ได้ฟังดังนั้น คังอิงก็พลันรู้สึกนับถืออีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งขึ้นมา
เธอนึกขึ้นได้ว่าในชาติที่แล้ว การท่องเที่ยวชนบทนั้นเป็ที่นิยมมาก คนในเมืองมักจะรวมกลุ่มกันหรือขับรถยนต์ส่วนตัวออกไปเที่ยวหมู่บ้านชนบทในแถบชานเมืองใน่สุดสัปดาห์
แต่ชนบทในเวลานั้นกับชนบทในเวลานี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถนนคอนกรีตที่ราบเรียบ สวนดอกไม้น้อยๆ หน้าบ้าน แม้แต่ในนาข้าวก็ยังมีถนนคอนกรีตเส้นเล็กๆ ที่ดูเรียบร้อยราวกับเป็ฟาร์มพักผ่อนหย่อนใจ
ที่ชนบทกลายเป็แหล่งท่องเที่ยวในอนาคต คงเป็ผลงานของเ้าหน้าที่ระดับรากหญ้าเช่นผู้อำนวยการเจิงที่อุทิศตนอย่างไม่เห็นแก่ตัวมาเป็เวลายาวนานเป็แน่
คังอิงพูดตามน้ำว่า "เพราะแบบนี้ละค่ะ ฉันถึงอยากให้ทางรัฐบาลเป็คนนำเื่นี้ ส่วนแผนการโดยละเอียด เดี๋ยวฉันจะเขียนให้คุณดูค่ะ"
ั้แ่ผู้อำนวยการเจิงรู้สึกได้ว่าสือเจียงหย่วนปฏิบัติกับคังอิงไม่เหมือนคนอื่น เขาก็ตัดสินใจที่จะสนับสนุนคังอิงอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
พอได้ยินคังอิงพูดแบบนี้ ผู้อำนวยการเจิงก็ตบต้นขา "นี่เป็เื่ที่ดี! ฉันจะรีบรายงานเื่นี้ให้กับเบื้องบน ไม่เพียงแต่จะต้องจัดสรรงบประมาณสำหรับกิจกรรมเท่านั้น แต่ยังต้องเชิญนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ระดับจังหวัดมารายงานสดจากสถานที่จริงด้วย
"พวกเราจะทำเื่นี้ให้เป็เื่ใหญ่ ต้องทำให้มันน่าสนใจ ดึงดูดความสนใจของผู้คน ให้ทุกคนได้รู้ว่าชาของอำเภอหลี่ว์ของเรานั้นดี อำเภอหลี่ว์มีชาดี!"
คังอิงไม่คิดว่าผู้อำนวยการเจิงจะรับฟังข้อเสนอแนะของเธออย่างรวดเร็ว จึงรีบกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายทันที
"ขอบคุณอะไรกัน ฉันก็แค่ทำเพื่อชาวบ้านของเรา พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ"
ผู้อำนวยการเจิงคุยธุระสำคัญเรียบร้อย ก็ไปรื่นรมย์กับวิถีแห่งชาต่อ
"ฉันจะรีบจัดการเื่นี้ แล้วรีบส่งแผนการที่เรียบเรียงแล้วให้คุณเร็วๆ นี้นะคะ" คังอิงกล่าวอย่างแข็งขัน
ผู้อำนวยการเจิงพยักหน้า "พอเธอจัดการเื่นี้เรียบร้อยแล้ว ก็นำมันไปที่สำนักงานเกษตรกรรมนะ ฉันอยู่ห้อง 302"
คังอิงจดจำเอาไว้ในใจ เพื่อนมาก เส้นทางมาก
พอเห็นผู้อำนวยการเจิงสนใจแผนการของเธอ หากเื่นี้สำเร็จ การที่ได้รัฐบาลเข้ามาร่วมด้วย ภาระของเธอก็จะลดลงไปมาก
เธอไม่ต้องกังวลเื่งบประมาณ ไม่ต้องกังวลเื่การติดต่อคนต่างๆ หากเื่ทั้งหมดนี้มีรัฐบาลเป็ผู้นำ ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ส่วนเธอ แค่เสนอแผนการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงก็พอแล้ว
สือเจียงหย่วนนั่งชงชาอยู่ข้างๆ เขาฟังคังอิงคุยกับผู้อำนวยการเจิงอย่างออกรสออกชาติ เขาก็คอยเติมน้ำชาให้พวกเขาอย่างเงียบๆ ทุกการกระทำของเขาดูเป็ธรรมชาติ
เดิมทีที่นี่ก็คือบ้านของเขา เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจ บรรยากาศโดยรอบดูกลมกลืน
ผู้อำนวยการเจิงอดไม่ได้ที่จะแอบมองคังอิงกับสือเจียงหย่วน ในใจคิดว่าสองคนนี้ดูเหมาะสมกันดี
แต่ว่าภูมิหลังของคังอิงนั้นดูจะด้อยไปสักหน่อย หากสือเจียงหย่วนมาหาคู่ที่นี่ เกรงว่าจะกลายเป็เื่วุ่นวายใหญ่โตแน่ๆ
เขาก็แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่นี้ เขาไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง ในเมื่อสือเจียงหย่วนตั้งใจจะช่วยคังอิง เขาก็แค่คอยช่วยเหลืออีกแรงก็แล้วกัน
หลังจากที่ดื่มชากันไปสองสามรอบแล้ว ผู้อำนวยการเจิงกับสือเจียงหย่วนก็ขอตัวกลับไป
ส่วนคังอิงนั้น สมองของเธอพลันเต็มไปด้วยประกายแห่งแรงบันดาลใจ การคิดแผนการจัดงานประกวดราชันแห่งชาสำหรับเธอไม่ใช่เื่ยากเลย เพียงแต่เธอต้องแปลงแผนการเ่าั้ออกมาเป็ตัวอักษร และเขียนมันลงบนกระดาษ
เมื่อคังอิงนึกถึงเื่นี้ก็ตื่นเต้น เธอจึงไม่รู้สึกง่วงนอน เธอนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอน แล้วเริ่มเขียนแผนการทันที
เมื่อหยิบปากกาขึ้นมา ตอนแรกคังอิงรู้สึกว่าลายมือของเธอดูไม่ค่อยสวย แม้แต่ตัวอักษรที่ไม่ค่อยได้ใช้ เธอก็ลืมวิธีเขียนไปแล้ว เพราะแต่ก่อนเธอใช้แต่คอมพิวเตอร์พิมพ์ หากเจอตัวอักษรที่ไม่รู้จัก เธอก็สามารถพิมพ์พินอินได้ ไม่เหมือนตอนนี้ หากมีคำศัพท์ที่ไม่รู้จัก เธอต้องเปิดพจนานุกรม
คังอิงไม่เจอพจนานุกรมในห้อง เธอจึงเว้นช่องว่างเอาไว้ก่อน แล้วค่อยไปซื้อพจนานุกรมซินหัว [1] ที่ร้านหนังสือซินหัวมาเปิดหาคำศัพท์พรุ่งนี้
ชาติที่แล้วเธอใช้แต่พินอิน ต่อให้เจอตัวอักษรที่ไม่รู้จัก ขอเพียงแค่สามารถอ่านออกเสียงได้ เธอก็สามารถหาตัวอักษรนั้นได้ เธอแทบลืมวิธีการใช้พจนานุกรมไปแล้ว ตอนนี้พอต้องใช้ปากกาเขียน นิ้วกับข้อมือของเธอก็ปวดเมื่อยไปหมด
คังอิงคิดถึงความสะดวกสบายในยุคสมัยของคอมพิวเตอร์อย่างสุดซึ้ง ในยุคสมัยที่เธอจากมา ผู้คนได้เข้าใกล้โลกแห่งการเชื่อมต่อกันแบบไร้ขีดจำกัดแล้ว การใช้ชีวิตประจำวัน การใช้งานต่างๆ ล้วนแต่เชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน นับว่าสะดวกสบายอย่างยิ่ง
คังอิงขยี้ตา เอาละ อย่าไปคิดเื่พวกนั้นเลย รีบจัดการเื่ตรงหน้าให้เรียบร้อย ส่วนยุคสมัยนั้น ไม่ช้าก็เร็วจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน
คังอิงทำงานจนดึกดื่น กว่าจะร่างแผนการจัดงานประกวดราชันชาเสร็จเรียบร้อย ถึงแม้ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องเพิ่มเติม แต่โดยรวม ก็ถือว่าเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาแล้ว
คังอิงยืนขึ้นแล้วบิดี้เี เธอเหลือบมองนาฬิกาปลุกที่มีรูปไก่จิกข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะ ถึงได้รู้ว่าเวลานี้ตีสองครึ่งแล้ว
แย่แล้ว ทำไมถึงอดหลับอดนอนขนาดนี้?
คังอิงคอยเตือนตัวเองว่า อย่าทำงานหนักเหมือนในชาติที่แล้ว อย่าอดหลับอดนอน ต้องดูแลสุขภาพให้ดี แต่กลับไม่คิดว่าสุดท้ายเธอก็ยังเผลออดนอนอีก
คังอิงวางปากกาลงด้วยความหัวเสีย รีบตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างหน้า จากนั้นก็อาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วค่อยกลับไปนอน
คังอิงกังวลใจเล็กน้อยว่าการที่เธอเขียนแผนการตลอดทั้งคืน จะทำให้เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ไม่คิดเลยว่าพอเธอล้มตัวลงกับหมอน ก็ผล็อยหลับไปทันที
ก่อนหลับ คังอิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจ ช่างเป็เื่ดีจริงๆ ที่ยังเป็หนุ่มเป็สาว อยากกินก็กิน อยากนอนก็นอน
รุ่งเช้าวันต่อมา คังอิงตื่นขึ้นมาอย่างเป็ธรรมชาติ เธอบิดี้เีอยู่บนเตียง พลางคิดว่าเช้าวันนี้จะต้องเร่งเขียนแผนการให้เสร็จ จากนั้นก็รีบนำแผนการนี้ไปมอบให้ผู้อำนวยการเจิง
พอคิดถึงแผนการแล้ว คังอิงก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา เธอลุกขึ้นจากเตียงทันที แปรงฟันล้างหน้า จากนั้นก็หยิบโจ๊กถั่วเขียวที่ทำเอาไว้เมื่อคืนออกมาจากตู้เย็น อุ่นแล้วกินกับผักดอง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า จากนั้นก็เริ่มแก้ไขแผน
เธอแก้ไขแผนไปจนถึงสิบโมงเช้า ไม่เพียงแต่แก้ไขแผนทั้งหมดจนเรียบร้อย เธอยังจำวิธีการเขียนตัวอักษรที่ใช้บ่อยๆ ได้อีกด้วย
จากนั้นคังอิงก็ใช้ปากกาคัดลอกแผนอย่างบรรจง
แม้ลายมือของเธอจะไม่ใช่รูปแบบอันเป็ที่นิยม แต่ด้วยการฝึกฝนอย่างหนักจากระบบการศึกษา ทำให้ลายมือของเธอสวยงาม
เพียงแต่หลังจากนั้น เธอเคยชินกับการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ลายมือของเธอเป็แบบนี้ มันไม่มีศิลปะ แต่ดูเรียบร้อยสม่ำเสมอเหมือนตัวพิมพ์
พอเธอคัดลอกแผนเสร็จ ก็เก็บมันไว้ในซองจดหมาย พอเหลือบมองนาฬิกาก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว
คังอิงอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ดูเหมือนเวลาของเธอจะเริ่มต้นและสิ้นสุดด้วยอาหารสามมื้อ
มันไม่ค่อยสะดวกในการทำอาหารสำหรับคนที่อยู่คนเดียว กับข้าวหนึ่งอย่างก็น้อยเกินไป กับข้าวสองอย่างก็เยอะเกินไป
คังอิงจึงหุงข้าวสวยหนึ่งหม้อ ตักข้าวครึ่งหนึ่งมาทำข้าวผัด ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ปล่อยให้เย็น แล้วค่อยเอาไปใส่ตู้เย็น รอให้มันเย็นจากนั้นก็เอาไปทำข้าวผัดตอนเย็น แบบนี้ก็จัดการกับอาหารหนึ่งวันได้แล้ว
แม้จะเป็แค่ข้าวผัด แต่ก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็ข้าวผัดใส่แครอทหั่นเต๋าใบขึ้นฉ่าย ใบกระวาน หรือข้าวผัดทะเล รสชาติล้วนแตกต่างกัน
คังอิงไม่รู้สึกเลยว่าการกินข้าวผัดสองมื้อติดต่อกันเป็เื่ที่น่าเบื่อหน่าย ถึงจะเป็ข้าวผัด ก็ต้องรู้จักพลิกแพลงไม่ใช่หรือ?
เชิงอรรถ
[1] พจนานุกรมซินหัว (新华字典/Xinhua Zidian) เป็พจนานุกรมภาษาจีนมาตรฐานเล่มเล็ก จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1953 และเป็พจนานุกรมที่มียอดขายมากที่สุดในโลก
