ดินแดนปรภพ ดินแดนแห่งคนเป็และคนตาย บรรยากาศที่นี่ท้องฟ้าหม่นหมอง ไร้แสงแดด มีเพียงดวงจันทร์และแสงจันทร์สว่างโร่ที่แผ่ความสว่างและอบอุ่นให้ภพภูมินี้ มีิญญาแสงสีเทาๆ มากมายลอยตัวในอากาศ พื้นดินเป็หินดำเรียบ มีแตกร้าวเป็เส้น ลมหนาวเซาะผ่านไม่หยุด เงียบงัน หนาวเหน็บ กลิ่นคาวคลื่นไส้ของความตาย ความเศร้าโศกเศร้าใจปกคลุม เหมือนเป็สถานที่ชั่วคราวก่อนเกิดใหม่ ไม่มีความสุขหรือความทุกข์ แค่ความว่างเปล่าอันเงียบงัน
มีแม่น้ำลืมเลือนไหลเวียนทั่วทั้งภพ กระแสน้ำดำขลับใสใส ไหลเอื่อยๆ ไม่มีเสียง ฝั่งข้างปูด้วยกรวดขาว บนผิวน้ำมีเงาิญญาลอยเลื่อน คิดถึงความทรงจำที่จะต้องลืม สะพานสวดส่งิญญา สะพานหินโค้งสีแดงเืหมู ขณะข้ามจะเห็นชาติก่อนผ่านตา กรรมดีกรรมชั่วปรากฏชัด
ทุกที่ของภพเต็มไปด้วยป่าไผ่วิเวกภวังค์ แทงทะลุสูงตระหง่าน ใบไผ่ใสๆ เมื่อลมพัดจะได้ยินเสียงคร่ำครวญของิญญา แต่ละก้อนไผ่เป็เหมือนหลุมฝังศพจิติญญา มียมทูตมากมายนั่งบนบัลลังก์กระดูก ชุดดำคลุมเครือ ดวงตาไร้ปลิ้น มือถือผ้าม่วงบันทึกกรรม เสียงเหมือนระฆังแก้วแตก ตัดสินชะตาแต่ละดวงจิต
ทั้งสี่มาปรากฏตัว ณ ูเาหมาป่าศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนปรภพ ที่นี่อากาศเย็นเยียบและเต็มไปด้วยหมอกดำ บนยอดเขาที่สูงที่สุด วังแห่งหมาป่าศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในป่าโบราณ ราชันย์หมาป่าเ้าแห่งปรภพ และเทพธิดาแห่งแสงจันทร์ กำลังรอพวกเขาอยู่เชิงผาภายใต้แสงจันทร์เต็มดวง ตามตัวทั้งสองเปล่งแสงเงินวับวาวภายใต้แสงจันทร์กระจ่างฟ้า
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ลูกมาแล้ว” เสียงเ้าวั่งซูะโดัง พร้อมกับการหันมาตามเสียงของทั้งสอง เ้าวั่งซูะโกอดทั้งสองจนล้มตึงไปกองกับพื้นทั้งสามคน พร้อมเสียงหัวเราะ
“ไอเ้าลูกคนนี้นี่มันทะเล้นไม่เปลี่ยน” “อาซู รู้ไหมว่าแม่คิดถึงเ้าเหลือเกิน กลัวเ้าจะได้รับอันตราย เฝ้าพะวงทุกวันคืน” เทพธิดาแสงจันทร์ผู้เป็มารดาน้ำตาริ้นหลังจากลุกนั่งแต่ก็ยังโอบกอดลูกชายไม่ปล่อยออกจากอ้อมกอด
“ข้าก็คิดถึงเสด็จแม่กับเสด็จพ่อมาก แต่ลูกเดินทางหลายภพ ยังไม่มีการได้หยุดพัก ั้แ่ออกจากคฤหาสน์จันทร์มืดไป โลกข้างนอกช่างกว้างใหญ่ และวุ่นวาย แต่ตอนนี้จิตใจข้าสงบยิ่งนักเมื่อได้กลับมาพบเจอพวกท่าน” ทั้งสามโอบกอดกันแน่นภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องมา
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่” ฮวาเฟยฟาเดินมาทำความเคารพ ก่อนที่ทั้งสองจะดึงเข้ามากอดกันกลมสี่คน
“พ่อแม่เป็ห่วง คิดถึง และคอยตามดูลูกสองคนอยู่เสมอนะ ไม่ได้นิ่งนอนใจ” ราชันย์ปรภพพูดด้วยเสียงหนักแน่นและอ่อนโยนในขณะที่ก็โอบกอดทั้งหมดเอาไว้
“แล้วเ้าเป็อย่างไรบ้างอาเฟย ได้กลับไปเจอท่านพ่อท่านแม่บ้างหรือยัง พวกท่านสบายดีไหม ขอบใจลูกมากนะที่คอยอยู่ข้างๆ และดูแลอาซูมาตลอด” เทพธิดาแสงจันทร์เอื้อมมือลูบใบหน้าฮวาเฟยฟาด้วยความรักเอ็นดู
“พวกเราสองคนพึ่งมาจากบ้านของข้าบนภพ์ พวกท่านสองคนสบายดีและรอคอยการกลับมาของเราสองคนเฉกเช่นพวกท่าน”
“อืม ดีแล้วดีแล้ว” ทั้งสี่ก้ยังกอดกันกลม น้ำตารื้นบนใบหน้า
“พวกเ้ากลับมาหาพ่อแม่ครานี้นอกจากมาเยี่ยมเยียนแล้วยังมีสิ่งใดที่ให้พ่อช่วย” ราชันย์หมาป่าถามอย่างอ่อนโยน
“หัวใจหมาป่าอาบแสงจันทร์ องค์พุทธะซิงซิงเจี่ยบอกว่ามันจะทดแทนชีวิตของข้าได้ และมันจะถูกใช้เป็หัวใจให้กับโซ่สองภพ มันอยู่ที่แห่งใด เสด็จพ่อ” เ้าวั่งซูเอ่ยถามขณะที่ทั้งสี่ก็ลุกยืนขึ้น ยืนบนริมผา กับแสงจันทร์ที่สาดส่องมาโดนทุกคนคน
“นี่เ้า! ถึงเวลาแล้วหรอเนีย เป็ดังคำทำนายจริงๆ” เทพธิดาแสงจันทร์โผเข้ากอดเ้าวั่งซูน้ำตาไหลพราก
“หัวใจหมาป่าอาบแสงจันทร์ ก็คือหัวใจแห่งบุตรธิดาของ ราชันย์หมาป่า และ เทพธิดาแสงจันทร์ นั่นก็คือจิติญญาของเ้าไง เ้าลูกชาย แต่หัวใจนั้นคือดวงจิตที่ดับและเกิดได้ไม่มีวันดับสูญอย่างแท้จริง มันคือดวงจิตะ มันถูกปิดผนึกเอาไว้ภายในร่างกายของเ้า” ราชันย์ัเอ่ย
“คำทำนาย! ถึงเวลา! ปิดผนึก! มันหมายถึงสิ่งใด!? เสด็จพ่อ เสด็จแม่”
“หัวใจหมาป่าอาบแสงจันทร์คือจิติญญาแห่งเ้าวั่งซู มันจะถูกเปิดผนึกก็ต่อเมื่อเ้าวั่งซูถูกทำให้คินชีพและเป็ะ แต่พันธสัญญาแห่งปรภพกับทุกภพ คือการให้กำเนิดของเ้าวั่งซูทุกหนึ่งร้อยปีในฐานะมนุษย์ เ้าแห่งภพมนุษย์ ผู้เคียวสู่ภพ รักษาสมดุลแห่งภพ จนกระทั่ง เ้าวั่งซูคนสุดท้ายผู้ที่ถือกำเนิดในฐานะของผู้สร้าง เมื่อนั้นการเวียนว่ายของเ้าวั่งซูตามพันธสัญญาจะจบลง ร่างนั้นจะจิติญญาที่เป็ะและไม่มีวันดับสูญอีก” ราชันย์หมาป่าเอ่ย
“ถ้างั้นที่ข้าต้องเวียนว่ายและตายลงทุกร้อยปี ความทรงจำขาดหาย ก็เพราะว่า....!?” วั่งซูเอ่ยหน้าเศร้า
“ขอโทษนะลูกรัก ตัวแม่เองก็ต้องทนทุกข์ทรมานในการให้กำเนิดและสูญเสียลูกไปถึงสิบคน ในที่สุด....ในที่สุด...” เทพธิดาแห่งแสงจันทร์ร้องไห้กอดลูกชายไม่ปล่อย
“พลังที่จะปลดหัวใจะและคนที่จะเปิดผนึกมันก็คือสัตว์ภูติของเ้า หลิ่งกวาง ผู้เป็เหมือนหัวใจอีกด้านหนึ่งแห่งเ้า” ราชันย์หมาป่าเอ่ย
“เป็เช่นนั้นเอง หัวใจหมาป่าอาบแสงจันทร์ และ หัวใจัสุริยันต์ คือจิติญญาะ มันปิดผนึกอยู่ในตัวข้าเหมือนของเฟยเฟย”
“และเมื่อพวกเราเปิดผนึกนั่น เราสองคนก็จะฟื้นขึ้นในฐานะผู้สร้าง และ ผู้ปกปักษ์ ที่แท้จริง หัวใจ จิติญญา นั่นถูกทำให้หลับอยู่ในตัวพวกเราเพื่อเวลาที่เหมาะสม” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
” ส่วนโซ่สองภพนั่น พวกเราเองก็รู้สึกถึงเวลาที่มันกำลังจะดับสูญ โซ่เส้นนั้นถูกหลอมจากิญญาทุกดวงบนพื้นปรภพ เป็โซ่ที่ทรงพลังที่สุดในเก้าภพ เมื่อครั้งงานเฉลิมฉลองสัมพันธภาพที่ดีระหว่างภพ์และปรภพ โซ่เส้นนี้ข้าทำขึ้นเพื่อให้มันมีพลังจักรามหาศาลในการยึดโยงทั้งสองภพให้อยู่ใกล้กัน และ อยู่ด้วยกันไปตลอด แต่หลังจากที่ถูกภวังคจิตของเหย้าหลูกู่ครอบงำ ดูดกลืนิญญาแห่งปรภพไป โซ่เส้นนั้นก็ไม่น่าจะยืนอยู่ได้ และถ้าสองสิ่งนั้นดับสูญลง ทั้งภพ์ และ ปรภพแห่งนี้ก็น่าจะยืนอยู่ไม่ได้” ราชันย์ปรภพเอ่ย
“ท่านพ่อ ท่านแม่อย่าห่วง พวกข้าจะจัดการภวังคจิตนั่น และ สละหัวใจทั้งสองดวงให้ เสาค้ำฟ้า และ โซ่สองภพ ทั้งสองภพ็จะไม่เป็ไร” เ้าวั่งซูเอ่ยหนักแน่น
“ลำบากพวกเ้าแล้ว อาซู อาเฟย อยากรั้งให้พวกลูกๆ อยู่กับพ่อกับแม่ก่อน แต่กิจแต่ละอันก็เร่งยิ่งนัก จากกันครั้งนี้เมื่อไหร่ จะได้พบกันอีก” ธิดาแสงจันทร์เป็มารดาน้ำตาคลอ เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาเดินเข้าโอบผู้เป็แม่
“ไม่นานหรอกเสด็จแม่ ท่านอย่ากังวล ไว้พวกเราจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พวกเราสัญญาว่าจะรีบกลับมาหาเสด็จพ่อเสด็จแม่อย่างแน่นอน”
“เสด็จพ่อ ท่านจงสร้างเกราะพลังที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อปกป้องตัวภพ เพราะพลังแห่งภวังคจิต และ เคียวปรภพเคี้ยวันั้นรุนแรงเกินคาดเดา” ทั้งสี่หันมามองส่งยิ้มให้ พ่อและแม่ และหายวับไปในประตูสู่ภพ สู่ภพ์
