เฟิงจิ่วแอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาจินตนาการอย่างเงียบๆ ว่าหากวันหนึ่งนายท่านรวมแผ่นดินซีเฮ่าให้เป็หนึ่งเดียวกัน พอถึงตอนที่ติงเหว่ยสองแม่ลูกเข้าใกล้วังหลังขึ้นเรื่อยๆ ได้เห็นนายน้อยสวมเสื้อคลุมั ฉากนั้นคงจะดูน่าอัศจรรย์ไม่เบา พี่ติงจะดีใจจนร้องไห้หรือว่าตกตะลึงจนตาค้างกันแน่?
แต่น่าเสียดายที่เฟิงจิ่วจินตนาการไว้สวยหรูเกินไปโดยไม่ได้นึกถึงความเป็จริง จินตนาการช่างห่างไกลเกินไปมากนัก นายท่านเป็วีรบุรุษผู้หาที่เปรียบไม่ได้ในใจของเขาเกือบจะถูกทำให้กลายเป็ขันทีไปเสียแล้ว
แน่นอนว่านี่ก็เป็เื่ราวทั้งหมดในภายหลัง
คืนนั้นในลานกว้างของจวนสกุลอวิ๋น ทุกคนต่างก็กำลังนอนหลับฝันหวาน แต่ยกเว้นอยู่คนหนึ่งซึ่งก็คือลุงเหว่ยที่อยู่ในห้องตะวันออก เขามองไปที่เพดานห้อง หัวสมองของเขาก็คิดไปมาไม่หยุดจนกระทั่งฟ้าสางถึงได้ฝืนให้ตนเองหลับไปชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อเขาลุกขึ้นอีกครั้งก็เกือบจะเป็เวลาเที่ยงแล้ว ติงเหว่ยก็ยังไม่เห็นผู้าุโออกมากินอาหารเช้า นางจึงกังวลว่าเขาจะไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าก็เลยตั้งใจทำตั้นเกิงซึ่งเป็อาหารที่เขาชอบที่สุดและสามารถย่อยได้ง่ายที่สุด
ผู้าุโเหว่ยเห็นแล้วก็รู้สึกอบอุ่นในใจ และเขาก็ยิ่งมีความมุ่งมั่นมากขึ้นในการตัดสินใจของเขาเมื่อคืนนี้
“สาวน้อย ทำไมกระต่ายและหมูป่าที่ข้าผ่าท้องไปเมื่อไม่กี่วันนั้น่แรกๆ ยังดีอยู่เลย แต่ทุกวันนี้าแกลับเน่าเปื่อยและตายไปแล้ว? วันนี้หากเ้าไม่ติดธุระอะไรก็ลองไปดูสักหน่อยสิ หรือเป็เพราะว่าฝีมือการเย็บของข้านั้นหยาบเกินไปหรือ?”
ติงเหว่ยมองผู้าุโที่นอกจากขอบตาดำคล้ำแล้ว สีหน้าก็ไม่มีร่องรอยความผิดปกติใดๆ เดิมทีนางคิดว่าเขารอคอยหญ้านิรันดร์จนอดหลับอดนอนเสียอีก เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็บอกว่า “อันที่จริงเมื่อวานข้ามีเื่จะบอกท่านผู้าุโเื่หนึ่ง แต่ว่าข้ายุ่งก็เลยลืมไปเสียสนิท”
“เกิดอะไรขึ้น?” ถึงแม้ผู้าุโเหว่ยจะโอ้อวดว่าตนเองเป็หมอเทวดาและอยู่กับสมุนไพรมาตลอดทั้งชีวิต แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็ถูกแิแปลกใหม่ของติงเหว่ยทำให้อดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้ เช่นเดียวกันกับการเย็บาแ หากไม่เป็เพราะว่านางพูดออกมาก่อน ใครเล่าจะรู้ว่าิัของมนุษย์สามารถเย็บได้เหมือนกับเสื้อผ้า นี่ไม่เพียงแต่ทำให้เืไหลน้อยลง ทั้งยังทำให้ฟื้นตัวได้ง่าย และช่วยประหยัดยารักษาได้ไม่น้อย นับว่าเป็วิธีการรักษาที่ดีที่สุดจริงๆ
แล้วยังมีแิการรักษาด้วยการผ่าตัดลำไส้อีก ถึงแม้จะยังทดสอบไม่สำเร็จ ทว่าหากคิดหาวิธีการออกมาได้จริงๆ ไม่แน่ว่าในอนาคตจะสามารถช่วยชีวิตคนได้อีกไม่รู้ตั้งกี่คน
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาไม่แม้แต่จะกินตั้นเกิงและยังรีบเร่งติงเหว่ยว่า “เื่อะไรกันแน่ เ้ารีบพูดออกมาเร็วเข้า”
ติงเหว่ยเองก็รู้ว่าผู้าุโกำลังหมกมุ่นอยู่กับการรักษา นางจึงพูดออกไปโดยไม่เยิ่นเย้อแม้แต่น้อย
“เมื่อวานตอนที่ข้าเห็นนายน้อยและคนอื่นๆ ดื่มเหล้า จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าการจัดการกับาแนั้นไม่สามารถเย็บเฉยได้ๆ ต้องมีการฆ่าเชื้อด้วย”
“ฆ่าเชื้ออย่างนั้นหรือ?” ผู้าุโเบิกตากว้าง “เดิมทีก็ไม่มีพิษอยู่แล้ว เหตุใดต้องพูดถึงเื่แก้พิษด้วย?”
ติงเหว่ยส่ายหน้า นางเทชาออกมาดื่มหนึ่งถ้วยเพื่อให้ชุ่มคอสักหน่อย จากนั้นก็พูดว่า “ท่านผู้าุโเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่พิษของยาพิษ อืม จะอธิบายยังไงดี ก็เหมือนกับอาหารที่พวกเรากิน หากเอาไปวางตากแดดนานเกินไปก็จะขึ้นรา าแของคนก็เช่นกัน หากว่าจัดการได้ไม่ดีหรือปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปาแก็จะเน่าเหมือนกัน ดังนั้นที่ข้าพูดเื่ฆ่าเชื้อเมื่อครู่นี้ก็คือการป้องกันไม่ให้าแเน่าเปื่อย”
ผู้าุโเหว่ยยิงฟังก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็ลุกขึ้นโพล่งมาว่า “เ้ารู้หรือไม่ว่าทุกคนที่ได้รับาเ็ภายนอกมากกว่าครึ่งนั้นเสียชีวิตเพราะาแเน่าเปื่อยจริงๆ? หากว่าเ้าสามารถแก้ปัญหานี้ได้จริงๆ เกรงว่าทุกคนที่อยู่ในแวดวงการแพทย์คงต้องเรียกเ้าว่าอาจารย์”
“ข้าจะกล้าปล่อยให้เป็เช่นนั้นได้ยังไง?” ติงเหว่ยเองก็ใเช่นกัน นางเองก็ไม่นิยมให้เหล่าผู้าุโเรียกนางว่าอาจารย์
“ข้าเองก็แค่บังเอิญเจอวิธีนี้เหมือนกัน ส่วนที่ว่าจะได้ผลหรือไม่ก็ยังต้องให้ท่านลุงเหว่ยพิสูจน์ ต่อให้สำเร็จขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้าเลยแม้แต่น้อย”
ผู้าุโเหว่ยกลับไม่สนใจเื่เหล่านี้ เขาพูดเร่งอย่างร้อนใจ “เ้าบอกมาเร็วเข้า สรุปว่าต้องใช้วิธีการอะไรกันแน่?”
หลังจากพูดจบจู่ๆ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าการถามเช่นนี้อาจไร้มารยาทไปสักหน่อย จึงรีบพูดออกไปว่า “หากว่านี่เป็เคล็ดลับที่สืบทอดประจำตระกูลของเ้า เ้าเองก็ไม่จำเป็ต้องบอกข้า ขอแค่เอายาตัวนั้นออกมาให้ข้าลองใช้ก็พอแล้ว”
ติงเหว่ยฟังแล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี นางโบกมือและพูดว่า “ลุงเหว่ยกล่าวหนักไปแล้ว มันเป็แค่วิธีเล็กๆ น้อยๆ ก็เท่านั้น ไม่ใช่เคล็ดลับประจำตระกูลอะไร เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ตอนนี้ข้ายังไม่มีของสิ่งนั้นในมือชั่วคราว หากว่าท่านไม่ได้ยุ่งอยู่ก็ไปทำด้วยกันกับข้าเถอะ”
“ตกลง” ผู้าุโเหว่ยตอบรับทันที “เ้า้าสมุนไพรอะไรรีบพูดออกมาได้เลย”
“ข้าไม่้าสมุนไพรอะไรเลย แค่้าเหล้าที่แรงที่สุดห้าไหก็เท่านั้น”
“เหล้าที่แรงที่สุด!” ผู้าุโเหว่ยได้ฟังแล้วก็ประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย เขารีบวิ่งไปที่ลานแล้วะโว่า “มีใครอยู่บ้าง ออกมาสักคนหนึ่ง?”
หลินลิ่วที่กำลังยกตะกร้าผลไม้สดใหม่เพื่อมาแสดงความเคารพต่อนายน้อย บังเอิญเห็นผู้าุโกำลังโหวกเหวกโวยวาย เกรงว่าจะรบกวนการพักผ่อนและการทำงานของนายน้อยก็เลยรีบพูดออกมาว่า “ท่านหมอเทวดา ท่าน้าสั่งการสิ่งใด?”
“เหล้าที่แรงที่สุด รีบไปเอาเหล้าที่แรงที่สุดมาให้ข้าสักสี่ห้าไห!”
ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่ทันไรก็จะดื่มเหล้าเสียแล้ว แล้วยังเป็เหล้าที่แรงที่สุดอีก!
หลินลิ่วเม้มปาก แต่ก็รู้ว่าผู้าุโท่านนี้เป็คนอารมณ์ไม่ดี ครอบครัวของเขาเองก็้าความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ดังนั้นจึงรีบพูดออกมาว่า “ข้าเอาผลไม้ไปให้นายน้อยก่อน แล้วเดี๋ยวจะไปเอาเหล้าที่แรงที่สุดมาให้ท่านผู้าุโทันที”
แต่ผู้าุโเหว่ยกลับคว้าตะกร้าผลไม้มา แล้วพูดด้วยความโมโหว่า “มันก็แค่ตะกร้าผลไม้เน่าๆ ตะกร้าหนึ่งเท่านั้น ไหนเลยจะสำคัญเท่าเื่ของข้า เ้ารีบไปเดี๋ยวนี้หากว่าล่าช้าไปแล้ว บางทีอีกหลายร้อยหลายพันปีข้างหน้าล้วนมีแต่คนสาปแช่งชื่อของเ้า!”
……
กงจื้อิและนายน้อยฟางกำลังปรึกษาเื่สำคัญและเล่นหมากรุกเพื่อทำการรุกฆาต หมากรุกนี้ั้แ่ตอนที่ติงเหว่ยคิดค้นออกมาก็กลายเป็ที่ชื่นชอบของทั้งผู้ใหญ่และเด็กในจวนแห่งนี้ กงจื้อิเองก็เล่นได้อย่างใจนึก เขารุกฆาตจนสหายสนิทที่เป็มือใหม่เหลือเพียงเบี้ยทหารหนึ่งตัวที่ปกป้องแม่ทัพอยู่เท่านั้น
นายน้อยฟางโกรธมากจนร้องะโออกมา ในที่สุดเขาก็พับแขนเสื้อขึ้นและยังคงะโว่าเล่นใหม่อีกรอบหนึ่ง
ในขณะนั้นเองที่ผู้าุโเหว่ยกำลังะโโหวกเหวกโวยวายอยู่ในสนาม
กงจื้อิเปิดหน้าต่างชะเง้อมอง เขาเห็นใบหน้าที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีของติงเหว่ยที่ยืนอยู่หน้าห้องฝั่งตะวันออกก็เลยกวักมือเรียกให้นางก้าวมาข้างหน้า
ติงเหว่ยเองก็ไม่ได้ปิดบัง นางเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ออกมาอย่างชัดเจน
สุดท้ายนางก็พูดเสริมว่า “มันเป็เพียงเื่เล็กๆ เท่านั้น แต่ลุงเหว่ยชอบสมุนไพรมากเขาก็เลยจริงจังมากเกินไปหน่อย”
หลังจากที่กงจื้อิกับนายน้อยฟางได้ยินเช่นนั้น พวกเขาต่างก็มองไปที่ติงเหว่ย ดวงตาเป็ประกายทั้งสองคู่จ้องมองนางจนน่ากลัวอยู่บ้าง
ติงเหว่ยขยับตัวไปมาอย่างไม่ค่อยสบายใจ นางคิดไปคิดมาแล้วก็พูดเสริมอีกประโยคว่า “เหล้าที่เข้มข้นจะมีรสเผ็ดขึ้นมากหลังจากที่เอาไปต้มกลั่นหนึ่งถึงสองครั้ง คนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่อากาศหนาวชอบดื่มเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น หากเอาไปต้มกลั่นหลายๆ ครั้งเข้าก็จะสามารถเอาไปใช้ฆ่าเชื้อที่าแและทำให้าแไม่เน่าเปื่อยโดยง่าย แต่เวลาที่เอาไปเช็ดจะรู้สึกเจ็บนิดหน่อย”
กงจื้อิเอามือทั้งสองจับที่ขอบหน้าต่าง กล้ามเนื้อของเขาเกร็งอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนึกถึงทหารเ่าั้ที่ไม่ได้ตายภายใต้คมดาบของศัตรู ทว่ากลับต้องนอนรอความตายในค่ายทหาร แววตาของเขาก็ยิ่งมืดหม่นลงไปอีก “หลินลิ่ว เ้ารีบไปหาเหล้าที่แรงที่สุดมาเดี๋ยวนี้”
“ตกลง นายน้อย” หลินลิ่วหันหลังเดินออกไปทันที กงจื้อิกับนายน้อยฟางเองก็ทิ้งหมากรุกเอาไว้และเดินออกมานอกห้อง
เมื่อติงเหว่ยเห็นดังนั้นนางก็เก็บความคิดที่จะเล่นสนุกออกไป จากนั้นก็รีบะโเรียกให้เฟิงจิ่วไปเอาอิฐในห้องครัวเล็กมาก้อนหนึ่ง ทำให้หม้อเหล็กและฝาหม้อเอียงเล็กน้อยจนถึงระดับหนึ่ง
จนหลินลิ่วส่งข่าวบอกให้ลุงอวิ๋นรีบมา เขาจึงอุ้มเหล้าที่แรงที่สุดเข้ามาคนเดียวสองไห ติงเหว่ยก็เอาเหล้าเทลงในหม้อเหล็กทั้งหมด จากนั้นก็เติมฟืนทำให้ไฟลุกขึ้นมา
ในไม่ช้าทั้งลานก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเหล้า ทำให้บ่าวที่กำลังทำความสะอาดอยู่ที่เรือนนอกต่างก็ชะเง้อคอมองและยกจมูกสูดดมอย่างแรงเป็ระยะๆ ถึงแม้จวนสกุลอวิ๋นจะโอบอ้อมอารี แต่ของอย่างเหล้าก็ยังไม่อนุญาตให้ดื่มได้ทุกวัน มีเฉพาะ่ที่ไม่ได้อยู่เวรถึงจะแอบดื่มได้นิดหน่อย แต่วันนี้ที่เรือนด้านในราวกับว่านายน้อยและคนอื่นๆ ทำเหล้าหกทั้งไหอย่างไรอย่างนั้น กลิ่นหอมเข้มข้นของเหล้าทำให้คอเหล้าทั้งหลายต่างก็อยากดื่ม พวกเขากำลังคาดเดาว่าวันนี้เ้าบ้านมีเื่มงคลอะไร?
แต่นึกไม่ถึงว่าภายในเรือนด้านในนอกจากติงเหว่ยที่กำลังยุ่งแล้ว คนที่เหลือต่างก็ไม่มีอะไรทำ
ผู้าุโเหว่ย ลุงอวิ๋น กงจื้อิ นายน้อยฟาง รวมไปถึงหลินลิ่วและเฟิงจิ่ว และยังมีอวิ๋นอิ่งที่อุ้มเด็กต่างก็รวมตัวกันอยู่ใต้ชายคา พวกเขามองจนชะเง้อคอออกมา
หลังจากความยากลำบากมากมาย ในที่สุดติงเหว่ยก็ยกไหเล็กๆ ใบหนึ่งออกมา นางปาดเหงื่อบนหน้าผากและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เครื่องมือที่ใช้นั้นเรียบง่าย ทว่าต้องเปลืองเหล้าชั้นดีไปมากมาย สุดท้ายก็ได้มานิดเดียว”
ก่อนที่นางจะพูดจบ ผู้าุโเหว่ยก็เป็คนแรกที่รีบไปคว้าจอกนั้นและยกขึ้นมาจิบหนึ่งคำ ปรากฏว่าทันทีที่เข้าไปในปากก็รู้สึกได้ถึงรสเผ็ดจัดจนทำให้เขาไออย่างรุนแรง “อะแฮ่ม นี่... เหล้านี้มันแรงเกินไปจริงๆ!”
ติงเหว่ยรีบเข้าไปตบหลังผู้าุโจากนั้นก็พูดอย่างทำอะไรไม่ถูกว่า “ลุงเหว่ย สิ่งนี้เอาไว้ใช้ล้างแผล เข็มที่ใช้เย็บและมีดที่ใช้ล้วนต้องผ่านการฆ่าเชื้อทั้งหมด าแถึงจะไม่เน่าเปื่อยง่าย ไม่ใช่เอาไว้ให้ท่านดื่มสักหน่อย!”
“ข้ารู้อยู่แล้ว แต่เ้าบอกว่าเป็เหล่าชั้นดีและเป็เหล้าที่แรงที่สุด ข้าก็เลยอยากชิมสักหน่อย”
หลังจากพูดจบเขาก็ไม่สนใจคนอื่น เขารีบกอดไหเหล้าและวิ่งออกไปจากลานอย่างรวดเร็วราวกับสายลม คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะต้องไปหากระต่ายและกวางป่าอะไรพวกนั้นเพื่อมาทำการทดลองอีกครั้ง
นายน้อยฟางเองก็อยากรู้เช่นกัน เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็หุบพัดตีไปที่ฝ่ามือของตนเอง และพูดด้วยความโกรธว่า “ผู้าุโท่านนี้ ยังไงก็ให้เราดูสักหน่อยแล้วค่อยเอาไปสิ”
กงจื้อิอยู่กับติงเหว่ยมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว และเขาก็รู้นิสัยที่รอบคอบของนางเป็อย่างดี ตอนนี้เขาจึงไม่ได้พูดอะไร แค่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น
ติงเหว่ยถูกเขามองจนหน้าแดง นางอดไม่ได้ที่จะมองกลับอย่างโกรธๆ จากนั้นก็พูดว่า “เอ่อ ที่ห้องครัวยังเหลืออยู่อีกหนึ่งกา เดี๋ยวข้าจะยกออกมาให้ทุกคนได้ชิมกัน แต่อย่าดื่มมากเกินไป ลองจิบสักสองคำก็พอแล้ว”
“ตกลง พวกเราจะไม่ดื่มมากเกินไปแน่นอน”
ทุกคนต่างก็ดีใจมากและเอ่ยปากเร่งนางอย่างต่อเนื่อง
ติงเหว่ยเดินกลับไปที่ห้องครัวแล้วรีบหยิบกาเหล้าออกมาหนึ่งกาและจอกเหล้าอีกหลายใบ
นับจำนวนทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แม้แต่อวิ๋นอิ่งก็นับรวมอยู่ในนั้นด้วย ทุกคนต่างก็ได้คนละหนึ่งแก้ว
กงจื้อิก้มศีรษะลงและสูดดม เขารู้สึกถึงความเผ็ดร้อนที่พุ่งตรงเข้าไปในจมูก เขาจิบแค่คำเล็กๆ แต่รู้สึกราวกับเปลวไฟลุกไหม้ั้แ่ในลำคอ กระเพาะ จนถึงลำไส้ของเขา และทั้งร่างกายก็รู้สึกร้อนขึ้นมาในทันที
เขาอดไม่ได้ที่จะเป่าลมออกมาแรงๆ และชมเชยว่า “ช่างเป็เหล้าที่แรงจริงๆ!”
นายน้อยฟางที่คุ้นเคยกับการดื่มเหล้าอ่อนๆ หอนางโลม เมื่อครู่เขาจิบคำใหญ่เกินไปทำให้ใบหน้าของเขาตอนนี้แดงก่ำ และเขาก็ยอมรับว่า “เหล้านี้... แรงเกินไปจริงๆ!”
เนื่องจากว่ามีนายท่านอยู่ข้างๆ หลินลิ่ว เฟิงจิ่ว และอวิ๋นอิ่งทั้งสามคนต่างก็ไม่กล้าดื่มเยอะ พวกเขาจิบแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นก็พากันแยกเขี้ยวยิงฟันออกมา เฟิงจิ่วรีบไปหาที่ล้วงคอ เขาอยู่ข้างกายนายท่านตลอดเวลา หากว่าเมาขึ้นมาคงกลายเป็เื่ตลก
อวิ๋นอิ่งเองก็หันหลังกลับไปอุ้มอันเกอเอ๋อร์เข้าไปในห้อง นางเกรงว่าอีกเดี๋ยวจะเวียนหัวและล้มลงทำให้เด็กน้อยที่แสนล้ำค่าาเ็เอาได้
ติงเหว่ยมองอย่างสนุกสนาน และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นี่แค่ต้มกลั่นสองครั้งเท่านั้นยังสามารถดื่มได้โดยไม่เป็อันตราย แต่ถ้าเอาไปต้มกลั่นสักเจ็ดแปดครั้งก็จะกลายเป็แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ซึ่งเอาไว้ใช้ล้างาแดีที่สุด ทว่าคนไม่สามารถดื่มได้อีกต่อไป”
ทุกคนต่างพยักหน้า และสุดท้ายก็เสียดายที่ไม่มีผู้าเ็มาลองใช้วิธีนี้ เพราะอย่างไรกระต่ายและไก่ป่าก็ยังแตกต่างจากมนุษย์อยู่มาก
ทุกอย่างบนโลกใบนี้ไม่มีความบังเอิญ และยิ่งในเวลาเช่นนี้กลับได้ยินเสียงร้องของเหยี่ยวดังมาจากท้องฟ้า้าจวนสกุลอวิ๋น ทำให้ทุกคนต่างก็เงยหน้าขึ้นมอง