“ไม่ต้อง เธอพูดไว้ก่อนจะถึงบ้านแล้วว่า ถ้านายได้สติเมื่อไหร่ก็ให้บอกไปเลย ั้แ่ที่นายเมา และพยายามจะใช้กำลังจูบเธอหลังจากที่เธอตกลงจะคบกับนายแค่แป๊บเดียว ให้ถือว่าจบกันแค่นั้น ง่ายๆ ก็คือนายโดนทิ้งแล้ว!” ฮูอวี่โบกมือพลางเอ่ยปากบอกเฉินเฟิง สีหน้าเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าผิดหวังและปวดใจ
“เฉินเฟิง ความเป็พี่น้องของเราจบลงตรงนี้เหมือนกัน! ไอ้เื่ที่นายทำเมื่อวาน ทำร้ายความรู้สึกของฉันกับฉินเสวียมากจริงๆ”
ฮูอวี่บิดเบือนเื่ราวต่อหน้าเพื่อนๆ ในหอพักว่าเป็ความผิดของเฉินเฟิงเองที่ทำอะไรโง่ๆ ลงไปตอนเมาจนถูกจ้าวฉินเสวียทิ้งไป
ด้วยวิธีนี้ เมื่อพวกเขาเปิดตัวกันอย่างเป็ทางการในวันพรุ่งนี้ จะทำให้การกระทำของทั้งคู่เป็ที่ยอมรับได้มากขึ้น!
“ฮูอวี่ อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย พวกเรานับถือกันเป็พี่น้องมาตั้งสามปีเลยนะ!” ในฐานะผู้มองสถานการณ์จากภายนอก หัวหน้าห้องเว่ยจงเม้าก็เข้าใจเื่นี้ได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เขามองฮูอวี่อย่างลึกซึ้ง พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงจัง
“ก็เหมือนที่โบราณเขาว่าไว้ พี่น้องเปรียบดั่งแขนขา ผู้หญิงเป็เพียงเสื้อผ้า! ถ้าจะมาทะเลาะกันเพียงเพราะผู้หญิงตีสองหน้าที่มีคนตามจีบตั้งเยอะ แล้วชอบทำตัวเหมือนกำลังเล่นเกมแบบนี้ มันไม่คุ้มเสียหรอก”
“บ้านแกสิสองหน้า น้องสาวฉันเป็คนดี ไปด่าเฉินเฟิงนู้นที่มันถูกความหงี่บังตา!” ฮูอวี่เหลือบตามองเว่ยจงเม้าอย่างโกรธเคือง จากนั้นจึงเหยียบที่นอนเฉินเฟิงจนทิ้งคราบรอยเท้าสกปรกไว้
“ฉันจะนอนละ เมื่อคืนฉันไปเจอแฟนใหม่ที่โรงแรมห้าดาว ไม่ได้พักเลยทั้งคืน…”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความโอ้อวดและคำพูดเสียดแทงใจ แล้วยังเห็นฮูอวี่เหยียบเตียงนอนเขาโดยไม่ถอดรองเท้า ทำให้เฉินเฟิงรู้สึกเืขึ้นหน้า อยากจะกระโจนเข้าไปกระทืบฮูอวี่ให้รู้แล้วรู้รอด
แต่เฉินเฟิงตระหนักดีว่า หากลงมือทำแบบนั้นลงไป จะทำให้เขากลายเป็ฝ่ายผิดต่อหน้าเพื่อนขึ้นมาจริงๆ
ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่อดทนรอ รอวันที่จะได้ใช้เลขลอตเตอรี่ที่เขาจำได้จากชาติที่แล้ว
คว้ารางวัลที่ 1 ในวันพรุ่งนี้มา แล้วเอาคืนต่อหน้าผู้คนมากมายยิ่งกว่า
ตบหน้าไอ้คู่ชู้รักเฮงซวยที่ทำให้เขาต้องอับอาย!
เพื่อการนั้นแล้ว ภายใต้เสียงหัวเราะเหยียดหยามของเพื่อนร่วมห้องและสายตาสงสารของเว่ยจงเม้า
เฉินเฟิงก้มหน้าก้มตาแล้ววิ่งหนีออกจากหอพักอย่างรวดเร็ว
ราวกับหมาที่ไม่มีแม้แต่บ้านให้กลับ!
“เฉินเฟิง แกรู้หรือเปล่าว่าแฟนใหม่ฉันคือใคร คนที่อยู่กับฉันทั้งคืนจนฉันไม่ได้นอน? แกก็รู้จักเธอเหมือนกัน!” ฮูอวี่เห็นเฉินเฟิงวิ่งออกจากประตูห้องไปแล้ว จึงกล่าวเยาะเย้ยพลางเหยียบลงบนที่นอนเฉินเฟิงเพื่อที่จะปีนขึ้นเตียง้า ”เธอคือ…ช่างมันก่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้แกก็รู้เอง!”
จริงๆ แล้วพวกเพื่อนในหอพักต่างก็รู้สึกมาได้หลายเดือนแล้ว ถึงกลิ่นทะแม่งๆ ระหว่างฮูอวี่และจ้าวฉินเสวียที่มาที่หอบ่อยครั้ง
เพียงแต่พวกเขาไม่เคยพูดหรือบอกให้เฉินเฟิงรู้ เ้าทึ่มนี่มัวแต่เมาในความรัก พวกเขาอยากรอหัวเราะเยาะความโชคร้ายของไอ้หน้าหล่อนี่กันเสียมากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ฮูอวี่เป็ลูกคนรวยมีตำแหน่งเป็รองหัวหน้าชั้นปี แถมยังมีพ่อเป็รองอาจารย์ใหญ่ ใครจะอยากไปมีเื่บาดหมางกับคนระดับนั้น!
แม้แต่ตัวหัวหน้าชั้นปีอย่างเว่ยจงเม้าเองก็ไม่กล้าจะบอกความจริงเื่นี้กับเฉินเฟิงตรงๆ
เมื่อพวกเพื่อนร่วมห้องได้ยินบทสนทนาระหว่างฮูอวี่และเฉินเฟิง ก็พอเดาได้แล้วว่าใครคือผู้หญิงที่อยู่กับฮูอวี่ทั้งคืน จะเป็ไปใครไปได้นอกจากจ้าวฉินเสวีย!
เฉินเฟิงถูกแทงข้างหลังอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งจากเทพธิดาคนงามดาวมหาลัยที่เขาตามจีบมาสามปีเต็มกับเพื่อนสนิทแสนดี ทั้งคู่สวมหมวกเขียวให้เขา
“เฉินเฟิงเป็ถึงเดือนมหาลัยแท้ๆ แต่ดูท่าทางตอนมันวิ่งหนีสิ อย่างกับหมา!”
“พี่อวี่สุดยอดไปเลย บอกพวกเราหน่อยได้ไหมว่าตอนอยู่กับผู้หญิงเป็ยังไงครับ?”
“เฉินเฟิงก็สมควรโดนแล้ว เขาไม่ชวนพวกเราไปงานเลี้ยงวันเกิดของดาวมหาลัยเมื่อวานนี้เอง คงไม่เคยเมียงมองพวกเราเป็เพื่อนเลยมั้ง!”
เว่ยจงเม้าปิดปากเงียบไม่พูดอะไร เขารู้สึกผิดอยู่ในใจในขณะที่เพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ กำลังประจบประแจงฮูอวี่และทับถมเฉินเฟิง
ในตอนนี้เฉินเฟิงหลบอยู่ตรงหัวมุมนอกห้อง ยังไม่ได้จากไปไหนไกล
เขาได้ยินทุกคำพูดอันน่ารังเกียจของเพื่อนร่วมห้องอย่างชัดเจน ทั้งคำประจบประแจง คำดูถูกเหยียดหยามต่างๆ นานา
'หึหึ…นี่นะเหรอ เพื่อนร่วมห้องที่พักห้องเดียวกันมานานถึงสามปีในรั้วมหาลัย…พรุ่งนี้ พวกแกนั่นแหละที่ต้องมาคร่ำครวญต่อหน้าฉัน'
เฉินเฟิงที่คิดอยู่เงียบๆ คนเดียวส่งเสียงหัวเราะเ็า ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับไปมอง
ในขณะเดียวกันนี้เอง ฮูอวี่หยิบโมโตโรล่า 8900 โทรศัพท์เครื่องใหญ่ที่พ่อซื้อให้ด้วยราคาสี่หมื่นหยวนโทรหาจ้าวฉินเสวีย
“ฉินเสวีย ตอนนี้เธอนอนพักไปก่อน แล้วเดี๋ยวคืนนี้ค่อยเรียกเฉินเฟิงออกมากินมื้อดึกกัน”
ฮูอวี่เสแสร้งทำตัวใจเย็นพูดกับจ้าวฉินเสวียผ่านโทรศัพท์
“ได้สิ เมื่อคืนนายรินเหล้าให้เขาไม่พักเลย ฉันยังแกล้งไม่หนำใจเลย!”
ทางด้านจ้าวฉินเสวียก็เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ซึ่งใบหน้าสวยนั้นกลับแสดงสีหน้าชั่วร้ายตอนที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์จากฮูอวี่
จ้าวฉินเสวียห่อผ้าเช็ดตัวจนเผยขายาวเรียวบาง ผิวขาวช่างผุดผ่อง รูปร่างก็ได้สัดส่วน คู่ควรตำแหน่งดาวมหาลัยอย่างแท้จริง
ใบหน้างามปรากฏร่องรอยแห่งความสุขและพึงพอใจ แก้มเต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะจากการแช่น้ำเมื่อสักครู่
ในขณะเดียวกันทางด้านเฉินเฟิงที่ปกติมักจะซื้อลอตเตอรี่บ่อยๆ ก็เพิ่งเดินออกจากหอพัก แล้วไปปรากฏตัวขึ้นที่ร้านขายลอตเตอรี่ชื่อดังแห่งหนึ่งใกล้โรงยิม
เขาทำใจก้มหน้ารับชะตากรรม ควักเงินยี่สิบหกหยวนซึ่งเป็เงินก้อนสุดท้าย ซื้อลอตเตอรี่ทั้งหมดสิบสามใบ โดยที่ทุกใบเป็เลขเดียวกันทั้งหมด!
เลขนี้คือเลขที่ออกรางวัลที่หนึ่งในชาติที่แล้วของเขา ในคืนที่เขาต้องเผชิญหน้ากับค่ำคืนอันน่าอับอายอย่างแสนสาหัส
เฉินเฟิงสลักเลขนี้ลงในความทรงจำไม่เคยลืมเลือน เฉกเช่นเดียวกับความทรงจำอันแสนขมขื่นในคืนนั้น
เพราะเลขที่ออกตรงกับวันเกิดของจ้าวฉินเสวียกับฮูอวี่ผสมกันตามด้วยวันที่เกิดเื่ วันที่ 21 เดือน 6
แม้จะอยากลืมแค่ไหนก็ลืมไม่ได้เลย!
“ต้องมีโชคลาภมหาศาลแค่ไหน ถึงจะมีโอกาสได้กลับชาติมาเกิด ถึงจะมีโอกาสได้แก้ไขความเสียใจ และลบล้างความอัปยศนี้” หลังใช้เงินในส่วนของค่าจิปาถะครึ่งเดือนที่เหลือเป็ค่าลอตเตอรี่สิบสามใบให้กับเ้าของร้านแล้ว เฉินเฟิงก็หยุดคิดกับตัวเอง
“ถ้าไม่คว้าโอกาสซื้อลอตเตอรี่เลขนี้ ซึ่งเป็รางวัลที่หนึ่งในชาติที่แล้วไว้ ก็คงเป็การโยนโชคลาภทิ้งไปเปล่าๆ แล้ว”
ต่อให้จะเกิดเหตุการณ์ผีเสื้อขยับปีกจากการย้อนเวลา แล้วทำให้รางวัลที่หนึ่งเปลี่ยนไปจนเขาไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกิน แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง
บังเอิญจริงๆ ที่ลอตเตอรี่งวดนี้เริ่มจับรางวัลเวลา 21 นาฬิกา 15 นาทีของพรุ่งนี้พอดี
“ไม่เคยคิดเลยว่า่เวลาที่ลอตเตอรี่ออกจะบังเอิญชนกับจังหวะจ้าวฉินเสวียกับฮูอวี่ประกาศเปิดตัวอย่างเป็ทางการจริงๆ ก็เราในชาติก่อนอับอายขายขี้หน้าจนไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลยนี่ตอนนั้น…”
เฉินเฟิงอยากหัวเราะทั้งน้ำตา
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคืนพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้
โอกาสที่จะได้ระบายความอัดอั้นตันใจนี้ มันตื่นเต้นเกินจะทน!
จากนั้นเฉินเฟิงก็เก็บลอตเตอรี่เข้ากระเป๋ากางเกง เฝ้ารอการจับรางวัลคืนพรุ่งนี้อย่างใจจดใจจ่อ
ทันใดนั้นเอง เพจเจอร์ของเฉินเฟิงดังขึ้น พบว่าเป็ข้อความจากจ้าวฉินเสวีย
“เมื่อคืนนายเมาเร็วเกินไป เื่ที่ฉันอยากพูดในงานเลี้ยงวันเกิดยังไม่ทันได้พูดเลย คืนนี้ฉันกับฮูอวี่จะรอนายอยู่ที่ร้านเดิม โต๊ะเดิม สามทุ่ม!”
เมื่ออ่านข้อความจบ เฉินเฟิงแทบจะปาเพจเจอร์ทิ้ง แต่เขายังคงยับยั้งตัวเองทันอยู่ ก่อนจะตอบข้อความกลับไปสั้นๆ “เจอกันที่นั่น”
“ฉันคนนี้เป็ถึงสุดยอดแห่งนักการเงิน ไร้คู่แข่งในตลาดหลักทรัพย์ ได้เกิดใหม่แล้วจะยังถูกไอ้คู่ชู้นี่มันหลอกอีกเรอะ?” เฉินเฟิงยืนมองท้องฟ้ายามเย็น มือลูบท้องด้วยความรู้สึกอับจนหนทาง และคิดกับตัวเองด้วยความรู้สึกเย้ยหยัน
“จะรอชมว่าบทละครแบบไหนที่พวกแกสองคนวางแผนจะแสดงในมื้อค่ำคืนนี้ละกัน!”
ทันใดนั้นเอง เฉินเฟิงหันไปปะกับหลิ่วอีอีพอดี เธอเป็เพื่อนร่วมชั้นปีแสนสวยที่กำลังเดินตรงมาทางเขา แต่เขา้าจะหลบหน้าเธอ
“กินข้าวหรือยัง?” แต่เธอกลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาอย่างกับเงา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างติดรำคาญ “แค่ฉันชอบนายมาสามปีเองไม่ใช่เหรอ? จะต้องพยายามหลบหน้าทุกครั้งที่เจอกันแบบนี้เลยรึไง?”
“เพิ่งกินไปเอง!” ได้ยินคำประชดประชันเช่นนี้ เฉินเฟิงลูบท้องที่ว่างเปล่าอย่างอับจนหนทาง พร้อมส่งคำเชิญให้หลิ่วอีอีด้วยนำเสียงจริงจัง “ฉันมีนัดคืนนี้ประมาณสามทุ่ม เธอไปด้วยกันไหม?”