“หลังจากที่ข้าน้อยลงมายังโลก และ มาประจำที่หมู่บ้านแห่งนี้ในฐานะหัวหน้าหรือผู้นำสูงสุดของหมู่บ้าน ก็เนื่องด้วยความสามารถในการให้แสงแก่โคมิญญา และควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่มันควรจะเป็ อย่างที่พวกท่านทราบว่าต้นยูหลกโฮ่วนั้นสามารถถูกนำมาแปรรูปเป็กระดาษที่มหัศจรรย์ มีกลิ่นหอมกลบกลิ่นกายที่ตายซาก ปรับเปลี่ยนรูปร่างรูปทรงเพื่อเป็สิ่งของที่จำเป็ให้เข้ากับการใช้งานฌาปนกิจได้ทั้งหมด อีกทั้งซ่อนเร้นอักษรและวจนะนอกจากจะเผยก็ต่อเมื่อคนที่มีสายสัมพันธ์กันถึงสามารถรู้สึกและรับรู้ความหมายของมันได้ คุณสมบัติที่วิเศษเหล่านี้ทำให้ยูหลกโฮ่วเป็พันธุ์ไม้ที่เกินกว่าคำว่าวิเศษและทุกร่างที่ไร้ลมหายใจและทุกดวงิญญาต่างเพรียกหา
แต่เนื่องด้วยที่มันยังมีอีกคุณสมบัติหนึ่งที่ซุกซ่อนเร้นเอาไว้คือการคืนชีวิต นั่นหมายถึงการโกงความตายให้กับร่างที่ตายซาก อย่างที่เราทุกคนทราบว่ายูหลกโฮ่ว กอปรเก็บพันร่างดูแลรักษาคืนสู่ธรรมชาติและนำทางิญญาสู่ทางที่ควรจะเป็ แต่ด้วยความยึดติดที่รั้งเหนี่ยว และความโลภในใจคนที่ไม่อยากให้คนที่เรารักตายจาก เมื่อหลายร้อยปีก่อนที่หมู่บ้านนี้ยังอยู่ในสายตาผู้คน และเป็ส่วนหนึ่งของพื้นปฐีนี้ ผู้คนในหมู่บ้านนี้สร้างสิ่งของสำหรับงานศพมากมายเพื่อให้ผู้คนในโลกนี้ได้ส่งคนที่ตนรักสู่ทางที่สงบ แต่ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมีโรคห่าระบาดครั้งใหญ่เกิดขึ้น และผู้คนในหมู่บ้านนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วเหมือนสายลมพัด ไม่นานก็ปรากฏร่างชาวหมู่บ้านล้มตายเกลื่อนกลาด และสภาพหมู่บ้านที่มีแต่รอยยิ้มของผู้คนเนื่องด้วยน้ำใจอันดีงามในการสร้างสิ่งดีงามให้คนอื่นขณะมีชีวิตก็จางหายไปเหลือเพียงร่างไร้ิญญาและหมู่บ้านที่ร้างไร้ผู้คน จากเหตุการณ์ครานั้น มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ส่วนคนที่ยังอยู่ บ้างก็รอดพ้นไม่ติดโรคอย่างน่าอัศจรรย์ บ้างก็เดินไปต่างเมืองพึ่งกลับมา หลังจากนั้นหมู่บ้านนี้ก็ถูกปิดตายและสาบสูญไปจากโลกใบนี้”
“แต่ปัญหายังไม่จบลงแค่เท่านั้น คนที่ยังอยู่ แรกๆ ก็ดูเข้าใจการจากลาเป็อย่างดี พยายามเรียกญาติมิตรมาช่วยกันทำพิธีศพและสวดส่งิญญาปกติ แต่ไปๆ มาๆ ความคิดที่ไม่ยอมปล่อยวาง และจะนำคนที่รักกลับมาแบบโกงความตายก็เริ่มแพร่กระจายออกในหมู่ผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ กลางวันมีการทำของต่างๆ สำหรับห่อศพ พิธีการ และอื่นๆ ปกติ แต่ยามค่ำคืนผู้คนเริ่มมีการรวมตัวกันและใช้ยูหลกโฮ่วในทางที่ผิดพร้อมบทสวดส่ง และคืนกลับิญญา และพิธีกรรมการฟื้นคืนชีพที่หายสาบสูญไปยาวนาน เพื่อโกงความตายให้ทุกคนที่โดนเชื้อโรคฆ่าตายคืนกลับมา”
“ตัวข้าเองนั้นกว่าจะรู้ถึงเื่นี้ทุกอย่างก็สายไป เพราะเนื่องจากการคืนชีพให้ศพเป็พิธีการที่ต้องใช้พลังจากยูหลกโฮ่วอย่างมหาศาล ่นั้นในยามวิกาลต้นยูหลกโฮ่วมากมายถูกตัด และลำเลียงเพื่อเข้าทำพิธีฟื้นคืนชีวิตให้ซากศพ คนพวกนั้นช่างโง่เขลายิ่งนัก” เทพเหลียนหม่าเติงพูดตัดพ้อ ลูบเครางาม พร้อมดวงตาเศร้า ไม่ทันที่เื่จะถูกเล่าต่อก็มีเสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นพร้อมเสียงะโขึ้น
“ข้า! ข้ามาที่นี่ก็เพราะอยากคืนชีพให้ท่านแม่ข้า มีพวกตัวประหลาดมากมายโผล่มา และทำลายชีวิตคทุกคน รวมถึงท่านแม่ข้า! ข้า! ข้าข้ามหุบเขามาเดินทางมาไกลถึงนี่คนเดียวเพราะ้าคืนชีพให้แม่ของข้า ได้โปรดช่วยข้าด้วย ช่วยให้ท่านแม่ข้ากลับมาหาข้า” ซีเซียงพูดพร้อมร้องไห้น้ำตานองหน้า วิ่งเข้าไปคุกเข่า และเกาะชายผ้าเทพเหลียนหม่าเติงเพื่อขอให้ชุบชีวิตแม่ของตัวเอง หม่าเติงก้มลงลูบหัวเด็กน้อยอย่างเมตตา
“เด็กน้อย เ้าจงหยุดร้องไห้ก่อน การณ์ครั้งนี้ที่แม่เ้า และมนุษย์คนอื่นรวมถึงภพมนุษย์แห่งนี้ประสพเป็เหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีดวงิญญามากมายที่ถูกพรากไปก่อนหมดอายุขัย ทุกภพภูมิต่างพากันเดือดร้อน เพราะวงล้อแห่งการเวียนว่ายติดขัด มีิญญามากมายข้ามเปลี่ยนภพไวเกินไป การที่จะคืนสมดุลให้กับทุกสิ่งต้องมี วิธีที่ถูกต้อง และ ใช้เวลา เพื่อให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ นั่นหมายถึงการคืนชีพของท่านแม่เ้านั้นยังพอมีหวัง แต่ต้องเป็วิธีที่ถูกต้อง หาใช่วิธีที่ก่อให้เกิดความวิปริตของธรรมชาติเฉกเช่นที่ชาวหมู่บ้านิหยวนทำ มันคืออาเพธ” หลิ่งกวางเหาะเข้าเลียน้ำตาเด็กน้อย และไซ้ไปมาปลอบใจ เ้าวั่งซูเดินเข้าไปลูบศีรษะ
“ซีเซียงเ้าอย่าได้กังวลไป ที่พวกข้าเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อหาวิธีชุบชีวิตผู้คนทั้งหมดที่โดนพวกุ์ทำร้าย และ นั่นก็รวมถึงท่านแม่ของเ้าด้วย” เด็กน้อยฟังน้ำตาไหลพราก ร้องเรียก ท่านแม่และโอบกอดขาเ้าวั่งซู
“หรือว่าการที่ท่านพูดถึง โกงความตายของชาวหมู่บ้าน คือหมายถึงการสวมร่าง” ฮวาเฟยฟาเอ่ยสงสัย
“ไม่ผิดจากนี้ขอรับองค์ชาย โดยตามปกติแล้วเวลาที่ิญญาทิ้งร่าง ิญญาจะถูกเรียกกลับเข้าวงจรเวียนว่าย และถึงกลับไปเกิดในภพภูมิที่เหมาะสม แต่ชาวบ้านนั้น กลับใช่ยูหลกโฮ่วห่ออำพรางเก็บกักรักษาศพให้คงสภาพเดิม และใช้มนต์คืนิญญาย้อนกลับ ในการเรียกิญญาที่ออกจากร่างนั้นถูกดูดกลับเข้าร่าง มันเป็วิธีการที่ผิด มันคือการโกงความตาย อาเพธเลยเกิด เหล่าผู้คนที่ฟื้นจากความตายล้วนขยับร่างได้จำชื่อแซ่ตัวเองได้แต่ไร้ชีวิตจิตใจเหมือนผีดิบ ไม่กินไม่นอนไม่พูดคุย และอีกทั้งยังดื่มเืจากมนุษย์หรือพวกเดียวกันเป็อาหาร พวกผีเหล่านี้จะเริ่มขยับตัวในตอนกลางคืน และจะนิ่งเงียบในตอนกลางวัน ข้าจำต้องขออนุญาตองค์จักรพรรดิเพื่อปิดหมู่บ้านนี้จนกว่าจะหาทางแก้ไข นั่นเป็ที่มาของการสาบสูญของหมู่บ้านโลงศพแห่งนี้ และจะมีเพียง ทำนองโหยหวนพรำนำถอดจิตเท่านั้นที่สามารถสกัดดักทางมิให้ภูติผีหลุดออกจากหมู่บ้านสาบสูญแห่งนี้ไป แต่ข้ายังไม่สามารถหาทางแก้ไขเื่นี้ได้จนบัดนี้ แต่ตามคำทำนายจากเทพแห่งโชคชะตาแนะนำไว้ว่า”
“ฟ้ามืด หมอกควัน สาบสูญ
ผู้คน กลายร่าง วิปริต
ยูหลกโฮ่ว ยังคง สง่านำทาง
สี่ตำนาน ปรากฏ คลี่คลาย”
“สี่ตำนาน หมายถึงพวกข้าหรอ” เ้าวั่งซูถามแปลกใจ และชี้หน้าตน
“ขอรับคุณชายเ้า ั้แ่ที่หมู่บ้านนี้ปิดลง และหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้ ตัวข้าเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่กักพวกเค้าให้อยู่ในนี้ด้วยกลิ่นของยูหลกโฮ่วที่ช่วยให้เหล่าผีร้ายใจสงบลง แต่ตามดวงชะตาบอกวันปลดปล่อยจะมาถึง และข้าก็เห็นแสงสว่างจากการมาถึงของพวกท่าน”
