ้นมา ทั้งยังเป็สนิมอีก
เต้าหลิงใมาก ที่ใก็คือทำไมกระบี่โบราณเล่มนี้ถึงไม่ถูกทำลาย
“ขนาดหอคอยแสงม่วงยังถูกทำลาย หรือว่ากระบี่โบราณเล่มนี้จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาวุธล้ำค่ากัน?” เต้าหลิงตกตะลึง เขาไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตนคิดสักเท่าไร หรือว่ากระบี่โบราณนี้จะเป็ของคนที่ตายไปแล้ว
ฝีเท้าของเขาขยับเข้าไป ฝ่ามือจับไปที่ด้ามกระบี่สีดำที่โผล่ขึ้นมา ก่อนใช้แรงขยับมัน จากนั้นสีหน้าของเขาก็พลันแปลกประหลาด เพราะกระบี่เล่มนี้หนักมาก หนักจนไม่สามารถดึงออกมาได้
เต้าหลิงใช้พลังอย่างสุดชีวิต บนเส้นทางสีทองส่งเสียงดังครืดครืด กระบี่โบราณนี้หนักมาก เต้าหลิงรู้สึกว่ามันเหมือนกับูเาขนาดเล็กลูกหนึ่ง
“ไม่ไหว ดึงไม่ออก” เต้าหลิงถอนหายใจออกมา เขาไม่สามารถดึงมันออกมาได้ บางทีคงจะต้องให้แรงกดดันรอบๆ หายไปก่อนถึงจะสามารถดึงมันออก
“ที่นี่จะต้องมีคนตายอยู่มากแน่” เขามองเห็นรอยคราบเืจำนวนมากบนเส้นทางสีทอง เดาว่าน่าจะเป็เืของอัจฉริยะที่น่ากลัวมากๆ
ไม่นานนัก เต้าหลิงก็ใกล้จะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำค่าลงไปครึ่งหยด เพื่อใช้พลังของมันมาฟื้นฟูาแ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้ว่าตนนั้นเดินอยู่บนเส้นทางสีทองมานานเท่าไรแล้ว เขาดื่มพลังชีวิตเหลวล้ำไปสองหยด ในตอนนี้มีเหลืออยู่แค่ครึ่งหยดเท่านั้น ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คงจะต้องถอยกลับสถานเดียว
เส้นทางสีทองนี้ทั้งน่าเกรงขามและน่าหวั่นเกรง ทำให้ผู้คนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะเกิดความเลื่อมใส
ส่วนลึกที่สุดของเส้นทางสีทองสง่างามมาก เสียงเต๋าที่เหมือนกับเสียงสายฟ้า เส้นแสงนับหมื่นเส้นราวกับเป็ที่หลบซ่อนของเซียน
อีกทั้งด้านในยังมีพลานุภาพศักดิ์สิทธิ์ที่น่ากลัวถูกปลดปล่อยออกมาเป็ระลอกๆ ประตูสีทองที่อยู่ข้างในสุดปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึงออกมา พลังโกลาหลร่วงหล่นลงมาเป็สายๆ
“ส่วนลึกสุด” เต้าหลิงหรี่ตาลง สีหน้าเต็มไปด้วยความปีติ นี่ก็คือส่วนลึกสุดของชั้นที่สิบ
ฝีเท้าของเขาก้าวเข้าไปข้างในเรื่อยๆ ทุกฝีเท้าก้าวออกไปอย่างช้าๆ เหมือนแบกูเาอยู่ก็มิปาน พลังที่น่ากลัวภายในร่างปะทุขึ้นมา
เต้าหลิงเดินฝ่ามาจนถึงข้างในสุด ทว่าเขากลับมองเห็นเืกองหนึ่งอยู่บนพื้น ทำให้เขาตกตะลึงมาก หัวใจของเขาสั่นไหว นี่มันเป็เืของใครกัน?
อีกทั้งเืนี้ยังสดใหม่ มันจะต้องเป็ของคนที่เพิ่งจะเข้ามาเมื่อไม่นานมากนี้แน่
“อู่ตี้” เขากำหมัดแน่นเพราะััได้ถึงพลังคุ้นเคยที่ถูกปล่อยออกมาจากเื ทำให้เขาหวนนึกไปถึงพลังของอู่ตี้ หรือว่าอู่ตี้จะเข้าไปได้สำเร็จแล้ว?
เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก ด้วยสีหน้าที่หนักอึ้ง ไม่ว่าเขาจะล้มเหลวหรือาเ็แสนสาหัส แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าประตูนี้ยากจะที่เข้าไป
ไม่ต้องสงสัยในเื่ความแข็งแกร่งของอู่ตี้ เขาอยู่ในอันดับที่หนึ่งของศิลาเทพยุทธ์ ทั้งยังเป็อันดับหนึ่งของดินแดนลึกลับ
ฝีเท้าของเขาขยับเข้ามาใกล้ ก่อนที่หยุดอยู่ข้างๆ ประตูสีทอง เดาว่าอู่ตี้น่าจะาเ็อยู่ หากเขาเข้าไปแล้ว ของล้ำค่าก็ต้องถูกเขาเอาไปหมดแล้วน่ะสิ
“เข้าไปก่อนแล้วกัน ข้าอยากจะรู้ว่ามีอะไรประหลาดอยู่ข้างในนั้น” เต้าหลิงขบฟันแผดเสียงคำรามต่ำ อักขระสีทองผุดขึ้นมาทั่วร่าง รูขุมขนทั้งร่างปิดสนิท ภายในร่างปลดปล่อยปราณสีทองที่เปี่ยมล้นออกมากดทับมวลอากาศ
เต้าหลิงคำรามลากเสียงยาว ฝีเท้าของเขากระทืบลงพื้นก่อนพุ่งเข้าไปข้างใน
ตูม ราวกับฟ้าถล่ม เสียง์ ปึงปึง ดังสนั่นเข้าหูทั้งสองข้างคล้ายกับเสียงท้องฟ้าถล่มก็มิปาน
ภายในจิตใจของเต้าหลิง ฟ้าดินกลายเป็สีทองอร่าม มีพลังที่น่ากลัวบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมา
ต้นตอของพลังที่น่ากลัวมาจากเหนือหัว เขาััได้ว่ามีร่างเงาหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้วงมิติ เหมือนกับเทพที่สร้างโลกปกครองเก้าฟ้าสิบแผ่นดิน
เขายังััได้อีกว่า คนคนนี้กว้างใหญ่ไร้ซึ่งที่สิ้นสุด แสงสีทองสว่างจ้าจำนวนมากถูกปลดปล่อยออกมา เขาเหมือนดั่งอยู่มานานหลายยุคสมัย ทั้งยังเป็ะ เขาก็คือเทพเ้าที่ปกครองฟ้าดินแห่งนี้
มีเสียงหนึ่งดังก้องเข้ามา หมัดทั้งสองของเต้าหลิงกำแน่น เขารู้สึกเหมือนว่าทั่วฟ้าดินกำลังจะะเิออก ราวกับถ้าเงยหน้ามองขึ้นไป จุดจบของเขาก็คือความตาย
ฟ้าดินพลิกผัน เต้าหลิงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง ผมยาวปลิวไสวลอยชี้ขึ้นไปบนท้องนภา เสียงคำรามบดทำลายความหวาดกลัวที่มีอยู่ภายในใจ พลังบริสุทธิ์์แผดเผาจนถึงจุดสูงสุด
ในตอนนั้นเอง ร่างกายของเขาเหมือนกับมีดินแดนบริสุทธิ์ถูกเปิดออก พลานุภาพศักดิ์สิทธิ์ได้ะเิออกอย่างไร้จุดจบ
เต้าหลิงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งสองเหมือนกับกระบี่์ที่พุ่งทะลวงฝ่าเก้านภาสิบแผ่นดิน ทำลายทุกสรรพสิ่ง เขาเปล่งเสียงร้องคำรามออกด้วยโทสะ ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
จักรวาลราวกับสูญสลาย ความหวาดกลัวหายไปจนหมด ท้องฟ้าถูกชำระล้างจนกลายเป็สีเขียวมรกต ให้ความรู้สึกที่เงียบสงบ
ที่นี่คือสถานที่โบราณแห่งหนึ่ง ที่อัดแน่นไปด้วยแสงหมอก์นับหมื่นเส้น แสงเซียนลอยโบกสะบัด ซึ่งที่นี่ก็คือสถานที่์ศักดิ์สิทธิ์
เต้าหลิงหายใจเข้าออกถี่ สายตากวาดไปรอบๆ ใบหน้าละอ่อนพลันเต็มไปด้วยความตกตะลึง แล้วคนคนนั้นล่ะ?
แรงกดดันเมื่อครู่น่ากลัวเกินไปแล้ว ทั้งยังเป็อนุภาพแรงกดดันที่มาจากจิตใจ ไม่ใช่จากกาย พลังเช่นนี้สามารถทำให้คนใจนหัวใจล้มเหลวได้เลย
ทว่าในตอนที่เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า กลับไม่มีอะไรเลย มีเพียงแค่ความเงียบสงบ ซึ่งนั่นทำให้เขาใมาก เหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็เพียงแค่ความฝัน
เขาเกาหัว แววตาประกายแสงออกมา ตรงหน้าของเขามีบ่อน้ำอยู่แห่งหนึ่ง แสงนับหมื่นเส้นถูกปลดปล่อยออกมา เหมือนกับบ่อน้ำของเซียน์ที่ปล่อยคลื่นพลังชีวิตมหาศาลไม่มีสิ้นสุด ทั้งยังมีกลิ่นอายของพลังต้นกำเนิดสรรพสิ่ง
“หรือว่านี่จะเป็ชั้นที่สิบ?”
