หลังจากนั้นไม่นานตี้เชียนเสวี่ยก็ต้องตกตะลึงกับความเจริญรุ่งเรืองของวิหารเซียวเหยา
สภาพโดยรวมของวิหารเซียวเหยาแห่งนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่าวังหลวงเสียอีก!
แม้ว่าจะต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาล แต่ในขณะนี้พวกเขาทั้งสองก็ปลอดภัยแล้ว
ความวุ่นวายที่ด้านนอกทำให้ตี้เชียนเสวี่ยรู้สึกสิ้นหวัง แต่เมื่อเข้าสู่วิหารเซียวเหยาสภาพจิตใจของนางก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“ที่นี่คือ...?”
ตี้เชียนเสวี่ยถามถังเหล่ยด้วยความประหลาดใจ เพราะสถานที่แห่งนี้มีหญิงงามมากมาย
“เมื่อมีชายหนุ่มเข้ามายังสถานแห่งนี้ จะมีหญิงงามเดินเข้ามาบริการพวกเขาอย่างอบอุ่นทันที” ถังเหล่ยกล่าวด้วยความเขินอาย
“หอคณิกา!?” ตี้เชียนเสวี่ยโพล่งออกมาพร้อมกับมองถังเหล่ยด้วยความประหลาดใจ
“ประมาณนั้น!” ถังเหล่ยกล่าวและพยักหน้าช้าๆ
แม้ว่าถังเหล่ย้าปฏิเสธแต่วิหารเซียวเหยาก็เป็สถานที่เช่นนั้นจริงๆ!
“เ้าพาข้ามายังสถานที่เช่นนี้!” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวและหยุดเดินทันที นางไม่อยากเข้าไปยังส่วนลึกของหอคณิกาแล้ว!
“เหตุผลที่เราเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ก็เพราะเราไม่อยากตายไม่ใช่หรือ? ข้าซื่อสัตย์และมีจรรยาบรรณพอ ข้าไม่สนใจด้วยซ้ำว่าสถานที่แห่งนี้เป็เช่นไร?” ถังเหล่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมตบหน้าอกของตัวเอง
“ข้าเป็สตรี ข้าไม่รู้สึกอะไรกับสถานที่เช่นนี้ แต่เ้า…!”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวด้วยความสับสน เดิมทีนางก็ไม่คิดว่าถังเหล่ยจะมาสถานที่เช่นนี้ แต่สิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวออกมานั้นคือความจริง เพราะพวกเขาทั้งสองหนีการไล่ล่าจึงต้องเข้ามายังสถานที่แห่งนี้
“แม้ว่าข้าจะเป็บุรุษ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเช่นเดียวกับเ้า” ถังเหล่ยกล่าวอย่างเ็า
“ข้าไม่เชื่อและไม่อยากเข้าไปด้วย!” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวเสียงแข็งทันที
“เ้าจะไม่ไปกับข้าก็ตามใจ แต่อย่าลืมว่าความปลอดภัยของเ้ามีเพียงชั่วคราวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเ้าลองกวาดสายตาไปรอบๆ ดูสถานที่แห่งนี้ให้ดี ข้าคิดว่าเ้าไปกับข้าจะปลอดภัยกว่า” ถังเหล่ยกล่าวพร้อมกับชี้ไปด้านหน้า
“ข้ายอมเข้าไปด้วยก็ได้ ข้าจะคอยป้องกันไม่ให้เ้าถูกหญิงงามพวกนั้นลักพาตัว!” ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวอย่างเ็าและเดินตามหลังถังเหล่ยไป
ในเวลาเดียวกันกลุ่มผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษที่ประตูทางเข้าก็กำลังจะจากไป แต่มีสมาชิกสองคนที่ยังคงสงบนิ่งพร้อมกับจ้องมองถังเหล่ยโดยไม่วางตา
พวกเขาคาดเอาไว้ว่าถังเหล่ยผู้นี้คงจะไม่สามารถอยู่ในวิหารเซียวเหยาได้เกินสองวันอย่างแน่นอน เพราะค่าใช้จ่ายนั้นมหาศาล หลังจากนั้นอีกฝ่ายจะเป็เนื้อบนเขียงให้พวกเขาสับเป็ชิ้นๆ
อีกด้านหนึ่งของูเาจู่หุนนั้นไร้แสงไฟจากคบเพลิง แต่ถูกทดแทนด้วยไข่มุกเรืองแสงขนาดเท่าฝ่ามือจำนวนนับไม่ถ้วน ท่ามกลางไข่มุกเรืองแสงจำนวนมากนั้นมีวังขนาดใหญ่ตั้งอยู่
วังแห่งนี้คือสถานที่รวมตัวของสมาคมวีรบุรุษ ภายในวังมีห้องเล็กๆ มากมาย และตรงกลางของวังคือห้องโถงขนาดใหญ่ ผู้ฝึกตนของสมาคมวีรบุรุษต่างเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าห้องโถงหลัก
ในเวลานี้ภายในห้องโถงหลักเฮยซานกำลังต้อนรับชายชุดคลุมสีเขียวอย่างอบอุ่น
“เหตุใดท่านชิงจือจึงได้มาหาข้าถึงูเาจู่หุน แล้วท่านเหอชิงเป็อย่างไรบ้าง? สบายดีหรือไม่?” เฮยซานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“อาจารย์เหอชิงสบายดี อาจารย์ยังถามถึงท่านอยู่เลย”
คนที่กล่าวไม่ใช่ใครอื่นเขาผู้นี้คือชิงจือ!
หลังจากที่ถังเหล่ยหนีออกมาจากจักรวรรดิซือฉี ชิงจือผู้นี้ก็ได้มาทีู่เาจู่หุนเพื่อเข้าพบเฮยซานทันที แน่นอนว่าชิงจือผู้นี้้าตัวของถังเหล่ยเป็อย่างมาก!
ความจริงแล้วชิงจือไม่ได้้าสังหารถังเหล่ยในเวลานี้ ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก ดังนั้นเขาจึง้าที่จะรู้ว่าอาจารย์ของถังเหล่ยนั้นคือผู้ใด เหตุใดอีกฝ่ายจึงได้กลายเป็นักปรุงยาที่มากฝีมือเช่นนี้
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเหอชิงและเฮยซานนั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะในตอนแรกเฮยซานขอให้ถังเหล่ยช่วยปรุงยาให้กับเขาแต่ถังเหล่ยปฏิเสธ ท้ายที่สุดผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเฮยซานก็คือเหอชิง เพราะในเวลานั้นเหอชิงก็้ามีอำนาจในูเาจู่หุนเช่นกัน
ปัจจุบันความแข็งแกร่งของเฮยซานแตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง เพราะในขณะนี้เฮยซานเป็ผู้ฝึกตนระดับราชันยุทธ์ขั้นห้า
อย่างไรก็ตามผู้มีอำนาจอย่างเฮยซานและเทียนเล่อถือเป็เพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้นเมื่อเทียบกับบรรดาผู้มีอำนาจในูเาจู่หุน เพราะยังมีผู้แข็งแกร่งและทรงอำนาจอีกมากมายที่ยังไม่ได้เปิดเผยตัวตน
“ข้ามาที่นี่ตั้งใจมาเข้าพบกับท่านเฮยซานโดยเฉพาะ” ชิงจือกล่าวด้วยความร้อนใจ
“ท่านชิงจือกล่าวมาได้เลย หากสิ่งนั้นข้าช่วยท่านได้ ข้าเฮยซานจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน!”
เฮยซานกล่าวพร้อมตบหน้าอกของตัวเอง เขารู้อยู่แก่ใจว่าบุญคุณของเหอชิงนั้นยิ่งใหญ่มากเพียงใด
“ข้ากำลังตามหาชายผู้หนึ่งอยู่ เขามีนามว่าถังเหล่ย ท่านเฮยซานอาจเคยได้ยินชื่อ!” ชิงจือกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน
เมื่อเฮยซานได้ยินคำกล่าวของชิงจือสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ในอดีตเขารู้จักกับผู้ฝึกตนนามว่าถังเหล่ยซึ่งเป็ถึงาานักปรุงยา หลังจากที่ได้ข่าวว่าาานักปรุงยาถังเหล่ยถูกสังหารแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกเศร้าใจ
“ท่านเฮยซานไม่ต้องกังวล ชายผู้นี้เป็เพียงชายหนุ่มและมีชื่อเดียวกันเท่านั้น แต่ชายหนุ่มผู้นี้ก็มีวิธีการและความโเี้ไม่ต่างจากถังเหล่ยที่ท่านรู้จักมากนัก เขานำปัญหามาให้ข้าเพราะเขาได้สังหารบุตรชายของอ๋องเลี่ยแห่งจักรวรรดิซือฉีและหลบหนีมายังูเาจู่หุน!”
ทันทีที่ชิงจือกล่าวจบ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาจากด้านนอก และกล่าวด้วยความร้อนใจทันที
“มีคน้าสังหารต้าชงและเอ่อหัว หนึ่งในสหายของเราเหลือรอดเพียงแค่คนเดียว!”
“ว่าอย่างไรนะ!?”
เฮยซานกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที เป็เวลาหลายปีแล้วที่ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือกับกลุ่มของพวกเขา!
“พวกเขาเป็เพียงผู้ฝึกตนอายุน้อยเท่านั้น และยังอยู่ในระดับผู้ชำนาญยุทธ์อีกด้วย สหายอีกกลุ่มของเราไล่ตามไปแต่พวกเขาได้หลบหนีเข้าไปในวิหารเซียวเหยา!” ผู้ฝึกตนที่นำสารมากล่าวด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย
“เ้าพวกโง่ ปล่อยให้เด็กน้อยรังแกได้!” เฮยซานกล่าวด้วยความโกรธ
“สหายของเราที่เป็ถึงยอดยุทธ์ก็ไม่สามารถเทียบความเร็วกับชายหนุ่มผู้นั้นได้!” ผู้ฝึกตนที่นำสารมากล่าวต่อ
เมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้ฝึกตนชิงจือก็ต้องตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ได้กล่าวลักษณะคร่าวๆ ของถังเหล่ยออกมา
“ใช่อย่างแน่นอน!” ผู้ฝึกตนยืนยันทันที
ในขณะนี้ชิงจือไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกแล้วเพราะถังเหล่ยคือคู่ปรับที่แท้จริงของเขา เขามาที่สมาคมวีรบุรุษเพื่อจะขอความช่วยเหลือให้จับตัวถังเหล่ย แต่อีกฝ่ายลงมือสังหารผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษไปก่อนแล้ว
หลังจากนี้เฮยซานและถังเหล่ยได้เป็ศัตรูกันโดยสมบูรณ์แล้ว!
อีกด้านหนึ่งชิงจือกำลังสับสนว่าอีกคนหนึ่งที่มาด้วยกันกับถังเหล่ยนั้นคือใคร?
……
