เหล่าบัณฑิตของสำนักศึกษาเทียนอวิ่นต่างก็พากันแตกตื่นขึ้นมา
“นี่ข้าไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่หรือไม่ มู่เฟิงกำลังทุบตีจางเจี้ยนที่สามารถเอาชนะบรรดายอดฝีมือที่ถูกจัดอันดับได้! ช่วยตบข้าที!”
ยามนี้ทุกคนต่างก็กำลังมองดูภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ สหายของชายหนุ่มผู้นั้นหันไปตบหน้าเขาอย่างแรง
เพี๊ยะ...!
เืไหลกลบปากชายผู้นั้นทันที...
“ให้ตายเถอะ เ้าเบาหน่อยไม่ได้หรือ ไอหยา ช่างเจ็บนัก นี่เป็ความจริง ข้าไม่ได้กำลังฝันไป”
“ขอโทษๆ ข้าไม่ทันระวังเผลอใช้พลังกังหยวนไปด้วย...”
ส่วนหนานหลิงก็ถึงกับเบิกตากว้าง แทบไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็นตรงหน้า
สีหน้าของศิษย์ทางฝั่งสำนักศึกษาเป๋ยโต่วพลันเปลี่ยนเป็ไม่น่ามอง
“เป็ไปได้อย่างไร คิดไม่ถึงว่าจางเจี้ยนจะถูกบัณฑิตใหม่ของเทียนอวิ่นทุบตีเช่นนี้!”
“คงไม่ใช่ว่าเ้าเด็กนั่นกินยาต้องห้ามอะไรเข้าไปหรอกนะ!”
ทุกคนต่างก็ใกับภาพที่เห็นตรงหน้าเป็อย่างมาก
“ฮ่าๆ น้องเฟิง เ้าทำได้ดีมาก จัดการมันให้หนักเลยนะ”
หยวนห่าวหัวเราะอย่างชอบใจ พร้อมส่งเสียงะโเชียร์ออกมา
“จางเจี้ยน เ้ามัวทำอันใดอยู่?”
ชายหนุ่มที่เปลือยกายท่อนบนแผดเสียงคำราม เวลานี้สีหน้าของเขาดูน่าเกลียดเป็อย่างยิ่ง
“เ้าเด็กนี่...นับวันยิ่งมองไม่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ”
โจวเหวินเฉวียน หยางฉาน รวมถึงบัณฑิตคนอื่นต่างก็ประหลาดใจเช่นกัน
ปัง!
มู่เฟิงเหวี่ยงร่างของจางเจี้ยนกระแทกลงบนพื้นดังโครม จางเจี้ยนแผดเสียงออกมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็กลิ้งไปตามพื้น ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้าง สายตาที่จ้องมองมู่เฟิงเต็มไปด้วยความโกรธและความประหลาดใจ
“เป็ไปได้อย่างไร เ้าสามารถะเิพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ออกมาได้อย่างไร?”
จางเจี้ยนตวาดออกมาอย่างโมโห เสื้อผ้าของเขากำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยเืของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นหัวไหล่ยังมีแผลลึกอีกสองรอยด้วย แต่ในขณะที่เขากำลังจะตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น มู่เฟิงก็เดินมากระทืบทรวงอกของเขาอย่างแรงเสียก่อน ทำให้เขากระอักเืออกมาอีกครั้ง
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าเ้าต้องชดใช้กับการกระทำของเ้า”
ดวงตาของมู่เฟิงทอประกายเ็า จากนั้นเขาก็กระทืบลงบนแขนของจางเจี้ยนอย่างแรง
กร๊อบ...!
“อ๊าก…!”
จางเจี้ยนหวีดร้องเสียงโหยหวนอย่างน่าสังเวช ฝ่าเท้าเมื่อครู่บดขยี้กระดูกแขนของเขาจนหัก เสียงหวีดร้องของชายหนุ่มดังก้องไปทั่วทะเลสาบเทียนอวิ่น
มู่เฟิงยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขากระทืบเท้าลงไปยังแขนอีกข้างของจางเจี้ยนจนกระดูกหักเช่นกัน
ปัง!
เด็กหนุ่มเตะร่างของจางเจี้ยนจนลอยตกลงไปในทะเลสาบเทียนอวิ่นทันที
“จางเจี้ยน!”
ศิษย์จากสำนักศึกษาเป๋ยโต่วหลายคนรีบวิ่งไปบนผิวน้ำเพื่อช่วยจางเจี้ยนขึ้นมาทันที ทางด้านจางเจี้ยนไม่อาจทนต่อความเ็ปได้จึงสลบไปก่อนแล้ว
มู่เฟิงยังคงยืนอยู่บนเวทีโดยมีสายฟ้าโอบล้อมอยู่รอบตัว เขาจ้องมองไปทางหนานหลิงด้วยสายตาเย็นะเื
“แพ้แล้ว คิดไม่ถึงว่ามู่เฟิงจะสามารถเอาชนะจางเจี้ยนได้จริง!”
“ไม่น่าเชื่อ แท้จริงแล้วเ้าเด็กนั่นฝึกฝนมาอย่างไรกันแน่?”
ฉับพลันนั้นก็บังเกิดความโกลาหลขึ้นในกลุ่มคนทันที สีหน้าของแต่ละคนมีเพียงความตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น
“หนานหลิง เ้าแพ้เดิมพันแล้ว”
มู่เฟิงชี้นิ้วไปทางหนานหลิงก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
สีหน้าของหนานหลิงพลันเปลี่ยนเป็น่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม จากเื่นี้เขาไม่ได้สูญเสียเพียงคะแนนหนึ่งหมื่นคะแนนเท่านั้น แต่มันราวกับว่าเขาได้ถูกมู่เฟิงตบหน้าอีกด้วย
“ฮ่าๆ ทำได้ดีมาก มู่เฟิง เ้าทำได้ดีมาก!”
หยวนห่าวหัวเราะออกมาเสียงดัง
ไม่นานหลังจากนั้นบัณฑิตคนอื่นๆ ในสำนักศึกษาเทียนอวิ่นก็พลันได้สติกลับคืนมา พวกเขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“มู่เฟิง เ้าทำได้ดีมาก!”
“ยอดเยี่ยม สวยงามมาก แบบนี้แล้วพวกสำนักศึกษาเป๋ยโต่วยังจะกล้าหยิ่งผยองได้อีกไหม ฮ่าๆ สุดท้ายพวกเขาก็พ่ายแพ้ให้กับบัณฑิตใหม่ของเรา!”
บัณฑิตฝั่งสำนักศึกษาเทียนอวิ่นต่างก็ปรบมือและร้องโห่ เป็ครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกว่าการมีบัณฑิตใหม่นิสัยบ้าบิ่นเช่นนี้ก็นับว่าเป็เื่น่ายินดีเช่นกัน
“มู่เฟิงเ้าเยี่ยมมาก”
“มู่เฟิง มู่เฟิง!”
ใบรรดากลุ่มของบัณฑิตใหม่มีสตรีหลายคนจ้องมองไปทางเด็กหนุ่มผมขาวในชุดคลุมสีดำ พวกนางต่างก็ะโเรียกชื่อเขาเสียงดัง
“นับว่าไม่เลว”
มู่หลิงเอ๋อร์เดินเข้ามาพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ได้ทำให้ท่านขายหน้าใช่หรือไม่?”
เด็กหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส
มู่หลิงเอ๋อร์ยิ้มบาง นางยกมือขึ้นไปบีบใบหน้าของมู่เฟิงพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หากผ่านไปอีกปี เกรงว่าพี่สาวของเ้าคงเอาชนะเ้าไม่ได้แล้ว”
“คิกๆ ไม่แน่ว่าตอนนี้ท่านก็อาจจะเอาชนะข้าไม่ได้แล้ว”
มู่เฟิงหัวเราะร่า
“อวดเก่งเสียเหลือเกิน”
มู่หลิงเอ๋อร์กลอกตามองน้องชาย
“เ้าหนุ่ม ข้าจะสู้กับเ้าเอง!”
ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มร่างกายกำยำผู้หนึ่งจากสำนักศึกษาเป๋ยโต่วะโขึ้นมาบนแท่นการประลอง อีกฝ่ายตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงเดือดดาล ลักษณะเด่นของคนผู้นี้ก็คือใบหูที่กางออกจนเห็นได้ชัด ดวงตาเรียวเล็กและโหนกแก้มสูง เมื่อมองโดยรวมอาจกล่าวได้ว่าหน้าตาอัปลักษณ์เป็อย่างยิ่ง
“คนผู้นี้คือจางเจิ้งเทาพี่ชายของจางเจี้ยน เขาเป็ยอดฝีมือที่ถูกจัดอันดับของสำนักศึกษาเป๋ยโต่วของเรา นี่เขาคิดจะลงมือด้วยตัวเองเลยรึ?”
“คราวนี้เ้าเด็กนั่นได้ตายแน่ เวลานี้พี่เทาได้ฝึกฝนฝ่ามือเกลียวคลื่นจนเกือบจะบรรลุระดับสมบูรณ์แล้ว”
มู่เฟิงขมวดคิ้ว ขณะมองไปยังชายหนุ่มผู้นั้นแล้วกล่าวว่า “ไม่สู้!”
“อะไร! เ้ารู้จักกลัวแล้วรึ?”
จางเจิ้งเทากล่าวอย่างเ็า
“น่าแปลก ทำไมข้าต้องสู้กับเ้าด้วย? ต่อให้ชนะเ้าก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อันใด”
มู่เฟิงกล่าวอย่างไม่แยแส เพราะเดิมทีเขาไม่ได้สนใจการต่อสู้เหล่านี้อยู่แล้ว ทั้งหมดเป็เพราะจางเจี้ยนแสดงกิริยาไม่สุภาพต่อมู่หลิงเอ๋อร์ต่างหาก และคนอย่างมู่เฟิงจะยอมปล่อยคนที่ล่วงเกินพี่สาวของเขาได้อย่างไร
“เ้า...ดี ไม่ใช่ว่าเ้าชอบเดิมพันหรอกหรือ หากว่าข้าแพ้ ข้าจะมอบเงินให้เ้าหนึ่งหมื่นเหรียญตำลึงทอง”
จางเจิ้งเทากล่าวด้วยความขุ่นเคือง
มู่เฟิงขมวดคิ้วหลังจากได้ยินคำพูดอีกฝ่าย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าและกล่าวว่า “เอาเถอะ แม้ข้าจะไม่ได้สนใจเงินหนึ่งหมื่นเหรียญตำลึงทองของเ้ามากนัก แต่ในเมื่อเ้าคิดจะมอบมันให้ข้า เช่นนั้นข้าย่อมต้องไม่ทำให้มันเสียเปล่า”
“จองหอง!”
จางเจิ้งเทาตวาดออกมาเสียงดัง
“หากเ้าแพ้ ข้าจะตัดแขนขาของเ้าเสีย”
มู่หลิงเอ๋อร์ขมวดคิ้ว ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าจะสู้กับเขาเอง”
มู่เฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ “วางใจเถอะ ถ้าข้าเอาชนะเขาไม่ได้ท่านค่อยลงมือ”
หลังจากได้ยินดังนั้น มู่หลิงเอ๋อร์ก็เพียงพยักหน้า
จางเจิ้งเทาผู้นี้มีวรยุทธ์อยู่ในระดับหนิงกังขั้นสาม แต่เขาถูกจัดให้เป็ยอดฝีมืออันดับที่เก้าสิบสี่ของสำนักศึกษาเป๋ยโต่ว และเขายังเป็พี่ชายของจางเจี้ยนอีกด้วย
มู่เฟิงจ้องจางเจิ้งเทาก่อนจะกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ลงมือเถอะ ข้ามีเวลาไม่มากนัก”
อีกไม่นานพลังสายฟ้าภายในร่างของเขาจะสะท้อนกลับแล้ว ดังนั้นเขาจำต้องรีบจบการต่อสู้ครั้งนี้โดยเร็วที่สุด
“ไม่ต้องห่วง อีกประเดี๋ยวข้าจะทำให้เ้าต้องนอนหมอบอยู่บนสังเวียนนี้เอง”
จางเจิ้งเทาแสยะยิ้มน่ากลัว
พรึ่บ!
กล่าวจบ จางเจิ้งเทาก็ทะยานร่างเข้าหามู่เฟิงทันที ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็ได้รวบรวมพลังกังหยวนสีน้ำเงินเอาไว้กลางฝ่ามือด้วย คลื่นพลังอันแข็งแกร่งแทรกซึมไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
มู่เฟิงเองก็ทะยานร่างเข้าหาอีกฝ่ายเช่นกัน พลังปราณเพลิงภายในร่างของเขาเดือดพล่านก่อนจะไหลผ่านเส้นลมปราณทั่วทั้งร่าง
“ฝ่ามือเกลียวคลื่น!”
จางเจิ้งเทาแผดเสียงคำรามออกมาอย่างดุดัน พร้อมกับตบฝ่ามือออกมา ตราฝ่ามือสีน้ำเงินขนาดใหญ่พลันพุ่งออกไปโจมตีมู่เฟิงทันที และอานุภาพพลังของมันก็ทรงพลังเป็อย่างยิ่ง
ฝ่ามือเกลียวคลื่นเป็ทักษะวิชาระดับนิลกาฬขั้นต่ำที่จางเจิ้งเทาฝึกฝนมันจนเกือบจะบรรลุถึงระดับสมบูรณ์แล้ว
“ะเิหมัดเก้าเพลิงสุริยา!”
มู่เฟิงแผดเสียงคำราม พร้อมกับปล่อยหมัดออกมา หมัดที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงพุ่งเข้าปะทะกับตราฝ่ามือสีน้ำเงินอย่างรุนแรง
เปรี้ยง…!
คลื่นพลังทั้งสองพลันะเิออกมาทันที พลังที่สาดซัดออกไปรอบๆ บริเวณบีบให้พวกเขาต้องถอยออกไปหลายก้าว ด้านมู่เฟิงก็ได้รับผลกระทบบางส่วนเช่นกัน เืในกายของเขาเกิดความปั่นป่วนขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้เขาต้องถอยออกไปอย่างต่อเนื่อง
ส่วนจางเจิ้งเทาถอยออกไปเพียงสองก้าวเท่านั้น จากนั้นเขาก็ตบฝ่ามือไปทางมู่เฟิงไม่หยุด บนแท่นประลองบังเกิดเสียงะเิพลังดังโครมคราม พร้อมกับคลื่นพลังที่สาดซัดไปทั่วบริเวณ
เวลานี้มู่เฟิงเป็ราวกับแมลงวันตัวหนึ่งที่กำลังเคลื่อนกายหลบหลีกการโจมตีไปมาโดยไม่ได้หยุดพัก แต่บนฝ่ามือทั้งสองของเขากำลังควบแน่นพลังกังหยวนออกมาจำนวนมาก และเส้นสายพลังเหล่านี้ก็กำลังสอดผสานกันไปมาตามลายเส้นกระบี่ที่อยู่ในหัวของเด็กหนุ่ม
เพียงไม่นานลำแสงกระบี่สีโลหิตทั้งสี่เล่มก็ถูกควบแน่นขึ้นกลางฝ่ามือของมู่เฟิง และอานุภาพพลังของกระบี่นี้ก็น่าสะพรึงเป็อย่างยิ่ง
“จงแพ้ไปเสีย!”
จางเจิ้งเทากระโจนร่างขึ้น้าก่อนจซัดฝ่ามือลงมา คลื่นพลังมหาศาลสาดถูกปล่อยออกไปบดขยี้พื้นด้านล่างทันใด
“ร้อยกระบี่หวนคืน โจมตี!”
มู่เฟิงถอยออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับโบกฝ่ามือของเขาออกไป
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
กระบี่ลายเส้นจากพลังกังชี่โลหิตชูร่าทั้งสี่เล่มพลันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว โดยทิศทางของมันล้วนเป็ไปตามการควบคุมของมู่เฟิง คมกระบี่เ่าั้แทงไปยังฝ่ามือนั้นทันที
เมื่อคมกระบี่เ่าั้มุ่งหน้าตรงเข้ามาทางจางเจิ้งเทา เขาก็รีบตบฝ่ามือออกไปทำลายกระบี่อีกครั้ง ทว่าเขากลับสามารถทำลายลำแสงกระบี่ได้เพียงสองเล่มเท่านั้น ส่วนลำแสงกระบี่อีกสายหนึ่งสามารถหลบการโจมตีของเขาได้ และมันกำลังพุ่งตรงมาทางร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
“อ๊าก!”
จางเจิ้งเทาหวีดร้องเสียงโหยหวนออกมา คมกระบี่ทั้งสองเล่มเฉือนผ่านร่างของเขาไปมาอย่างต่อเนื่อง สร้างาแบนร่างให้กับเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงไม่นานทั่วทั้งร่างของเขาก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเืจนท่วมตัว
“ยกโทษให้ข้าด้วย อ๊าก! ข้ายอมรับความพ่ายแพ้แล้ว!”