องค์รัชทายาทมาที่นี่เพื่อพบเซี่ยิ่หรู แต่ในป่าด้านนั้น มีน้องห้ากับคนข้างกาย เข้าไม่อยากให้ทุกคนได้เจอกัน
กู้อิ๋งมององค์รัชทายาทอย่างแปลกใจ
“เสด็จพี่ ท่านไม่ต้อนรับพวกเราหรือเพคะ?” องค์หญิงสิบเอ็ดเห็นว่าองค์รัชทายาทไม่ได้ตอบกลับนาง เลยอดบุ้ยปากไม่ได้
เมื่อเห็นเซี่ยหมินหรูที่มีสีหน้าผิดหวัง องค์รัชทายาทจึงรีบพูดขึ้น “ยินดีต้อนรับ” ช่างมันแล้วกัน เื่ของน้องห้าปล่อยให้เขาจัดการเองเถอะ
ป่าอีกด้านก็ล้อมรอบไปด้วยทหารองครักษ์ คนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองมาทางนี้ เมื่อเห็นว่ามีการป้องกันเข้มงวดขึ้น
หลังจากเข้ามาในป่า กู้เจิงก็เห็นพระชายารัชทายาท ตวนอ๋อง และยังมีคนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะบุรุษคนนั้นที่รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับตวนอ๋องและองค์รัชทายาท แต่ท่าทางสงบนิ่งกว่าทั้งสองคนมาก
“คารวะพี่สะใภ้รัชทายาท เสด็จพี่รอง” องค์หญิงสิบเอ็ดทักทายด้วยความดีใจ
ทุกคนต่างรีบทำความเคารพ
เป็องค์ชายรองหลู่อ๋อง กู้เจิงประหลาดใจ ปีนั้นองค์ชายสามเสี่ยนอ๋องใส่ร้ายองค์รัชทายาท เป็องค์ชายรองช่วยองค์รัชทายาทออกมาได้ แต่เขาก็กลับโดนใส่ร้ายเสียเอง แม้แต่ร้อยปากก็เถียงเถียงไม่ขึ้น สุดท้ายจึงถูกฮ่องเต้กักบริเวณไว้ ตอนนี้เสี่ยนอ๋องรับเคราะห์ไปแล้ว แต่องค์ชายรองกลับพลิกคดีขึ้นมาได้
เมื่อเทียบกับองค์ชายคนอื่นๆ แล้ว องค์ชายรองหลู่อ๋องไม่ได้โดดเด่นมากนัก เขาดูเงียบขรึมกว่าทุกคน
ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่า กู้เจิงรู้สึกว่าสายตาขององค์ชายรองจับจ้องอยู่ที่นางนานกว่าคนอื่น
“หยวนผิง เหตุใดไม่คารวะพี่สะใภ้รองของเ้าด้วยเล่า?” องค์ชายรองมองไปที่องค์หญิงสิบเอ็ดอย่างตำหนิ
พี่สะใภ้รองที่ว่าหมายถึงสตรีข้างกายองค์ชายรอง นางอายุประมาณยี่สิบปี หน้าตาธรรมดา กิริยาท่าทางค่อนข้างเคร่งครัด แม้จะสวมชุดหรูหราและปักปิ่นทอง แต่ก็ไม่ทำให้คนรู้สึกว่านางดูสูงส่งอะไร
กู้เจิงทราบว่าตอนที่องค์ชายรองถูกกักบริเวณได้พาหญิงรับใช้คนหนึ่งออกจากจวนไปด้วย และเมื่อหนึ่งปีก่อน หญิงรับใช้ผู้นั้นยังให้กำเนิดบุตรชายกับเขาหนึ่งคน ด้วยเหตุนี้พระชายารองคนก่อนจึงพินาศดั่งหยก เหี่ยวเฉาดุจบุปผา* ต่อมาองค์ชายรองถูกปล่อยตัว เขาจึงไปขอตำแหน่งชายารองให้กับหญิงรับใช้คนนี้ต่อหน้าฮ่องเต้
(*อุปมาถึงการตายของหญิงสาว)
“พี่สะใภ้รองของข้าตายไปแล้วเพคะ” องค์หญิงสิบเอ็ดกล่าวตอบอย่างไม่เต็มใจ
“หยวนผิง!” สีหน้าขององค์ชายรองทะมึน
องค์หญิงสิบเอ็ดเม้มปากแน่น ด้วยฐานะองค์หญิงอย่างนาง เป็ไปไม่ได้ที่จะเรียกสาวใช้คนหนึ่งเป็พี่สะใภ้ นางหมุนตัวจูงหนิงซิ่วอิงกับกู้เหยาวิ่งเข้าไปในป่า
“ข้าไปด้วย” องค์ชายสิบสองเห็นกู้เหยาจากไป ก็รีบตามไป
เดิมทีหนิงฉีกวงก็ติดตามองค์ชายสิบสองมา เขาเลยต้องตามองค์ชายสิบสองไปด้วยเช่นกัน
“หยวนผิงไม่รู้ความ เ้าอย่าถือสานางเลย” องค์รัชทายาทพูดกับองค์ชายรองหลู่อ๋อง ก่อนจะมองไปยังทุกคนด้วยรอยยิ้ม “นานๆ ทีจะมีคนมามากมายขนาดนี้ พวกเ้าอยากจะทำอะไร? เราจะทำเป็เพื่อนพวกเ้า”
เดิมทีกู้เจิงยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่บ้างเมื่อได้เข้ามาในป่า แต่นางรู้สึกถึงสายตาของตวนอ๋องจ้าวหยวนเช่อที่จับจ้องมาที่นางเป็ครั้งคราว ทำให้นางอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ขณะที่กำลังรู้สึกไม่สบายใจ สายตาดันเหลือบไปเห็นสีหน้าของกู้อิ๋งดูแปลกๆ ไป
สายตาของกู้อิ๋งจับจ้องไปยังสตรีข้างกายของตวนอ๋อง สตรีนางนั้นอายุราวสิบหกสิบเจ็ด ใบหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวดั่งใบหลิว รูปร่างเล็กกะทัดรัด มีสง่าราศีหลายส่วน โดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น ในตาเต็มไปด้วยความฉ่ำน้ำ นางทำหน้าประหม่า ยามมองไปทางตวนอ๋อง มีความเขินอายแฝงไว้ด้วยความประจบสอพลอ
หญิงคนนี้เป็ใคร? กู้เจิงรู้สึกคุ้นหน้าอยู่หลายส่วน
“เมื่อครู่ท่านอ๋องจะจับกระต่ายให้นางหรือเพคะ?” กู้อิ๋งถามตวนอ๋องเสียงเข้ม
ทุกคนล้วนใกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะกู้อิ๋งในสายตาของทุกคนเป็คนสุภาพเรียบร้อย ไหนเลยจะเคยพูดจาเฉียบขาดด้วยสีหน้าบึ้งตึงเช่นนี้มาก่อน
เซี่ยิ่หรูเห็นดังนั้นก็รู้ว่าตัวเองไม่สะดวกที่จะอยู่ที่นี่ นางจึงกล่าวอย่างสุภาพว่า “หม่อมฉันกับคุณหนูหวังจะไปรอทุกคนอยู่ทางนั้น” ว่าพลางมองหน้ากันกับหวังหว่านหรงแล้วหันหลังเดินจากไป
หวังหว่านหรงแอบโมโหที่เซี่ยิ่หรูตัดสินใจเอาเอง นางไม่อยากไป โอกาสอันหาได้ยากที่จะได้เจอเหล่าองค์ชายเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ควรอยู่ใกล้เข้าไว้ ทว่าเซี่ยิ่หรูพูดเช่นนี้แล้ว นางจึงจำต้องไปอย่างช่วยไม่ได้
กู้เจิงคิดไปคิดมา ก็คิดว่านางอยู่ต่อแล้วกัน กู้อิ๋งเป็น้องสาวของนาง ในฐานะพี่สาวควรจะคอยสนับสนุนนางอยู่ข้างๆ และที่สำคัญคือ ถ้านางหุนหันพลันแล่นจะได้ช่วยหยุดนางทัน
กู้อิ๋งไม่ได้รับคำตอบจากตวนอ๋อง นางเดินไปหาหญิงสาวคนนั้น และเตะกรงกระต่ายที่ขังกระต่ายเอาไว้อย่างแรงจนฝากรงเปิดออก กู้เจิงเพิ่งสังเกตเห็นว่าตรงปลายขาของหญิงสาวคนนั้นมีกรงกระต่ายอยู่ด้วย
“เ้าทำอะไร?” สีหน้าของตวนอ๋องมืดครึ้ม เขาคิดไม่ถึงว่ากู้อิ๋งจะเสียมารยาทต่อหน้าองค์รัชทายาทและพระชายารัชทายาทเช่นนี้
“พระชายา” กู้เจิงรีบดึงกู้อิ๋งมาไว้ข้างกาย
“น้องสะใภ้ห้า นี่เ้าจะทำอะไร? กระต่ายอยู่ของมันดีๆ ถูกเ้าทำใจนขวัญหายหมดแล้ว” พระชายารัชทายาทรู้ว่าเหตุใดกู้อิ๋งถึงมีท่าทางผิดปกติ ทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ บุรุษที่มีฐานะเช่นนี้จะไม่มีอนุภรรยาได้อย่างไรกัน องค์รัชทายาทเองก็มีไม่น้อย
ดวงตาของกู้อิ๋งแดงระเรื่อในทันที นางมองสตรีที่มีสีหน้าหวาดกลัวหลบอยู่ด้านหลังตวนอ๋องอย่างเ็า ก่อนจะมองตวนอ๋อง “เมื่อวานข้าบอกว่าจะไปเที่ยวเล่นกับองค์หญิง ท่านบอกกับข้าว่าท่านไม่มีเวลา แต่วันนี้กลับพานังแพศยาคนนี้มาด้วย”
สีหน้าของตวนอ๋องบิดเบี้ยวอย่างยิ่ง เขามองกู้อิ๋งอย่างเ็า ก่อนจะกวาดตามามองกู้เจิงแล้วถอนกลับ “เช่นนั้นแล้วยังไง?”
“แล้วยังไงงั้นหรือ? ท่านอ๋อง เหตุใดท่านถึงโกหกข้า?”
“เปิ่นหวังแค่เกิดความคิดขึ้นมาชั่ววูบ ทำไม? การที่เปิ่นหวังจะติดสินใจอะไรต้องบอกเ้าด้วยหรือ?”
“เอาล่ะ เอาล่ะ” พระชายารัชทายาทรีบไกล่เกลี่ยเมื่อเห็นว่าจะทะเลาะกัน “ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร แค่อนุภรรยาคนเดียว ไม่ควรค่าให้เ้าโกรธหรอก”
“แต่หม่อมฉันกับท่านอ๋องยังแต่งงานได้ไม่ถึงปีเลยนะเ้าคะ” ความจริงแล้วกู้อิ๋งก็เตรียมที่จะให้สามีมีอนุภรรยาอยู่แล้ว แต่นางเพิ่งจะแต่งงานกับเขาได้ไม่นาน และนางก็เพิ่งจะเสียลูกในท้องของเขาไป นางเองยังรับไม่ได้อยู่บ้าง
ดูท่าสตรีคนนี้คงจะเป็นางกำนัลที่พระสนมซูประทานให้ แม้กู้เจิงจะไม่ค่อยรู้เื่เกี่ยวกับตวนอ๋องมากนัก แต่ก็รู้สึกว่าตวนอ๋องไม่น่าใช่คนเป็ประเภทลุ่มหลงในความงามของสตรีแบบนั้น อีกทั้งสตรีนางนี้ก็หน้าตาพอประมาณ แม้จะมีท่าทางอ้อนแอ้นบอบบาง แต่ตวนอ๋องไม่น่าจะลุ่มหลงขนาดนี้
ตวนอ๋องเสียอารมณ์มาก กู้อิ๋งเสียมารยาทต่อหน้าทุกคนนางฉีกหน้าเขาและยังแววตาของนางที่มองมายังเต็มไปด้วยความดูแคลนเหยียดหยามและผิดหวัง
“พอได้แล้ว เื่อะไรก็ช่างเถอะ แต่นี่มันสมควรแก่การเสียมารยาทของเ้าอย่างนั้นหรือ?” พระชายารัชทายาทมองออกนานแล้ว ความรักของบุรุษไม่ได้ยาวนานนัก สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสตรีก็คือตำแหน่งภรรยาเอก เมื่อรักษาตำแหน่งไว้ได้แล้ว อยากเหยียบย่ำใครก็ทำได้ทั้งนั้น กู้อิ๋งยังเยาว์เกินไป นางยังไม่เข้าใจเรื่อราวเหล่านี้
กู้เจิงจับมือกู้อิ๋งเป็การเตือนอยู่ตลอด คำพูดที่นางคุยกับกู้เหยาในวันนั้นไม่ใช่เื่ล้อเล่น พระสนมซูไม่ค่อยพอใจกับตระกูลกู้ หากนางเกิดความคิดจะเปลี่ยนพระชายาขึ้นมาจริงๆ ชีวิตความเป็อยู่ของกู้อิ๋งคงไม่ราบรื่นนัก
กู้เจิงรีบย่อกายคารวะให้กับทุกคน “ั้แ่วันนั้นที่เกิดเื่เสี่ยนอ๋อง สุขภาพร่างกายของพระชายาก็ไม่ค่อยดีนัก นางได้รับผลกระทบทางอารมณ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ขอองค์รัชทายาท พระชายารัชทายาท และท่านอ๋องอย่าเก็บไปใส่ใจเลยเพคะ”
พูดถึงเหตุการณ์วันนั้น ทุกคนล้วนมีสีหน้าที่ต่างออกไป
แววตาขององค์ชายรองหลู่อ๋องสั่นไหว สายตาที่มองมายังกู้เจิงแฝงไว้ด้วยความสนใจแวบหนึ่ง ก่อนจะหายวับไป
กู้เจิงจงใจพูดถึงเหตุการณ์โกลาหลจากเสี่ยนอ๋อง อย่างไรเสียเดิมทีกู้อิ๋งก็เกือบจะได้มีลูกที่น่ารักสดใสคนหนึ่งอยู่แล้ว ทว่าความผิดพลาดทั้งหมดนี้เกิดจากตวนอ๋อง กู้เจิงชายตามองตวนอ๋องอย่างตำหนิ ตวนอ๋องเองก็จ้องกลับนางอย่างเยือกเย็นเช่นกัน
นางกำลังกล่าวโทษเขางั้นหรือ? นางกล่าวโทษเขาเพราะกู้อิ๋ง ตวนอ๋องยิ้มเยาะ ก็ใช่ ในส่วนลึกความทรงจำของเขา พวกนางทั้งสองคนเข้ากันได้ดีจริงๆ
“ในเมื่อพระชายาร่างกายไม่แข็งแรงก็ควรอยู่ในจวนดูแลตัวเองให้ดี จะออกมาทําไม?” จู่ๆ ตวนอ๋องก็โอบหญิงสาวข้างกาย เขามองกู้อิ๋งอย่างเฉยชาแล้วเอ่ยว่า “เฟินเอ๋อร์เป็นางกำนัลที่เสด็จแม่มอบให้ข้า ในเมื่อข้ารับนางแล้ว นางก็ถือว่าเป็อนุของข้า มีอะไรผิดด้วยงั้นหรือถ้าข้าจะพานางออกมา?”
หญิงสาวคนนั้นเอนกายพิงร่างตวนอ๋องอย่างนุ่มนวล นางทำท่าทางเขินอายราวกับไม่มีคนอยู่รอบข้าง พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและจับจ้องไปยังกู้อิ๋งพร้อมยกยิ้ม การยั่วยุเช่นนี้ มีเพียงกู้เจิงกับกู้อิ๋งเท่านั้นที่มองเห็น และยังมีเฟิงไหลที่ยืนอยู่กับกู้เจิงด้วยอีกคน
ในใจของกู้เจิงโมโหยิ่งนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกู้อิ๋งที่โมโหเป็ฟืนเป็ไฟจนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ
