“พวกนี้เป็วัตถุดิบที่ข้าใช้ทำเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริก แต่ยังมีบางส่วนที่ยังซื้อไม่ครบ พรุ่งนี้ต้องไปซื้อใหม่เ้าค่ะ”
เถ้าแก่หวางนิ่งไปสักพักก่อนเอ่ยตอบ “แต่ที่นี่ไม่ใช่โรงเตี๊ยม ไม่มีห้องให้เ้าอยู่”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้านอนในห้องเก็บฟืนก็ได้ ขอนอนแค่คืนเดียวเท่านั้น”
ทว่าเถ้าแก่หวางยังคงมีท่าทีลำบากใจ เขาดูจะไม่ยินดีให้หลี่อันหรานอยู่ค้างที่นี่นัก และในจังหวะนี้เอง มีคนจากชั้นบนเร่งเร้าว่า “อาหารเสร็จหรือยัง เหตุใดจึงช้าแบบนี้? ขนาดมีเงินก็ยังซื้อบริการดีๆ ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”
เถ้าแก่หวางเงยหน้ามองแล้วรีบตอบ “ใกล้เสร็จแล้วๆ จะยกไปให้เดี๋ยวนี้แหละ กรุณารอสักครู่” จากนั้นก็หันกลับมามองหลี่อันหราน “เ้าไปที่อื่นเถิด ห้องเก็บฟืนของพวกเราไม่มีที่ว่าง ตอนนี้ข้างานยุ่งมาก คงคุยกับเ้ามิได้แล้ว”
พูดจบแล้ว เถ้าแก่หวางก็เดินเข้าห้องครัวไปสั่งพ่อครัวให้เร่งทำอาหารที่ดีที่สุดไปส่งให้ชั้นบน หลี่อันหรานกัดริมฝีปาก เดิมทีนางคิดว่าเถ้าแก่หวางจะให้นางอาศัยหนึ่งคืนเพราะเห็นแก่การเป็คู่ค้ากัน นึกไม่ถึงว่าเขาจะเ็าปานนี้
นางจนปัญญาแล้วจริงๆ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมให้พัก เช่นนั้นก็มีแต่ต้องหาที่อื่น นางถอนหายใจยาวๆ พลางครุ่นคิดกับตัวเอง หรือว่าวันนี้ต้องนอนข้างถนนจริงๆ ?
นางเดินตามระเบียงทางเดินเพื่อออกจากที่นี่ แต่ในจังหวะที่เดินมาถึงโต๊ะรับลูกค้าและเตรียมจะออกจากภัตตาคาร อยู่ๆ นางก็ถูกใครคนหนึ่งร้องเรียกไว้ก่อน “แม่นางท่านนี้ ท่านยังไม่ออกจากเมืองอีกหรือ?”
เสียงนี้คุ้นหูเล็กน้อย หลี่อันหรานพลันชะงัก เมื่อหันไปเห็นว่าคือเจี่ยรั่วเฉินก็เผยยิ้มทันที “เอ๋? ท่านมาทำอันใดที่นี่? ก่อนหน้านี้ท่านอยู่ที่โรงเตี๊ยมมิใช่หรือ?”
“พวกข้าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนั้นแต่มาทานอาหารที่นี่ เหตุใดแม่นางยังไม่ออกจากเมืองอีก?” เขาถามอีกครั้ง หลี่อันหรานจึงได้แต่ยิ้มจืดเจื่อนอึกอัก “เอ่อ คือว่า… ยามที่ข้าไปถึงประตูเมือง ประตูเมืองก็ปิดไปแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงออกจากเมืองไม่ได้”
“เช่นนั้นคืนนี้ท่านจะพักที่ใด? ไปพักบ้านสหายหรือว่าโรงเตี๊ยมหรือ?”
นางก้มหน้าลงเล็กน้อยและกัดริมฝีปากล่างอย่างอึดอัด นางพักโรงเตี๊ยมไม่ได้เพราะไม่มีเงิน แต่ขณะเดียวกันก็อับอายที่จะพูดออกไป เจี่ยรั่วเฉินเหมือนจะมองออกว่านางลำบากใจจึงพูดว่า “ข้ายังไม่ได้คืนห้องที่ท่านพักอยู่ก่อนหน้านี้ หากแม่นางไม่รังเกียจก็ไปค้างแรมอยู่ที่นั่นก่อนได้ ค่อยออกจากเมืองพรุ่งนี้เช้า”
หลี่อันหรานซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดมิได้เมื่อได้ยินดังนี้ นางไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดี เถ้าแก่หวางเป็คู่ค้ากับนางแท้ๆ แต่กลับไม่ให้ความช่วยเหลือ ผิดกับชายตรงหน้าที่เป็แค่คนที่รู้จักกันโดยบังเอิญแต่กลับหยิบยื่นน้ำใจให้ขนาดนี้
นางไม่รู้ว่าจะขอบคุณเขาอย่างไร “ข้าควรขอบคุณท่านอย่างไรดี? แต่ตอนนี้ข้า…” นางกระอักกระอ่วนใจมากแต่ก็ไม่อยากปฏิเสธ เพราะหากปฏิเสธ คืนนี้นางคงต้องนอนข้างถนนแล้วจริงๆ
“ไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้น หากแม่นางไม่รังเกียจก็อยู่ทานอาหารร่วมกันที่นี่ได้”
หลี่อันหรานผงะแล้วรีบโบกไม้โบกมือ “ไม่เป็ไรๆ ข้า้าเพียงที่ค้างแรมก็เพียงพอแล้ว ข้ารู้จักโรงเตี๊ยมแห่งนั้น หากคุณชายยังไม่ได้คืนห้อง ข้าก็สามารถเดินทางไปด้วยตัวเอง คือว่า… ข้าไปถึงแล้วแจ้งชื่อของคุณชายก็พอใช่หรือไม่?”
เขาพยักหน้า “ไปถึงแล้วแจ้งชื่อข้ากับทางเถ้าแก่ก็พอแล้ว”
หลี่อันหรานรีบทำความเคารพและขอบคุณเขา จังหวะที่กำลังจะหันตัวจากไป ก็มีคนผู้หนึ่งเดินลงมาจากชั้นบนพอดี “เจี่ยรั่วเฉิน อาหารเสร็จหรือยัง? ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว ไหนว่าที่นี่เป็ภัตตาคารที่ดีที่สุดของที่นี่ เหตุใดจึงชักช้าเช่นนี้?”
ผู้ที่เดินลงมาคือสตรีนางหนึ่ง หลี่อันหรานจำได้ว่าเห็นนางกับเจี่ยรั่วเฉินนั่งด้วยกันที่แผงขายบะหมี่เมื่อตอนกลางวัน รูปโฉมของนางงดงามหยาดเยิ้มเหนือปุถุชนนัก
นางบ่นกับเจี่ยรั่วเฉินได้สองสามประโยคแล้วหันมามองหลี่อันหราน จากนั้นต้องขมวดคิ้วทันที หลี่อันหรานเห็นอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายมีสีหน้ารังเกียจเพราะแผลเป็บนใบหน้านาง
หลี่อันหรานได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อปกปิดแผลเป็ แต่นางรู้ดีว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจปกปิดได้ หญิงสาวผู้นั้นเดินลงมาหยุดยืนตรงหน้าพวกนางพลางกล่าวด้วยความรังเกียจว่า “ผู้ใดกัน หน้าตาอัปลักษณ์ชะมัด”
หลี่อันหรานไม่ตอบ ทว่าเจี่ยรั่วเฉินกลับกล่าวว่า “นี่คือแม่นางที่ข้าช่วยเอาไว้ นางหมดสติอยู่กลางถนน”
เหมือนว่าเจี่ยรั่วเฉินจะเล่าเื่นี้ให้แม่นางผู้นี้ฟังไว้ก่อนแล้ว เพราะหญิงสาวฟังแล้วก็มีสีหน้าเข้าใจทันที แต่ถึงกระนั้นนางกลับพูดเยาะเย้ยถากถางว่า “นี่ก็คือหญิงสาวที่เ้าพูดถึงหรือ? เ้าช่วยคนแบบนี้ได้อย่างไร? หรือว่าเ้าจะช่วยแมวช่วยสุนัขข้างถนนด้วยไปเลย? ข้างถนนมีคนตายตั้งเยอะแยะ เ้าจะช่วยอุปการะขอทานด้วยเลยหรือไม่? ให้ตายเถอะ”
นางพูดจบแล้วเตรียมจะเดินกลับขึ้นชั้นบนด้วยความรังเกียจ แต่ก่อนไปไม่ลืมที่จะพูดด้วยความรำคาญใจ “ให้ไวเลย บอกให้พวกเขารีบยกอาหารขึ้นมา มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
จากนั้นนางก็ชำเลืองตามองหลี่อันหราน ดวงตาคู่นั้นฉายชัดถึงความเ็า ก่อนที่นางจะเดินจากไป ครั้นนางจากไป เจี่ยรั่วเฉินจึงรีบพูดทันที “แม่นางโปรดอย่าถือสา นางก็มีนิสัยเช่นนี้ ความจริงแล้วนิสัยไม่ได้แย่เลย”
หลี่อันหรานยิ้มบางๆ นางมองว่าเจี่ยรั่วเฉินเพียงแต่พูดตามมารยาทก็เท่านั้น นิสัยของหญิงสาวนางนี้เป็อย่างไร ดูจากคำพูดไม่กี่ประโยคเมื่อครู่ก็รู้แล้ว แต่หลี่อันหรานไม่ควรพูดอะไรมากเพราะอีกฝ่ายเป็สหายของเขา
“ข้าไม่ถือสาเ้าค่ะ หากคุณชายไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวกลับโรงเตี๊ยมก่อน”
นางบอกลาเขาแล้วออกจากภัตตาคารของเถ้าแก่หวาง นางจำตำแหน่งที่ตั้งของโรงเตี๊ยมที่เจี่ยรั่วเฉินช่วยตัวเองไว้ได้อยู่ หลังจากมาถึงแล้วแจ้งชื่อของเขา พนักงานทำการพานางไปที่ห้อง ตัวห้องกว้างขวาง สว่างไสว และสะดวกสบาย
พนักงานพานางไปที่ห้องแล้วถามอย่างจริงจัง “ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้จะทานอะไรหรือไม่?”
หลี่อันหรานนิ่งงันไปชั่วขณะ เกรงว่าเงินไม่กี่อีแปะที่นางมีจะไม่เพียงพอให้ซื้อหมั่นโถวของที่นี่ด้วยซ้ำ ถึงแม้โรงเตี๊ยมแห่งนี้จะมีบริการอาหารและที่พักแต่ก็ไม่ใช่ภัตตาคาร ที่นี่คือโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในตัวเมือง อาหารจึงน่าจะแพงมาก ครั้นเงียบไปเล็กน้อย นางค่อยเอ่ยตอบพนักงานด้วยเสียงราบเรียบ “ข้าทานมาก่อนแล้ว ไม่้าอะไรอย่างอื่น หากมีน้ำชาก็ช่วยยกมาหน่อย ขอบคุณมาก”
พนักงานพยักหน้าแล้วเดินออกไป อาจเพราะรู้ว่าเจี่ยรั่วเฉินมีเงิน ด้วยเหตุนี้จึงปฏิบัติต่อหลี่อันหรานอย่างมีมารยาทมาก
หลี่อันหรานรอจนพนักงานออกไปแล้วจึงค่อยวางห่อผ้าลงด้านข้าง นางตรวจสอบของด้านในอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นค่อยถอนหายใจโล่งอกเมื่อพบว่าทุกอย่างยังอยู่ครบ ทว่าในใจกลับเริ่มเป็กังวลขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ท้องฟ้าเบื้องนอกมืดหมดแล้วแต่นางยังไม่กลับบ้าน ไม่รู้ว่าท่านแม่กับพวกเจียงเฉิงจะเป็ห่วงนางหรือไม่ แต่ยุคนี้ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร ส่วนประตูเมืองก็ปิดไปแล้ว ต่อให้นางจะร้อนใจเพียงใดก็ติดต่อพวกเขาไม่ได้อยู่ดี
สิ่งเดียวที่ทำได้คือรอให้ถึงพรุ่งนี้แล้วกลับไปอธิบายกับพวกเขา การเดินซื้อของทั่วเมืองทำให้หลี่อันหรานเหน็ดเหนื่อยเช่นกัน หลังพนักงานยกน้ำชาหนึ่งกามาให้นางดื่ม นางก็เอนตัวลงบนเตียง
แต่ต่อมาก็กังวลว่าห่อผ้าจะถูกคนอื่นขโมยไป ด้วยเหตุนี้จึงนำห่อผ้ามาวางไว้ข้างเตียง ปิดประตูให้สนิทและเตรียมเข้านอน
วันนี้นางเหนื่อยมากจริงๆ อีกทั้งยังหมดสติกลางถนนเพราะสาเหตุทางร่างกาย ทั้งหมดนี้ทำให้ตอนนี้นางรู้สึกปวดไปทั้งร่างนิดหน่อย หลังเอนตัวนอนลงเพียงไม่นานก็ผล็อยหลับไปในที่สุด
