หิมะโปรยปรายหนักขึ้นเรื่อยๆ เยี่ยเฉินเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงประตูทางเข้าถ้ำราวกับนักบวชจำศีล เฝ้าระวังภัยให้สตรีเยือกแข็งอย่างเงียบๆ พร้อมกับฝึกฝนอำนาจกระบี่ไปด้วย
“ต้องทำอย่างไรถึงจะหลอมรวมอำนาจกระบี่กับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับเข้าด้วยกันได้นะ?”
เพื่อพัฒนาพลังของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น เยี่ยเฉินเฟิงจึงทดลองใส่วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับลงในอำนาจกระบี่ เพิ่มพูนอานุภาพของอำนาจกระบี่ให้แกร่งกล้า
ทว่าต่อให้มีสมองกลืนเทวะคอยช่วยเหลืออยู่ เขาก็จับจุดสำคัญไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น
“แปลกชะมัด วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับกับอำนาจกระบี่หลอมรวมกันยากขนาดนี้เลยหรือ?”
เยี่ยเฉินเฟิงพยายามสืบเสาะค้นหาอย่างไม่หยุดพัก แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าการที่วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับไม่หลอมรวมกับอำนาจกระบี่สักที เป็เพราะว่าวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับมีท่วงทำนองแห่งวารีแฝงรวมอยู่
และท่วงทำนองก็เป็สิ่งที่อยู่สูงกว่า ‘อำนาจ’ โดยทั่วไปแล้วมีเพียงราชันย์อสูรผกผันขึ้นไปเท่านั้นถึงจะรู้แจ้งในท่วงทำนองได้ ดังนั้นการจะนำท่วงทำนองใส่รวมลงใน ‘อำนาจ’ จึงเป็เื่ยากกว่าการปีนป่าย์
โชคดีที่สมองกลืนเทวะเป็ตัวตนที่พลิก์อย่างยิ่ง ภายใต้การอนุมานความเป็ไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่าของสมองกลืนเทวะ หลังจากอนุมานการหลอมรวมนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ในที่สุดสมองกลืนเทวะก็หาจุดเชื่อมต่อของการหลอมรวมเจอ
เขาโคจรสมองกลืนเทวะให้อนุมานการหลอมรวมตามจุดเชื่อมต่อเล็กๆ ที่หาพบอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆ หลอมรวมวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับลงไปในอำนาจกระบี่ทีละนิดทีละน้อย
“หือ เป็พลังที่แข็งแกร่งมาก นางกำลังจะทะลวงผ่านเขตแดนแล้วหรือ?”
ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังจดจ่ออยู่กับกระบวนการหลอมรวมอำนาจกระบี่อยู่นั้น จู่ๆ พลังงานที่สั่นะเืฟ้าดินได้ก็แผ่กระจายออกมาจากภายในถ้ำ จนเขาสะดุ้งตื่นออกจากการอนุมาน
ครู่ต่อมา เขาก็ััปราณเหมันต์ที่ไหลทะลักมาจากแปดทิศราวกับแม่น้ำสายยาว ก่อนจะจมหายเข้าไปภายในถ้ำ ไม่ถึงสิบอึดใจต่อมา ปราณเหมันต์ภายในถ้ำน้ำแข็งก็แทบจะใกล้เคียงกับแก่นแท้
“หวังว่าบนยอดเขาปิงหลิงจะไม่มีปีศาจที่น่ากลัวเหมือนปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งตัวนั้นอีกนะ ไม่งั้นคงได้ซวยกันหมดแน่”
เยี่ยเฉินเฟิงไม่คิดว่าการทะลวงผ่านเขตแดนของสตรีเยือกแข็งจะอึกทึกครึกโครมขนาดนี้ จึงได้ระแวดระวังตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายที่โผล่มาได้ทุกเมื่อ
“ซวยแล้ว เป็นางเองรึ!”
ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงถือกระบี่หนักพานหลงในมือ สอดส่องสายตามองไปทั่วทั้งสี่ทิศ ก็พลันพบกับเหตุการณ์ที่เขาไม่อยากจะเจอมากที่สุด
“น้องชาย พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ”
เยวี่ยหนีซางในชุดคลุมกันหนาวขนจิ้งจอกสีขาวและมีเสน่ห์เย้ายวนใจแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายกำลังเดินย่ำพื้นหิมะสีขาวบริสุทธิ์ เดินตรงมาทางเขาอย่างเชื่องช้า
แม้น้ำเสียงของเยวี่ยหนีซางจะแหบพร่าชวนให้คนคิดเพ้อฝันไปไกล แต่เยี่ยเฉินเฟิงกลับััจิตสังหารเข้มข้นที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงอันน่าหลงใหลของนางได้
“เ้าคิดจะสังหารข้า?”
เยี่ยเฉินเฟิงกำยันต์อักขระสีทองที่สตรีเยือกแข็งมอบให้ไว้ในมือ แล้วเอ่ยถามอย่างหวาดระแวง
“เ้าขังข้าเอาไว้นานขนาดนั้น จะไม่ให้ข้าปลิดชีพเ้าระบายความโกรธแค้นบ้างเลยหรือ?” ริมฝีปากแดงสดเย้ายวนของเยวี่ยหนีซางยกโค้ง เอ่ยด้วยจิตสังหารคุกรุ่น “แต่ถ้าเ้ายอมยกสมบัติล้ำค่าที่ได้มาจากยอดเขาปิงหลิงให้ข้า บางทีพี่สาวอาจจะมีความสุขจนยอมละเว้นชีวิตของเ้า แล้วยังมอบผลประโยชน์เล็กน้อยให้อีกนะ”
“ถึงเขตแดนของเ้าจะสูงกว่าข้า แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมาแล้ว เกรงว่าวันนี้เ้าคงสังหารข้าไม่ได้” เยี่ยเฉินเฟิงเอ่ยขึ้นเสียงเ็า ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ถ้ำน้ำแข็งที่มีปราณเหมันต์ไหลทะลักอย่างบ้าคลั่ง
“ฮึ แค่ทะลวงผ่านจอมพลอสูรโลการะสามก็คิดว่าเป็หนึ่งในใต้หล้าแล้วรึ? หากพี่สาวจะฆ่าเ้าจริงๆ หนึ่งอึดใจก็เกินพอแล้ว” แม้เยวี่ยหนีซางจะไม่เห็นเยี่ยเฉินเฟิงอยู่ในสายตา ทว่ากลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากในถ้ำน้ำแข็งกลับทำให้นางตื่นตระหนกอยู่เล็กน้อย จึงไม่กล้าจะเข้าไปใกล้สุ่มสี่สุ่มห้า
“แล้วทำไมเ้าถึงไม่กล้าเข้ามาใกล้ล่ะ?” เยี่ยเฉินเฟิงมองใบหน้าเคร่งขรึมของเยวี่ยหนีซางพลางกล่าวอย่างจงใจ “จะบอกอะไรไว้อย่างนะ ภายในถ้ำนี้มีผู้าุโท่านหนึ่งซึ่งกำลังจะทะลวงสู่ขั้นราชันย์อสูรผกผัน หากเ้าไม่รักตัวกลัวตายก็เชิญลงมือได้เลย ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าถ้าเ้าไปรบกวนการทะลวงผ่านของผู้าุโเข้า ใครกันแน่ที่จะต้องตาย”
“ทะลวงสู่ขั้นราชันย์อสูรผกผัน!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยเฉินเฟิง เยวี่ยหนีซางก็หน้าเปลี่ยนสีทันที นางไม่คิดเลยว่าในเทือกเขาหิมะที่เปลี่ยวร้างแห่งนี้ จะได้พบกับยอดฝีมือที่กำลังจะอยู่ในเขตแดนราชันย์แห่งโลกหล้า
เยวี่ยหนีซางเกิดความคิดที่จะถอยหนี แต่ความลับบนร่างของเยี่ยเฉินเฟิงก็มีแรงดึงดูดนางมากเกินไป นางสงสัยมากว่าเยี่ยเฉินเฟิงได้พบกับเื่มหัศจรรย์อันใด ถึงทำให้เขาเลื่อนระดับได้อย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน จนถึงเขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับสามอย่างในตอนนี้
“ความร่ำรวยมาพร้อมกับอันตรายที่ร้ายแรง พอข้าชิงสมบัติมาจากเ้าได้ก็จะหลบหนีไปทันที ผู้าุโท่านนั้นก็คงไม่มีปัญญาทำอะไรได้แล้ว”
เยวี่ยหนีซางตัดสินใจแน่วแน่ จิตอสูรจิ้งจอกหิมะสามหางปรากฏซ้อนทับร่างกายของนาง ก่อนจะปลดปล่อยแรงดึงดูดมหาศาลใส่เยี่ยเฉินเฟิง พริบตาเดียวก็สามารถจับยึดตัวของเขาเอาไว้ได้ และกระชากร่างของอีกฝ่ายออกมาให้ห่างจากปากถ้ำ
“เ้า...เ้าไม่กลัวว่าจะทำให้ผู้าุโในถ้ำน้ำแข็งโกรธเคืองหรือ?”
เยี่ยเฉินเฟิงะโเสียงดังลั่น เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเยวี่ยหนีซางจะใจกล้าถึงเพียงนี้ นางกล้าที่จะลงมือจู่โจมที่นี่จริงๆ
“เ้าไม่ต้องทำตัวเป็สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือหรอก ไว้ข้าจัดการเ้าเรียบร้อยเมื่อไหร่ ย่อมต้องหนีออกไปอยู่แล้ว”
กลิ่นอายอันแกร่งกล้าพรั่งพรูออกมาจากร่างของเยวี่ยหนีซาง นางพลิ้วกายเข้าประชิดร่างของเยี่ยเฉินเฟิง คิดจะสั่งสอนอีกฝ่ายให้หลาบจำโดยเร็วและเค้นถามความลับเกี่ยวกับตัวเขา
“ใครจัดการใครมันก็ยังไม่แน่หรอกนะ”
“อักขระอาคม ะเิออก!”
เสี้ยวพริบตาที่มือเล็กนุ่มลื่นของเยวี่ยหนีซางคว้าปกเสื้อของเยี่ยเฉินเฟิง เขาก็จุดะเิยันต์อักขระที่ซ่อนในฝ่ามือของตนเองแล้วประทับฝ่ามือใส่นาง
“ตู้ม!”
พลังอักขระอันน่าหวาดกลัวะเิออกมา ราวกับค้อนหนักสีทองพุ่งเข้าโจมตีใส่หน้าอกของเยวี่ยหนีซางในระยะประชิด
“แย่แล้ว!”
เยวี่ยหนีซางไม่คิดว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะยังมีท่าไม้ตายเก็บซ่อนเอาไว้ สีหน้าของนางเผือดสี รีบควบคุมจิ้งจอกหิมะสามหาง สร้างเกราะจิตอสูรขึ้นมาปกป้องร่างกายของตนเอง
ทว่ายันต์อักขระที่สตรีเยือกแข็งหลอมขึ้นมามีอานุภาพร้ายเรียงถึงเพียงไหนกัน มันพังทลายเกราะจิตอสูรจนแหลกสลายได้อย่างง่ายดาย และโจมตีโดนร่างกายของนางโดยตรง จนร่างถูกแรงะเิลอยเคว้งไปไกล เืจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากปากของนาง
“วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ ผนึกเยือกแข็ง!”
หลังจากใช้อักขระอาคมทำร้ายเยวี่ยหนีซางจนเจ็บหนัก เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่คิดจะให้โอกาสนางได้พักหายใจหายคอ ใต้ฝ่าเท้าปรากฏแสงสีเงินสว่างวาบ ก่อนจะปรากฏกายขึ้นตรงหน้าของเยวี่ยหนีซางในเสี้ยวพริบตาต่อมา ควบคุมวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับฝืนพลังเยือกแข็งร่างกายของนาง
“อำนาจกระบี่!”
ครู่ต่อมา อำนาจกระบี่น่ากลัวขุมหนึ่งก็พรั่งพรูออกมาจากร่างเยี่ยเฉินเฟิง รวมตัวกันจนกลายเป็คลื่นกระบี่สะท้านโลกา พกพาพละกำลังหนึ่งแสนสองหมื่นจิน ฟาดฟันลงไปทางเยวี่ยหนีซางที่อยู่ในสภาพตุ๊กตาหิมะ
เสียง “เพล้ง” ดังขึ้นพร้อมกับก้อนน้ำแข็งที่แตกกระจาย
ร่างกายที่มีาแสาหัสของเยวี่ยหนีซางเมื่อถูกโจมตีซ้ำอย่างรุนแรง เืแดงสดจำนวนมากก็รินไหลออกมาจากร่างของนาง แปดเปื้อนไปทั่วพื้นหิมะโดยรอบ
“เ้ารนหาที่ตาย!”
หลังจากถูกโจมตีจนาเ็อย่างต่อเนื่อง เยวี่ยหนีซางที่ถูกพลังิญญาสะท้อนกลับก็โกรธจนขาดสติ นางไม่สนใจร่างกายที่มีาแสาหัส ฝืนเรียกจิตอสูรจิ้งจอกหิมะสามหางออกมาจากร่าง และพุ่งเข้าไปกัดเยี่ยเฉินเฟิง
“วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ ผนึกเยือกแข็ง”
เมื่อจิ้งจอกหิมะสามหางกระโจนเหยียบอากาศพุ่งเข้ามาใกล้ ปราณเหมันต์ไร้ที่สิ้นสุดก็ไหลทะลักออกมาจากร่างเยี่ยเฉินเฟิง และเยือกแข็งร่างของจิ้งจอกหิมะสามหาง
“ทลาย!”
ในตอนที่จิ้งจอกหิมะสามหางปลดปล่อยพลังิญญาออกมา คิดจะฝืนทำลายก้อนน้ำแข็งที่ผนึกตัวเองอยู่นั้น ปราณเหมันต์จากวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับและอำนาจกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดก็พวยพุ่งออกมาจากกระบี่หนักพานหลงในมือของเยี่ยเฉินเฟิงก็ตัดเฉือนลงบนร่างของจิตอสูรจิ้งจอกหิมะสามหาง และผ่าร่างกายที่อ่อนแอของมันออกเป็สองซีก
“สำเร็จแล้ว ในที่สุดก็รวมวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับกับอำนาจกระบี่ได้แล้ว”
เมื่อเห็นร่างกายที่แตกสลายของจิ้งจอกหิมะสามหาง เยี่ยเฉินเฟิงก็เผยสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างปิดไม่มิด เขาคิดว่าอานุภาพของกระบี่เมื่อสักครู่นี้ เกรงว่าจะเทียบได้กับพลังของจอมพลอสูรโลการะดับหกขั้นสูงสุด
“ผสานร่างจิ้งจอกหิมะสามหาง!”
หลังจากจิตอสูรจิ้งจอกหิมะสามหางถูกเยี่ยเฉินเฟิงฟันทิ้ง เยวี่ยหนีซางก็เผยสีหน้าโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนกในพลังโจมตีของเยี่ยเฉินเฟิง
ในตอนที่นางยอมทุ่มจนสุดตัว ฝืนตัวเองผสานร่างกับจิตอสูรจิ้งจอกหิมะสามหาง ระงับอาการาเ็สาหัสของร่างกาย เตรียมจะทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการสังหารเยี่ยเฉินเฟิงนั้น เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูของนกตัวหนึ่งก็ดังออกมาจากภายในถ้ำน้ำแข็ง
เสียงอันน่าสะพรึงกลัวดังไกลถึงเก้าชั้นฟ้า สั่นะเืจนหูของทั้งสองคนเ็ปรวดร้าว เืลมปั่นป่วนไปทั้งร่าง
“เด็กน้อย วันนี้ข้าจะยอมไว้ชีวิตเ้าไปก่อน หากครั้งหน้าเราเจอกันอีกเมื่อไหร่ ข้าจะต้องไม่ปล่อยเ้าเอาไว้แน่”
เยวี่ยหนีซางมองถ้ำน้ำแข็งที่มีปราณเหมันต์ทะลักอย่างบ้าคลั่ง และสั่นะเือย่างรุนแรงด้วยสายตาหวาดผวาเล็กน้อย นางทิ้งคำพูดเคียดแค้นเอาไว้ ก่อนจะเลือนหายไปท่ามกลางดินแดนหิมะอันกว้างใหญ่ไพศาล
