บทที่ 7 ผู้คุ้มกันจำเป็
บรรยากาศยามเย็นภายในคลินิกเถื่อนวันนี้เงียบสงบผิดปกติ เสียงอึกทึกของชุมชนแออัดด้านนอกดูเหมือนจะเบาบางลง เหลือเพียงเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยเฉื่อยและเสียงพลิกหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ของ พยัคฆ์ ที่นั่งวางมาดเป็เ้าพ่อ (ตกอับ) อยู่บนเก้าอี้พลาสติกมุมห้อง
หลังจากเหตุการณ์ในห้องครัววันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง เสือ กับ แดนเหนือ ก็ตกอยู่ในสภาวะ 'าเย็น' ที่เจือไปด้วยความกระอักกระอ่วน
เสือยังคงทำหน้าที่เบ้ประจำคลินิก (แบบขอไปที) ส่วนแดนเหนือก็พยายามรักษาระยะห่าง แต่ทว่าสายตาคมกริบของเสือที่คอยจับจ้องตามติดทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัวนั้น ทำให้หมอหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกนักล่าตะล่อมเหยื่อเข้ามุมอยู่ตลอดเวลา
“จะจ้องอีกนานไหม? ถ้าว่างมากก็ไปกรอกน้ำใส่ขวด”
แดนเหนือพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากบัญชีรายรับรายจ่ายที่หน้าเคาน์เตอร์
เสือลดหนังสือพิมพ์ลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่มีพลาสเตอร์ยาปิดแผลเล็กน้อย
“กูไม่ได้จ้อง กูแค่พักสายตา แล้วอีกอย่าง มึงใช้งานกูเยี่ยงทาสมาทั้งวันแล้วหมอ ให้กูพักบ้างเถอะ”
“ทาสบ้านไหนนั่งกระดิกเท้าอ่านหนังสือพิมพ์”
แดนเหนือสวนกลับทันควัน
ยังไม่ทันที่เสือจะได้อ้าปากเถียงต่อ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากหน้าประตูเหล็กดัด
ปัง! ปัง! ปัง!
“เฮ้ย! หมอ! อยู่ไหมวะ! เปิดประตู!”
เสียงะโหยาบคายพร้อมกับแรงทุบประตูที่สั่นะเืไปทั้งบาน ทำให้แดนเหนือขมวดคิ้วมุ่น เขาถอนหายใจยาวด้วยความเบื่อหน่าย วางปากกาลงแล้วเดินไปปลดล็อคประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นเหล้าเหม็นหืนและกลิ่นบุหรี่ราคาถูกก็ลอยคละคลุ้งเข้ามา ชายฉกรรจ์สามสี่คนในชุดเสื้อลายดอกและกางเกงยีนส์ขาดๆ เดินอาดๆ เข้ามาในคลินิกด้วยท่าทางวางก้าม
นำทีมโดย ‘ไอ้จอด’ นักเลงเ้าถิ่นหน้าปรุฟันเหยินที่เป็ขาใหญ่คุมซอยนี้
“มีธุระอะไร?” แดนเหนือถามเสียงเรียบ ยืนกอดอกขวางทางไม่ให้พวกมันเดินเข้าไปลึกกว่านี้
“แหม... ทักทายกันเ็าจังนะหมอ” ไอ้จอดแสยะยิ้มจนเห็นคราบหมากฝรั่ง
“วันนี้วันสิ้นเดือน... ลืมแล้วเหรอจ๊ะ? ค่าคุ้มครองน่ะ”
แดนเหนือถอนหายใจ
“ฉันจ่ายไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน พวกแกจะมาไถอะไรอีก?”
“อ้าว เฮ้ย! พูดหมาๆ แบบนี้ได้ไงวะ” ไอ้จอดทำตาโต ชี้หน้าด่า
“ไอ้ที่จ่ายน่ะมันของเดือนก่อน! เดือนนี้ค่าที่ขึ้นเว้ย เศรษฐกิจมันแย่ เข้าใจไหม? จ่ายมาซะดีๆ ห้าพัน!”
“ห้าพัน?”
แดนเหนือแค่นหัวเราะ
“ปล้นกันเลยดีกว่าไหม? คลินิกฉันรักษาคนจนๆ จะเอาเงินที่ไหนมาให้”
“ไม่มีเงิน ก็เอาอย่างอื่นมาขัดดอกสิวะ”
ไอ้จอดเดินรุกคืบเข้ามาใกล้ สายตาหื่นกระหายกวาดมองใบหน้าเนียนใสของหมอหนุ่มอย่างจาบจ้วง มันเอื้อมมือสกปรกที่คีบบุหรี่อยู่มาทำท่าจะเชยคางแดนเหนือ
“หน้าขาวๆ ปากแดงๆ แบบหมอเนี่ยไปนั่งดริ๊งค์กับพวกพี่สักคืนสองคืน หนี้ก็หมดแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ”
ลูกน้องด้านหลังพากันหัวเราะครืน แดนเหนือเบี่ยงหน้าหลบด้วยความรังเกียจ แววตาเริ่มแข็งกร้าว
“ออกไป...” แดนเหนือสั่งเสียงเย็น
“ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ”
“ตำรวจ?” ไอ้จอดหัวเราะลั่น
“ที่นี่มันถิ่นกู! ตำรวจหน้าไหนจะกล้าเข้ามา! อย่าเล่นตัวนักเลยน่าหมอ มามะ...”
มันพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือแดนเหนืออย่างรวดเร็ว แดนเหนือพยายามบิดข้อมือหนี แต่แรงของอัลฟ่าระดับล่างก็ยังมากกว่าเบต้า (ปลอมๆ) อย่างเขาอยู่ดี
“ปล่อย!” แดนเหนือตวาด
“ไม่ปล่อยเว้ย! วันนี้กูจะเอาหมอทำเมีย ดูซิว่าจะเก่งแต่ปากไห...”
ผัวะ!
เสียงหมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่ซีกหน้าของไอ้จอดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของนักเลงเ้าถิ่นกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางยาจนขวดแก้วร่วงกราวแตกกระจาย!
“โอ๊ย! เชี่ยไรวะ!”
ไอ้จอดร้องลั่น กุมหน้าที่บวมเป่งขึ้นมาทันตาเห็น เืสดๆ ไหลกลบปาก
ความเงียบเข้าปกคลุมคลินิกชั่วอึดใจ ทุกสายตาหันขวับไปมองเ้าของหมัดหนักหน่วงนั้น
ร่างสูงใหญ่ของ เสือ ยืนตระหง่านอยู่ข้างแดนเหนือ ใบหน้าคมคายเรียบสนิท แต่ดวงตาสีอำพันกลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน รังสีอำมหิตของ True Alpha แผ่พุ่งออกมาจนอากาศในห้องหนาทึบและกดดันจนหายใจไม่ออก
เสือค่อยๆ ลดกำปั้นลง ขยับคอไปมาจนเกิดเสียงกระดูกลั่นกร๊อบ
“มึง...”
ไอ้จอดชี้หน้ามือสั่น “มึงเป็ใครวะ! กล้าดียังไงมาต่อยกู!”
เสือไม่ตอบคำถาม แต่ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาช้าๆ ท่วงท่าเยื้องย่างราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่อที่าเ็
“ใครอนุญาตให้มึงเอามือสกปรกๆ มาแตะต้องคนของกู?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นะเืเสียดแทงไปถึงกระดูกดำ
“คน... คนของมึง?”
ไอ้จอดตะกุกตะกัก เริ่มรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แล่นขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจ สัญชาตญาณบอกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา
“มึง... มึงเป็เด็กใหม่ของไอ้หมอนี่เหรอวะ? รู้ไหมกูเป็ใคร! กูคือจอด ซอยตัน!”
“กูไม่สนว่ามึงจะเป็จอด ซอยตัน หรือจอดนรกแตกที่ไหน...”
เสือพุ่งตัวเข้าไปด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน เขาคว้าคอเสื้อของไอ้จอดแล้วยกตัวมันลอยขึ้นจากพื้นด้วยแขนข้างเดียว!
“เฮ้ย! ลูกพี่!”
ลูกน้องอีกสองคนเห็นท่าไม่ดี รีบชักมีดพกออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่เสือจากด้านหลัง
“ระวัง!”
แดนเหนือะโเตือน
แต่เสือไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขาเหวี่ยงร่างไอ้จอดไปกระแทกใส่ลูกน้องคนหนึ่งจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน ก่อนจะหมุนตัวเตะก้านคอลูกน้องอีกคนที่เหลือ
ปึก!
เสียงแข้งปะทะเนื้อดังแน่นตึ้บ ร่างของนักเลงถือมีดร่วงลงไปกองกับพื้นนิ่งสนิทราวกับใบไม้ร่วง สลบเหมือดในดอกเดียว
เสือหันกลับมามองไอ้จอดที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล
“มึง... มึง...”
ไอ้จอดหน้าซีดเผือด รู้แล้วว่าเจอตอเข้าอย่างจัง
เสือย่างสามขุมเข้าไป เหยียบอกไอ้จอดให้จมลงไปกับพื้นเศษแก้ว
“จำใส่หัวสมองกลวงๆ ของมึงไว้...”
เสือโน้มหน้าลงไป แววตาที่จ้องมองนั้นอำมหิตจนไอ้จอดฉี่ราดกางเกง กลิ่นฟีโรโมน ดินปืนและคาวเื ของเสือเข้มข้นจนข่มขวัญศัตรูให้สิ้นสภาพ
“หมอคนนี้ ของกู”
เสือเน้นเสียงหนักแน่น ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ใครหน้าไหนกล้าแตะมัน... กูจะหักมือทิ้ง แล้วควักลูกตามึงออกมาให้หมาแดก! เข้าใจไหม!”
“ข... เข้าใจแล้วครับ! เข้าใจแล้ว! ปล่อยผมไปเถอะ!”
ไอ้จอดร้องไห้โฮ ยกมือไหว้ปลกๆ
เสือเตะเข้าที่สีข้างมันอีกทีเป็การสั่งสอน
“ไสหัวไป! แล้วอย่าให้กูเห็นหน้าพวกมึงแถวนี้อีก!”
ไอ้จอดรีบตะกายหนี พยุงลูกน้องที่สลบ วิ่งหนีหางจุกตูดออกไปจากคลินิกราวกับหนีผี
ความสงบกลับคืนมาสู่คลินิกอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เสือยืนหอบหายใจเล็กน้อย ปรับอารมณ์ให้เย็นลง เขาหันกลับมามองแดนเหนือที่ยืนนิ่งตะลึงงันอยู่กลางห้อง
สภาพของแดนเหนือดูตื่นใ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับจ้องมองเสือไม่วางตา มันไม่ใช่สายตาที่มองคนไข้ หรือมองภาระ
แต่มันเป็สายตาของคนที่เพิ่งได้เห็น ‘กำแพง’ ที่แข็งแกร่งที่สุด มายืนขวางกั้นอันตรายให้
เสือเดินเข้าไปหาแดนเหนือ กวาดตามองสำรวจร่างบางตรงหน้าอย่างรวดเร็ว“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” น้ำเสียงที่เคยดุดันเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็ทุ้มต่ำเจือความห่วงใยโดยที่เ้าตัวไม่รู้ตัว
แดนเหนือส่ายหน้าช้าๆ
“มะ... ไม่เป็ไร”
เสือถอนหายใจโล่งอก เอื้อมมือไปจับข้อมือแดนเหนือข้างที่ถูกไอ้จอดจับเมื่อกี้ ยกขึ้นมาดูรอยแดงจางๆ ที่ผิวขาวจัด
“รอยแดงเลยไอ้สวะเอ้ย รู้งี้กูหักแขนมันทิ้งจริงๆ ดีกว่า”
เสือบ่นพึมพำ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่รอยแดงนั้นราวกับจะเช็ดมันออก
ััของเสือแม้จะหยาบกระด้าง แต่กลับอบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาด
แดนเหนือเงยหน้ามองเสือ ผู้ชายที่เขาเคยคิดว่าเป็ตัวอันตราย เป็มาเฟียที่น่ารังเกียจ
แต่วันนี้ผู้ชายคนนี้กลับเอาตัวเข้าแลก ปกป้องเขาด้วยมือเปล่าทั้งที่แผลตัวเองยังไม่หายสนิท
“แผลแก...”
แดนเหนือเอ่ยทัก สายตาเหลือบไปเห็นรอยเืซึมที่เสื้อกล้ามของเสือตรงสีข้าง
“แผลฉีกหรือเปล่า?”
“ช่างมันเถอะ ไกลหัวใจ” เสือตอบปัดๆ ไม่ยอมปล่อยมือแดนเหนือ
“ไม่ได้...” แดนเหนือขมวดคิ้ว ดึงมือตัวเองออกแล้วดันหลังเสือให้ไปนั่งที่เก้าอี้
“นั่งลง เดี๋ยวฉันทำแผลให้... แล้วห้ามดื้อ”
เสือยอมนั่งลงแต่โดยดี มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีกุลีกุจอของหมอ
ขณะที่แดนเหนือกำลังสาละวนกับการเตรียมอุปกรณ์ทำแผล บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนไป กำแพงความเ็าของหมอเถื่อนเริ่มพังทลายลง และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าคำว่า ‘เ้าหนี้-ลูกหนี้’ เริ่มก่อตัวขึ้น
“ขอบใจนะ...”
เสียงหวานของแดนเหนือดังขึ้นแ่เบา ขณะที่ก้มหน้าเช็ดเืที่แผลให้เสือ
เสือเลิกคิ้ว มองกลุ่มผมนุ่มของคนตรงหน้า
“เื่อะไร?”
“เื่เมื่อกี้... ถ้าแกไม่อยู่ ฉันคงแย่”
เสือหัวเราะในลำคอ เอื้อมมือไปเชยคางแดนเหนือให้เงยหน้าขึ้นสบตา
“ไม่ต้องขอบคุณ...” เสือจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อน
“กูพูดจริงนะหมอ...”
“...”
“มึงเป็คนของกู เป็หมอของพยัคฆ์”
เสือขยับหน้าเข้าไปใกล้ จนััได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“ตราบใดที่กูยังยืนอยู่ตรงนี้ กูจะไม่ยอมให้หมาตัวไหนมาแตะต้องมึงได้แม้แต่ปลายเล็บ” แดนเหนือใจเต้นระรัว แก้มใสขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ คำพูดแสดงความเป็เ้าของที่แสนเผด็จการนั้น ทำไมมันถึงฟังดูอบอุ่นหัวใจได้ขนาดนี้
“เออ... รู้แล้วน่า”
แดนเหนือหลบสายตา แกล้งกดสำลีลงบนแผลแรงๆ แก้เขิน
“โอ๊ย! เบาๆ สิหมอ! จะฆ่าผัว... เอ้ย จะฆ่าคนไข้รึไง”
“ปากดีนักนะ ก็สมควรโดน!”
เสียงถกเถียงและเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในคลินิกเล็กๆ ท่ามกลางซากปรักหักพังของขวดยาที่แตกกระจาย... แต่ในความยุ่งเหยิงนั้น สายใยบางๆ ระหว่าง ‘เสือร้าย’ และ ‘หมอเถื่อน’ ได้ถูกถักทอขึ้นจนแ่า
วันนี้ แดนเหนือได้รู้แล้วว่า ภายใต้เขี้ยวเล็บที่แหลมคมของพยัคฆ์ มันคืออ้อมกอดที่ปลอดภัยที่สุดที่เขาเคยััมา.
****
