“ถึงแล้ว คูเมืองด้านหน้านั่นแหละคือนครหลวงของแคว้นจื่อจิน ส่วนสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์จะอยู่ตรงเทือกเขาจื่ออวิ๋นหลังแคว้นจื่อจิน”
เสวี่ยเพียวหลิงที่พาเยี่ยเฉินเฟิงเหาะทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าด้วยความเร็วสูงใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน พวกเขาก็เดินทางมาถึงฟากฟ้า้านครหลวงแคว้นจื่อจินที่ยิ่งใหญ่สง่างามซึ่งตั้งอยู่บนอาณาเขตอันกว้างขวาง
“หืม...ทำไมห้วงอากาศบนนครหลวงแคว้นจื่อจินแห่งนี้ถึงได้มีกลิ่นเืคละคลุ้งเช่นนี้ล่ะ”
เสวี่ยเพียวหลิงก้มลงมองนครหลวงแคว้นจื่อจินที่ประดับประดาโคมไฟส่องสว่างเบื้องล่าง ก่อนจะััได้ว่าห้วงอากาศเหนือนครหลวงมีกลิ่นคาวเืลอยคละคลุ้งอย่างหนาแน่น
“เกิดเื่ขึ้นแล้ว” คิ้วของเยี่ยเฉินเฟิงกระตุกเบาๆ พลันคิดขึ้นมาว่านครหลวงแคว้นจื่อจินคงกำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด จึงรีบร้อนเอ่ยปาก “พี่เพียวหลิง พวกเรารีบลงไปด้านล่างกันเถอะ นครหลวงแคว้นจื่อจินน่าจะเกิดเื่ขึ้นแล้วล่ะ”
“ได้!”
เสวี่ยเพียวหลิงพยักหน้ารับคำ ปีกจิติญญาที่แผ่ออร่าสีแดงจางๆ ขยับบินอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็ลมพายุหมุนอันรุนแรง พุ่งตัวลงสู่พื้นเบื้องล่างจากกลางเวหา ทิ้งตัวลงสู่ถนนสายหลักของนครหลวงแคว้นจื่อจินที่เงียบสงัด และไร้ผู้คนสัญจรผ่านไปมา
“เกิดเื่อะไรบางอย่างขึ้นจริงๆ ด้วย”
เยี่ยเฉินเฟิงมองดูนครหลวงของแคว้นจื่อจินที่เคยครึกครื้นเจริญรุ่งเรืองกลายเป็เงียบเหงาวังเวง ร้านรวงแทบทั้งหมดปิดประตูร้านไม่ทำการค้าขาย กลิ่นคาวเืลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศ ในใจกระตุกวูบ รีบจับจูงเสวี่ยเพียวหลิงมุ่งหน้าไปทางคฤหาสน์ตระกูลเยี่ยเพื่อตรวจสอบสถานการณ์
“เซียนอสูร์ระดับสี่ ไม่คิดเลยว่าในนครหลวงเล็กๆ ของคนธรรมดาแบบนี้ จะมียอดฝีมือระดับเซียนอสูร์โผล่มาได้
ในตอนที่พวกเยี่ยเฉินเฟิงรุดหน้ามาทางคฤหาสน์ตระกูลเยี่ยนั้น เสวี่ยเพียวหลิงก็ปลดปล่อยประสาทััอับเฉียบคมสำรวจพื้นที่ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของนครหลวงแคว้นจื่อจิน พบว่ามีกลิ่นอายอันแข็งแกร่งของคนที่น่าจะเป็ยอดฝีมือเซียนอสูร์ระดับสี่อยู่ด้วย
“คนของนิกายอัคคี์!” เยี่ยเฉินเฟิงเลิกคิ้วขึ้นสูง สีหน้ามืดครึ้มลงทันที
“เฉินเฟิง เ้าเซียนอสูร์ระดับสี่คนนั้นคงจะเป็ศัตรูของเ้าสินะ” เสวี่ยเพียวหลิงเอ่ยถาม
“ใช่ คนผู้นั้นน่าจะเป็ยอดฝีมือของตำหนักหยินหยางในนิกายอัคคี์ แค่ไม่รู้ว่าเ้าโยวซานเสียนนั่นมันอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่?” เยี่ยเฉินเฟิงพยักหน้ารับ เอ่ยตอบด้วยแววตาทอประกายดุร้าย
“ไปเถอะ พวกเราไปดูทางด้านโน้นกัน บางทีที่ตรงนั้น อาจจะมีการเก็บเกี่ยวที่เ้าไม่คาดคิดรออยู่ก็ได้” เสวี่ยเพียวหลิงเอ่ยแนะนำ
“ได้!”
เยี่ยเฉินเฟิงพยักหน้ารับ เพิ่มความเร็วของร่างกายจนอยู่ในระดับสูงสุด แล้วไล่ตามเสวี่ยเพียวหลิงไปทางคฤหาสน์ตระกูลเจียงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของนครหลวงแคว้นจื่อจิน
“ท่านปู่ พวกท่านกลับมาแล้ว!”
เจียงอี้จวินที่กำลังนั่งดื่มชารออยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเจียง เห็นว่าเจียงจางสยงกับคนที่เหลือกลับมาถึงแล้วจึงรีบลุกขึ้นยืนต้อนรับ ในยามที่เขาเห็นจีชิงเสวี่ยและไป๋ซีหย่าที่ใบหน้าซีดเซียว โดนปิดปากไม่ให้ส่งเสียงและมัดร่างกายอย่างหนาแน่น ถูกนำตัวกลับมาโดยยอดฝีมือตระกูลเจียง ดวงตาก็พลันวาววับขึ้นมา
ที่ข้างกายของเจียงอี้จวินยังมีใครบางคนยืนอยู่ด้วย คนผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็เยี่ยเทียนิบุตรชายคนรองของเยี่ยชิงชวน และคนร้ายตัวจริงที่จงใจขับไล่เยี่ยเฉินเฟิงออกจากตระกูลเยี่ย
“หลังจากวันนี้เป็ต้นไป นครหลวงแคว้นจื่อจินจะไม่มีตระกูลเยี่ยและตระกูลจีอีกต่อไป หากตระกูลเหวินยังไม่รู้จักดูสถานการณ์ เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องมีตัวตนอีกต่อไปเช่นกัน
เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่จีเหยียนเจิ้งซึ่งเคยเป็คู่ต่อกรตัวฉกาจถูกตนเองใช้เท้าเหยียบย่ำ เจียงจางสยงก็รู้สึกสบายอกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เอ่ยขึ้นด้วยความอวดดีจนลืมตัว
“ยินดีด้วยประมุขเจียง ที่ได้กลายเป็ตระกูลอันดับหนึ่งของแคว้นจื่อจิน” เยี่ยเทียนิเอ่ยแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้มประจบ ลืมเลือนไปจนสิ้นว่าตนเองมีสายเืตระกูลเยี่ยไหลเวียนอยู่
ดวงตาของเจียงอี้จวินกลับเหลือบมองไปทางจีชิงเสวี่ยและไป๋ซีหย่าผู้งดงามทรงเสน่ห์
จ้องมองเรือนร่างที่ถูกเชือกรัดจนเห็นสัดส่วนของพวกนาง ดวงตาของเจียงอี้จวินฉายชัดถึงความปรารถนาอันร้อนแรงทันที
“อี้จวิน พวกนางเป็ของที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้นายท่านโยว อย่าแตะต้องส่งเดชเชียวล่ะ” เมื่อจับสังเกตแววตาร้อนรุ่มของเจียงอี้จวินได้ เจียงจงสยงก็เอ่ยเตือนอย่างเ็า
“มิกล้า มิกล้า”
เมื่อคิดถึงวิธีการลงมืออันโเี้ของนายท่านโยว เจียงอี้จวินก็สั่นสะท้านด้วยความกลัว รีบเบนสายตาออกจากร่างกายแสนเย้ายวนของพวกนางทั้งสองคนแทบไม่ทัน
“สืออวี่ นำตัวพวกนางไปส่งที่ห้องของนายท่านโยว เชิญนายท่านโยวสนุกสนานให้เต็มที่” จีเหยียนเจิ้งออกคำสั่งเสียงเ็า
“ขอรับท่านพ่อ!”
เจียงสืออวี่พยักหน้ารับ หันไปสั่งให้ยอดฝีมือตระกูลเจียงสองนาย นำตัวของจีชิงเสวี่ยและไป๋ซีหย่าที่อยู่ในอาการสิ้นหวังไปส่งยังเรือนที่พักอันสงบเงียบแห่งหนึ่ง ภายในคฤหาสน์ตระกูลเจียง
“นายท่านโยว บิดาของข้าจัดเตรียมสาวงามสองนางมามอบให้แก่ท่าน เชิญนายท่านโยวสุขสำราญให้เต็มที่เลยขอรับ” เจียงสืออวี่ยืนอยู่ด้านนอกเรือนที่พัก เอ่ยรายงานอย่างเคารพนอบน้อม
“นำตัวพวกนางเข้ามาในห้องของข้าได้เลย” น้ำเสียงเ็าดังขึ้นมาจากภายในเรือนที่พัก
“ขอรับนายท่านโยว!”
เจียงสืออวี่พาร่างของพวกจีชิงเสวี่ยที่สีหน้าซีดขาวไร้สีเืฝาด เดินตรงเข้าไปภายในเรือนที่พักอันแสนเงียบสงบ
“อื้ม ไม่คิดเลยว่าในแคว้นเล็กๆ ของคนธรรมดาสามัญเช่นนี้ จะมีสาวงามเช่นนี้อยู่ด้วย” ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าคมคายชัดเจน สวมชุดคลุมยาวสีแดงเพลิง อาศัยแสงจันทร์เพ่งพิศจีชิงเสวี่ยและไป๋ซีหย่าที่ด้านนอกประตู ดวงตาสว่างวาบขึ้นมาอย่างฉับพลัน
และนายท่านโยวผู้นี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็โยวิเต้าที่ร่วมทางมาจากนิกายอัคคี์พร้อมกับโยวซานเสียน และเคยพยายามไล่สังหารเยี่ยเฉินเฟิงด้วย
“เอาล่ะ ปล่อยพวกนางไว้ที่นี่ ส่วนเ้าก็กลับออกไปซะ!”
เมื่อเห็นเรือนร่างอันร้อนแรงของพวกจีชิงเสวี่ย ผิวขาวเนียนละเอียดและใบหน้างดงามน่าหลงใหล เพลิงปรารถนาในใจของโยวิเต้าก็ลุกโชน ออกคำสั่งเสียงดังลั่น
“ขอรับ นายท่านโยว!”
เจียงสืออวี่ผลักร่างของพวกจีชิงเสวี่ยเข้าไปภายในห้องของเขา แล้วปิดประตูห้องให้อย่างเบามือ ก่อนจะหมุนกายเดินจากไป
“อืม ใช้ได้ ใช้ได้เลย รูปโฉมงดงามขนาดนี้แม้แต่ในนิกายอัคคี์ยังหาได้ยากเลย”
โยวิเต้ายิ่งจ้องมองทั้งสองสาวยิ่งรู้สึกชื่นชอบ มือขวาสะบัดเพียงเบาๆ เส้นไหมิญญาสองสายก็พลิ้วไหวลงมาจากกลางอากาศ ตัดเฉือนเชือกที่พันธนาการร่างกายของพวกนางออก
จีชิงเสวี่ยเหลือบมองใบหน้าที่ดุร้ายของโยวิเต้าด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น นางไม่อยากจะคิดเลยว่าอีกเดี๋ยวจะต้องประสบพบเจอกับความอัปยศอดสูเช่นไร น้ำตาร้อนผ่าวรินไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม จนเปียกชุ่มไปทั่วใบหน้าที่งดงามเป็เอกของนาง
“สาวน้อย ไม่ต้องร้องไห้ อีกเดี๋ยวข้าจะรักใคร่ทะนุถนอมพวกเ้าเป็อย่างดีเลย”
เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางเศร้าหมองปรากฏบนใบหน้าที่งดงามของพวกนาง เพลิงร้อนแรงในอกของโยวิเต้าก็ยิ่งปะทุรุนแรงมากกว่าเดิม
“ข้าเป็ศิษย์ในสาขาของท่านเ้าสำนักกาน หากเ้ากล้าทำร้ายข้า ท่านอาจารย์จะต้องไม่ปล่อยเ้าไปแน่” จีชิงเสวี่ยเอ่ยพาดพิงถึงกานเต้าไป๋อีกครั้ง ภาวนาให้โยวิเต้าเห็นแก่หน้าของกานเต้าไป๋และปล่อยพวกนางไป
“กานเต้าไป๋ เขานับเป็ตัวอะไรกัน ก็แค่จอมพลอสูรโลการะดับหกตัวเล็กๆ จะกล้าเข้ามายุ่มย่ามเื่ส่วนตัวของข้าเรอะ” โยวิเต้าแสยะยิ้มเ็า เอ่ยอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
“มาเถอะเด็กน้อยทั้งสองของข้า คืนวสันต์มีค่ายิ่งกว่าทองพันชั่ง คืนนี้ข้าจะรักใคร่พวกเ้าทั้งสองเป็อย่างดีเลย”
กล่าวจบ กลางฝ่ามือของโยวิเต้าก็ปรากฏแรงดึงดูดอันมหาศาล เหนี่ยวรั้งร่างของพวกนางทั้งสองเข้ามาหาตนเอง
“ต่อให้ข้าต้องตาย ก็จะไม่มีวันยอมให้เ้าเอาเปรียบได้”
เมื่อเห็นใบหน้าที่ดุร้ายของโยวิเต้า ดวงตามีเสน่ห์ของจีชิงเสวี่ยก็ฉายแววเด็ดเดี่ยวออกมา นางคิดจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องของตนเองเอาไว้
“ตายรึ เ้าคิดว่าอยู่ต่อหน้าของข้า จะมีโอกาสให้พวกเ้าทำเช่นนั้นหรือ?”
โยวิเต้าเผยรอยยิ้มเ็าออกมา พลังิญญาอันแกร่งกล้าขุมหนึ่งแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของพวกจีชิงเสวี่ย ปิดผนึกการเคลื่อนไหวของพวกนางอย่างสิ้นเชิง
ยามได้เห็นใบหน้าสิ้นหวังและโศกเศร้าของสองสาวที่ไม่อาจขยับร่างกายได้ดั่งใจนึก โยวิเต้าก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิมตื่นเต้น โยนร่างของพวกนางลงบนเตียงอันนุ่มยวบอย่างไร้ความปราณี ก่อนจะก้าวตามไปอย่างช้าๆ
