เล่มที่ 4 บทที่ 109 ปีศาจกระบี่
“…”
หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆอยู่หลายครั้ง จึงสามารถสะกดความรู้สึกอยากจับเ้ากระบี่ตัวแสบไปหลอมด้วยเคล็ดวิชาหมื่นกระบี่ลงได้…
“เป็ศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยนอย่างนั้นหรือ?” อาจเป็เพราะยังไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็รองอยู่ น้ำเสียงที่พูดจึงแฝงไปด้วยความโอหัง
“หากนับลำดับาุโแล้ว เ้าต้องเรียกข้าว่าอาจารย์ปู่ทวดๆๆ!”
“หึหึ…” หลินเฟยแค่นหัวเราะเยือกเย็น หากจะนับลำดับาุโกันจริงๆ เกรงว่าบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของเ้ากระบี่นี่ยังต้องเรียกเขาว่าอาจารย์ปู่ทวดด้วยซ้ำ…
“ไม่เชื่อหรือ?” ปีศาจกระบี่ไม่รู้ว่าหลินเฟยมีชีวิตมาสองชาติแล้ว ดังนั้นหากจะนับลำดับกันจริง คงไม่มีใครในสำนักเวิ่นเจี้ยนแก่ไปกว่าหลินเฟยอีกแล้ว และตอนนี้เ้ากระบี่ก็ยังเอาแต่โม้ไม่หยุด
“อ๋องอย่างข้าได้ติดตามอาจารย์ปู่ทวดๆๆๆ… ไม่รู้กี่ทวดของเ้ามาปราบมารปีศาจที่นี่ ในตอนนั้นได้เสียเืเสียเนื้อมามากมายดั่งสายน้ำไหล หลังจากไล่ฆ่าจนเหนื่อยอ่อนในที่สุดก็กำจัดเหล่ามารปีศาจได้หมดสิ้น ไม่รู้ว่าอาจารย์ปู่ทวดคนไหนของเ้าเหมือนกัน ที่หวาดกลัวพวกมันจะบุกมาอีก จึงขอให้อ๋องอย่างข้าเฝ้าอยู่ที่หุบเขากระบี่แห่งนี้…”
“หื้อ?”
“ตอนนั้นอ๋องอย่างข้าก็ไม่อยากรับปากนักหรอก แต่อาจารย์ปู่ทวดๆๆของเ้าเอาแต่อ้อนวอนข้า สุดท้ายอ๋องอย่างข้าเลยต้องจำยอมรับปาก ข้าเฝ้าอยู่ที่นี่นานหลายพันปี บัดนี้ไม่รู้ว่าโลกภายนอกเป็อย่างไรบ้าง แล้วพวกอาจารย์ปู่ทวดๆๆของเ้ายังอยู่หรือเปล่า แต่คิดว่าคงจะตายหมดแล้วล่ะสิ ไม่อย่างนั้นเ้าหนูที่ยังไม่ถึงขั้นมิ่งหุนเช่นเ้า จะกล้ามาเสียมารยาทเช่นนี้หรือ…”
“เป็เช่นนี้เอง” หลังจากได้ยินเื่ที่เกิดขึ้น หลินเฟยก็เข้าใจทันที นี่คงเป็กระบี่ที่อาจารย์ปู่ทำหายไปตอนที่ขับไล่พวกมารปีศาจสินะ
หลินเฟยเอื้อมมือไปคว้าปีศาจกระบี่ขึ้นมา เขาพยายามรับมือกับการดิ้นรนของมัน พลางพินิจตัวกระบี่ไปด้วย และก็เห็นได้ว่าที่ตัวกระบี่มีอักขระสลักไว้หลายตัว และนี่ก็เป็อักขระที่ศิษย์หุบเขาอวี้เหิงมักจะสลักไว้บนอาวุธคู่กายเสมอ ดูๆไปแล้วนี่จะต้องเป็กระบี่ที่หายไปในตอนนั้นไม่ผิดแน่…
‘แต่ทำไมถึงกลายเป็ปีศาจได้ล่ะ?’
‘ตาเฒ่าเคยบอกว่ากระบี่ของอาจารย์ปู่มีมนต์สะกดถึงสามสิบหกสาย ดังนั้นจะต้องมีจิติญญาหยวนหลิงอยู่ด้วยแน่ๆ แล้วเพราะอะไรกัน ถึงกลายเป็ปีศาจไปได้?’
‘หรือเ้ากระบี่จะเบื่อ จึงอยากลองเป็ปีศาจดูบ้าง?’
‘ไม่น่าจะใช่…’
“เป็อย่างไรล่ะ ตอนนี้รู้แล้วสินะว่าอ๋องอย่างข้ามีฐานะสูงส่งแค่ไหน?” ระหว่างที่พูดปีศาจกระบี่ก็ขยับตัวไปมาราวกับกำลังจะอวดเบ่ง แต่น่าเสียดายที่ถูกปราณกระบี่ไท่อี๋พันธนาการเอาไว้ จึงขยับเขยื้อนอย่างทุลักทุเล ไม่นานก็เปิดปากโวยวายขึ้นอีกครั้ง
“ก่อนที่อ๋องอย่างข้าจะโกรธขึ้นมา ทางที่ดีเ้าควรปล่อยข้าั้แ่ตอนนี้เสีย ไม่อย่างนั้นพอกลับถึงสำนักเวิ่นเจี้ยนเมื่อไร ข้าจะลงโทษเ้าโทษฐานไม่เคารพผู้าุโ!”
“อาจารย์ปู่ทวดๆๆๆที่เ้าว่าก็คือปรมาจารย์ของหุบเขาอวี้เหิงของข้า…” หลินเฟยหัวเราะน้อยๆ โดยที่เขายังไม่ได้เก็บปราณกระบี่ไท่อี๋กลับไป
“ในเมื่อเ้าบอกว่าเป็กระบี่ของท่านปรมาจารย์ ถ้าอย่างนั้นจงแสดงหยวนหลิงออกมาให้ข้าพิสูจน์หน่อยสิ”
“บังอาจนัก อ๋องอย่างข้ามีฐานะสูงส่ง ไม่มีทางแสดงหยวนหลิงออกมาง่ายๆ ทางที่ดีจงรีบปล่อยข้าไปเสียดีกว่า!”
“หึหึ…” หลินเฟยหัวเราะเ็า ก่อนจะเริ่มโคจรเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถู
พริบตาเดียวก็มีกลุ่มควันสีขาวถูกสูบออกมาจากตัวกระบี่…
นี่เป็เคล็ดวิชาหลอมอาวุธา แม้แต่แร่เซียนเทียนอย่างแร่ไท่อี๋ก็ยังหลอมได้ แล้วปีศาจกระบี่ตัวเล็กๆเช่นนี้จะเหลืออะไร ไม่นานเ้ากระบี่ก็ร้องโหยหวนขึ้นมา
“เ้าจะทำอะไร จะทำอะไรน่ะ ข้าเป็อาวุธคู่กายของอาจารย์ปู่หุบเขาเ้าเชียวนะ หลอมข้าก็เหมือนหลอมอาจารย์ปู่เ้า หากกลับสำนักเวิ่นเจี้ยนเมื่อไหร่ ข้าจะเอาผิดเ้าโทษฐานคิดร้ายต่อผู้าุโ! ”
“เปลี่ยนจากไม่เคารพเป็คิดร้ายอย่างนั้นหรือ?” หลินเฟยพอจะรู้แล้วว่าเ้ากระบี่นี่ดื้อด้านขนาดนไหน ดูท่าให้ตายอย่างไร ก็จะต้องพยายามยัดเยียดข้อหาข้อหาให้ได้ หลินเฟยจึงโคจรเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูเพื่อสูบพลังต่อ จนเ้าปีศาจกระบี่เริ่มคลายลมหายใจรวยรินออกมา หลินเฟยถึงหยุดมือลง จากนั้นก็เก็บปราณกระบี่ไท่อี๋กลับไป แล้วก้มตัวลงไปเก็บปีศาจกระบี่ขึ้นมา
“ตอนนี้จะยอมพูดหรือยัง?”
“พูดอะไร อ๋องอย่างข้า…” แรกเริ่มยังคิดจะแสร้งทำเป็เก่ง แต่บัดนี้ถูกเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูหลอมจนใกล้จะสิ้นลม แม้แต่พูดก็ยังไม่มีแรงเลยด้วยซ้ำ
“พูดอะไรอย่างนั้นหรือ? ก็พูดว่าเ้าทำลายจิติญญาหยวนหลิงดั้งเดิมของกระบี่นี้อย่างไร และก็เข้าสิงแทนที่ได้อย่างไรน่ะสิ…”
“บังอาจ อ๋องอย่างข้าไม่เคยคิดทำลายหยวนหลิงของกระบี่เล่มนี้!”
“ไม่ใช่มั้ง?” หลินเฟยแค่นหัวเราะเ็า และเริ่มโคจรเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถูอีกครั้ง พอเห็นดังนั้นเ้าปีศาจกระบี่ก็เอ่ยอ้อนวอนทันที
“จะบอกให้นะ เคล็ดวิชาที่หลอมเ้าอยู่มีชื่อจูเทียนฝูถู เป็เคล็ดวิชาหลอมอาวุธา แม้แต่แร่ขั้นเซียนเทียนยังหลอมละลายได้ ดังนั้นเ้าจะไม่พูดก็ได้ ตัวข้าเองก็กำลังขาดปราณโลหะพอดี ส่วนเ้าก็เกิดจากเหล็กไห่อิ๋น ถือว่าเป็แร่โฮ่วเทียนขั้นสูง ก็พอถูไถไปวัดไปวาได้อยู่แหละนะ…”
“เดี๋ยวๆๆ ข้าพูดแล้ว พูดแล้ว…” หลังจากถูกสูบพลังไปสองรอบ ปีศาจกระบี่ก็รู้ว่าเ้าหนูที่ยังไม่ถึงขั้นมิ่งหุนคนนี้ไม่ได้ล้อเล่น หากยังใช้เคล็ดวิชาที่ว่าอีกครั้งละก็ เกรงว่าเพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ก็คงจะถูกหลอมจนไม่เหลือซากเป็แน่
“ไหนลองพูดมาสิ ว่าเ้าทำลายหยวนหลิงของกระบี่นี้ได้อย่างไร…”
“ข้าเปล่าจริงๆ…”
“ยังไม่ยอมพูดความจริงสินะ”
“เดี๋ยวๆๆ เ้าฟังข้าก่อน ข้าไม่ได้ทำร้ายหยวนหลิงของกระบี่นี้จริงๆ มันสลายไปเองต่างหาก!”
“สลายไปเอง?” หลินเฟยหยุดชะงักทันทีที่ได้ยิน แต่พอทบทวนดูอีกที ก็พอจะเป็ไปได้เหมือนกัน
เพราะเหตุการณ์ในปีนั้นจะต้องร้ายแรงเป็อย่างมาก เพราะผู้บำเพ็ญขั้นฟ่าเซี่ยงสี่คนร่วมมือกัน กระทั่งเกิดเป็ขุมพลังที่น่ากลัวจนแทบจะถล่มสำนักใหญ่สักสำนักได้เลยทีเดียว การต่อสู้ในตอนนั้นจะต้องดุเดือดรุนแรงมากแน่ๆ ถ้าเป็เช่นนี้ก็มีความเป็ไปได้ที่อาวุธคู่กายจะเสียหายหนัก
‘แต่ที่ยังคาใจอยู่ก็คือในเมื่อเสียหายหนัก แล้วทำไมถึงไม่กลับสำนักไปพร้อมกันล่ะ?’
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
