เมื่อคืนเฉินเฟิงหักแขนคุณชายหลิวตอนที่เธอยังหมดสติอยู่ จนตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมคนในบ้านถึงได้โกรธเป็ฟืนเป็ไฟอะไรขนาดนี้ เธอมองคุณย่าที่นั่งอยู่ตรงกลางแล้วถอนหายใจเบาๆ "คุณย่า ทำไมหนูต้องไปขอโทษเขาด้วย หนูทำอะไรผิด"
พอได้ยินคำถามของฟางฉิง คนทั้งห้องพากันะเิเสียงหัวเราะราวกับได้ยินเื่ตลก
"ทำร้ายคุณชายใหญ่ตระกูลหลิวจนสภาพยับเยินแบบนั้น พวกเขาถึงกับส่งคนมาตามถึงบ้าน ยังกล้าถามอีกเหรอว่าทำอะไรผิด"
"ตระกูลเราเลี้ยงเด็กอกตัญญูแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่"
"นี่คงอาศัยที่ตัวเองเป็ผู้บริหารเลยไม่เห็นหัวคุณย่าสินะ"
"นังสำส่อนมันก็เหมือนกับแม่ของมันนั่นแหละ พวกหมาหน้าด้าน..."
"คุณชายหลิวแขนหัก จนผู้นำตระกูลหลิวโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ แต่แกยังมายืนทำเป็ทองไม่รู้ร้อนอีก ฟางฉิง ดูท่าแกคงตั้งใจทำลายตระกูลลฟางจริงๆ สินะ" ลูกพี่ลูกน้องหัวเราะเสียงเย็น สาดน้ำมันเข้ากองเพลิง
คุณชายหลิวโดนทำร้ายร่างกาย? สรุปเื่เป็ยังไง? ฟางฉิงหรี่ตา กำมือแน่นแม้จะเผชิญหน้ากับเสียงด่าทอ แต่ก็พยายามจะอธิบาย "คุณย่า หนูไม่ได้..."
"แกไม่ได้ทำ แต่ไอ้ขี้ข้าลูกเขยที่บ้านแกทำ!" ลูกพี่ลูกน้องปรายตาเหลือบมองฟางฉิงอย่างดูแคลนและพูดตัดบทของเธอ
เฉินเฟิงเนี่ยนะ? เขาทำร้ายคุณชายหลิว? เขาจะทำทำไมในเมื่อเขาเป็คนเอาถุงยางไปส่งให้เธอกับคุณชายหลิวด้วยตัวเอง แล้วทำไมเขาถึงต้องทำร้ายคุณชายหลิวด้วย
ได้ยินคำพูดของลูกพี่ลูกน้อง ในใจของฟางฉิงปั่นป่วนไปหมด เสียงด่าทอจากรอบตัวยิ่งดังขึ้นเรื่อยส่งผลให้น้ำตาไหลรินเพราะความอัปยศที่ถาโถมเข้าใส่
เธอเอาแต่มองคุณย่าโดยไม่พูดอะไรสักคำ
"ไอ้เด็กนี่เหมือนแม่มันไม่มีผิด สร้างแต่ปัญหาได้ตลอด ตระกูลฟางเลี้ยงมารหัวขนอย่างแกมาได้ยังไง!" เมื่อฟางฉิงไม่ส่งเสียง ญาติคนอื่นๆ ยิ่งรุมด่ามากขึ้น
ฟางฉิงตาแดงก่ำ ก้มหน้างุดอย่างอับอายไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร
ลูกพี่ลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ เผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ พูดชี้แนะคุณย่าให้ส่งฟางฉิงไปขอโทษคุณชายหลิว "คุณย่า ในเมื่อเื่มันเกิดขึ้นเพราะคุณชายหลิวชอบฟางฉิง งั้นเราส่งฟางฉิงไปให้คุณชายหลิวเลยดีกว่าไหม จะได้ไม่เดือดร้อนถึงฟางซื่อกรุ๊ป..."
ฟางฉิงจ้องลูกพี่ลูกน้องอย่างเคียดแค้น "ฉันไม่ไป! คิดอะไรอยู่ อย่าบอกนะว่าฉันต้องไปตายเพื่อตระกูลฟางน่ะ"
"แกไม่ไปตาย แล้วจะให้ทำยังไง จะปล่อยให้ทั้งตระกูลฟางทั้งตระกูลต้องตายเหรอ"
คุณย่าได้ยินคำพูดของฟางฉิงแล้วยิ่งโกรธจัด คว้าแจกันดอกไม้ใกล้มือมาปาใส่หัวของฟางฉิงทันที
"นังสารเลว ไปขอโทษคุณชายหลิวเดี๋ยวนี้!"
ใน่เวลาเดียวกับที่แจกันกำลังจะถูกขว้าง ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ก็ถูกถีบออก เฉินเฟิงรีบดึงฟางฉิงเข้ามากอดไว้ มืออีกข้างฟาดแจกันที่ลอยมาจนแตกละเอียดกระจายกับพื้น
"อยากให้เมียฉันไปขอโทษเหรอ ไม่มีทาง!"
เสียงแจกันแตกดังกึกก้อง เศษแก้วร่วงหล่นเต็มพื้น ส่งเสียงกริ๊งๆ ชัดเจน กลอนประตูไม้คฤหาสน์แกว่งไกวส่งเสียงแหลมเอี๊ยดอ๊าด ราวกับกำลังใกล้หลุดเต็มที
"เมียแกแล้วทำไมจะไปขอโทษไม่ได้ แกนับเป็ตัวอะไร ไอ้ขี้ข้านอนกินบ้านกินเมืองยังกล้ามายืนต่อล้อต่อเถียงกับฉันอีกเหรอ" มือของคุณย่าตระกูลฟางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ เธอชี้หน้าด่าเฉินเฟิงกับฟางฉิงไปพร้อมๆ กัน "นังโสเภณีตัวน้อย แกมันนับเป็ตัวเป็อะไร กล้าดียังไงให้มันเดินผ่านประตูใหญ่คฤหาสน์ตระกูลฟาง แกหน้าไม่อายแต่ข้ายังมีหน้ามีตา เอาไอ้ขยะแบบนี้มาด้วยทำไม ้าให้ฉันขาดใจตายเพื่อให้แกได้เป็ใหญ่ในบ้านหรือไง!"
พอได้ยินคุณย่าด่าเฉินเฟิงจบแล้วยังหันไปว่าฟางฉิงต่อ ลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ส่งเสียงอยู่นานก็อดไม่ได้ ต้องเข้าร่วมประชดประชันเฉินเฟิงด้วยอีกคน "เฉินเฟิง ไอ้ตัวไร้ค่า แกมาทำอะไรที่นี่ แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดที่นี่"
เฉินเฟิงมองใบหน้าครึ่งซีกซ้ายที่เริ่มบวมขึ้นของฟางฉิงด้วยสีหน้าหนักแน่น แล้วค่อยหันไปถามลูกพี่ลูกน้องเสียงเย็น "ใครเป็คนทำ"
พอได้ยินเฉินเฟิงพูดจาก้าวร้าว คุณย่ายิ่งไม่พอใจกว่าเดิม "ฉันทำเอง แล้วไง หลานตัวเองจะตบไม่ได้หรือไง ไอ้ลูกเขยขยะ แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดที่นี่"
"ไอ้หมาขี้ขลาด แค่เข้ามาอยู่ตระกูลฟางแล้วคิดว่าตัวเองเป็คนตระกูลฟางซะแล้ว ยังมีหน้ามาต่อปากต่อคำ ถ้าไม่ลงโทษแกสักหน่อย เกรงว่าแกคงไม่รู้จักกฎระเบียบตระกูลฟาง" คุณย่าหันไปสบตาลูกพี่ลูกน้อง "มองอะไรอยู่ รีบเรียกคนมาลากไอ้นี่ออกไปจากสายตาฉันเดี๋ยวนี้ คิดว่าตระกูลฟางเป็ที่ที่หมาแมวจรจัดอยากจะเข้าก็เข้ามาได้หรือไง!"
ลูกพี่ลูกน้องรีบขยับก้นไปตามคนทันที
"ผมจะเคารพคุณในฐานะย่าของภรรยา ครั้งนี้ผมจะไม่แตะต้องคุณแล้วกัน แต่… จะไม่มีครั้งหน้า" เฉินเฟิงเอ่ยเน้นทีละคำ
"ไม่แตะต้องฉันเหรอ ช่างกล้านะไอ้เวรเอ๊ย แกจะทำอะไรได้ คอยดูนะ ฉันนี่แหละจะหักขาแก"
พอได้ยินคำพูดจากคุณย่า ฟางฉิงใกลัวรีบดึงเฉินเฟิงมาอยู่ข้างหลังพลางส่งสายตาห้ามปรามไปทางเขา
คุณย่าที่บ้านเธอไม่เคยพูดแล้วไม่ทำ เมื่อเธอเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว เธอย่อมลงมือแน่ๆ จะหักขาเขางั้นเหรอ เฉินเฟิงเป็คนเป็ๆ ถ้าไม่มีขาแล้วจะใช้ชีวิตต่อยังไง เขาจะรับเื่แบบนั้นได้หรือเปล่า
คุณย่าหัวเราะเสียงเย็นเยียบ จ้องมองเฉินเฟิงด้วยแววตาดุร้าย "วันนี้ฉันจะสั่งสอนให้มันรู้ว่าอะไรคือกฎระเบียบ"
ในเวลานั้นลูกพี่ลูกน้องของเธอพาคนมาด้วยสี่คน แต่ละคนค่อยๆ รุมล้อมเข้าหาเฉินเฟิง
ฟางฉิงยิ่งร้อนใจหนักเข้าไปใหญ่ เธอกลัวว่าคุณย่าจะหักขาเฉินเฟิงจนพิการจริงๆ จึงรีบเข้าไปขวางข้างหน้า "คุณย่า ให้เงินเขาก้อนหนึ่งแล้วปล่อยให้เขาไปตามยถากรรมเถอะ! หนูจะรีบไปหย่ากับเขาแล้วไปขอโทษคุณชายหลิว!"
เฉินเฟิงจับข้อมือฟางฉิงไว้ ไม่เข้าใจว่าทำไมฟางฉิงถึงจู่ๆ จะหย่ากับเขา
"อย่ามาทำให้ขำน่า ถ้าคุณกลายเป็คนพิการไป ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตยังไง!" ฟางฉิงสะบัดมือเฉินเฟิงออกพลางตวาดใส่
เฉินเฟิงมองฟางฉิงผู้เป็ภรรยาที่กำลังเป็ห่วงเขา ท่าทางแบบนี้ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจ
แม้เวลาปกติจะไม่ค่อยใส่ใจเขา แต่ในใจจริงๆ แล้วเธอก็ยังมีคิดถึงเขาอยู่บ้าง
ประตูบ้านตระกูลฟางถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหันอีกครั้ง ที่ประตูมีคนใช้จำนวนหนึ่งกำลังค้ำประตูที่ถูกเฉินเฟิงถีบพัง จากนั้นผู้นำตระกูลหลิวก็เดินนำพาตัวคุณชายหลิวซึ่งใส่เฝือกที่มือทั้งสองข้างเดินเข้ามาในประตู
ทันทีที่คุณย่าเห็นคุณชายหลิว เธอรีบส่งสัญญาณให้ลูกพี่ลูกน้องจับตัวเฉินเฟิงผู้ลงมือทำร้ายคุณชายหลิวไว้ พลางคิดในใจ 'ผู้นำตระกูลหลิวถึงกับลงมาด้วยตัวเอง เื่ราวคงจะบานปลาย ขอโทษอย่างเดียวคงไม่พอ ในเมื่อพวกคนไร้ค่าพวกนั้นกล้าทำร้ายคุณชายหลิว ก็ให้พวกมันชดใช้ด้วยชีวิตแทนแล้วกัน แลกกับฟางซื่อกรุ๊ป หนึ่งชีวิตไม่นับเป็อะไร'
ลูกพี่ลูกน้องเห็นผู้นำตระกูลหลิวถึงกับเดินทางมาด้วยตนเองแบบนี้ ในใจพลันรู้สึกลิงโลด คราวนี้ เื่ราวที่ฟางฉิงก่อขึ้นไม่ใช่เื่เล็กๆ ดูท่าคุณย่าคงไม่ปล่อยให้เธออยู่ในตระกูลฟางแล้ว ตำแหน่งผู้จัดการคงหนีไปไหนไม่พ้นต้องตกเป็ของเขาในไม่ช้าเป็แน่แท้
คุณย่าก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปต้อนรับ "คุณหลิว ทำไมคุณถึงมาเองล่ะ ฉันกำลังจะส่งหลานสาวกับหลานเขยให้คุณจัดการพอดีเลย! เื่ของลูกชายคุณ ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ คนคนนี้อยู่ตรงนั้นแหละ คนที่ทำร้ายลูกชายคุณ คุณจะจัดการยังไงก็แล้วแต่คุณเลย"
ผู้นำตระกูลหลิวผลักคุณย่าฟางออก "พวกแกไม่มีค่าพอให้ฉันมาเหยียบตระกูลฟาง"
เขาเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับคำสั่งจากลูกพี่ลูกน้องให้จับเฉินเฟิง จึงะโเสียงดังลั่น "หยุด พวกแกคิดว่าใครจะแตะต้องเขาก็ได้หรือไง"
พูดจบเขาก็ยืนอยู่ตรงหน้าเฉินเฟิง ก้มหัวโค้งคำนับด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียใจ "ผมต้องขออภัยด้วยครับ ลูกชายผมเขายังเด็ก ไม่รู้เื่รู้ราว หวังว่าคุณจะใจกว้าง ยกโทษให้ลูกชายผมด้วยครับ"
ผู้นำตระกูลหลิวค้างอยู่ในท่าโค้งคำนับไม่กล้าเงยหน้า กลัวว่าคนตรงหน้าจะไม่พอใจ เพราะบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่โทรมาสั่งให้เขาเข้ามาขอโทษคนตรงหน้า หากบุคคลตรงหน้าไม่พอใจเขาเข้าละก็ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องตายอย่างน่าสังเวชเพียงใด
คุณย่าเห็นปฏิกิริยาของผู้นำตระกูลหลิวแล้วใจนเหงื่อแตก มองชายที่เธอเพิ่งจะด่าทอเหยียดหยามไปเมื่อครู่ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา ถึงกับให้ผู้นำตระกูลหลิวมาขอโทษด้วยตัวเองแบบนี้ได้ยังไง? ไอ้เด็กนี่มันมีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลหลิว?
"ให้มันคุกเข่าขอโทษภรรยาผม" เฉินเฟิงพูดด้วยท่าทีเฉยเมย เหลือบมองผู้นำตระกูลหลิวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ลูกพี่ลูกน้องมองเฉินเฟิงด้วยความแค้นใจ ไอ้เด็กไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ตระกูลหลิวไม่เอาเื่ก็ดีแค่ไหนแล้ว ดันไปสั่งให้คนอื่นคุกเข่าขอโทษ แทบรอดูมันขายขี้หน้าไม่ไหวแล้ว
ผู้นำตระกูลหลิวหันกลับไปมองคุณชายหลิวตาเขม็ง ต่อให้คุณชายไม่เต็มใจ แต่เขาไม่กล้าขัดใจคำสั่งพ่อ เขาจึงได้แต่กัดฟันหลับตาแน่น สีหน้าเหมือนจะขาดใจตายให้ได้ และคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อก้มหัวรับโทษ "ผมต้องขอโทษด้วยครับ เมื่อวานผมทำตัวไม่ดี ไม่ควรใช้ให้เขามาส่งถุงยางให้ผม ไม่ควรใส่ยาลงในแก้วไวน์ ผมทำผิดต่อคุณ สมควรถูกทุบตี! ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย!"
ฟางฉิงได้ยินคำพูดของคุณชายหลิวก็พอคาดเดาเหตุการณ์เมื่อคืนคร่าวๆ ได้ เธอมองไปทางเฉินเฟิงด้วยสายตาซาบซึ้ง ในใจเกิดความรู้สึกผิด
เฉินเฟิงมองพ่อลูกตระกูลหลิวด้วยสายตาเ็า ในโลกนี้ไม่มีใครหน้าไหนสามารถบังคับให้ผู้หญิงของเขาทำเื่ที่ไม่เต็มใจทำได้
ผู้นำตระกูลหลิวเห็นเฉินเฟิงเดินจากไปแล้วถึงกล้ายกตัวขึ้น เขามองลูกชายไร้ความสามารถของตนด้วยความโกรธ ก่อนจะเดินออกไปจากบ้านตระกูลฟาง เดินตามหลังเฉินเฟิงโดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามองสมาชิกตระกูลฟางแม้แต่น้อย
คุณย่าตระกูลฟางมองตามผู้นำตระกูลหลิวที่เดินออกจากประตูไป เธอใกลัวจนฟุบลงกับพื้น ถึงกับทำให้ผู้นำตระกูลหลิวมาขอโทษด้วยตัวเองถึงที่ได้ แท้จริงแล้วเฉินเฟิงเป็ใครกันแน่?
ถึงจะเห็นผู้นำตระกูลหลิวแสดงความเคารพยำเกรงต่อเฉินเฟิงด้วยตาตัวเอง แต่ลูกพี่ลูกน้องก็ยังไม่ยอมเชื่อว่าไอ้คนไร้ค่าอย่างเฉินเฟิงคนนั้น จะมีความสามารถอะไร เขาจึงมองคุณย่าฟางที่หวาดกลัวจนขาแข้งอ่อนแรงพลางหัวเราะขบขัน ยายแก่คนนี้ก็แค่นี้เอง!
"คุณย่า อย่าห่วงไปเลยครับ ั้แ่ย้ายเข้าบ้านมา ไอ้เฉินเฟิงมันก็เป็แค่ตัวไร้ค่า ผมไม่เชื่อหรอกว่าไอ้ขี้ข้านั่นจะพลิกผันกลับกลายเป็เทพเซียนได้หรอกครับ รอผมไปสืบให้แน่ใจก่อนว่าผู้นำตระกูลหลิวกับเขาเกี่ยวข้องกันยังไง" ลูกพี่ลูกน้องเสแสร้งพูดปลอบใจ
คุณย่าฟางรู้สึกกระวนกระวายใจไม่หาย แต่ก็คิดว่าคำพูดลูกพี่ลูกน้องฟังดูมีเหตุผลอยู่บ้าง เธอแลมองลูกพี่ลูกน้องด้วยหางตา พยักหน้ารับเบาๆ "เื่นี้ฝากไว้กับเ้าแกละกัน สืบมาให้ชัดเจน"
"ไอ้ตัวไร้ค่าเฉินเฟิงจะมีความสามารถอะไร ทำไมผมต้องคุกเข่าขอโทษมันด้วย?" พอพ้นประตูบ้านตระกูลฟางไม่ทันไร คุณชายหลิวก็บ่นอย่างไม่พอใจตามหลังผู้นำตระกูลหลิว
ถ้าไม่พูดก็ยังดี แต่พอพูดออกมากลับทำให้ผู้นำตระกูลหลิวยิ่งรู้สึกหน้าไม่มีที่ซุกมากขึ้น ลูกชายเขาต้องคุกเข่าขอโทษคนอื่น นี่นับเป็ความอับอายครั้งยิ่งใหญ่ เขาตบหัวลูกชายไร้ความสามารถของตนหนึ่งฉาด "บอกให้เลิกคิด เลิกคิดก็ไม่ฟัง เห็นไหมตอนนี้เป็ไง ขายขี้หน้าจนไม่เหลือจะขายแล้ว"
ยิ่งคิดยิ่งโมโห พอกลับถึงบ้าน ผู้นำตระกูลหลิวต่อสายหาผู้มีอำนาจที่เคยโทรหาเขา อยากถามให้กระจ่างว่าเฉินเฟิงมีฐานะอะไรยังไง ทำไมถึงได้ให้ลูกชายของเขาไปคุกเข่าขอโทษ แบบนี้มันน่าจะเกินไปหน่อยหรือเปล่า
เมื่อปลายสายรับสาย คนปลายสายยังไม่ทันจะอ้าปาก ผู้นำตระกูลหลิวก็พูดประจบประแจง "คุณผู้อำนวยการป๋าย สวัสดีครับ เมื่อครู่ผมเพิ่งพาลูกชายไปขอโทษเขามาแล้วตามที่คุณสั่งเลยครับ ผมฟังคำสั่งเขาทุกอย่าง ให้เกียรติเขาเต็มที่ แม้แต่ตอนที่เขาเรียกร้องเกินเหตุให้ลูกผมคุกเข่าขอโทษ ผมก็ทำตาม ไม่ทราบว่าเขาเป็ใครกันครับ? ถึงได้ให้คุณช่วยพูดแทนเขา?"
ผู้นำตระกูลหลิวเป็คนมีเล่ห์เหลี่ยมพอตัว ครึ่งแรกแสดงความเคารพ ครึ่งหลังแอบแสดงความไม่พอใจ เขาคิดว่าประโยคนี้ไม่มีที่ติ
แต่ไม่คิดว่าปลายสายจะไม่สนใจฟัง ด่าสวนผู้นำตระกูลหลิวผ่านโทรศัพท์อย่างดุเดือด
"ฉันทำงานให้ท่านผู้นั้นมานานนม ยังไม่มีสิทธิ์เรียกท่านตรงๆ แกคิดว่าแกเป็ใคร?
กลัาดียังไงถามหาฐานะหรือตัวตนของเขา! การที่ได้คุกเข่าให้เขานั่นนับเป็เกียรติสำหรับลูกแกแล้ว เอาจริงๆ ต่อให้เป็แกยังไม่มีสิทธิ์คุกเข่าให้เขาด้วยซ้ำ!"
