เมื่อความคิดจบลง ข้อมูลมากมายก็เพิ่มเข้ามาในหัวของซูฮ่าวนับไม่ถ้วน
ใช้เวลาอยู่สองนาที เขาถึงสามารถจัดการข้อมูลส่วนใหญ่ในหัวได้
ทุกคนเห็นซูฮ่าวกระมิดกระเมี้ยนไม่ขยับปาก อาการเยาะเย้ยในตาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
เป็อย่างนั้นจริงๆ เศรษฐีรุ่นที่สองอย่างคุณชายเสเพลคนนี้แค่กำลังอวดดี
ก็ไม่รู้ว่าเห็นแก่หน้าไป๋เหวินหลิง หรือว่าอยากเห็นซูฮ่าวปล่อยไก่ ภายในสองสามนาทีนี้ ผู้คนกลับไม่ส่งเสียงจนบรรยากาศเงียบมาก
แต่อาการดูถูกบนใบหน้าของทุกคนยิ่งมากขึ้นทุกที
ซูฮ่าวไม่ได้รับผลกระทบจากทุกคนแม้แต่น้อย เขามองผลงานของทั้งสองท่านไปมาโดยที่ไม่รีบร้อนหรือเชื่องช้าจนเกินไป
ด้านล่างเวที หลินอีหลุนยกไวน์แดง และมองซูฮ่าวที่อยู่บนเวทีอย่างสนุก เขาเผยรอยยิ้มหยอกเย้าอยู่ทุกเวลา ราวกับกำลังดูตัวตลก
เพื่อศักดิ์ศรีที่ลวงตา คิดไม่ถึงว่าจะแสร้งดูผลงานอย่างจริงจัง มีคนที่น่าขำมากขนาดนี้เลยหรือ?
ไป๋เหวินหลิงที่อยู่แถวหลังเม้มปาก ขนคิ้วที่อยู่บนดวงตาอันงดงามสั่นไหวเล็กน้อย แต่แฝงด้วยความหดหู่และทอดถอนใจ
เธอไม่รู้ว่าซูฮ่าวมีความมั่นใจอะไรจึงขึ้นไปแสดงความคิดเห็นผลงานของปรมาจารย์ด้านอักษรวิจิตรระดับาุโ เธอรู้แค่ว่า อีกเดี๋ยวซูฮ่าวจะเผชิญหน้ากับคำเยาะเย้ยและดูถูกต่างๆ นานา
“ซูฮ่าว นายยังคงชอบเอาชนะ บางทีครั้งนี้อาจจะโจมตีนาย และทำให้นายรู้ถึงความสามารถของตนเอง” ไป๋เหวินหลิงมองซูฮ่าวที่แกล้งจริงจังและสงบนิ่งอยู่บนเวทีอย่างจนปัญญา ในที่สุดก็ถอนหายใจ
หลังจากผ่านไปสามนาที ซูฮ่าวที่อยู่บนเวทีก็หยุดมอง เขาหลับตาครุ่นคิดสักพัก ก็มองคุณจ้าวพลางพูดว่า “อักษรสิงชูของคุณจ้าว ตอนเขียนพู่กันดั่งเมฆลอยน้ำไหล อ้วนบ้างผอมบ้าง ไม่ใช่อักษรข่ายชูไม่ใช่อักษรเฉ่าชู อีกทั้งยังอยู่เหนือกฎ แต่คือขีดจำกัดของอักษรข่ายและลี่”
“พิจารณาจากลักษณะความน่าสนใจของการประดิษฐ์อักษรนี้ ด้วยความเคยชินในการเขียนอักษรของคุณจ้าวจะเริ่มจากด้านขวา ด้านหน้า และด้านหลังแยกชัดเจน ศูนย์กลางมั่นคง ก็เพราะจุดนี้ ทำให้โครงสร้างของขีดมีสัดส่วนที่สวยที่สุด”
“แต่เพราะเคยชินกับการเขียนอักษรจากด้านขวา จึงทำให้อักษรสิงชูนี้ขาดความสมดุลและจังหวะที่แน่นอน ความกระชับก็ต่ำเล็กน้อย อย่างไรอักษรสิงชูก็ต้องสั้นอย่างพอเหมาะ ความหนาบางสมดุลกัน ผมแนะนำว่าต่อไปคุณจ้าวเขียนหมึกก็เขียนจากตรงกลางและแยกออกไปสองด้าน อย่างนี้ก็จะแก้ปัญหาด้านความสมดุลและจังหวะได้”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ออกมา คุณจ้าวก็ตกตะลึง และยืนขึ้นทันที เขาเดินมาตรงหน้าผลงานของตนเองและสังเกตอย่างละเอียด ทันใดนั้นแววตาเขาก็เปล่งประกาย
“คุณพูดถูกมาก เพราะอักษรสิงชูของผมเขียนจากด้านขวา เมื่อครู่นี้ก็เขียนตามรูปแบบของตัวเอง แต่เพราะเหตุนี้ ตลอดทั้งการเขียนตัวอักษรจะปรากฏปัญหาความสมดุลและจังหวะที่แน่นอน ถึงแม้เล็กมาก แต่หากเป็ปรมาจารย์อักษรวิจิตรที่แท้จริงดู แค่แวบเดียวก็มองออกได้”
“เขียนจากตรงกลางออกไปทั้งสองด้าน ก็จะทำให้ข้อบกพร่องของวิธีการเขียนไปด้านขวาของผมสมบูรณ์แบบได้ ทั้งยังเกิดข้อดีอย่างวาดัแต้มั์ตา [1] ได้ ช่างเป็กลอุบายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ คิดไม่ถึงว่าคุณซูจะคิดวิธีการอย่างนี้ออกมาได้ เยี่ยมมากจริงๆ !”
คุณจ้าวพูดพึมพำกับตัวเอง และมองซูฮ่าวไปด้วย เขาชูนิ้วโป้ง ั์ตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
อักษรสิงชูของเขาไม่ก้าวหน้ามาหลายปีแล้ว วันนี้เมื่อได้ฟังคำพูดของซูฮ่าว คิดไม่ถึงว่าจะเกิดความเข้าใจได้ในชั่วพริบตาเช่นนี้
ผู้คนด้านล่างต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน
นี่มันอะไรกันแน่?
คิดไม่ถึงว่าเ้าเด็กนั่นจะเข้าใจการประดิษฐ์อักษรจริงๆ ?
มือที่จับแก้วไวน์แดงของหลินอีหลุนสั่น บนใบหน้าเต็มไปด้วยความตะลึง
เป็ไปไม่ได้!
ทั้งที่ข่าวกรองก็รายงานมาว่า ซูฮ่าวคนนี้จบการศึกษาแค่ระดับมัธยมปลาย ความรู้ด้านการประดิษฐ์อักษรที่มีก็แทบจะเป็ศูนย์ จะแสดงความคิดเห็นให้ผลงานของคุณจ้าวได้อย่างไร?
ไป๋เหวินหลิงเองก็ตะลึงงันนิ่งไปแล้ว
โดยเฉพาะตอนที่ได้ยินคุณจ้าวชมซูฮ่าว บนใบหน้าน้อยๆ ของเธอก็เต็มไปด้วยอาการใและเหลือเชื่อ
คุณจ้าวคือบุคคลระดับไหน?
บุคคลระดับผู้าุโด้านอักษรสิงชูของฉวนโจว!
ลูกศิษย์ของเขาต่างอยู่ในหน่วยงานบริหารต่างๆ มีอำนาจไม่ธรรมดา
แต่ก็คือคนใหญ่คนโตอย่างนี้ คิดไม่ถึงว่าจะเผยท่าทางที่ตื่นเต้นกับการแสดงความคิดเห็นของซูฮ่าว โดยเฉพาะมีความรู้สึกเลื่อมใส
ความฝัน?
ภาพลวงตา?
ไป๋เหวินหลิงแยกไม่ออกแล้ว!
บนเวที หลังจากที่ซูฮ่าวชี้ข้อบกพร่องของคุณจ้าวแล้ว ก็หันไปมองคุณหลิ่ว “อักษรเฉ่าชูของคุณหลิ่ว ลายมือมีลักษณะบาง การเชื่อมกันระหว่างตัวอักษรก็ชัดเจน ลากยาวหลายตัวอักษร ระหว่างขั้นบรรทัดไม่ขาดกัน ไม่สามารถแยกแยะได้ง่ายๆ ประกอบเป็รูปแบบที่เป็เอกลักษณ์”
“ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ วิธีการเขียนอักษรเฉ่าชูของคุณหลิ่วสมบูรณ์แบบ อักษรบนล่างเขียนต่อเนื่องกัน ตอนท้ายและตอนต้นเสริมกัน ทุกๆ ตัวอักษรปกติก็มีกฎที่รวบรัด รูปแบบโดยรวมก็สวยงาม ท่วงทีระหว่างตัวอักษรกับตัวอักษรยอดเยี่ยมเป็อย่างยิ่ง สูงสง่าแต่ไม่สูญเสียต้นกำเนิด”
“น่าเสียดาย อักษรเฉ่าชูของคุณหลิ่วควบคุมไม่ได้มากเกินไป ทำให้อักษรเฉ่าชูขาดลำดับที่แน่นอนในการประกอบกัน ผมว่า อักษรเฉ่าชูในฐานะผลงานทางศิลปะ ตัวอักษรไม่เป็ระเบียบได้ แต่สีสันต่างๆ ของมันจะยุ่งเหยิงไม่ได้ เพราะควรจะเป็ระเบียบเรียบร้อยมาก มิฉะนั้น ก็ไม่มีทางที่จะสะท้อนความงามที่ไม่สม่ำเสมอกันและความจริงออกมาได้”
เมื่อพูดเช่นนี้ออกมา ดวงตาของคุณหลิ่วก็หดเล็กลง และปรบมือทันที
“พูดได้ดี ผมก็รู้สึกมาตลอดว่าตัวอักษรเฉ่าชูของผมมันควบคุมไม่ได้เกินไป ทำให้เก็บวางได้ไม่เป็อิสระพอ คุณซู ไม่ทราบว่าผมควรจะแก้ไขข้อบกพร่องนี้อย่างไร?”
ซูฮ่าวเงียบไปสักพัก ก็พูดแนะนำว่า “ตัวอักษรเฉ่าชูควบคุมไม่ได้มากเกินไป นี่ก็เกี่ยวข้องกับนิสัยของคุณหลิ่วด้วย ผมแนะนำว่าทุกครั้งที่คุณหลิ่วจะจุ่มหมึกเขียนอักษร ควรจะสร้างสรรค์ผลงานในสถานที่เงียบๆ และเปิดเพลงที่จรรโลงใจให้ร่างกายและจิตใจของตนเองผ่อนคลาย เช่นนี้ก็เพียงพอจะสร้างความสมดุลของการเขียนอักษรเฉ่าชูของคุณหลิ่วได้แล้ว”
“เป็วิธีการที่ดี” คุณหลิ่วตาลุกวาว ราวกับคนที่กระหายน้ำได้พบกับพื้นที่สีเขียวในทะเลทรายอย่างกะทันหัน
“คุณซู คิดไม่ถึงว่าคุณจะมีความเข้าใจและแตกฉานในเื่การประดิษฐ์อักษรเช่นนี้ ความคิดเห็นในวันนี้ก็โดนใจผมจริงๆ ผมรู้สึกซาบซึ้งมาก”
เขากับคุณจ้าวอุทิศตัวให้กับการประดิษฐ์อักษรมาสามสิบกว่าปีแล้ว ยี่สิบสามสิบปีมานี้ การยกระดับของการประดิษฐ์อักษร และการยกระดับของชื่อเสียงของพวกเขาทำให้มีผู้คนหวาดกลัวต่อพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ พอมีผลงานออกมา ก็มีแค่คำชมเชยและรางวัล แต่ไม่มีคำวิจารณ์และคำแนะนำเช่นนี้
ก็เพราะคำสรรเสริญเยินยอและประจบประแจงของมวลชนทำให้ผลงานของพวกเขาสองคนค่อยๆ หยุดก้าวหน้า ่ไม่กี่ปีมานี้ก็มีความก้าวหน้าน้อยมาก
แต่วันนี้การปรากฏตัวของซูฮ่าว ก็เหมือนกับม้าพันธุ์ดีพบคนคัดม้าแล้ว ทำให้เขาเห็นพื้นที่ที่ตนเองจะก้าวหน้าแล้ว
ผู้คนด้านล่างมองสิ่งนี้อย่างงุนงง ราวกับถูกฟ้าผ่า
ทำไมถึงเป็อย่างนี้?
ซูฮ่าวอายุแค่ยี่สิบปีต้นๆ โดยเฉพาะ่สองเดือนมานี้ เขาล้วนขึ้นชื่อว่าไม่มีอะไรดีสักอย่าง คนแบบนี้จะมีความเข้าใจต่อการประดิษฐ์อักษรที่สูงอย่างนี้ได้อย่างไร?
ไป๋เหวินหลิงที่อยู่แถวหลังอึ้งไปเลยทีเดียว
ในดวงตาอันงดงามของเธอ ล้วนมีแต่อาการตื่นตระหนกและเหลือเชื่อ
นี่ยังใช่ซูฮ่าวที่เธอเคยรู้จักอยู่หรือเปล่า?
หลินอีหลุนที่อยู่แถวหน้าจับจ้องซูฮ่าวที่อยู่บนเวที เล็บแทบจะจมลงในฝ่ามือแล้ว
ในสายตาของเขาก็คือคนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง ความคิดเห็นที่พูดออกมา คิดไม่ถึงว่าจะทำให้นักประดิษฐ์อักษรที่ศึกษาการประดิษฐ์อักษรมาสามสิบกว่าปีนึกออกอย่างฉับพลัน?
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
เขาไม่กล้าเชื่อ และก็ไม่ยอมเชื่อ!
แต่การเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของคุณจ้าวกับคุณหลิ่วได้ยืนยันจุดนี้แล้ว
ความคิดเห็นของซูฮ่าวโดนใจคุณจ้าวกับคุณหลิ่วจริงๆ …
หวางไป่ว่านที่อยู่ข้างๆ ชายชราทั้งสองท่านแอบอุทานอยู่ในใจ ความคิดเห็นของซูฮ่าวก่อนหน้านี้มีประสบการณ์โชกโชน หากไม่มีการศึกษาด้านประดิษฐ์อักษรมาสิบกว่าปี ก็พูดออกมาอย่างช่ำชองเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด
คิดไม่ถึงว่า เศรษฐีรุ่นที่สองที่เล่าลือคนนี้จะเป็เสือซ่อนเล็บ
เขากลอกตาไปมาแล้วก็พูดพลางหัวเราะว่า “สมกับเป็คู่หมั้นของคุณไป๋ ทุกๆ ความคิดเห็นของคุณซูล้วนจี้จุดสำคัญ พอคิดดูแล้ว ในเวลาปกติจะต้องตั้งใจศึกษาการประดิษฐ์อักษรมาไม่น้อย ขอเชิญคุณซูแสดงฝีมือสักหน่อยได้ไหม เพื่อให้ทุกคนได้ชื่นชมผลงานของคุณ?”
ความสามารถในความเข้าใจที่ซูฮ่าวมีต่อการประดิษฐ์อักษรสูงอย่างนี้ คิดดูแล้วผลงานที่เขียนออกมาก็คงไม่แย่
ทั้งชีวิตเขาชอบการประดิษฐ์อักษรเป็พิเศษ และเคยคบค้าสมาคมกับปรมาจารย์ด้านอักษรวิจิตรเป็การส่วนตัว น่าเสียดายผลงานที่ปรมาจารย์พวกนั้นเขียนออกมา กลับไม่สามารถทำให้เขาสะท้านออกมาจากจิติญญาของตนเองได้
หากได้เห็นผลงานยอดเยี่ยมด้านการประดิษฐ์อักษรที่แท้จริงจากซูฮ่าว เช่นนั้นก็ไม่เสียทีที่เกิดมารักและแสวงหาด้านประดิษฐ์อักษรแล้ว
“ประธานหวาง ผมก็ไม่เชี่ยวชาญทางด้านประดิษฐ์อักษรเท่าไรนัก ยิ่งไม่กล้าโอ้อวดตัวเองต่อหน้ายอดนักประดิษฐ์อักษรอย่างคุณจ้าวกับคุณหลิ่ว ผมแสดงความคิดเห็นให้ผลงานชิ้นเยี่ยมของสองท่านได้ ก็ถือว่าเป็เกียรติที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมแล้ว เื่อย่างแสดงฝีมือ ก็อย่าเลยครับ” ซูฮ่าวโบกมือ และพูดปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม
การประดิษฐ์อักษรสำหรับเขาในตอนนี้ ก็ง่ายเหมือนดื่มน้ำ แต่การ์ดประสบการณ์แสดงอักษรวิจิตรเหลือเวลาใช้อีกแค่สองนาที จริงๆ แล้วก็ไม่พอที่จะทำให้เขาเขียนอักษรได้ครบสมบูรณ์
“คุณซูช่างถ่อมตัวจริงๆ คำวิจารณ์ของคุณได้รับการยอมรับจากคุณจ้าวและคุณหลิ่ว ก็แสดงว่าความเข้าใจที่คุณมีต่อการประดิษฐ์อักษรนั้นถึงขั้นสูงจนพวกผมจินตนาการไม่ได้ เื่การเขียนอักษรย่อมไม่ใช่ปัญหาแน่นอน” เวลานี้หลินอีหลุนที่อยู่แถวหน้าก็พูดอย่างกะทันหัน
“กว่าพวกผมจะได้พบคนที่ชำนาญการประดิษฐ์อักษรอย่างคุณก็ไม่ใช่เื่ง่ายนัก แสดงฝีมือให้ทุกคนได้ชื่นชมหน่อยจะไม่ดีกว่าหรือครับ?”
เมื่อพูดเช่นนี้ออกมา คนทั้งงานล้วนพยักหน้า ชายชราสองท่านกับหวางไป่ว่านก็มองซูฮ่าวอย่างรอคอย เห็นได้ชัดว่าอยากให้เขาแสดงฝีมือการประดิษฐ์อักษร
“ในเมื่อประธานหลินพูดอย่างนี้ เช่นนั้นผมก็จะแสดงฝีมือสักหน่อย หากเขียนไม่ดี ขออภัยทุกท่านด้วย” ซูฮ่าวกวาดตามองหลินอีหลุน หยุดอยู่สามวินาที สุดท้ายก็ยอมตกลง
เขาจะไม่รู้ถึงความคิดของหลินอีหลุนได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่าเ้าหมอนี่คิดว่าความคิดเห็นของเขาคือคำหลอกลวง ดังนั้นจึงตั้งใจให้เขาแสดงฝีมือการเขียนโดยเฉพาะ เพราะอยากเห็นเขาขายหน้า
น่าเสียดายมาก เขาที่มีการ์ดประสบการณ์แสดงอักษรวิจิตรอยู่ในมือ ได้ถูกกำหนดมาเพื่อทำลายความคิดของหลินอีหลุนแล้ว
ถึงแม้เวลาเร่งด่วนจนไม่สามารถเขียนอักษรที่เสร็จสมบูรณ์ได้ แต่ถึงเป็การเขียนครึ่งแผ่น ก็พอทำให้เขาตบหน้าหลินอีหลุนอย่างรุนแรงได้
หวางไป่ว่านเห็นซูฮ่าวตกลงก็ไม่ลังเล เขาให้คนใช้ส่งโต๊ะเขียนพู่กันจีนไม้จันทน์มาอีกหนึ่งตัวทันที รวมทั้งพู่กัน หมึก กระดาษ จานฝนหมึก
สายตาของซูฮ่าวมองข้ามผู้คนมากมายไปที่ไป๋เหวินหลิง
ไป๋เหวินหลิงในเวลานี้กำลังกำมือแน่นมองมาทางเขา
หรือบางทีเธออาจจะเป็ห่วงเขา
หรือเธออาจจะแค่เป็กังวลว่า เขาโอ้อวดจนหาเื่เดือดร้อนให้เธอ
“ไป๋เหวินหลิง ชาติก่อนฉันทำผิดต่อเธอแล้ว ชาตินี้ฉันซูฮ่าวจะมอบชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองให้เธอ!” ซูฮ่าวสูดหายใจลึก สายตาฉายแสงเจิดจ้า
่เวลานี้ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ราศีของผู้มีความรู้ ดั่งัะโประตู์ เสือหมอบอยู่หน้าพระราชวัง ปลดปล่อยออกมาจากตัวเขาสู่ภายนอก ระเหยขึ้นสู่เมฆชั้นเก้า กลายเป็เมฆ เป็ฝน เป็รุ้ง เป็หมอก
สายตาที่ฮึกเหิมนั้นฉายแสงที่เจิดจ้าแต่ไม่แสบตา ราวกับขับไล่ความมืดมิดได้
หยุดสามวินาที ซูฮ่าวก็เดินมาตรงหน้าโต๊ะ มือขวายื่นออกไป พู่กันหมุนอยู่ในมือของเขาอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงไปร้อยแปดพันเก้า
่ที่พู่กันแตะลงบนกระดาษ แค่ฉับพลันพลังที่ไร้รูปกระจายออกจากปลายพู่กันและปกคลุมทั้งห้องโถงของวิลลา
ทันใดนั้นวัตถุทุกอย่างที่อยู่ในห้องโถงของวิลลาต่างราวกับมีจิติญญา และสั่นไหวเล็กน้อย
คุณจ้าวกับคุณหลิ่วสบตากัน และตัวแข็งทื่อทันที ในสายตามีความหวาดกลัวเป็อย่างยิ่ง บนใบหน้าเต็มไปด้วยอาการเหลือเชื่อ
“นี่ นี่ นี่… นี่คือพลังิญญาหรือ?”
----------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] วาดัแต้มั์ตา คือการทำให้คำพูดหรือบทความมีชีวิตชีวาและโดดเด่นขึ้น
