เ้าหกเข้าไปดูของในร้านผ้าไหมเป็ร้านที่สอง จากนั้นเอ่ยว่า “เถ้าแก่ ข้าขอผ้าไหมที่ดีที่สุด ข้ามีเงินเยอะมาก!” กล่าวจบจึงวางตะกร้าที่สะพายอยู่ด้านหลังลง ก่อนจะหยิบห่อผ้าใส่เงินออกมาเปิดให้ดู คนในร้านเห็นห่อเงินนั้นก็ต่างตาลุกวาวในทันใด
ในบรรดาลูกค้าทั้งหมดที่อยู่ในร้าน มีสตรีนางหนึ่งมองมาที่ห่อผ้าด้วยแววตาริษยา หยวนเหล่าเอ้อร์ที่ตามเข้ามาจึงรีบมัดห่อผ้าเอาไว้เช่นเดิมโดยพลัน บรรพบุรุษตัวน้อย! แม้จะมีเงินมากมายเพียงใด แต่ก็ไม่ควรเอาออกมาอวดผู้อื่นเช่นนี้ มันจะดึงดูดขโมยขโจรเอาได้ไม่รู้หรือ!
“เงินของข้า!” เ้าหกกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ สีหน้าบูดบึ้ง
หยวนเหล่าเอ้อร์รีบยิ้มประจบเอาใจ “บรรพบุรุษตัวน้อย พ่อรู้ว่าเงินนี่เป็ของเ้า แต่ไม่ควรเอาออกมาให้ผู้อื่นเห็นเช่นนี้”
เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เ้าหกสวมใส่อยู่นั้นกู่ซื่อเป็ผู้เย็บให้เองกับมือ ทั้งยังปักเป็รูปดอกไม้ ในขณะที่หยวนเหล่าเอ้อร์สวมเสื้อผ้าเก่าๆ มีรอยปะชุนแทบทั้งตัว เพียงแค่มองก็รู้ว่ามีฐานะยากจน หรือว่าบุรุษผู้นี้จะลักพาตัวเด็กหญิงผู้นี้มา? ทุกคนในร้านต่างมองมาอย่างสงสัย
ผู้ดูแลร้านเป็สตรีอายุประมาณสี่สิบ นางเดินเข้าไปหาเ้าหก พลางชี้ไปที่หยวนเหล่าเอ้อร์แล้วเอ่ยถาม “นางหนู เ้าบอกป้ามาสิว่าเขาเป็ใคร เ้าไม่ต้องกลัว ป้าจะช่วยเ้าเอง”
นี่เขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็โจรลักพาตัวหรือนี่? ขณะที่หยวนเหล่าเอ้อร์กำลังจะอธิบายความจริงออกไป เ้าหกกลับเอ่ยออกมาเสียก่อนว่า “ท่านป้า เขาคือท่านพ่อของข้าเอง เป็พ่อแท้ๆ ของข้า ข้ามีพ่อบุญธรรมอีกหนึ่งคนเป็ถึงซิ่วไฉ เขาเก่งมากเลยเ้าค่ะ!”
ที่แท้เด็กหญิงผู้นี้คงได้พ่อบุญธรรมเลี้ยงดูมา สายตาของทุกคนที่มองไปยังหยวนเหล่าเอ้อร์จากเดิมที่หวาดระแวงจึงแปรเปลี่ยนเป็ดูแคลนทันที
ในใจหยวนเหล่าเอ้อร์ยามนี้มีคำสบถด่าอยู่เต็มท้อง หากไม่รู้ว่าสมควรจะพูดออกไปดีหรือไม่
“ท่านป้า ข้า้าผ้าห่มนุ่มๆ แล้วก็เสื้อผ้าสวยๆ ให้พี่ชาย” เ้าหกหาได้สนใจบิดาอีกต่อไปไม่ นางเดินเข้าไปเขย่าแขนเสื้อผู้ดูแลร้าน
ผู้ดูแลร้านเห็นเด็กหญิงมีผู้ใหญ่ตามมา ทั้งผู้ใหญ่ผู้นี้ยังยืนยันแล้วว่าเงินเหล่านี้เป็ของทั้งคู่ จึงจูงมือเ้าหกพาเดินดูผ้าภายในร้านอย่างกระตือรือร้น
นอกจากนี้ยังหยิบผ้าไหมหลายผืนออกมาให้เลือกสรร เ้าหกลูบคลำผ้าไหมอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าเอาทั้งหมด ท่านป้า ข้ามีเงินเท่านี้ พอหรือไม่ หากไม่พอก็บอกข้า”
ผู้ดูแลร้านดีใจยิ่งนัก ก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปยังผู้เป็บิดาของลูกค้าตัวน้อย เป็จริงดังคาด ยามนี้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีจริงๆ ด้วย
“เ้าหก เ้าจะซื้อไปมากมายถึงเพียงนี้ไปไย ซื้อแค่ผืนเดียวก็เพียงพอแล้ว…”
“ของข้า เงินอ้วนๆ นี้เป็ของข้า!” เ้าหกกล่าวเสียงแข็งกร้าวใส่บิดา หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่กล้าโต้ตอบ ได้แต่หดคอกลับอย่างหงอยๆ
ผู้ใดจะคาดคิดว่า อันธพาลอันดับหนึ่งแห่งหมู่บ้านเ้าเจี่ยวที่ไม่มีใครกล้าข้องเกี่ยวด้วย เวลานี้กลับต้องยอมลงให้บุตรสาวซึ่งอายุแค่สี่ขวบเท่านั้น แต่ให้ทำอย่างไรได้ ใครใช้ให้บุตรสาวของเขาคือ ‘ผู้เลี้ยงครอบครัว’ เล่า เขาจึงมิกล้าขัดใจ ทั้งนางยังมีเรี่ยวแรงเยอะจนเขาไม่อาจสู้ได้
เห็นบิดาของลูกค้าตัวน้อยหงอ ผู้ดูแลร้านรู้สึกปีติยินดียิ่ง มีบิดาบุญธรรมเลี้ยงดูช่างโชคดีเสียนี่กระไร แม้เป็บิดาแท้ๆ ก็ไม่อาจออกคำสั่งได้
เ้าหกเลือกซื้อของต่อ ซื้อไปถึงหกสิบกว่าตำลึงด้วยกัน หยวนเหล่าเอ้อร์ได้ยินราคาก็เกือบจะเป็ลมหมดสติไป เขามองบุตรสาวของตนจ่ายเงินตำลึงเจ็ดก้อนให้แก่ผู้ดูแลร้าน เสร็จเรียบร้อยก็หมุนตัววิ่งออกจากร้านไปปานลมพายุ
เขาบอกแก่ผู้ดูแลร้านว่าให้นำของไปส่งที่ร้านซิ่งหลินถัง บิดาบุญธรรมของเ้าหกรออยู่ที่นั่น จากนั้นก็รีบวิ่งตามบุตรสาวออกจากร้านไป
ร้านเป้าหมายต่อไปของเ้าหกคือร้านขนม และร้านต่อไปคือแผงเนื้อพะโล้
กู้ซิ่วไฉซึ่งรอคนทั้งสองอยู่ที่ร้านยาซิ่งหลินถังเห็นคนนำของมาส่งจนกองเป็พะเรอเกวียนให้ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ก่อนจะไหว้วานให้ผู้ดูแลเหยาช่วยจ้างเกวียนเทียมล่อให้ เพื่อนำของทั้งหมดไปส่งที่บ้าน
บนถนน เ้าหกซึ่งใช้เงินตำลึงไปหมดแล้วหันขวับไปมองผู้เป็บิดา ทำเอาหยวนเหล่าเอ้อร์ถึงกับขนลุกขนชันไปทั้งตัว บุตรสาวมองมาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร หากยังไม่ทันจะได้หาคำตอบ เ้าหกกลับถูกชายรูปร่างกำยำหลายคนอุ้มวิ่งหนีหายไปต่อหน้าต่อตาเสียก่อน
หยวนเหล่าเอ้อร์ใ รีบวิ่งตามไปจนมาถึงตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง ภายในตรอกเต็มไปด้วยนักเลงหลายคน ในบรรดาคนเหล่านี้มีสตรีผู้หนึ่งแต่งหน้าจัดรูปร่างอวบอ้วน
สตรีนางนั้นเดินตรงเข้ามาหาเขา กระชากคอเสื้อขึ้นพร้อมกับแย้มยิ้มจนเห็นฟันเหลืองอ๋อย ทั้งยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยออกมา จนแทบจะอาเจียนออกมา อีกฝ่ายชี้ไปที่เ้าหกพลางเอ่ย “ส่งเงินมา มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าบุตรสาวของเ้าเสีย!”
หยวนเหล่าเอ้อร์ยกมือข้างหนึ่งบีบจมูก ส่วนมืออีกข้างตบไปที่ใบหน้าของหญิงผู้นี้ “คิดว่าคนอย่างเหล่าจือ[1] จะยอมปล่อยให้เ้ามารังแกได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ เ้าหลุดออกมาจากคอกหมูของบ้านไหนถึงได้อ้วนเช่นนี้ ช่างน่าจับไปฆ่านัก!”
“ฮ่าๆ…” สิ้นเสียงหยวนเหล่าเอ้อร์ นักเลงหลายคนที่จับตัวเ้าหกเอามือกุมท้องพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
สตรีผู้นี้หันไปถลึงตาใส่เหล่านักเลง คนพวกนั้นพลันหยุดหัวเราะทันควัน หากแต่ใบหน้ายังคงบิดเบี้ยวแก้มกลมป่องประหนึ่งพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ
“ข้าขอสู้ตายกับเ้า!” สตรีผู้นี้พุ่งเข้าใส่หยวนเหล่าเอ้อร์หมายจะทำร้าย ทว่าหยวนเหล่าเอ้อร์ซึ่งได้ฉายาผู้เป็อันธพาลอันดับหนึ่งแห่งหมู่บ้านเ้าเจี่ยว ไหนเลยจะเกรงกลัว เขาจัดการสตรีผู้นี้จนต้องลงไปนอนร้องโอดโอยบนพื้น
เหล่านักเลงเห็นท่าไม่ดี เลยให้นักเลงคนหนึ่งคอยเฝ้าเ้าหกเอาไว้ ส่วนที่เหลือปรี่เข้าไปเล่นงานหยวนเหล่าเอ้อร์ทันใด
“เ้าหก ช่วยด้วย!” หยวนเหล่าเอ้อร์ะโขอความช่วยเหลือจากบุตรสาว คนเยอะเช่นนี้เขาสู้ไม่ไหวเป็แน่!
เ้าหกส่ายหน้าอย่างระอา “โตขนาดนี้แล้วยังต่อยตีไม่เป็อีก ช่างน่าขายหน้านัก!”
นักเลงที่เฝ้าเ้าหก “…”
เ้าหกชกหมัดใส่เ้าโลกของนักเลงตรงหน้า สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็ม่วงคล้ำ เอามือกุมเป้าอย่างเ็ปทรุดกองลงไปกับพื้น
มิใช่ว่าเ้าหกเล่นสกปรก แต่เนื่องจากนางตัวเล็ก เมื่อชกออกไปจึงโดนเป้าของอีกฝ่ายเข้าพอดิบพอดี หลังจัดการนักเลงคนแรกเสร็จเรียบร้อยก็พลันวิ่งไปหาคนที่เหลือ ใช้เวลาเพียงแค่พริบตาเดียว ตรอกแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเหล่าอันธพาลที่หมดสภาพนอนกองเกลื่อนพื้นส่งเสียงร้องโอดโอยออกมา
ครั้นเห็นว่าเ้าหกจัดการพวกนักเลงพวกนี้จนสิ้นท่าแล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์ที่จากเดิมหลบอยู่ตรงมุมตรอกเอามือกุมหัวตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เมื่อได้จังหวะปลอดภัยก็ปรี่เข้าไปเตะพวกนักเลงที่นอนกองอยู่บนพื้นคนละทีสองที
“เพ้ย! คิดจะปล้นเหล่าจืออย่างนั้นหรือ ไฉนถึงไม่ลองสืบดูก่อนว่าบุตรสาวของเหล่าจือเป็ใคร!” กล่าวจบหยวนเหล่าเอ้อร์ก็เข้าไปค้นตัวสตรีอ้วนท้วม และยึดเอาเงินที่ติดตัวทั้งหมดมา หากยังไม่ทันจะเก็บเข้ากระเป๋า เ้าหกกลับแบมือมาตรงหน้าเสียก่อน “ของข้า!”
เขาระบายลมหายใจ ก่อนจะอธิบายเหตุผลให้ฟัง “เ้าหก พ่อเป็พ่อแท้ๆ ของเ้า ของที่เ้าซื้อวันนี้ไม่มีของพ่อเลยสักชิ้น ฉะนั้นเงินนี้…”
“เงินนั้นเป็ของข้า! ใครจัดการนักเลง เงินก็ต้องเป็ของคนนั้น!”
“ฮึ่ย ให้เ้าก็ได้!” หยวนเหล่าเอ้อร์คืนเงินให้เ้าหกด้วยสีหน้าเ็ป เ้าหกใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อเงินทั้งหมดเอาไว้อย่างดี ก่อนจะใส่ไว้ในตะกร้าที่สะพายอยู่ข้างหลัง
หลังจากคนทั้งคู่เดินออกจากตรอกไปแล้ว ในตรอกถึงค่อยปรากฏบุรุษอายุไม่มากในชุดเสื้อแพรหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง คนผู้นี้จ้องมองแผ่นหลังของสองคนที่กำลังเดินออกจากตรอกไปอย่างสนอกสนใจ ครั้นหายลับไปจากสายตาแล้วถึงค่อยชักดาบออกมาจัดการกับนักเลงที่เ่าั้ทันที
[1] เหล่าจือ คำเรียกแทนตนเอง ให้ความหมายเชิงยกตนข่มท่าน
