ที่อาคารสำนักงานของบริษัทเทพสถิต บริษัทจัดหาวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ซึ่งเป็อาคารสูงสิบชั้น มีพนักงานกว่าสามร้อยคน แต่ส่วนมากกลับทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาแทบจะหาความสุขไม่ได้ แม้บริษัทนี้จะดูก้าวหน้ายิ่งกว่ารุ่นพ่อของเ้าของบริษัท รวมถึงสวัสดิการและเงินเดือนที่สูงกว่าที่ทำงานอื่นก็ตาม
“นี่เธอ คุณจินดาราอยากกินเค้กมะพร้าวของร้านมิวกี้ เธอไปซื้อมาหน่อย” ชยากร ผู้ช่วยฝ่ายจัดซื้อของบริษัทเดินมาเคาะนิ้วที่โต๊ะประชาสัมพันธ์และสั่งพนักงานประชาสัมพันธ์ที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าบริษัทเสียงแข็ง
“แม่บ้านก็มี ไปให้พวกเธอซื้อสิคะ” ชไมพร หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“พวกแม่บ้านทั้งเล็บทั้งมือดำปี๋ จะให้ไปหยิบของกินของคุณจินได้ยังไง พวกเธอนั่นแหละออกไป ร้านอยู่เลยจากนี่แค่สองป้ายรถเมล์เอง ไม่ทันเหนื่อยหรอก”
“มันไม่ใช่หน้าที่ของพวกเรานะคะ เรายังมีงานที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนเลิกงาน” ชไมพรยังคงเสียงแข็ง
ชยากรหรี่ตามองเธอ “เธอก็รู้ใช่ไหมว่าคุณจินดาราเป็ใคร แล้วคุณพีรายุรักเธอมากแค่ไหน พวกเธออยากถูกไล่ออกจากงานก่อนสี่โมงเย็นวันนี้หรือไง”
ชไมพรและพนักงานในแผนกต่างเหลียวมองกันอย่างอึดอัดใจ
ชยากรใช้นิ้วชี้พนักงานประชาสัมพันธ์เป็รายคน “รีบไปซื้อเดี๋ยวนี้ แล้วกลับมาภายในครึ่งชั่วโมง ถ้าคุณจินไม่ได้กินก่อนเที่ยง พวกเธอ เธอ เธอ และเธอเตรียมเฉดหัวออกจากบริษัทนี้ได้เลย” พูดจบก็เดินจากไปอย่างลำพองใจ
“บ้าเอ๊ย” ชไมพรที่พูดเพราะอยู่เป็นิจถึงกับสบถออกมา
“น่าเบื่อมากนะพี่” นิศากรบ่น “สมัยพ่อคุณพีรายุไม่เคยมีเื่แบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้มันเป็ยังไงถึงปล่อยให้เมียมาจุ้นจ้าน คอยดูเถอะ บริษัทนี้ต้องล่มจมเพราะผู้หญิงคนนี้สักวัน”
“เบา ๆ” ชไมพรหันมาปราม “ถ้ายังหางานอื่นไม่ได้ก็ทน ๆ ไปก่อน ตกงานไปครอบครัวพวกเธอจะลำบาก ทุกคนทำงานต่อไปเถอะ ฉันจะไปซื้อเอง” ชไมพรแสดงสปิริตรับหน้าออกไปซื้อแทนบรรดาลูกน้องในปกครอง
่สองปีที่ผ่านมา แม้บริษัทจะดูหอมหวานแค่ไหนในสายตาคนภายนอก แต่สำหรับคนภายในไม่ใช่แบบนั้น สาเหตุก็เพราะจินดารา ภรรยาของพีรายุ
จินดาราชอบเข้ามายุ่มย่ามในบริษัทจนระบบงานไร้ระเบียบ เรียกได้ว่าเข้าไปสร้างความวุ่นวายในทุกแผนก ทั้งดันคนของตัวเองเป็ใหญ่ ทั้งใช้งานพนักงานให้ไปทำเื่ที่ไม่ใช่หน้าที่ และส่วนมากจะเป็เื่ส่วนตัวของจินดาราเอง ทั้งให้ไปซื้อของ ไปทำธุระที่ธนาคาร หรือแม้แต่ใช้ให้ขับรถไปส่งตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งตัวพีรายุเองก็ไม่มีทีท่าห้าม มิหนำซ้ำยังสนับสนุนให้ทำเสียด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีพนักงานลาออกจากบริษัทอยู่ทุกเดือน ส่วนมากจะเป็คนเก่าคนแก่ที่เคยอยู่มาั้แ่สมัยพ่อของพีรายุ ที่เหลือในบริษัทตอนนี้นอกจากพรรคพวกที่จินดาราดึงมาแล้ว ก็จะเป็กลุ่มที่ติดสัญญาใจอยู่กับพ่อของพีรายุ รวมถึงกลุ่มที่ยังไม่มีที่ไปอื่น
ขณะที่พนักงานข้างนอกมีแต่ความหงิดหงิดงุ่นง่าน แต่บรรยากาศภายในห้องประธานบริษัทกลับแตกต่างออกไป
จินดารากำลังนั่งอยู่บนตักของพีรายุตรงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ของประธานบริษัท ทั้งคู่เอาแต่หัวร่อต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข มือไม้ของพีรายุเคล้นคลึงไปทั่วร่างงามของเธอราวกับหนวดปลาหมึกก็ไม่ปาน
“อย่าสิคะพี เหลือเอกสารให้เซ็นอีกตั้งหลายฉบับนะ รีบทำเข้าเถอะ” จินดาราที่ซบตรงอกกว้างของเขาได้เอ่ยปากห้ามอย่างไม่จริงจังนัก
ริมฝีปากร้อนของเขาจุมพิตไปตรงหลังคอของเธออย่างหลงใหล “ผมรักคุณจะคลั่งอยู่แล้วรู้ไหมจิน คุณเป็เมียที่น่ารักของผมเหลือเกิน” เขาเอ่ยเสียงกระเส่า
จินดาราเงยหน้ามองแล้วแย้มปากให้อย่างยั่วเย้า “คุณก็เป็สามีที่น่ารักของเมียเหมือนกันนะคะ” แล้วแนบเรียวปากทรงเสน่ห์ไปบนริมฝีปากร้อนของเขาเบา ๆ หนึ่งที พีรายุสุดจะห้ามใจ เขากดริมฝีปากหนัก ๆ ตามมาเคล้าคลึงแนบชิดจนครางกระเส่าดังทั่วห้อง
“พอแล้วนะคะ นี่ที่ทำงานนะ” เธอแทรกมือเพื่อหยุดริมปากเขาที่กำลังรุกรานเข้าหาอย่างหนักหน่วง
“เป็ไรไป นี่บริษัทของเรา” เขาจ้องหน้าเธออย่างหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น “คุณสวยเหลือเกิน ถ้ามีลูกสาว ลูกของเราต้องสวยน่ารักเหมือนคุณแน่”
รอยยิ้มของจินดาราเจื่อนลง นี่เป็เื่ที่ขัดใจเธออย่างที่สุด นี่ก็หลายปีแล้วที่เธอถีบวรรณารีกระเด็นออกไปและผลักดันตัวเองขึ้นมานั่งเป็ภรรยาของเขาอย่างสมบูรณ์ แต่น่าเสียดายที่ไม่สมบูรณ์จริง ไม่ว่าจะพยายามกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ลูกของเธอและเขาก็ไม่ยอมมาเกิด
“นั่นสิคะ จินก็เสียดายเหมือนกัน” เธอเอ่ยตอบเขาเสียงหวาน
คราวนี้ั์ตาของพีรายุกร้าวขึ้นมา “ต้องเป็เพราะผู้หญิงคนนั้น วรรณารีเอาเครื่องเพชรประจำตระกูลของเราไป บรรพบุรุษเลยโกรธไม่ยอมให้เรามีลูก น่าเจ็บใจที่ผมชิงไล่ออกจากบ้านไปก่อน เลยไม่รู้ว่าเครื่องเพชรพวกนั้นอยู่ที่ไหน คงต้องตามหาวรรณารีให้เจอ”
จินดาราหุบยิ้ม เธอมองพีรายุอย่างไม่ไว้ใจ “คุณจะตามหาทำไม หรือว่ายังรักแม่นั่นอยู่” เธอผลักอกเขาอย่างแรงเพื่อให้ตัวเองหลุดจากพันธนาการ สีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
พีรายุรีบผวากอดรัดเธอเอาไว้แน่น “ไม่ใช่นะ ผมรักคุณคนเดียว ผมแค่อยากตามหาเพื่อเอาเครื่องเพชรคืน ทำให้บรรพบุรุษหายโกรธ พวกเราจะได้มีลูก อีกอย่าง ผมกับวรรณารียังมีทะเบียนสมรสคาไว้อยู่ ตามหล่อนให้มาจัดการหย่าให้เรียบร้อย ผมกับคุณจะได้เป็ครอบครัวกันอย่างสมบูรณ์ไงจ๊ะ”
จินดารายังไม่พอใจในคำตอบเพราะเธอรู้ว่าเครื่องเพชรชุดนั้นอยู่ที่ไหน มันนอนนิ่งอยู่ลึกสุดในตู้เซฟส่วนตัวของเธอที่บ้าน ถ้าิญญาบรรพบุรุษมีจริง แสดงว่าพวกเขาโกรธที่เธอขโมยเครื่องเพชรมาเพื่อใส่ร้ายวรรณารีจนไม่สามารถมีลูกได้ใช่หรือไม่ ส่วนเื่ทะเบียนสมรสอะไรนั่น เธอไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าอย่างไร ทรัพย์สินทั้งหมดของพีรายุก็จะต้องตกเป็ของเธอคนเดียวในท้ายที่สุด
“จินไม่สนใจเื่ทะเบียนสมรสอะไรนั่นหรอกค่ะ เพราะจินรู้ว่าพีรักจินมากที่สุด เท่านี้ก็พอแล้ว อีกอย่าง จินยังไม่อยากมีลูกในตอนนี้ จินไม่อยากให้ลูกมาแย่งเวลาที่จินจะมีให้พีไป จินรักพีมากที่สุดจนไม่อยากแบ่งความรักไปให้ใครอีก” เธอเอ่ยโน้มน้าวเขาเสียงอ่อนหวาน
พีรายุมองเธอตาเชื่อม เขาโอบกระชับตัวเธอแน่นขึ้นอีกอย่างแสนรัก “ขอบคุณคุณมากนะครับที่รักผมขนาดนี้ งั้นเราอยู่กันสองคนแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ดีกว่า จะได้รักกันมาก ๆ ทุกวัน”
จินดาราเผยยิ้มพอใจให้เห็น เธอหอมแก้มชายหนุ่มหนัก ๆ หลายรอบ “ตกลงค่ะ เรามีกันแค่สองคนก็พอ”
“เออ...พีคะ” จินดาราคิดเบี่ยงประเด็น “เมื่อกี้ชยากรบอกว่ามีประกาศขายที่ดินสามสิบไร่ที่จังหวัดนนฯ จินอยากได้มาสร้างคอนโด คุณออกไปดูกับจินนะคะ”
“แถวไหนของนนฯ จ๊ะ”
“แถบไทรน้อยค่ะ ติดฝั่งนครปฐม”
พีรายุนิ่วหน้า “แถบนั้นเจริญยากนะจ๊ะ สร้างคอนโดคงยาก ไม่ลองหาที่อื่นล่ะ”
“แต่จินอยากได้นี่คะ คุณสัญญาแล้วไม่ใช่หรือว่าจะซื้อที่ดินให้เป็ชื่อจิน จินรอมาหลายปีแล้วนะ” หญิงสาวกระเง้ากระงอด
“ตกลงจ้ะ ไปก็ไป ถ้าคุณถูกใจ ผมจะซื้อแล้วใส่ชื่อคุณทันที”
“ขอบคุณนะคะ คุณใจดีที่สุด” จินดาราหอมแก้มขอบคุณอยู่หลายฟอดและพากันควงแขนเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี
