ตอนที่ 1 กลิ่นคาวเืในสายฝน
ฤดูใบไม้ร่วง มณฑลอันฮุย
เหนือหมู่บ้านเหอผิง ท้องฟ้าไม่ได้เป็สีครามอีกต่อไป แต่มันถูกฉาบด้วยสีเทาหม่นดุจซากเถ้าถ่านที่ถูกทิ้งไว้ในเตาหลอม เมฆครึ้มก้อนมหึมาเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหมอบคลาน เสียงฟ้าร้องครวญครางต่ำๆ สลับกับสายฝนที่เริ่มทิ้งตัวลงมาเป็เส้นสายหนาทึบ บดบังทัศนียภาพจนเหลือเพียงความมืดมิด แสงตะวันสุดท้ายของวันถูกกลืนกินหายไปในหุบเขา ทิ้งไว้เพียงความเหน็บหนาวที่เสียดแทงลึกเข้าถึงกระดูก ราวกับลางบอกเหตุร้ายที่กำลังจะคืบคลานเข้าสู่ครอบครัวหลิน
ภายในบ้านดินซอมซ่อหลังเล็กที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ท้ายหมู่บ้าน กลิ่นอับชื้นของดินและเชื้อราคละคลุมไปทั่วอณูอากาศ เสียงไอโขลกดังก้องมาจากมุมมืด เป็เสียงที่แหบพร่าและสั่นสะท้านจนน่าเวทนา
"แค่ก! แค่ก!"
หลี่เหมยฮัว นอนซมอยู่บนเตียงไม้กระดานเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เธอพลิกตัว ผ้าห่มปะชุนจนแทบไม่เห็นเนื้อเดิมที่คลุมร่างเธอนั้นดูไม่ต่างจากเศษขยะ ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนเกือบเป็สีเทา ขอบตาคล้ำลึกจากการไม่ได้พักผ่อน ร่างกายที่เคยแข็งแรงและเป็เรี่ยวแรงหลักของบ้าน บัดนี้ซูบผอมจนเห็นโครงกระดูกชัดเจน เธอพยายามจะเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบถ้วยน้ำบนโต๊ะไม้ที่ผุพังข้างเตียง แต่นิ้วมือของเธอกลับไร้ความรู้สึก แรงกดดันจากความเจ็บป่วยและโชคชะตาดูเหมือนจะพรากิญญาของเธอไปทีละน้อย
"แม่คะ! หนูมาแล้ว"
เสียงใสทว่าแหบแห้งดังขึ้นที่ประตู หลินเสี่ยวเสี่ยว เด็กสาววัย 12 ปี ในชุดเสื้อผ้าสีซีดจางที่มีรอยปะซ้ำซ้อนจนเหมือนงานศิลปะแห่งความยากจน วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เธอประคองถ้วยน้ำอุ่นไว้อย่างระมัดระวังราวกับมันคือของล้ำค่าที่สุดในโลก เธอรีบประคองร่างที่สั่นเทิ้มของแม่ขึ้นมาจิบน้ำอย่างเบามือ
"เสี่ยวเสี่ยว! พ่อ! พ่อเขากลับมาหรือยัง?" เสียงของเหมยฮัวสั่นเครือเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ริบหรี่
เสี่ยวเสี่ยวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็เส้นตรง ดวงตาคู่สวยที่ควรจะสดใสตามวัยกลับขุ่นมัวด้วยความหมองเศร้า เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะความจริงมันช่างขมขื่นเกินกว่าจะเอ่ยออกไป หลินต้าจู้ พ่อของเธอหายไปจากบ้านอีกแล้ว นับั้แ่โรงงานในตัวเมืองปลดพนักงานเมื่อสามเดือนก่อน ชายผู้เคยเป็เสาหลักที่แข็งแกร่งกลับพังทลายลง ความกดดันและการถูกดูถูกจากคนในหมู่บ้านผลักดันให้เขาหันเข้าหาขวดสุราและโต๊ะพนัน ทิ้งให้ภรรยาที่ป่วยหนักและลูกๆ เผชิญกับความหิวโหย
"ยังเลยค่ะแม่! แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะ หนูเก็บผักป่ามาได้นิดหน่อย เดี๋ยวหนูจะทำโจ๊กอุ่นๆ ให้แม่ทานนะคะ" เด็กสาวฝืนยิ้มปลอบใจ แม้ในใจจะหนาวเหน็บไม่ต่างจากสายฝนข้างนอก
ในมุมห้องที่มืดสลัว เสี่ยวป๋อ น้องชายวัย 5 ขวบ นั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่บนกองฟางเก่าๆ ท้องของเขาโตพองเพราะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง แต่ใบหน้ากลับตอบแหลมจนเห็นโหนกแก้มชัดเจน เขามองพี่สาวด้วยแววตาละห้อย
"พี่สาว! ผมหิว" เสียงกระซิบนั้นแ่เบา แต่กลับบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของเสี่ยวเสี่ยว
เธอเดินเข้าไปในห้องครัวที่ว่างเปล่า มีเพียงข้าวสารก้นถุงที่แทบจะนับเม็ดได้ น้ำตาหยดหนึ่งคลออยู่ที่เบ้าตา แต่เธอรีบเช็ดมันทิ้งทันที
"ฉันจะอ่อนแอไม่ได้! ถ้าฉันล้ม ทุกคนในบ้านนี้จะไม่มีใครรอด" เธอพึมพำกับตัวเอง
ทว่า! ความเงียบสงัดที่มีเสียงฝนเป็ฉากหลังก็ถูกทำลายลงอย่างป่าเถื่อน!
โครม!
ประตูไม้ที่จวนจะพังอยู่แล้วถูกถีบออกอย่างแรงจนบานพับหลุดกระเด็น
"นังตัวซวย! ออกมานี่!"
เสียงแหลมสูงดุจเสียงนกแสรกที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งร้ายดังฝ่าลมฝนเข้ามา สะใภ้รองหลิน หรือป้าสะใภ้ของเสี่ยวเสี่ยว ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางดุดัน ใบหน้าอวบอ้วนของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น ในมือถือไม้กวาดทางมะพร้าวปูมปาม ตามมาด้วย หลินกุ้ย ลูกชายวัย 15 ปี ที่ทำตัวเป็หัวโจกรังแกครอบครัวของเสี่ยวเสี่ยวมาโดยตลอดและวันนี้ก็เป็แผนการของเขาอีกเช่นกัน!
"ป้า! มีอะไรหรือคะ?" เสี่ยวเสี่ยวรีบวิ่งออกมาขวางหน้าห้องที่แม่นอนอยู่ ร่างกายเล็กๆ ของเธอสั่นสะท้านแต่ดวงตายังคงพยายามเข้มแข็ง
"มีอะไรน่ะเหรอ? นังลูกแมวขโมย! เมื่อกี้แกแอบไปขโมยไข่ไก่ในเล้าฉันใช่ไหม!" ป้าสะใภ้รองะโลั่น พลางใช้ปลายไม้กวาดชี้หน้าเสี่ยวเสี่ยวอย่างเอาเื่
"หนูเปล่านะคะ! หนูไปเก็บผักที่ชายป่า เพิ่มกลับมา ไม่ได้เฉียดไปใกล้บ้านป้าเลยสักนิด!" เสี่ยวเสี่ยวปฏิเสธเสียงแข็ง
"โกหก! อากุ้ยเห็นแกเดินด้อมๆ มองๆ อยู่แถวนั้น แล้วไข่ไก่ฉันหายไปตั้งสามฟอง ถ้าไม่ใช่ฝีมือพวกคนจรจัดอย่างแกจะเป็ใคร? บ้านแกมันจน จนจะไม่มีอะไรให้กินแล้วนี่ ยังจะมาปฏิเสธอีก!"
"ผมเห็นจริงๆ นะแม่! มันต้องซ่อนไว้ในอกเสื้อแน่ๆ!" หลินกุ้ยเสริมพร้อมรอยยิ้มสะใจ เขาเดินเข้าหาเสี่ยวเสี่ยวแล้วผลักเธอจนร่างเล็กๆ กระแทกเข้ากับตู้ไม้เก่าจนเกิดเสียงดัง ปึก
"ค้นตัวมันเลยแม่! ดูสิว่ามันจะปากแข็งไปถึงไหน!"
ป้าสะใภ้รองไม่รอช้า พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของเสี่ยวเสี่ยวจนผ้าบางๆ ขาดวิ่น เด็กสาวพยายามดิ้นรนแต่แรงเด็กที่อดมื้อกินมื้อหรือจะสู้แรงผู้ใหญ่ใจั์ได้ เธอถูกเหวี่ยงไปมาจนหัวหมุน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของหลินกุ้ยด้วยความสะใจ
"ปล่อยหนูนะ! หนูไม่ได้ขโมย! ปล่อย!"
"นังเด็กปากแข็ง! ถ้าไม่มีไข่ งั้นแกเอาเงินที่พ่อแกติดหนี้ฉันมาคืนเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่านังเหมยฮัวมันซ่อนเงินเก็บเอาไว้ใต้ที่นอน เอาออกมา!" ป้าสะใภ้รองเปลี่ยนเป้าหมายทันที ดวงตาของเธอฉายแววละโมบ
"ไม่ได้นะ! นั่นเงินค่ายาของแม่!" เสี่ยวเสี่ยวร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น
ป้าสะใภ้รองสะบัดร่างของเสี่ยวเสี่ยวทิ้งอย่างไม่ใยดี แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องนอน เสี่ยวป๋อที่เห็นเหตุการณ์วิ่งเข้ามากอดขาป้าไว้
"อย่าทำแม่! อย่าเอาเงินแม่ไป!"
"ไอ้เด็กเหลือขอ! ไปพ้นๆ ทางฉัน!" ป้าสะใภ้รองใช้เท้าถีบเข้าที่ยอดอกของเด็กน้อยวัย 5 ขวบอย่างแรงจนเสี่ยวป๋อกระเด็นไปชนผนัง เขาจุกจนร้องไม่ออก ได้แต่ดิ้นเร่าๆ อยู่บนพื้น
"เสี่ยวป๋อ!" เสี่ยวเสี่ยวกรีดร้องด้วยความใ เธอพุ่งเข้าไปจะช่วยน้อง แต่หลินกุ้ยกลับคว้าผมของเธอไว้จากด้านหลังแล้วกระชากอย่างแรงจนหน้าเธอหงายขึ้น
"เพี๊ยะ!"
ฝ่ามือหนาของหลินกุ้ยตบเข้าที่ใบหน้าของเสี่ยวเสี่ยวอย่างรุนแรงจนปากแตก เืสีแดงสดไหลซึมออกมา
"ฤทธิ์มากนักนะมึง!"
ในห้องนอน หลี่เหมยฮัวพยายามจะลุกจากเตียง แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอทำให้เธอร่วงลงมาจุกอยู่ที่พื้นดินที่เย็นเฉียบ
"อย่า! อย่าทำลูกฉัน! เอาเงินไป! เอาไปให้หมด แต่อย่าทำลูกฉัน!" เธอกรีดร้องอย่างไร้ทางสู้ น้ำตาไหลอาบแก้มที่ตอบโหว่
ป้าสะใภ้รองรื้อค้นจนเจอผ้าขี้ริ้วห่อเงินจำนวนหนึ่ง เธอสบถอย่างหัวเสียเมื่อเห็นจำนวนเงิน
"มีแค่นี้เองเหรอ? ไม่พอดอกเบี้ยด้วยซ้ำ!" สายตาของเธอเหลือบไปเห็น หม้อหุงข้าวไฟฟ้าเก่าๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้อง มันคือของมีค่าชิ้นสุดท้ายที่หลินต้าจู้ซื้อมาในวันที่เขาได้เงินเดือนงวดแรก เป็สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศที่เหลืออยู่เพียงชิ้นเดียวของบ้านนี้
"งั้นเอาหม้อนี่ไปแทนค่าเสียเวลา! ไอ้ขี้คุกอย่างพ่อแกมันคงมีปัญญาหาได้เท่านี้!"
"ไม่ได้นะ! นั่นเป็ของพ่อหนู! ป้าเอาไปไม่ได้!" เสี่ยวเสี่ยวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย สะบัดหลุดจากหลินกุ้ยแล้วพุ่งไปกอดหม้อนั้นไว้แน่น
"ของชิ้นนี้พ่อซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของพ่อ!"
"นังเด็กนี่! มึงจะปล่อยไม่ปล่อย!" ป้าสะใภ้รองกระชากหม้อ แต่เสี่ยวเสี่ยวสู้ตาย เธอใช้ฟันกัดเข้าที่มือของป้าสะใภ้รองอย่างสุดแรง
"โอ๊ย! อีเด็กเปรต! มึงกัดกูเหรอ!"
ความโกรธแค้นบดบังมโนธรรม ป้าสะใภ้รองขาดสติโดยสิ้นเชิง เธอเงื้อมือขึ้นสูงแล้วกระแทกฝ่ามือลงบนศีรษะของเสี่ยวเสี่ยวอย่างแรงหวังจะให้ปล่อยมือ แต่แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างที่ผอมบางเสียหลักอย่างรุนแรง
"ปึก!"
เสียงกะโหลกกระทบเสาไม้หนาของบ้านดังก้องไปทั่วห้อง วินาทีนั้น โลกของเสี่ยวเสี่ยวพลันเลือนลางลง ความเ็ปมหาศาลแล่นพล่านจากขมับเข้าสู่แกนสมอง ราวกับมีเหล็กร้อนมาฉีกกระชากเส้นประสาท รสคาวเืพุ่งขึ้นมาในลำคอ กลิ่นดินดิบโชยเข้าจมูกเมื่อร่างกายไร้เรี่ยวแรงทรุดฮวบลง
ไม่นะ! อย่าเอาไป! แม่! เสี่ยวป๋อ! ความคิดสุดท้ายที่พร่าเลือน เืสีแดงข้นไหลทะลักออกจากขมับซ้าย นองลงสู่พื้นดินที่เปียกชื้น
ในชั่วขณะที่ลมหายใจของเสี่ยวเสี่ยวแ่เบาจนแทบจะขาดห้วง จิติญญาของเธอไม่ได้แตกสลายหายไป แต่มันกลับถูกกระชากผ่านอุโมงค์แสงที่หมุนวนดุจพายุ จนมาหยุดนิ่งอยู่กลางความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของจักรวาล
ที่นั่นไม่มีพื้นดิน ไม่มีท้องฟ้า มีเพียงเส้นด้ายแห่งโชคชะตานับล้านล้านเส้นที่ถักทอไขว้กันไปมาดุจตาข่ายั์ที่โอบอุ้มสรรพสิ่ง เส้นด้ายเ่าั้ส่งเสียงครวญครางและบรรเลงท่วงทำนองแห่งชีวิตที่แตกต่างกันไป
ท่ามกลางแสงสีนวลตา ร่างร่างหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากละอองดาว เขาเป็ชายชราที่มีเส้นผมและหนวดเครายาวเฟื้อยดุจเมฆหมอก ดวงตาของเขาไม่ได้มีั์ตาเหมือนมนุษย์ แต่มันบรรจุไว้ด้วยกาแล็กซีที่หมุนวน เขาคือ เฒ่าจันทราผู้เฝ้ากระแสธาร หรือผู้ดูแลเส้นด้ายแห่งกรรม
เขามองดูดวงิญญาดวงน้อยที่บอบช้ำและโชกเืของเสี่ยวเสี่ยวด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ทว่าในความสงบนั้นแฝงไปด้วยความเวทนา
"เด็กน้อย! เ้ายังไม่ถึงฆาต เหตุใดจิติญญาที่เปี่ยมด้วยความแค้นและความรักถึงดึงดันมาถึงที่นี่?"
เสี่ยวเสี่ยวในร่างิญญาไม่ได้คุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตตัวเอง แต่เธอกลับพยายามยื่นมืออันสั่นเทาไปที่เส้นด้ายสีดำขรึมที่เชื่อมโยงกับครอบครัวของเธอ
"ท่านตา! ได้โปรด! อย่าเพิ่งตัดเส้นด้ายของพ่อกับแม่หนูเลย พวกเขาเ็ปมามากพอแล้ว! ถ้าต้องมีใครตาย ให้เป็หนูแทนเถอะ!"
เฒ่าจันทรานิ่งไปชั่วครู่ เขาใช้นิ้วเรียวยาวััไปที่กลางหน้าผากของเธอ วินาทีนั้นความทรงจำทั้งชีวิตของเสี่ยวเสี่ยวไหลผ่านการรับรู้ของเขา ความยากลำบากที่เธอแบกรับ การถูกกดขี่ข่มเหง และความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของเด็กหญิงวัย 12 ปี ทำให้หัวใจที่แข็งแกร่งดุจหินผาของผู้เฝ้ามองสั่นคลอน
"โลกมนุษย์นั้นช่างโหดร้ายนัก ความกตัญญูของเ้าเข้มข้นจนทะลวงขีดจำกัดของมนุษย์ได้ ข้าจะให้โอกาสเ้ากลับไปแก้ไขเส้นด้ายที่ยุ่งเหยิงเ่าั้"
ชายชราเป่าลม สีทองลงบนดวงตาข้างซ้ายของเสี่ยวเสี่ยว
"ข้าจะมอบ เนตรสัจธรรม ให้แก่เ้า มันคือเนตรทิพย์ที่จะมองเห็นความจริงหลังม่านมืด เ้าจะเห็นเส้นด้ายแห่งกรรม เห็นอดีตและอนาคต เห็นสีของิญญา และเห็นจุดจบของเหตุปัจจัย จงใช้มันเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาที่เน่าเฟะของตระกูลหลินซะ"
ทันใดนั้น ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับวิธีอ่านกระแสโชคลาภ การรักษาโรคด้วยสมุนไพร และวิถีแห่งการแก้คำสาปก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอราวกับน้ำป่าไหลหลาก
ท่ามกลางความเ็ปที่ราวกับิญญาถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ ข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามานั้นไม่ได้เป็เพียงภาพจำจำลองหรือตัวอักษรที่ต้องท่องจำ แต่มันคือ ความหยั่งรู้ ที่สลักลึกลงไปในระดับจิตใต้สำนึก
ในวินาทีแรก เธออาจรู้สึกเหมือนถูกน้ำป่าพัดถล่ม แต่เพียงพริบตาต่อมา กระแสข้อมูลเ่าั้กลับเริ่มจัดเรียงตัวอย่างเป็ระเบียบ ราวกับห้องสมุดที่เคยฝุ่นจับถูกปัดกวาดจนสะอาดเอี่ยมในชั่วเคี้ยวหมากแหลก
ความคุ้นเคยที่น่าประหลาด เสี่ยวเสี่ยวพบว่าตัวเธอไม่ได้กำลัง เรียนรู้สิ่งใหม่ แต่เธอกำลังจดจำ สิ่งที่ดูเหมือนจะฝังอยู่ในสัญชาตญาณมานานแสนนาน
เมื่อข้อมูลเกี่ยวกับ กระแสโชคลาภ หลั่งไหลเข้ามา เธอไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์ แต่มองเห็นได้ทันทีว่า โชค คือสายน้ำที่ไหลเวียน หากทิศทางเปลี่ยนไปเพียงองศาเดียว ผลลัพธ์ก็ต่างกันราวฟ้ากับดิน
เมื่อภาพของ สมุนไพรต่างๆ ปรากฏขึ้นในหัว ความเข้าใจถึงตัวยา รสัั และอุณหภูมิของพวกมันก็ผุดขึ้นมาอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับเธอเคยใช้มือเล็กๆ นี้เด็ดพืชเ่าั้มาปรุงยาด้วยตัวเองนับพันครั้ง
และเมื่อถึง วิถีแห่งการแก้คำสาป จิติญญาของเธอก็สั่นสะท้านด้วยความเข้าใจสัจธรรมที่ว่า ทุกเหตุปัจจัยย่อมมีจุดแก้ เธอรับรู้วิธีการคลายปมด้ายสีดำเ่าั้ราวกับมันเป็เพียงปมเชือกที่เธอเคยแกะเล่นจนชำนาญในวัยเยาว์
"อา! ที่แท้สิ่งนี้คือรากหญ้าิญญา สิ่งนั้นคืออักขระกักขัง!" เธอพึมพำในใจอย่างแ่เบา
ความเ็ปที่ขมับไม่ได้หายไป แต่มันกลับถูกความเข้าใจที่เหนือชั้นบดบังไว้จนหมดสิ้น ความรู้สึกผิดแปลกในตอนแรกมลายหายไป แทนที่ด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้น เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกว่าสมองส่วนลึกที่เคยถูกปิดตายได้เปิดออกอย่างสมบูรณ์แบบ ข้อมูลทุกอย่างถูกจัดหมวดหมู่และพร้อมใช้งานเพียงแค่เธอขยับความคิด
"จำไว้ สิ่งที่ตาเห็นอาจลวงตา แต่สิ่งที่ เนตรทิพย์ เห็นคือความจริงแท้"
"พี่! ตื่นสิ! พี่อย่าแกล้งผมนะ!"
ป้าสะใภ้รองและหลินกุ้ยรีบคว้าห่อเงินและหม้อไฟฟ้า หนีหายไปในสายฝนทันที ทิ้งให้เหมยฮัวตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น
"เสี่ยวเสี่ยว! ลูกแม่!"
