“อย่างที่สอง...”
ฮวาเหยียนเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางทั้งสว่างและลึกล้ำ จนทำให้มู่เอ้าเทียนกับมู่เสวียนเย่ต้องกลั้นลมหายใจ
เื่แรกที่ฮวาเหยียนกล่าวถึง สี่ปีที่ผ่านมาพวกเขาคาดเดาและตรวจสอบมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ทว่าเื่ราวต่างๆ ล้วนไร้เงื่อนงำ ไม่มีเบาะแสใดให้ตามต่อทั้งสิ้น
“ลูกรัก เ้า้ากล่าวสิ่งใด?”
เสียงทุ้มหนักของมู่เอ้าเทียนดังขึ้น
ทว่ากลับเห็นเพียงริมฝีปากแดงของฮวาเหยียนปิดสนิท ดวงตาแดงก่ำดั่งสีของโลหิต “อย่างที่สอง ท่านพ่อกับพี่ใหญ่เคยคิดหรือไม่ว่าสี่ปีก่อน มิใช่ว่าข้าหนีออกจากจวน ทว่าถูกคนบังคับพาตัวไป?”
เฮือก...
“ว่าอย่างไรนะ?”
มู่เอ้าเทียนกับมู่เสวียนเย่เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ดวงตาเต็มไปด้วยคลื่นปั่นป่วน พวกเขาอ้าปากกว้างสูดลมหายใจเข้าลึก แค่คำพูดนี้ของฮวาเหยียนก็ทำให้พวกเขาสูญเสียความสามารถในการคิดไปชั่วขณะ แม่ทัพผู้หนึ่งที่ต่อสู้ในสนามรบมาทั้งชีวิต ผู้บัญชาการผู้หนึ่งที่เคยเห็นห่าฝนคมดาบมาทั้งชีวิต ยามนี้กลับนั่งนิ่งอึ้งตะลึง
“ลูกรัก เ้าพูดว่าอย่างไรนะ? เ้าจำอันใดได้หรือ?”
มู่เอ้าเทียนรีบถามอย่างร้อนรน ดวงตาของเขาเป็สีแดงก่ำ นี่เป็ปฏิกิริยาที่เกิดจากความเครียดภายใต้ความตื่นตระหนก
มือของมู่เสวียนเย่เองก็สั่นไหวยิ่ง...
...
นี่เป็แค่การคาดเดาของฮวาเหยียนเท่านั้น นางพบว่าทุกสิ่งที่มู่อันเหยียนต้องเผชิญ คล้ายถูกผลักดันด้วยมือที่มองไม่เห็น มือที่ผลักมู่อันเหยียนให้ตกลงไปในนรกขุมที่ลึกที่สุด
มู่อันเหยียนเอ๋ย
สตรีผู้งดงามและน่าทึ่ง ทว่ากลับต้องเผชิญหน้ากับความตายด้วยจุดจบที่น่าหดหู่ แววตาของนางเสียใจลึกล้ำ ยามนั้นที่หน้าอกของนางมีธนูปักคาไว้ มิอาจรอดชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นนางจึงขอร้อง ขอให้ตนช่วยหยวนเป่า ขอให้ตนใช้ชีวิตต่อไปแทนนาง
นางคุกเข่าลงบนหิมะอย่างโศกเศร้า โขกศีรษะไปทางต้าโจว แสดงความรู้สึกผิดที่มีต่อบิดาของนาง
ยามนั้นนางพยายามหนีอย่างสุดชีวิต นางปรารถนาที่จะมีชีวิตต่อ นางปรารถนาที่จะได้กลับจวน
ทว่าข้างหลังนางกลับมีบุรุษสวมหน้ากากทองไล่ตามมา...
ดังนั้น เป็ไปได้หรือไม่ที่ชายสวมหน้ากากทองจะเป็ผู้บังคับขู่เพื่อพาตัวนางไป?
มู่อันเหยียน สตรีผู้นี้มีความสามารถและความกล้าหาญเต็มเปี่ยม แม้ว่านางจะตกจาก์ลงสู่นรก ทว่านางก็มิใช่สตรีจำพวกเลือกหนทางหลบหนี
นางพบจุดที่แปลกประหลาด ไม่มีเหตุผลที่มู่อันเหยียนจะไม่สังเกต
สตรีที่ฉลาดอย่างมิอาจมีผู้ใดเทียบเทียมได้เช่นนาง จะเต็มใจอยู่ใต้การชักใยของผู้อื่นได้อย่างไร? ย่อมต้องมีเหตุผลเป็แน่...
เป็ไปได้หรือไม่ว่ามีใครบางคนขู่บังคับพาตัวนางไป?
“มิใช่เ้าค่ะ ข้านึกสิ่งใดไม่ออกเลย เพียงรู้สึกว่าเื่นี้แปลกนัก เห็นได้ชัดว่าตัวข้าและฉิงคงมีปัญหา แม้ว่าชื่อเสียงของข้าจะพังทลาย และคู่หมั้นของข้าจะถอนหมั้น ทว่าก็ยังไม่ถึงขั้นต้องหลบหนี ดังนั้นเป็ไปได้หรือไม่ว่าข้าจะถูกใครบางคนลักพาตัว ข้าจึงหายสาบสูญไปถึงสี่ปี...จนกระทั่งข้าหนีออกมาได้และคิดอยากกลับจวน ทว่ากลับต้องเผชิญกับการลอบฆ่า สุดท้ายก็ถูกบีบบังคับให้ตกเหวจนสูญเสียความทรงจำ สี่ปีถัดมาค่อยจดจำฐานะของตนได้ จึงเพิ่งหวนคืนกลับมา?”
สมองของฮวาเหยียนจัดระเบียบความคิดได้ราบรื่นมากขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีนางก็เป็หญิงสาวที่ฉลาดล้ำอยู่แล้ว ในองค์กรจอมโจร สติปัญญาของนางถือเป็อันดับหนึ่งมาโดยตลอด
ดังนั้น นางแทบจะแน่ใจว่าการคาดเดาของตนแม่นยำเจ็ดถึงแปดส่วน
มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่มีสีหน้าตกตะลึง เนื่องจากพวกเขาไม่เคยคิดถึงความเป็ไปได้นี้มาก่อน
“ลูกรัก พ่อคิดว่า คิดว่าเ้า...คิดว่าเ้าทนรับมิไหว และการถอนหมั้นขององค์รัชทายาททำให้เ้าเ็ปยิ่งขึ้น จนเ้าไม่มีหน้าจะเผชิญกับผู้ใด จึงคิดหนีออกจากจวน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเ้ามิได้ออกจากจวนด้วยตนเอง มิใช่ว่าไม่้าพ่อและเหล่าพี่ๆ...พ่อผิดไปแล้ว พ่อผิดไปแล้ว...”
มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่น้ำตาไหลริน
คำกล่าวของฮวาเหยียนโจมตีพวกเขารุนแรงเกินไป
ความสำนึกผิดและละอายใจท่วมท้นจนแทบจะกลบฝังร่างของพวกเขา
ฮวาเหยียนที่ได้เห็นท่าทีเศร้าโศกของท่านพ่อและพี่ใหญ่ ในใจพลันบังเกิดความเ็ปเช่นกัน “ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ อย่าเป็เยี่ยงนี้เลยเ้าค่ะ นี่เป็เพียงการคาดเดาของข้าเท่านั้น เื่ราวทุกอย่างล้วนผ่านพ้นไปหมดแล้ว พวกเราก้าวข้ามมาได้แล้วมิใช่หรือเ้าคะ? ข้าสบายดี หยวนเป่าเองก็สบายดี ท่านพ่อกับท่านพี่เองก็ล้วนสบายดีเช่นกัน รอจนกระทั่งพี่รองและพี่สามกลับมา ครอบครัวของพวกเราก็จะได้อยู่กันพร้อมหน้า มิใช่หรือเ้าคะ?”
ฮวาเหยียนรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อตบไหล่ของท่านพ่อ ก่อนจะหันไปดึงแขนเสื้อของพี่ใหญ่ พัลวันเป็อย่างยิ่ง
ทว่าท่านพ่อกับพี่ใหญ่เ็ปเกินไปแล้วจริงๆ ราวกับจมอยู่กับความเสียใจและโทษตนเองจนมิอาจก้าวเดินออกมาได้ ฮวาเหยียนเองก็รู้สึกผิดภายหลังขึ้นมาแล้วเช่นกัน นางจะพูดสมมุติฐานเช่นนี้ขึ้นมาเพื่ออันใด ทำให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่โศกเศร้าจนถึงเพียงนี้
“ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ อย่าได้เศร้าโศกไปเลยเ้าค่ะ ข้ายังมีเื่สำคัญจะกล่าว...”
ฮวาเหยียนรีบเอ่ยปาก
ทั้งร่างของมู่เอ้าเทียนเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ ความรู้สึกที่ถูกห้อมล้อมด้วยความระทมทุกข์พาให้เขาไม่อาจเรียกจิติญญาของตนคืนมาได้ เขายกมือลูบหัวฮวาเหยียน “ลูกรัก เป็พ่อที่ต้องขออภัยเ้า เป็ความผิดของพ่อ เ้าทนทุกข์มามากพอแล้ว ชดใช้กรรมมานานพอแล้ว...”
“พอเถิดท่านพ่อ ข้ามิเป็อันใดเ้าค่ะ”
ฮวาเหยียนตบหลังของมู่เอ้าเทียนเบาๆ เพื่อปลอบโยน
“ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ พวกท่านรู้สึกหรือไม่ว่าเื่ราวทั้งหมดนี้แปลกประหลาดยิ่ง ราวกับมีคนที่มองไม่เห็นคอยบงการและควบคุมอยู่เื้ั”
“ลูกรัก เ้าหมายความว่าเื่ทั้งหมดนี้อาจเป็...”
“แผนการทำร้ายน้องหญิง!”
มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่คิดขึ้นมาได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งสองหันมาประสานสายตา ใหาใดเปรียบ
หากสมมุติฐานเป็จริง ผู้ที่อยู่เื้ัเื่นี้จะต้องเลวทรามเพียงใด จิตใจอำมหิตเป็อย่างยิ่ง!
สีหน้าของมู่เอ้าเทียนกับมู่เสวียนเย่มืดครึ้มดั่งหมึกสีดำ พริบตานั้นแววตาพลันเปล่งประกายสังหาร “เป็ผู้ใด ช่างอำมหิตนัก ทำร้ายบุตรสาวของข้าเช่นนี้?”
มู่เอ้าเทียนกล่าวพร้อมกัดฟันกรอด
เมื่อเทียบกับความตื่นตระหนกของมู่เอ้าเทียน มู่เสวียนเย่นับว่าสงบกว่ามากนัก ได้ยินเพียงเสียงของเขาที่พูดอย่างเ็าว่า “เหตุใดน้องหญิงกับสาวใช้ฉิงคงจึงออกจากจวนด้วยตนเองเพื่อเข้าไปในหอนางโลม ยังมีห้องที่จองเอาไว้ และหลังจากน้องหญิงเกิดเื่กลับลืมสิ้นทุกสิ่ง ขอเพียงคลายข้อสงสัยนี้ บางคราอาจทลายกำแพงลงได้...”
“พวกเราตรวจสอบเื่นี้มาั้แ่ต้นแล้ว ทว่ามิอาจทลายกำแพงใดได้เลย...นี่...”
“ข้าทราบขอรับ”
มู่เอ้าเทียนมีสีหน้าหนักอึ้ง คำพูดของเขายังไม่ทันกล่าวจบ ทันใดนั้นก็มีเสียงอ่อนวัยดังมาจากทางประตู
พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน แสงอาบใบหน้าให้กลายเป็สีแดง ร่างน้อยยืนนิ่งท่ามกลางแสงนั้น เงาด้านหลังทอดยาวออกไปราวกับปีกคู่หนึ่ง ทว่าเวลานี้ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเขาเ็ายิ่ง ไร้ซึ่งรอยยิ้มใด ดวงตาที่ยามปกติงดงามสดใส กลับกลายเป็เย็นเฉียบจนถึงกระดูก เต็มไปด้วยประกายฆ่าฟัน
“หยวนเป่า เ้ามาั้แ่เมื่อใด?”
ฮวาเหยียนเปล่งเสียงอย่างใ
บุตรชายของนางมาเมื่อใด ยืนอยู่ที่ประตูนานเพียงใดแล้ว?
ยิ่งไปกว่านั้น หยวนเป่าน้อยในยามนี้ช่างดูน่ากลัวนัก กลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันเย็นะเืแผ่ออกมาจากกระดูก มิเหลือร่องรอยของความอบอุ่นน่ารัก หยวนเป่าโกรธเสียแล้ว!
หยวนเป่าข้ามธรณีประตูและเดินเข้ามาในห้องโถง “ผู้ที่อยู่เื้ัการทำร้ายท่านแม่ หยวนเป่าจะให้คนผู้นั้นชดใช้ด้วยเื!”
บรรยากาศรอบตัวเด็กน้อยเย็นเฉียบ เต็มไปด้วยรัศมีแห่งการฆ่าฟัน
ฮวาเหยียนใ นางรีบก้าวเข้าไปกอดหยวนเป่าไว้ในอ้อมแขนของตน “ลูกรัก เ้าได้ยินทุกอย่างเลยหรือ? ได้ยินมากน้อยเพียงใด?”
ฮวาเหยียนรีบร้อนไถ่ถาม นางรู้ดีว่าหยวนเป่ารักใคร่และพึ่งพิงนางมากเพียงใด อย่าเห็นว่ายามปกติเขาออดอ้อนเชื่อฟังน่ารัก นั่นเพราะไม่มีผู้ใดยั่วโมโหเขา มิได้แตะถูกเกล็ดย้อนของเขา หากทำให้เขาโกรธ เด็กผู้นี้มีร้อยแปดวิธีในการสังหารคนที่ทำเช่นนั้น
และเกล็ดย้อนของหยวนเป่าก็คือมารดาของเขา รวมถึงยามนี้เมื่อคิดดูแล้ว ยังมีท่านตากับท่านลุงอีกด้วย...
