แยกจากกันหลายปี ไม่ง่ายกว่าจะได้พบญาติของตน หลิ่วซือไม่ปิดบังสักนิด เล่าสถานการณ์หลายปีมานี้ของตนเองให้หลิ่วเทียนฉีฟังจนหมดเปลือก รวมถึงเมื่อเก้าปีก่อนที่นางกับเซวียนหยวนหงสังหารหลิ่วซาน หลันอวี่ิและหลินเหยียนเหยียนด้วยกัน และเื่ที่หลังจากนั้นหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียนถูกเซียวจื่อเยว่ช่วยไว้ หลังอาการาเ็ของหลันอวี่ิหายดีก็ตามหาพวกเขาในแดนลับเพื่อแก้แค้น
หลิ่วซือจงใจเล่าอีกว่าเพื่อช่วยนาง เซวียนหยวนหงจึงถูกหลันอวี่ิใช้หนึ่งกระบี่สังหาร เมื่อเขาตาย นางถึงเพิ่งรู้ว่าตนตั้งท้องลูกของอีกฝ่าย
ได้ยินเื่เหล่านี้ หลิ่วเทียนฉีคาดไม่ถึง แต่คิดว่ามันสมเหตุสมผลอยู่ เพราะโชคชะตาของนางเอกถูกตนทำลายไปพอประมาณ ทั้งครอบครัวถูกป้ารองฆ่าตายหมด ดังนั้น เื่ที่นางตาย เขาจึงคาดไว้อยู่บ้าง
ส่วนเซวียนหยวนหง ในนิยายต้นฉบับเขาไม่ตาย แต่คราวนี้กลับไม่ใช่ เป็หลิ่วซือที่รอด และนางยังให้กำเนิดบุตรชายเขาอีก เื่นี้กลายเป็ตัวแปรใหญ่ตัวแปรหนึ่งเสียแล้ว
“พี่สี่อย่าได้กระทำการรีบร้อนเกินไป อีกหนึ่งเดือนแดนลับแห่งนี้จะถึงกำหนดสามสิบปี รอพวกเราออกจากแดนลับ พี่สี่ค่อยอาศัยกำลังของราชวงศ์แก้แค้นให้พี่เขย สังหารหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียนเสีย!” หลิ่วเทียนฉีมองหลิ่วซือพลางปลอบเสียงเบา
“อืม ข้ารู้ อีกไม่นานพวกเราจะออกจากแดนลับแห่งนี้ เมื่อถึงเวลาที่ข้าได้พบหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียน ชายหญิงสุนัขคู่นั้นอีกครั้ง ข้าจะแก้แค้นให้เซวียนหยวนหงให้จงได้!” คิดถึงบุรุษของตน หลิ่วซือก็ขอบตาแดง
ตอนนั้น เพื่อเข้ามาในแดนลับ นางหลอกใช้ความรู้สึกของเซวียนหยวนหง แต่เมื่อมาถึงในที่แห่งนี้ คืนวันอยู่ด้วยกันยี่สิบปี แม้นางเป็ดั่งหินก้อนหนึ่งแต่กลับถูกเซวียนหยวนอังจนร้อนได้ แต่ นางยังไม่ทันเอ่ยคำว่ารักกับอีกฝ่าย ยังไม่ทันแต่งงานกับบุรุษอย่างเป็ทางการ หลันอวี่ิผู้สมควรถูกฟันหมื่นหนกับหลินเหยียนเหยียนกลับหาพวกเขาพบ เพื่อช่วยตน เซวียนหยวนหงกลับ กลับตายไปภายใต้กระบี่ของหลันอวี่ิเช่นนั้น จากนางไปตลอดกาล ไม่กลับมาอีกต่อไป
ตอนเซวียนหยวนหงตาย หลิ่วซือร้องไห้เหมือนใจจะขาด เมื่อบุรุษไม่อยู่สนใจนาง ไม่คอยเอาใจนาง ไม่มาพร่ำบ่นข้างกายอีกต่อไป นางถึงรู้ว่าในหัวใจของนาง เขามีความสำคัญเพียงไร แต่ทุกสิ่ง ทุกสิ่งล้วนสายเกินไป
หลังเสียเซวียนหยวนหงไป หลิ่วซือประหนึ่งเสียสติ ตามหาชายหญิงสุนัขคู่นั้นในแดนลับเพื่อแก้แค้น แต่หามาสามเดือนยังหาไม่พบ จากนั้น เมื่อเห็นท้องของตนเองโตขึ้นทุกวัน นางถึงพบว่าที่แท้ในท้องนางมีเืเนื้อของเขาอยู่
คิดถึงเซวียนหยวนหงที่รักตนลึกซึ้งปานนั้น หลิ่วซือไม่ลังเลสักนิด พร้อมให้กำเนิดเด็กคนนี้ออกมา เพื่อเด็กคนนี้ นางหลบซ่อนซ้ายขวา ผ่านความลำบากนานาในแดนลับ ไม่ง่ายกว่าจะเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาได้
“เนี่ยนหงรู้เื่เหล่านี้ไหม?” หลิ่วเทียนฉีมองสีหน้าแน่วแน่ของหลิ่วซือพลางถามอีกหน
“รู้ ทุกวันข้าจะบอกเขาว่าครั้งหนึ่งบิดาเขาตายอย่างไร ถูกผู้ใดสังหาร ฉะนั้น ชื่อหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียน เขาจำได้ชัดเจน ต่อให้ข้าตายไป เขาก็จะจดจำไปตลอดว่าต้องแก้แค้นให้บิดาของเขา!”
ได้ยินคำนี้ หลิ่วเทียนฉีผงกศีรษะเล็กน้อย มิน่า ครั้งแรกที่เห็นเ้าตัวจ้อยอายุแปดขวบจึงรู้สึกว่าเด็กคนนี้โตเกินวัยอยู่บ้าง บนหน้าไม่มีความไร้เดียงสาที่เด็กน้อยคนหนึ่งควรมีสักนิด ที่แท้ถูกหลิ่วซือใช้ความเคียดแค้นชิงชังกรอกหูเลี้ยงมาจนโต อย่างนั้นสินะ?
“น้องเจ็ด พบเ้ากับเสี่ยวรุ่ยข้าก็วางใจ หลังพวกเราถูกเคลื่อนย้ายออกไป บางทีข้าอาจยังมีโอกาสสังหารหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียน พวกคนต่ำช้านั่นอีกหน หากข้าตายไป เ้าจงพาเนี่ยนหงกลับนครเซิ่งตู มอบให้พระสนมหลันเฟย จำไว้ว่าพระสนมหลันเฟยคือย่าแท้ๆ ของเนี่ยนหง”
“พี่สี่!” หลิ่วเทียนฉีมองหลิ่วซือที่สั่งเสียเร็วเช่นนี้ ก่อนเรียกเสียงแ่
“น้องเจ็ด ในแดนลับแห่งนี้ เ้าคือญาติเพียงคนเดียวของข้า ข้าคงได้แต่ฝากเนี่ยนหงไว้กับเ้า!”
“พี่สี่วางใจเถิด ข้ากับเสี่ยวรุ่ยจะดูแลเนี่ยนหงเอง”
“ดี ดี!” หลิ่วซือพยักหน้าหลายหน
“หากพี่สี่ยืนยันจะแก้แค้น ที่ตัวข้ายังมียันต์วิเศษขั้นสี่ห้าแผ่นกับยันต์อัคคีทองอีกสิบแผ่น น่าจะช่วยพี่สี่ได้อีกแรง!” หลิ่วเทียนฉีเห็นหลิ่วซือเตรียมพร้อมจะตายเรียบร้อย ถึงเอายันต์วิเศษสิบห้าแผ่นออกมามอบให้อีกฝ่ายอย่างใจกว้าง
เห็นยันต์วิเศษที่หลิ่วเทียนฉีส่งมา ดวงตาหลิ่วซือเป็ประกาย ใบหน้าผุดสีหน้ายินดี “น้องเจ็ด ขอบคุณเ้ามาก”
“ล้วนเป็ครอบครัวเดียวกัน ไยพี่สี่พูดถ้อยคำเกรงใจเช่นนี้เล่า?”
“น้องเจ็ด ที่จริงข้ารู้ ข้ารู้ว่าเ้าช่วยข้า ช่วยบ้านรองเสมอ หาก หากข้ามีชาติหน้า ข้าจะต้องเป็พี่สาวที่ดีคนหนึ่ง รักและเอ็นดูเ้าแน่นอน ไม่มีทาง ไม่มีทางช่วยเทียนลู่กับเสี่ยวอู่ทำร้ายเ้าอีก น้องเจ็ด!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วซือร่ำไห้สะอื้น
ท้ายที่สุด ครอบครัวของนางจากไปทีละคน กระทั่งบุรุษที่รักนางอย่างลึกซึ้งก็จากนางไปเสียแล้ว แต่ แต่คนที่ยืนอยู่หลังร่างนาง ช่วยเหลือนางมาตลอดกลับเป็น้องเจ็ดที่ั้แ่เล็กตนไม่เคยชอบ
“พี่สี่อย่าพูดเช่นนี้เลย เื่ในอดีตข้าลืมไปนานแล้ว!” พูดตามตรง คนที่หลิ่วซือทำร้ายคือเ้าของร่างคนเดิม ไม่ใช่ตนในตอนนี้ เขาจึงไม่จำเป็ต้องไปคิดเล็กคิดน้อยเช่นกัน
.........
ครึ่งชั่วยามต่อมา
หลิ่วเทียนฉีกะพริบตาปริบ มองคนรักมีสีหน้าหงุดหงิดเดินกลับมาในกระโจม เขาหัวเราะเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายมาหยุดอยู่ข้างกายพลางจับมือน้อยขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้น เสี่ยวรุ่ย?”
“เฮ้อ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ? ถูกหลานเ้ากินเต้าหู้แล้วน่ะสิ!” พูดถึงตรงนี้ เฉียวรุ่ยก็อดกลอกตาวงใหญ่ไม่ได้
“ฮ่าๆๆๆ อะไรกัน?” หลิ่วเทียนฉีมองท่าทางฮึดฮัดของคนรักพลางยิ้มอ่อน
“เฮอะ เซวียนหยวนเนี่ยนหง เ้าหนู่นั่นจับมือข้า บอกว่าจะสู่ขอ!”
“หืม?” ได้ยินคำนี้ หลิ่วเทียนฉีกลับยิ้มไม่ออก เพราะเ้าหนูนั่นไม่ใช่เด็กน้อยธรรมดา นั่นเป็ผู้ใหญ่ในร่างเด็กเชียวนะ!
เห็นหน้าทะมึนของเขา เฉียวรุ่ยกลับมาหัวเราะ “ศัตรูความรักคนนี้ตึงมือมากอยู่นะ ข้าขอดูหน่อยสิว่าเ้าจะจัดการอย่างไร?”
“บางทีข้าอาจใช้ไม่เปลี่ยนรับมือหมื่นแปรเปลี่ยน ขอแค่เ้าอยู่ในอ้อมแขนข้าย่อมไม่มีใครแย่งเ้าไปได้ เด็กน้อยคนหนึ่งยิ่งไม่มีทาง!” หลิ่วเทียนฉีพูดอย่างมั่นใจ
เฉียวรุ่ยก้มศีรษะ มองมือใหญ่ที่ยึดอยู่บนเอวตนพลางยิ้ม “อวดดี!”
“เชื่อมั่นในตนเองต่างหาก ข้าเชื่อมั่นว่าข้าเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดของเสี่ยวรุ่ย แล้วข้ายังเชื่อมั่นอีกว่าไม่มีบุรุษคนไหนรักเสี่ยวรุ่ยได้มากกว่า ให้ความสุขเสี่ยวรุ่ยได้มากกว่าข้าหรอก!”
ได้ยินเข้า เฉียวรุ่ยก็อดกลอกตาอีกหนไม่ได้ “ช่างอวดดีและหลงตนเองเก่งจริงเชียว!”
“อย่างงั้นหรือ?” หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะ จูบริมฝีปากน้อยแ่เบา
“พอแล้ว อย่าแกล้งน่า บอกข้าซิที่แท้เกิดเื่อะไรขึ้น ไอ้หนูนั่นบอกว่าพ่อเขาถูกหลันอวี่ิสังหาร เป็เื่จริงไหม?” เฉียวรุ่ยมองคนรักอย่างคลางแคลง แล้วส่งเสียงถาม
“อืม เป็เช่นนี้...” หลิ่วเทียนฉีเล่าเื่ที่หลิ่วซือบอก
“หรือก็คือ หลิ่วซือสังหารหลิ่วซาน เข้าไปทำร้ายหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียนก่อน ต่อมาถูกเซียวจื่อเยว่ที่ตามมาช่วยไป หลังจากนั้น หลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียนกลับมาแก้แค้นสังหารหลิ่วซือ สุดท้ายเพื่อช่วยนาง เซวียนหยวนหงจึงถูกหลันอวี่ิสังหารไป อย่างนั้นใช่ไหม?” เฉียวรุ่ยเกาศีรษะก่อนถามอีกครั้ง
“ถูกต้อง เป็เช่นนี้แหละ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับ
“เฮ้อ ความแค้นนี้ของพวกเขา ยิ่งผูกยิ่งลึกจริงนะ!” เซวียนหยวนหงตาย หลิ่วซือยิ่งแค้นหลันอวี่ิ ในขณะเดียวกัน เมื่อหลิ่วซานตาย หลันอวี่ิย่อมเกลียดหลิ่วซือเข้ากระดูกดำเช่นกัน!
“นั่นเป็เื่ของพวกเขา ไม่เกี่ยวกับพวกเรา”
“ถ้าอย่างนั้น เ้าไม่คิดช่วยหรือ?” เฉียวรุ่ยเหลือบมองคนรัก ไม่ค่อยอยากเชื่ออยู่บ้าง
“ค่อยพูดกันทีหลังเถิด!” หากหลิ่วซือทำร้ายหลันอวี่ิจนาเ็หนัก หลิ่วเทียนฉีก็ไม่ถือสาถ้าต้องลำบากทีหนึ่งเพื่อกำจัดอีกฝ่าย แต่ด้วยโชคดีเหนือฟ้าของพระเอก อยากให้เขาตายโดยง่ายประหนึ่งยกฝ่ามือที่อวิ๋นโจว เกรงว่าเป็ไปได้ยากนัก!
.........
ยี่สิบวันให้หลัง
เฉียวรุ่ยนั่งอยู่ข้างกายคนรัก กะพริบตาปริบๆ จ้องเนื้อตุ๋นในหม้อของหลิ่วเทียยฉี สูดน้ำลายเต็มปากฟืดๆ เป็ระยะ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความหิวกระหาย
เห็นใบหน้าตะกละของคนรักตัวน้อย สายตาหลิ่วเทียนฉีก็อ่อนโยนผิดปกติ อดยื่นมือข้างหนึ่งไปลูบศีรษะเฉียวรุ่ยไม่ได้
“เทียนฉี เมื่อไรจะเสร็จหรือ?” เฉียวรุ่ยย่นจมูก ถามด้วยสีหน้ารีบร้อน
“ใกล้แล้วล่ะ!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักมีสีหน้าร้อนใจ มุมปากยกขึ้นอย่างจนปัญญา ั์ตาเต็มไปด้วยความรักใคร่
“เฉียวรุ่ยโชคดีจริงหนอ มีบุรุษทำอาหารเป็ ไม่เหมือนพวกเรา ต้องลงมือทำของกินเองอีก!” เมิ่งเฟยมองเฉียวรุ่ยที่รอกินเนื้ออยู่ข้างกายหลิ่วเทียนฉีเหมือนสุนัขน้อยก็ทำหน้าอิจฉา
ได้ยินคำนี้ เฉียวรุ่ยพลันหน้าแดง หลุบตาลงอย่างไม่รู้ตัว
“ฮ่าๆๆ ศิษย์พี่เมิ่งก็หาสามีที่ทำอาหารเป็สิ!” หลิ่วเทียนฉียิ้มพลางบอก ใช้ช้อนคนน้ำแกงเนื้อในหม้อเบาๆ
“เฮอะ เ้าคิดว่าบุรุษที่วาดยันต์ ทำอาหารเป็และยังรักภรรยาเช่นนี้อย่างเ้าเป็สัตว์อสูร? มีอยู่ทั่วเขาทั่วป่าหรือไงกัน?” เมิ่งเฟยถลึงตาใส่ กลับเนื้อย่างในมืออย่างหงุดหงิด นางย่อมอยากหาสักคนอยู่แล้ว แต่มันง่ายดายที่ไหนเล่า?
“ฮ่าๆๆๆ...” ได้ยินคำพูดของเมิ่งเฟย ทุกคนก็พากันหัวเราะ
“ศิษย์พี่เมิ่ง เทียนฉีเป็ของข้านะ ของข้าคนเดียว!” เฉียวรุ่ยกอดแขนหลิ่วเทียนฉี ประกาศสิทธิ์ที่ตนเองมีกับเมิ่งเฟยทันที
“รู้แล้วน่า ไม่มีใครแย่งเ้าหรอก!” เมิ่งเฟยถลึงตาใส่อย่างไม่สบอารมณ์ เอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยใจ
“ฮ่าๆๆ ศิษย์น้องเฉียว นิสัยเสียเื่ขี้หึงนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ!” จงหลิงมองเฉียวรุ่ย หัวเราะก่อนพูดขึ้น
“ฮึๆ นิสัยเสียนี่ คงแก้ไม่ได้แล้วล่ะ!” หลิ่วเทียนฉีชอบไหน้ำส้มน้อยของตนนักล่ะ ไยจะอยากให้เขาเปลี่ยนเล่า?
“ครืน ครืน...”
ผู้คนคุยเล่นกันอยู่ ฉับพลัน เสียงอสนีบาตะเืฟ้าะเืดิน ะเืแก้วหูแทบดับครั้งแล้วครั้งเล่าในที่ห่างไกลก็ลอยเข้ามา
หลิ่วเทียนฉีเงยหน้าขึ้น มองอสนีบาตภัยสายแล้วสายเล่าที่ฟาดลงมาในแดนลับอันห่างไกล สีหน้าเขาทะมึนในทันที
ในนิยายต้นฉบับเล่าว่ามีเพียงพระเอก นางเอกและนางเอกคนที่สองที่เลื่อนเป็ระดับดวงปราณในแดนลับ คราวนี้นางเอกตายแล้ว อสนีบาตภัยของการเลื่อนระดับนี่ หรือจะเป็พระเอกกัน?
ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ได้อุกกาบาตทองกับน้ำพุแสงทองซึ่งเป็วาสนาใหญ่ พระเอกยังผนึกดวงปราณได้อีกหรือ? หากเป็เช่นนี้จริง ถ้าเช่นนั้น โชคชะตาของพระเอกออกจะดีเกินไปแล้ว ดีเกินไปจริงๆ!
พอคิดว่าเป็ไปได้มากว่าจะเป็อสนีบาตภัยในการเลื่อนเป็ระดับดวงปราณของหลันอวี่ิ ใจของหลิ่วเทียนฉีหนักอึ้งโดยพลัน เขากลับมากลัดกลุ้ม เพราะเดิมที ยังคิดจะช่วยหลิ่วซือสังหารพระเอกด้วยกันอยู่เลย? แต่หากพระเอกเลื่อนเป็ระดับดวงปราณสำเร็จ เกรงว่าอาจสังหารไม่ง่ายปานนั้นแล้วกระมัง!
