ตอนพิเศษ 1 พันธะสัญญาใต้เงาจันทร์...และพยานตัวน้อย
สายลมยามรุ่งสางพัดผ่านหุบเขาจันทร์ดับ พัดพาเอากลิ่นคาวเืและไอปีศาจที่เคยหนาทึบให้จางหายไป เหลือไว้เพียงความสดชื่นของหยาดน้ำค้างและกลิ่นอายของเช้าวันใหม่
กองทัพร่างแยก ‘ไป๋อวี้จิ๋ว’ นับหมื่นได้สลายตัวกลายเป็ละอองแสงสีเงิน กลับคืนสู่ร่างต้นของไป๋อวี้เจียวไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบสงบและร่องรอยความเสียหายของภูมิประเทศที่ยืนยันว่าเมื่อคืนเกิดศึกะเืเลื่อนลั่นเพียงใด
ขบวนเดินทางของฮ่องเต้เจิ้งอี้เจี๋ยนและองค์หญิงไป๋อวี้เจียว เคลื่อนตัวออกจากหุบเขามาตั้งค่ายพักแรมชั่วคราวอยู่ริมลำธารใสสะอาด ห่างจากสมรภูมิมาพอสมควร เพื่อให้เหล่าทหารองครักษ์ที่าเ็ได้พักรักษาตัวและรวบรวมกำลังพลก่อนเดินทางกลับเมืองหลวง
ภายในกระโจมที่พักชั่วคราวที่ถูกกางขึ้นอย่างเร่งด่วน บรรยากาศภายในกลับอบอวลไปด้วยความเงียบที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความเงียบของความตาย แต่เป็ความเงียบของความรู้สึกที่ท่วมท้นจนหาคำพูดมาเอ่ยได้ยาก
เจิ้งอี้เจี๋ยนนั่งอยู่บนตั่งเตี้ย เปลือยท่อนบนเผยให้เห็นมัดกล้ามที่แข็งแกร่งแต่งแต้มไปด้วยรอยแผลเป็จางๆ จากการศึกในอดีต และรอยฟกช้ำใหม่จากการต่อสู้เมื่อคืน ผิวขาวจัดของเขาตัดกับผ้าพันแผลสีขาวที่ไป๋อวี้เจียวกำลังบรรจงพันให้อย่างเบามือ
"เจ็บหรือไม่?"
เสียงหวานใสเอ่ยถามแ่เบา ขณะที่ปลายนิ้วเรียวเย็นแตะลงบนรอยช้ำสีม่วงคล้ำที่หัวไหล่ นางทายาสมุนไพรฤทธิ์เย็นลงไป กลิ่นหอมสดชื่นของสมุนไพรช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด
เจิ้งอี้เจี๋ยนส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววเด็ดขาดน่าเกรงขาม บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น เขาจับจ้องใบหน้างดงามที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจรด
"ความเจ็บกายเพียงเท่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับความเ็ปตอนที่เห็นเ้าต้องเอาตัวเข้ามาเสี่ยงเพื่อข้า" เขาเอ่ยเสียงทุ้มลึก
"ข้าเคยสาบานว่าจะปกป้องเ้า แต่กลับกลายเป็เ้าที่ต้องมาปกป้องข้าครั้งแล้วครั้งเล่า"
ไป๋อวี้เจียวชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางๆ ที่ดูซุกซนและอ่อนหวานปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ท่านลืมไปแล้วหรือ ฝ่าา..." นางเอ่ยเย้า
"ท่านเพิ่งจะประกาศกร้าวไปเมื่อครู่ ว่าไม่มีสิ่งใดตอบแทนข้าได้ นอกจาก... ร่างกาย ของท่าน"
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของฮ่องเต้หนุ่มขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู เขาจำได้แม่นยำทุกถ้อยคำ แต่เมื่อถูกนางยกมาพูดในบรรยากาศที่เป็ส่วนตัวเช่นนี้ ความขัดเขินก็พุ่งพล่านจนทำตัวไม่ถูก
"ข้า... ข้าหมายความเช่นนั้นจริงๆ" เจิ้งอี้เจี๋ยนรวบรวมความกล้า เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้แก้มจะยังแดงอยู่
"ชีวิตนี้เป็ของเ้า ร่างกายนี้ก็เป็ของเ้า นับแต่นี้ไป ไม่ว่าเ้าจะประสงค์สิ่งใด ข้ายินดีมอบให้ทุกอย่าง"
ไป๋อวี้เจียวมองท่าทีจริงจังปนเขินอายของเขาแล้วหัวใจก็พองโต นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ซื่อตรงเพียงใด คำพูดของเขาไม่ใช่เพียงลมปาก แต่เป็สัจจะวาจาของกษัตริย์
"ข้าไม่้าร่างกายของท่านเพื่อไปใช้งานเยี่ยงทาสหรอกนะ" นางหัวเราะเบาๆ แล้วขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด วางมือทาบลงบนอกข้างซ้ายของเขา ััถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรง
"สิ่งที่ข้า้า คือให้ท่านดูแลร่างกายนี้ให้ดี รักษาชีวิตนี้ไว้ เพื่อที่จะได้อยู่เคียงข้างข้าไปนานๆ ต่างหาก"
บรรยากาศในกระโจมพลันหวานล้ำจนแทบละลาย เจิ้งอี้เจี๋ยนมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรักสุดหัวใจ เขายกมือขึ้นกุมมือของนางที่วางอยู่บนอกเขา บีบกระชับแน่น
"ข้าสัญญา"
เขาก้มลงช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าหาใบหน้างดงาม ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกัน ไป๋อวี้เจียวหลับตาลงพริ้ม รอรับััที่กำลังจะเกิดขึ้น ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด...
"แอ๊!!!"
เสียงเล็กแหลมดังแทรกขึ้นมาระหว่างกลาง พร้อมกับเงาสีขาวก้อนเล็กๆ ที่ะโผลุบออกมาจากสาบเสื้อของไป๋อวี้เจียว!
เจิ้งอี้เจี๋ยนสะดุ้งโหยง ผงะถอยหลังจนเกือบตกตั่ง! ส่วนไป๋อวี้เจียวลืมตาโพลงด้วยความใ!
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือ... 'ไป๋อวี้จิ๋ว' ร่างแยกขนาดจิ๋วตัวหนึ่งที่ยังไม่ยอมสลายไป!
เ้าตัวเล็กสูงเพียงฝ่ามือ สวมชุดขาวเหมือนไป๋อวี้เจียวเปี๊ยบ แต่มือข้างหนึ่งถือทวนทองจิ๋วพาดบ่า ส่วนอีกมือเท้าสะเอว ทำหน้ามุ่ยแก้มป่อง จ้องมองเจิ้งอี้เจี๋ยนตาเขียวปั๊ด!
"จะทำอะไรน่ะ!" ไป๋อวี้จิ๋วะโเสียงเล็กๆ เหมือนลูกนก
"ห้ามนะ! ห้ามรังแกท่านร่างต้นนะ!"
เจิ้งอี้เจี๋ยนกระพริบตาปริบๆ มองเ้าตุ๊กตามีชีวิตตรงหน้าด้วยความงุนงง
"นี่... นี่มัน..."
"อ้าว... เสี่ยวจิ๋ว?" ไป๋อวี้เจียวอุทานอย่างประหลาดใจ
"ทำไมเ้ายังไม่กลับไปรวมกับข้าล่ะ?"
เ้าตัวเล็กสะบัดหน้าเชิดใส่
"ก็ข้าหิวนี่นา! ออกแรงฟาดงูไปตั้งเยอะ เหนื่อยจะแย่! ยังไม่ได้กินขนมเลยจะให้กลับไปนอนได้ยังไง!" นางบ่นกระปอดกระแปด พลางชี้ทวนทองจิ๋วไปที่หน้าเจิ้งอี้เจี๋ยน
"แล้วเ้าคนตัวโตนี่! คิดจะมาฉวยโอกาสตอนท่านร่างต้นเผลอเหรอ! ข้าเห็นนะ! หน้าแดงๆ หูแดงๆ แบบนี้ ท่านแม่ทัพเคยบอกว่าพวกผู้ชายไว้ใจไม่ได้!"
เจิ้งอี้เจี๋ยนถึงกับไปไม่เป็ เขาเป็ถึงฮ่องเต้ ผ่านศึกเหนือเสือใต้มาสารพัด แต่กลับต้องมานั่งแก้ตัวกับตุ๊กตาจิ๋วขี้โมโหตัวหนึ่ง
"ข้า ข้าไม่ได้จะรังแกนาง" เขาพยายามอธิบาย "ข้าแค่..."
"แค่จะจูบ!" ไป๋อวี้จิ๋วพูดสวนขึ้นมาทันที ทำเอาทั้งสองคนหน้าแดงแปร๊ดไปพร้อมกัน
"เ้าเด็กคนนี้นี่!" ไป๋อวี้เจียวรีบเอามือปิดปากเ้าตัวเล็ก แต่เสี่ยวจิ๋วก็ดิ้นดุ๊กดิ๊กหลุดออกมาได้
"ก็จริงนี่นา!" นางลอยตัวขึ้นไปนั่งบนไหล่ของเจิ้งอี้เจี๋ยนอย่างถือวิสาสะ แล้วเอานิ้วเล็กๆ จิ้มแก้มเขา "เนื้อแน่นดีนี่นา มิน่าล่ะท่านร่างต้นถึงชอบมองท่านบ่อยๆ"
"เสี่ยวจิ๋ว!!!" ไป๋อวี้เจียวร้องเสียงหลง หน้าแดงจนลามไปถึงคอ "เ้าพูดอะไรของเ้า!"
เจิ้งอี้เจี๋ยนที่ตอนแรกใ เริ่มหลุดขำออกมาเบาๆ เขาหันไปมองเ้าตัวเล็กบนไหล่ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม "งั้นหรือ? ร่างต้นของเ้าชอบมองข้าหรือ?"
"ใช่สิ!" ไป๋อวี้จิ๋วพยักหน้าหงึกหงัก ราวกับจะขายความลับเ้านายให้หมดเปลือก "ตอนท่านสู้เท่ๆ นางก็มองตาค้างเลย แถมใจเต้นตึ้กตั้กๆ ดังจนข้าที่อยู่ในจิตยังได้ยินเลยนะ!"
ไป๋อวี้เจียวอยากจะเอาหน้ามุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด นางรีบล้วงเอา 'ผลท้อเซียน' ลูกเล็กๆ ออกมาจากแหวนหยก
"อ่ะนี่! กินซะ แล้วรีบกลับไปนอน!" นางยัดลูกท้อใส่มือเ้าตัวเล็ก
"ว้าว! ท้อเซียน!" เสี่ยวจิ๋วตาเป็ประกาย กอดลูกท้อไว้แน่น
"รักท่านร่างต้นที่สุด!"
นางกัดลูกท้อเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข ก่อนจะหันมามองเจิ้งอี้เจี๋ยนอีกครั้ง แล้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเขา (แต่ดังจนได้ยินกันทั้งกระโจม)
"ข้ายกโทษให้ก็ได้ ท่านหล่อดี ข้าอนุญาตให้จูบท่านร่างต้นได้นิดนึง"
พูดจบ เ้าตัวเล็กก็หัวเราะคิกคัก ก่อนจะสลายกลายเป็ละอองแสงสีเงินหายวับเข้าไปในร่างของไป๋อวี้เจียว ทิ้งให้เหลือเพียงความเงียบ... และความขัดเขินระดับสิบริกเตอร์
เจิ้งอี้เจี๋ยนมองไป๋อวี้เจียวที่นั่งก้มหน้าเม้มปากแน่นด้วยความอาย เขาหัวเราะออกมาอย่างสดใสเป็ครั้งแรกในรอบหลายวัน เสียงหัวเราะนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความสุข จนทำให้บรรยากาศที่เกร็งๆ เมื่อครู่ผ่อนคลายลง
"ข้าเพิ่งรู้ว่า ในจิตใจของเ้า มีมุมที่น่ารักและซุกซนเช่นนี้ซ่อนอยู่ด้วย" เขาเอ่ยเย้า
ไป๋อวี้เจียวเงยหน้าขึ้นค้อนวงโต
"นั่นมัน... นิสัยส่วนที่ได้รับอิทธิพลมาจากท่านอาจารย์หงอคงต่างหาก! ไม่ใช่ข้าสักหน่อย!"
"งั้นหรือ?" เจิ้งอี้เจี๋ยนยิ้มเ้าเล่ห์ ขยับตัวเข้าไปใกล้
"แต่เื่ที่นางบอกว่า 'ใจเ้าเต้นตึ้กตั้ก' เวลาเห็นข้า... อันนั้นคงเป็เื่จริงสินะ?"
ไป๋อวี้เจียวหน้าแดงซ่าน นางผลักอกเขาเบาๆ แก้เขิน
"ท่านนี่... หายเจ็บแล้วก็ปากเก่งเชียวนะ"
เจิ้งอี้เจี๋ยนรวบมือนางไว้แนบอกอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเขาจริงจังขึ้น
"อวี้เจียว..." เขาเรียกชื่อนางอย่างอ่อนโยน
"ขอบคุณนะ... ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตข้า ขอบคุณที่ทำให้โลกที่มืดมนของข้ามีแสงสว่าง"
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง
"ข้าไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรอีก ลัทธิงูเก้าหัว นางพญาเย่หลิง หรืออุปสรรคใดๆ แต่ขอเพียงมีเ้าอยู่เคียงข้าง... ข้าก็ไม่กลัวสิ่งใดอีกแล้ว"
ไป๋อวี้เจียวมองตอบเขา ความรู้สึกมั่นคงและอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ นางรู้ว่าเส้นทางนี้จะไม่ง่าย แต่เมื่อมองเห็นความรักและความมุ่งมั่นในดวงตาคู่นั้น นางก็พร้อมที่จะเผชิญทุกอย่าง
"ข้าก็จะอยู่เคียงข้างท่าน..." นางเอ่ยคำมั่นสัญญา
"ไม่ว่าจะในฐานะหมอรักษา ในฐานะสหายร่วมรบ หรือในฐานะ..."
นางเว้น่เล็กน้อย ก่อนจะยิ้มหวานหยด
"...เ้าหนี้ชีวิตของท่าน"
เจิ้งอี้เจี๋ยนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโน้มหน้าลงไป ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนของนางอย่างแ่เบาและทะนุถนอม เป็จุมพิตที่ปราศจากตัณหา แต่เปี่ยมไปด้วยความรัก การให้เกียรติ และคำสัญญาชั่วนิรันดร์
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างกระโจม อาบไล้ร่างของคนทั้งสองให้ดูราวกับภาพวาดที่งดงามที่สุด ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการต่อสู้ ่เวลานี้คือของขวัญล้ำค่า คือปาฏิหาริย์แห่งรักที่เบ่งบานกลางสมรภูมิ
และที่มุมหนึ่งของกระโจม พู่กันัทองที่วางอยู่บนโต๊ะ ดูเหมือนจะสั่นไหวเบาๆ และเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ ราวกับกำลังส่งเสียงหัวเราะชอบใจไปพร้อมกับจิติญญาแห่งาาวานรที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆ ...
"เฮอะ! เ้าเด็กพวกนี้... หวานกันจนมดจะขึ้นพู่กันข้าอยู่แล้ว!"
*****
