เซียวเฉินกลับมายังที่นั่งของตนเองอย่างไร้กังวล
ฮัมเพลงเบาๆ สบายใจอย่างยิ่ง
เมื่อไป๋เยี่ยเพิ่งประกาศว่าเริ่มได้ คนของสถานศึกษาเทียนเฉินฝั่งตรงข้ามที่แค้นเซียวเฉินเข้ากระดูกอยู่แล้วก็ก้าวขึ้นเวทีประลองทันใด คนผู้นี้มีความสามารถขั้นเสวียนฟ้าสี่ชั้นฟ้าระดับสูงสุด สายตาที่มองเซียวเฉินเย็นเยียบอึมครึม ศึกนี้เขาจะกำจัดเซียวเฉินเสีย
“เซียวเฉิน ไสหัวขึ้นมารับศึก”
ลู่เฉิงอวี้ะเิเสียงคำราม ชี้เซียวเฉินแต่ไกล
สายตาของทุกคนมองลู่เฉิงอวี้บนเวทีและเซียวเฉิน
“หึหึ ศึกแรกในการประลองห้าสถานศึกษาครั้งนี้ น่าสนใจดี”
“การประลองห้าสถานศึกษาครั้งก่อน สถานศึกษาชางหวงอันดับสาม สถานศึกษาเทียนเฉินอันดับสี่ ดูท่า ครั้งนี้สถานศึกษาเทียนเฉินคิดจะสะกดสถานศึกษาชางหวง”
“ลู่เฉิงอวี้ ขั้นเสวียนฟ้าสี่ชั้นฟ้าระดับสูงสุด ความสามารถแข็งแกร่งมาก เกรงว่าเซียวเฉินจากสถานศึกษาชางหวงจะมิใช่คู่ต่อสู้”
“ลู่เฉิงอวี้ถือว่าเป็บุคคลที่มีชื่อเสียงในสถานศึกษาเทียนเฉิน ในเมื่อสถานศึกษาเทียนเฉินกล้าส่งเขาออกศึก นั่นคือพวกเขามั่นใจว่าเอาชนะได้แน่นอน ดังนั้น ข้าเห็นว่าเซียวเฉินจากสถานศึกษาชางหวงคนนั้นน่าเป็ห่วง ถึงอย่างไร ความสามารถของลู่เฉิงอวี้ก็เหนือกว่า”
“ไม่แน่ว่าเซียวเฉินอาจเป็ม้ามืด...”
ศิษย์ของสถานศึกษาอื่นๆ อีกสามแห่งมองพินิจเซียวเฉินอย่างสนอกสนใจ คนส่วนมากเพิ่งเห็นเขาเป็ครั้งแรก
และในบรรดานี้ถึงขั้นมีศิษย์ที่เข้าร่วมการประลองติดต่อกันสองครั้ง เห็นได้ชัดว่าเซียวเฉินยังเทียบกับพวกเขาไม่ได้จริงๆ ถึงอย่างไร เซียวเฉินก็เพิ่งเข้าร่วมการประลองห้าสถานศึกษาเป็ครั้งแรก
ทางด้านสถานศึกษาเซิ่งเต้า สายตาของเนี่ยอวิ๋นเหอจับจ้องเซียวเฉินอยู่ตลอดเวลา
เวลาหนึ่งปีนี้ พวกเขาต่างมิใช่เนี่ยอวิ๋นเหอและเซียวเฉินคนเดิมอีก เนี่ยอวิ๋นเหอรู้สึกได้ถึงอันตรายที่ทำให้ใจเต้นรัวจากร่างของเซียวเฉิน หากไม่กำจัดเซียวเฉินทิ้งตอนนี้ ก็จะเป็เภทภัยภายหลัง
สายตาของเนี่ยอวิ๋นเหอเปล่งประกายคมกริบ
“เซียวเฉิน ครั้งนี้พวกเราจะคลี่คลายบุญคุณความแค้นกันให้หมด...”
ส่วนอีกด้าน เซียวเฉินแค่ตอบสองคำเรียบๆ ให้กับการยั่วยุของลู่เฉิงอวี้
“ไม่สู้”
ประโยคเดียว ทำให้ทุกคนอึ้งงัน จากนั้นใบหน้าฉายแววดูแคลน อย่างที่พวกเขาคาดเดาจริงๆ ด้วย เซียวเฉินจะเป็คู่ต่อสู้ของลู่เฉิงอวี้ได้อย่างไร และตอนนี้ถึงกับกลัว ไม่กล้าขึ้นเวที
สถานศึกษาชางหวงส่งเศษสวะแบบนี้มาจะมีประโยชน์อะไร?
ดูท่า สถานศึกษาชางหวงจะไม่มีใครแล้วจริงๆ
ลู่เฉิงอวี้มองเซียวเฉินแล้วหัวร่อหยัน กล่าวว่า “เซียวเฉิน เ้ากลัวและไม่กล้าสู้กับข้าใช่หรือไม่?”
ทว่าเซียวเฉินกลับดูแคลนการยั่วยุของลู่เฉิงอวี้ “เ้าไม่คู่ควรจะสู้กับข้า”
คำพูดของเซียวเฉินทำให้ลู่เฉิงอวี้มีโทสะ
“เซียวเฉิน ตามกฎการประลอง หากเ้าไม่ขึ้นเวทีมาสู้จะถูกตัดสินว่าแพ้ ตอนนี้เ้าไม่มีโอกาสเลือก หากไม่ขึ้นเวทีมาสู้กับข้าและพ่ายแพ้อย่างห้าวหาญ เ้าก็คือตัวตลกของสถานศึกษาชางหวง” ลู่เฉิงอวี้เอ่ยยิ้มๆ และมองเซียวเฉินด้วยสีหน้าดูแคลนยิ่งขึ้น
นี่จะเป็คนที่ต่อยลี่โม่เฟิงตายในหมัดเดียวได้อย่างไร?
บางที เื่ทั้งหมดก่อนหน้านี้อาจเป็เพียงเหตุบังเอิญ
เซียวเฉิน ก็แค่นี้เอง
เป็เพียงชนชั้นขี้ขลาดดุจมุสิก คิดถึงตรงนี้ มุมปากของลู่เฉิงอวี้ยิ่งแย้มรอยยิ้มกว้าง
แต่ในเวลานี้เอง เซียวเฉินมองลู่เฉิงอวี้เหมือนมองคนปัญญาอ่อน
“คนของสถานศึกษาเทียนเฉินอย่างพวกเ้านี่โง่กันหมดใช่หรือไม่ เมื่อครู่พวกเ้าไม่ได้ยินหรือ รอบที่หนึ่งมีคนได้ชนะบายหนึ่งคน และบังเอิญว่า ข้าคือคนที่ได้ชนะบาย ยังมาท้าสู้ข้าซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่เ้าบ้าหรือเปล่า?”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็ฮาครืนทั้งงาน
ที่แท้มิใช่เซียวเฉินไม่กล้าขึ้นเวที แต่เขาเป็คนที่ได้ชนะบายจึงไม่ต้องขึ้นเวที
ลู่เฉิงอวี้กลับแหกปากเรียกเหมือนคนโง่
เื่นี้ทำให้คนของสถานศึกษาเทียนเฉินหน้าแดงด้วยความอับอาย ลู่เฉิงอวี้ทำสถานศึกษาเทียนเฉินขายหน้าหมดแล้ว
ถึงกับถูกคนชี้หน้าด่าทอ
ใบหน้าของลู่เฉิงอวี้ก็แดงเหมือนตับหมู เขามองเซียวเฉินด้วยสีหน้าอำมหิต อยากจะสับเซียวเฉินเป็ชิ้นๆ
เื่นี้ทำให้เขาต้องขายหน้าอย่างหนัก
ส่วนเซียวเฉินกลับลุกขึ้นมองไป๋เยี่ยและเอ่ยอย่างเคารพ “ผู้าุโไป๋ ในเมื่อเขาจะสู้กับข้าให้ได้ เช่นนั้น ข้ามอบการชนะบายรอบนี้ให้ผู้อื่นได้หรือไม่?”
ไป๋เยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยพยักหน้าช้าๆ
“ถึงจะไม่เคยมีมาก่อน แต่ไม่กระทบกับการประลอง”
เซียวเฉินค้อมกาย “ขอบคุณผู้าุโไป๋”
ว่าแล้ว เซียวเฉินก็เอาสลากชนะบายมาวางตรงเบื้องหน้าทุกคนของสถานศึกษาชางหวง เขายิ้มกล่าว “บุรุษหลบไป สลากชนะบายนี้พี่ชายโชคดีจับมาได้ ขอมอบให้สาวงามสองนาง ใครจะหยิบก็ได้ ดูข้าคว้าชัยในศึกแรกมาให้สถานศึกษาชางหวงก่อนค่อยว่ากัน”
พวกซูเฉินเทียนและเซียวหวงมองเซียวเฉินแบบไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เ้าหมอนี่เหิมเกริมจริงๆ แต่ความมั่นใจแบบนี้ทำให้พวกเขาชอบมาก
ชอบเป็สหายกับคนอย่างเซียวเฉิน ตรงไปตรงมา กล้าพูด ไม่เคยแทงข้างหลัง คนแบบนี้คู่ควรแก่การคบหา
เพียงแต่เซียวเฉินมีนิสัยดื้อรั้นเกินไป เกรงว่าวันหน้าเขาต้องประสบความทุกข์ยากไม่น้อย
เซียวเฉินย่างเท้าขึ้นเวที กลิ่นอายแปรเปลี่ยนเป็ดุดันอย่างประหลาด
แผ่รัศมีความแข็งแกร่งราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน
“ทั้งสองฝ่ายแจ้งชื่อ ต่อสู้แบบจี้ถึงให้หยุดมือ ห้ามทำลายชื่อเสียง” ไป๋เยี่ยเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“ลู่เฉิงอวี้จากสถานศึกษาเทียนเฉิน”
“เซียวเฉินจากสถานศึกษาชางหวง”
ไป๋เยี่ยถอยหลังออกมาแล้วเอ่ยช้าๆ “แต่ละฝ่ายถอยไปสิบเมตร เตรียมตัว!”
ทั้งสองคนพากันถอยหลัง เมื่อไป๋เยี่ยออกคำสั่ง เงาร่างของคนทั้งสองก็เคลื่อนไหวในพริบตา สายตาของเซียวเฉินเย็นเยียบแหลมคมดุจกระบี่ ลู่เฉิงอวี้ร้องคำรามและะเิพลัง ต่อยหมัดจู่โจม เปล่งอานุภาพแกร่งกร้าว เห็นเช่นนี้ มุมปากของเซียวเฉินก็เผยรอยยิ้มจางๆ
แข่งพละกำลัง นี่มิใช่หาที่ตายหรือ?
เซียวเฉินเร่งเร้าแรงัเถื่อนยุคกำเนิดโลก พละกำลังพุ่งพรวดไปถึงหนึ่งแสนชั่งในพริบตา
ตูม!
“ไสหัวไปเสีย!” ลู่เฉิงอวี้คำรามอย่างบ้าคลั่ง ผมยาวลอยขึ้นตามแรงปราณ
ปึก!
“อ๊า...มือของข้า...”
กำปั้นของเซียวเฉินทำแขนทั้งสองข้างของลู่เฉิงอวี้หัก กระดูกทะลุออกมานอกเนื้อ โลหิตอาบ เห็นกระดูกขาวโพลน
แรงกระแทกอันทรงพลังทำให้ลู่เฉิงอวี้ลอยลิ่วออกนอกเวที
ร่วงกระแทกพื้นอย่างหนักหน่วง
ทั่วทั้งงานเงียบกริบทันที
เกิดความเงียบอันแปลกประหลาดขึ้น ทุกคนนิ่งมองภาพตรงเบื้องหน้า อ้าปากค้าง
เซียวเฉินใช้กระบวนท่าเดียวจัดการผู้มีพร์ของสถานศึกษาเทียนเฉินในเสี้ยววินาที!
ต้องรู้ก่อนว่า ลู่เฉิงอวี้มีระดับขั้นสูงกว่าเซียวเฉินเล็กน้อย เขาอยู่ขั้นเสวียนฟ้าสี่ชั้นฟ้าระดับสูงสุดเชียวนะ! แต่ถึงกับรับหมัดเดียวของเซียวเฉินไม่ไหว เขาไม่เพียงถูกต่อยร่วงลงจากเวทีประลองเท่านั้น แขนทั้งสองข้างยังพิการด้วย แม้ศิษย์ของสถานศึกษาเทียนเฉินเลื่องชื่อด้านพละกำลัง แต่ละคนมีเรี่ยวแรงเทพโดยกำเนิด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเซียวเฉินกลับไม่มีค่าให้เอ่ยถึง
เซียวเฉินมีพละกำลังมากเพียงใดกันแน่?
ถึงขั้นใช้กำลังล้วนๆ จัดการผู้ฝึกวิชายุทธร่างกายได้ในเสี้ยววินาที!
สายตาของเซียวเฉินมองลู่เฉิงอวี้ที่อยู่ด้านล่างเวทีแล้วกล่าวว่า “เมื่อครู่ยังแหกปากเรียกข้าอย่างรื่นเริงอยู่มิใช่หรือ? เศษสวะ อย่าว่าแต่เ้าเลย ขนาดลี่โม่เฟิงยังถูกข้าต่อยหมัดเดียวตาย เ้ามีคุณสมบัติใดมาท้าสู้ข้า?” ว่าแล้ว สายตาของเซียวเฉินก็มองทุกคนในสถานศึกษาเทียนเฉิน เอ่ยด้วยเสียงเ็า “คราวหน้าเปลี่ยนเป็คนที่แข็งแกร่งกว่านี้หน่อย คนใดในสถานศึกษาเทียนเฉินท้าสู้ข้า ข้าเซียวเฉินจะรับคำท้าทั้งหมด!”
เอ่ยจบ เซียวเฉินก็เดินลงจากเวที
ทุกคนได้สติคืนมา มองเงาหลังของเซียวเฉินด้วยแววตาพรั่นพรึง
เซียวเฉินบ้าเกินไปแล้ว แต่เขามีต้นทุนให้บ้า
ส่วนลู่เฉิงอวี้หน้าแดงสลับซีด สุดท้ายกระอักโลหิตและหมดสติไป
ไป๋เยี่ยก็ใสุดขีดกับการโจมตีอันทรงพลังของเซียวเฉิน
“การประลองแบบแพ้คัดทิ้งรอบที่หนึ่ง เซียวเฉินจากสถานศึกษาชางหวงได้ชัยชนะ ลู่เฉิงอวี้จากสถานศึกษาเทียนเฉินถูกคัดทิ้ง!”