ท่ามกลางความเงียบสงัดของ 'วิหารนิรันดร์' ที่ตั้งอยู่เหนือเมฆาหมื่นชั้น บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความหนาวเย็นที่ไม่ได้มาจากอากาศ แต่มาจากกลิ่นอายพลังที่แก่กล้าเกินไปของชายเพียงคนเดียว
เย่เฉิน นั่งเอนกายอยู่บนบัลลังก์ที่สลักจากหินดาราจักร ดวงตาที่เห็นการดับสูญของสุริยะมานับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองที่นิ้วมือตัวเอง เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ทันใดนั้นพื้นที่ว่างข้างหน้าก็แตกสลายเป็มิติที่บิดเบี้ยว... แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต้นเลยแม้แต่นิดเดียว
เย่เฉิน (พึมพำ): "หมื่นปี... ข้าแสวงหาวิถีเซียนจนสุดสายน้ำ ท้ายที่สุดข้าก็ได้ทุกอย่างมาครอง ยกเว้นเพียงอย่างเดียว..."
เขาหลับตาลง ภาพจอมยุทธนับล้านที่เคยคุกเข่าอ้อนวอนขอพร ภาพศัตรูที่เก่งที่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่ล้วนกลายเป็เพียงธุลีดินไปหมดแล้ว
เย่เฉิน: "ข้าลืมไปแล้วว่า 'ความร้อน' ของเืในกายมันเป็อย่างไร... บัลลังก์นี้มันช่างหนาวเหน็บเสียจริง"เขาลุกขึ้นยืน ช้าๆ แต่ทรงพลัง ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวลงจากแท่นบัลลังก์ทำให้วิหารเทพทั้งหลังสั่นะเืราวกับจะพังทลาย เขาเลือกที่จะไม่หยิบกระบี่เทพ หรือสวมเกราะทองคำ แต่เขากลับ 'ลบ' รัศมีเทพของตัวเองออกจนหมดสิ้น
เย่เฉิน: "หาก์ไม่มีสิ่งที่ข้าตามหา ข้าก็จะลงไปหาในธุลีดิน... ต่อให้ต้องเป็เพียงคนธรรมดาที่โง่เขลา ข้าก็อยากจะรู้ว่า 'ความรัก' และ 'ความรู้สึก' มันรสชาติเป็อย่างไร"
เขาก้าวเท้าออกไปในความว่างเปล่า ร่างของเขาร่วงหล่นจากชั้นฟ้าประหนึ่งดาวตกที่ไร้แสงสว่าง มุ่งหน้าสู่โลกมนุษย์เบื้องล่างที่แสนวุ่นวเย่เฉินลืมตาขึ้นท่ามกลางป่าไผ่ที่เขียวขจี เขาไม่ได้แลนดิ้งแบบะเิูเาเผากระท่อม แต่เขากลับค่อยๆ หย่อนเท้าัักับพื้นหญ้าที่เปียกชื้นด้วยน้ำค้าง
เขาย่อตัวลงใช้มือััดิน... มันเย็น แต่มันคือความเย็นที่ต่างจากบน์ มันคือความเย็นที่มี "ชีวิต" > เย่เฉิน (ยิ้มที่มุมปาก): "ในที่สุด... ข้าก็ได้กลิ่นดินเสียที"
เขาลุกขึ้นเดินไปตามทางเกวียนเก่าๆ ในชุดผ้าป่านที่ธรรมดาที่สุด ทิ้งความเป็เทพเ้าไว้เื้ั เพื่อเริ่มต้นการเป็ "คนพเนจร" ที่กำลังจะไปตามหาหัวใจในโลกที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็เพียงธุลีาย
