ทันทีที่ฝ่ามือนั้นปรากฏ ขุนเขากระบี่เทียนหยวนถึงกับตะลึงจังงัน มือเหล็กสำนักปีศาจแสดงท่าทีหวาดผวาออกมาอย่างเห็นได้ชัด
มือเหล็กไม่เคยเห็นขุนเขากระบี่เทียนหยวนอยู่ในสายตาอยู่แล้ว หลายร้อยปีก่อนขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็สำนักทรงอำนาจแห่งทวีปเฉียนหยวนสร้างความอึกทึกทั่วแว่นแคว้นก็จริง แต่เพลานี้ขุนเขากระบี่เทียนหยวนกำลังเสื่อมถอย มิต่างอันใดกับต้นไม้สูงตระหง่านใกล้ตาย
มือเหล็กอาจประหม่าบ้างเมื่อเผชิญหน้ากับขุนเขากระบี่เทียนหยวน แต่กลับไม่ได้รู้สึกถึงความหวาดกลัวแต่อย่างใด ทว่าฝ่ามือนั้นกลับทำให้จิติญญาของเขาสั่นสะท้าน!
ช่างเป็พลังที่แข็งแกร่งอะไรขนาดนี้่ จอมยุทธ์ขั้นเหินนภายังถูกสยบในฝ่ามือเดียว ไม่ทันได้หายใจหายคอด้วยซ้ำ
พูดกันตามตรงผู้าุโผู้นั้นไม่ได้แข็งแกร่งทว่าก็ไม่ได้อ่อนแอ เขาเป็ขั้นเหินนภาเจ็ดหรือแปดชั้นฟ้ายังห่างชั้นกับมือเหล็กนัก แต่ถึงเป็มือเหล็กก็ยังต้องใช้เวลาจัดการสักพักหนึ่ง กระนั้นก็ไม่มีทางถูกสยบง่ายดายในหนึ่งฝ่ามืออย่างแน่นอน
“แมลงร้อยขาตายแต่กลับไม่แข็ง[1]!” มือเหล็กพูดในใจ อย่างไรเสียขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็เคยเป็ผู้ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่ปกครองทวีปเฉียนหยวน
แม้ว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะค้นพบความลับหนึ่งในพันของเกาะหลัวโหว กระนั้นแล้วก็นับว่าเป็สิ่งล้ำค่ายิ่งยวดสำหรับสำนักในทวีปเฉียนหยวน เป็อารยธรรมโบราณของเส้นทางบำเพ็ญเพียร!
เหล่าผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนตัวสั่นสะท้าน ฝ่ามือั์นั่นทำให้พวกเขานึกถึงบุคคลในตำนานที่เล่าขานกันในขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ทว่าคนผู้นั้นหมดสิ้นอายุขัยไปนานแล้ว เหตุใดจู่ๆ ถึงปรากฏขึ้นอีกครั้งได้กันล่ะ ถ้าลองนับดู อย่างน้อยๆ เขาก็น่าจะอายุ 2,000 ปี แล้ว
2,000 ปี ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าทลายปฐีแล้ว ขนาดจักรวรรดิที่ทรงพลังยังต้องล่มสลาย!
แต่จอมยุทธ์ผู้นั้นกลับมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 2,000 ปี แม้ว่าจะเป็ผู้ที่มีพร์ต่ำต้อยเพียงใด ถ้าบำเพ็ญเพียรนานถึง 2,000 ปี ก็สามารถขึ้นไปอยู่ในจุดที่น่าพรั่นพรึงเกินหยั่งถึงได้เช่นกัน
กำราบขั้นเหินนภาด้วยฝ่ามือเดียว เขาแข็งแกร่งขนาดไหน หรือว่าจะเป็ขั้นฟ้าดิน?
ไม่มีใครรู้และไม่มีใครกล้าถาม หลังจากคนผู้นั้นลงมือเขาก็ไม่เอ่ยอะไรต่อ ราวกับเป็การลงโทษที่ผู้าุโผู้นั้นส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย
ผู้าุโคนหนึ่งร่วงตกลงไปด้านล่างของูเา แต่ไม่มีผู้าุโคนไหนกล้ายื่นมือไปช่วยแม้แต่คนเดียวเพราะกลัวว่าจะไปล่วงเกินคนผู้นั้นเข้า
“สำนักปีศาจใครอยากสู้ก็ไสหัวออกมา!” จินขวางคำรามยืนอยู่ในประตูโลกันตร์
ศิษย์ในสำนักพากันประจักษ์กายที่หนึ่งร้อยแปดประตูชั้นนอกในเวลาเดียวกัน หนึ่งในนั้นมีหลายคนที่เป็ศิษย์อันดับพยัคฆ์!
“ถ้าพวกเ้าอยากเล่นนัก สำนักปีศาจจะเป็เพื่อนเล่นให้เอง ข้ากลัวแค่ว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะเล่นด้วยไม่ไหวน่ะสิ” มือเหล็กแค่นเสียงหึ
“ในเมื่อสำนักปีศาจพูดถึงขนาดนั้น พวกข้าขุนเขากระบี่เทียนหยวนย่อมรับคำท้า!” หลิ่วซานแสยะยิ้ม
“อมิตาพุทธ คุณธรรมความเมตตาต่อสรรพชีวิตแล้วไซร้ ไยต้องสังหารผู้ร่วมบำเพ็ญเพียรด้วยกันด้วยเล่า!” เสียงสวดมนต์ดังสะท้อนก้อง แสงสีทองประจักษ์เหนือท้องฟ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ไม่ว่าเป็มือเหล็กหรือหลิ่วซานต่างก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว พวกเขาไม่ได้ชอบฝูงลาหัวโล้นอย่างนิกายพุทธเท่าไหร่นัก พวกเขาเป็พวกมือถือสาก ปากถือศีล แสร้งเป็คนมีศีลมีธรรมแต่กลับประพฤติชั่ว
ทว่าความแข็งแกร่งของนิกายพุทธนั้นมิด้อยกว่าสำนักปีศาจ พวกเขามีวัดอยู่ทั้งหมด 480 แห่งทั่วทั้งทวีปเฉียนหยวน มีผู้ศรัทธานับพันนับหมื่น ผู้ที่พอจะทัดเทียมได้ในเื่นี้มีเพียงลัทธิเต๋า!
พุทธ เต๋า ปีศาจ ทั้งสามเป็ขุมพลังอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเฉียนหยวน!
“มหาศาสดาฮุ้ยเหวิน!” ฮุ้ยเหวินเป็พระอุปัชฌาย์สวนโพธิธรรมสถาน แม้ว่าหลิ่วซานจะไม่ชอบลาหัวโล้นตัวนี้ทว่าก็ต้องแสร้งทำเป็ยิ้มแย้ม
ฮุ้ยเหวินเป็บุคคลสำคัญของสวนโพธิธรรมสถาน ฝึกปรือวชิระสยบมารบรรลุถึงระดับสูงสุดแล้ว อีกทั้งสวนโพธิธรรมสถานก็ยังเป็นิกายพุทธที่มี《บ่วงวชิระ》วรยุทธ์ป้องกันอันแกร่งกล้า ซึ่งฮุ้ยเหวินฝึกปรือถึงขั้นสูงสุดแล้วเช่นกัน
บ่วงวชิระของนิกายพุทธเป็วรยุทธ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในทวีปเฉียนหยวน ตราบใดที่เท้ายังแตะพื้น ไม่มีสรรพสิ่งใดสามารถทำลายได้!
ถึงเวลาจะผ่านมานานหลายพันปี หากแต่ผู้ที่สามารถฝึกปรือ《บ่วงวชิระ》จนบรรลุถึงขั้นสูงสุดได้นั้นกลับมีเพียงไม่กี่คน ฮุ้ยเหวินอายุยังไม่ถึง 40 ปี ก็บรรลุวิชา เรียกได้ว่าเป็ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครสามารถสร้างรอยขีดข่วนบนร่างกายของเขาได้
《บ่วงวชิระ》 เป็วรยุทธ์ที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้คนเป็อย่างมาก กายาแกร่งกล้าไร้ทานเทียม ไม่ว่าเป็ดาบหรือกระบี่ล้วนฟันแทงไม่เข้า ฮุ้ยเหวินเคยนั่งสมาธิบนหินหนืดนาน 12 ชั่วยามโดยที่ไม่มีาแบนกายเลยแม้แต่น้อย!
มือเหล็กมองสีหน้าราบเรียบของฮุ้ยเหวินพลางส่ายศีรษะ ถ้าทำลายบ่วงวชิระไม่ได้ฮุ้ยเหวินก็จะอยู่ยงคงกระพัน!
ครั้นเห็นกาสาวพัสตร์สีแดงสดกลางท้องฟ้า ผู้าุโลองกระบี่ถึงกับใจหายอย่างอดไม่ได้ สาวกนิกายพุทธนับพันยืนอยู่บนกาสาวพัสตร์ ลมปราณของพวกเขาเชื่อมต่อกันกลายเป็เมฆาโลหิต
“แข็งแกร่งมาก!” หลิ่วซานสูดลมหายใจเข้าลึก
่ไม่กี่ปีมานี้นิกายพุทธพัฒนาขึ้นรวดเร็วสุดแสน ในนิกายมีผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นอยู่หลายต่อหลายคน มีแนวโน้มที่นิกายพุทธจะครอบงำลัทธิเต๋ากับสำนักปีศาจกลายเป็ขุมพลังอำนาจที่ทรงพลังที่สุดในทวีปเฉียนหยวน!
เมื่อเห็นดังนั้นรอยยิ้มขมขื่นพลันปรากฏบนใบหน้าของพวกผู้าุโลองกระบี่ ขุมพลังอำนาจอื่นเติบโตขึ้นทุกวี่ทุกวัน ทว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนนับวันยิ่งถอยหลังลงคลอง ถึงจะมีศิษย์อัจฉริยะอยู่บ้างทว่าก็ยากที่จะหยุดความเสื่อมถอย!
คนของนิกายพุทธดูเหมือนจะไม่อยากมีความบาดหมางกับขุนเขากระบี่เทียนหยวน หลังจากที่ฟังข้อกำหนดการประลองของขุนเขากระบี่เทียนหยวนแล้วพวกเขาก็เข้าไปสวดมนต์อยู่ในห้องบำเพ็ญเพียร!
จากนั้นความขัดแย้งระหว่างสำนักปีศาจกับขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็สงบลงเพราะการมาเยือนของนิกายพุทธ ถึงจะมีการประมือกันบ้างเป็ครั้งคราว ทว่าก็ไม่มีผู้ใดได้รับาเ็ถึงตาย!
ไม่กี่ชั่วยามต่อมาลัทธิเต๋าก็มาถึง นิกายพุทธ สำนักปีศาจ ลัทธิเต๋า สามขุมพลังอำนาจมารวมตัวกันอย่างเป็ทางการที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน
หลังจากสามขุมพลังอำนาจก็มีสำนักอื่นๆ อีกหลายสิบสำนักมาเยือนยังขุนเขากระบี่เทียนหยวน แต่พลานุภาพยังด้อยกว่าสามขุมพลังอำนาจมากโขนัก
ผู้ที่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วมการประลองระหว่างสำนักล้วนแล้วเป็ขุมพลังอำนาจชั้นนำแห่งทวีปเฉียนหยวน พวกเขามีสิทธิ์เข้าร่วมการประลอง่ชิงทรัพยากร ส่วนพวกสำนักสามัญทั่วไปนั้นแม้ว่าพวกเขาจะอยากมาเข้าร่วมการประลองแต่ก็ไม่กล้ามาที่นี่
เพราะเหล่าศิษย์มากหน้ามารวมตัวกันศิษย์บางคนจึงอยากทดสอบพลังของศิษย์จากต่างสำนัก แน่นอนว่าหาใช่การต่อสู้แบบเอาเป็เอาตายทว่าเป็เพียงแค่การประมือลองเชิงกันเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
“พฤฒาสามเสียง!” จูชิงปล่อยหมัด สาวกนิกายพุทธคนหนึ่งตัวกระเด็นลอยไปไกลหลายร้อยจั้ง
“ลมปราณของเ้าแข็งแกร่งมาก การต่อสู้ในครั้งนี้พวกเราแพ้แล้ว!” สาวกผู้แข็งแกร่งของนิกายพุทธอีกคนยิ้ม
“แข็งมาก!” จูชิงสะบัดแขนขวา ร่างกายของสาวกนิกายพุทธนั้นน่าตกตะลึงยิ่งนัก พฤฒาสามเสียงทำได้เพียงแค่หักกระดูกของสาวกนิกายพุทธเท่านั้น ไม่ได้สร้างความเสียหายภายในแต่อย่างใด
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของนิกายพุทธก็คือพลังกาย มันเป็ความลับที่ห้ามแพร่งพราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความลับของบ่วงวชิระ วรยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งทวีปเฉียนหยวนที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้!
“วิ้ง!” แสงกระบี่พุ่งทะยานทลายเมฆา ผู้าุโนับสิบกระโจนออกมาจากยอดเมฆา!
“เริ่มแล้ว!” หงเชียนว่านมองแสงกระบี่พุ่งสู่ท้องฟ้า ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
แสงกระบี่แต่ละแสงเป็ตัวแทนของผู้เยี่ยมยุทธ์ แสงกระบี่นับพันสาดส่องประดับประดาทั่วทั้งน่านฟ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวน!
การประลองระหว่างสำนักเป็การแสดงความแข็งแกร่งของขุมพลังอำนาจต่างๆ แน่นอนว่าศิษย์อันดับพยัคฆ์และอันดับัจะต้องปรากฏตัวเช่นกัน!
สำหรับศิษย์สืบทอด พวกเขาเปรียบดั่งัไม่เห็นหัวไม่เห็นหาง พวกเขามักเดินทางไปทั่วแผ่นดินใหญ่ ไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็นเท่าไหร่นัก
“การประลองครั้งนี้น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าครั้งไหน ดูเหมือนขุนเขากระบี่เทียนหยวนจักยังแกร่งกล้าเฉกเช่นเดิม” จอมยุทธ์ลัทธิเต๋าคนหนึ่งยิ้ม แม้ว่าปากจะพูดออกมาเช่นนั้น หากแต่แววตากลับฉายแสงเหยียดหยาม
“ภายนอกดูแข็งแรงแท้จริงแล้วอ่อนแอ!” มือเหล็กแสยะยิ้ม
“อมิตาพุทธ!” ฮุ้ยเหวินกล่าว
ไม่ว่าเป็ลัทธิเต๋าหรือสำนักปีศาจต่างก็พากันกลอกตาอย่างอดไม่ได้ เ้าพวกฝูงลาหัวโล้นไม่ว่าจะเื่อะไรก็มักจะพูดออกมาแต่คำน่าเบื่ออย่างอมิตาพุทธ
“เมื่อก่อนสมัยที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังรุ่งโรจน์ พวกเราสามขุมพลังอำนาจทำได้เพียงแค่มอง ไม่คิดเลยว่าจะถดถอยมาจนถึงขั้นนี้” จอมยุทธ์ลัทธิเต๋าหัวเราะ
“อย่างไรเสีย่เวลารุ่งโรจน์สั้นเพียงนิดเดียว จะไปเทียบกับฐานพลังของสามขุมพลังอำนาจได้อย่างไร!” มือเหล็กยิ้ม
“อมิตาพุทธ!”
“เ้าหยุดพูดซะ!” มือเหล็กถลึงตาใส่ฮุ้ยเหวิน
ฮุ้ยเหวินยิ้มไร้เดียงสา ปิดปากไม่พูดอะไรต่อ
หลิ่วซานยิ้มเล็กน้อย “ก่อนอื่นยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน!”
“เฮ!” ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนนับพันะโร้องลั่นอยู่ข้างหลังหลิ่วซาน แสงกระบี่ที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้าผสานรวมกันเป็หนึ่งกลายเป็กระบี่ั์สะบั้นนภาลัย!
“วิ้ง!” เมฆามลายสูญ สนามประลองประจักษ์กลางท้องฟ้า!
สามขุมพลังอำนาจเบิกตาทั้งสองกว้าง พวกเขาไม่เคยเห็นสนามประลองลอยฟ้ามาก่อน บางทีมันอาจเป็สนามประลองที่เคยปรากฏขึ้นในยุคสมัยดึกดำบรรพ์!
“วิ้ง!” เสียงกัมปนาทอึกทึก สนามประลองสั่นะเืก่อนที่จะแปรเปลี่ยนกลายเป็เทือกเขาขนาดใหญ่!
“สมบัติโบราณดึกดำบรรพ์ จะต้องเป็สมบัติโบราณดึกดำบรรพ์อย่างแน่นอน!” จอมยุทธ์ลัทธิเต๋าคำราม
“พระเ้า ถึงกับเอาสมบัติโบราณดึกดำบรรพ์ออกมาเชียวรึ สมกับที่เป็ขุนเขากระบี่เทียนหยวน!” ผู้าุโสำนักอาทิตย์อัสดงมองเทือกเขาลอยฟ้าอย่างตกตะลึง
จอมยุทธ์จากสำนักอื่นมองเทือกเขานั้นด้วยความอิจฉา มันเป็สมบัติโบราณดึกดำบรรพ์ สมบัติล้ำค่าที่หลงเหลือจากสมัยดึกดำบรรพ์!
“นี่มันหมายความว่าอย่างไร?” มือเหล็กมองเทือกเขา ไม่เข้าใจการกระทำของขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“นั่นคือสนามประลองของการแข่งขันในครั้งนี้ ูเาพันจั้ง สมบัติโบราณดึกดำบรรพ์!”หลิ่วซานยิ้มเล็กน้อย
เกาะหลัวโหวเป็ดินแดนดึกดำบรรพ์ โอกาสที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะได้รับสมบัติดึกดำบรรพ์มีสูงกว่าสำนักอื่นๆ แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีสภาพไม่สมบูรณ์ ทว่านักหลอมอักขระิญญาได้ใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลซ่อมแซมมัน พลานุภาพจึงฟื้นกลับคืนมาส่วนหนึ่ง!
[1] เปรียบถึง ตระกูลใหญ่หรือขุนนางผู้มีอำนาจ แม้จะถูกลดทอนอำนาจลงก็ยังสามารถอยู่ได้ ยังไม่ตาย (สิ้นอำนาจ) โดยสมบูรณ์
