จวินเหยียนอุ้มอวิ๋นซีกลับมาที่ห้อง จากนั้นก็ส่งยิ้มให้พลางชี้ชวนให้คนนั่งลงบนตักตน “เ้าเห็นคนเ่าั้อยู่ในสายตาด้วยหรือ? ” สตรีของเขาหลักแหลมนัก เขาไม่เชื่อหรอกว่าเ้าโง่งมน้อยของเขาจะเห็นสตรีที่ปรารถนาในตัวเขาพวกนั้นอยู่ในสายตา
อวิ๋นซีเห็นท่าทางเขาเช่นนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ “อย่างกับว่าตัวข้านี้เป็แม่เสือร้ายอย่างไรอย่างนั้น น่ากลัวจนท่านมองแล้วใจสั่นสะท้าน ใช่หรือไม่? ”
“หรือว่า ไม่ใช่หรือไร? ” เขาจุมพิตเรือนผมของนาง ถามกลับ
นางแค่นเสียงเ็า “ระวังแม่เสืออย่างข้าจะกินท่านจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก”
เขาพิงศีรษะไว้บนบ่านาง ดูดดึงลำคอนางเบาๆ ทีหนึ่ง ทำให้นางอดตัวสั่นไปทั้งร่างไม่ได้ ขณะที่ดวงตาของเขาปรากฏแววลุกโชนขึ้นน้อยๆ “เสนาบดีกรมขุนนางทูลลาต่อเสด็จพ่อ เพื่อขอกลับบ้านเดิม ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปเสด็จพ่อให้ข้าควบคุมดูแลกรมขุนนางแทน”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยินก็พูดขึ้นด้วยความประหลาดใจยิ่ง “กรมขุนนางที่รับหน้าที่โยกย้ายขุนนางตำแหน่งต่างๆ รวมถึงการสอบเข้ารับราชการน่ะหรือ เสด็จพ่อถึงกับให้ท่านดูแลกรมขุนนาง ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ ”
แท้จริงแล้วเสนาบดีกรมขุนนางมีอายุแค่ห้าสิบกว่า ไม่ใช่เฒ่าชราอะไร คนเช่นนี้น่าจะมีใจคิดอยากเข้าเป็หนึ่งในนักปราชญ์ราชสำนัก แต่เขากลับทูลลากลับบ้านเก่าต่อฝ่าาขึ้นมาเสียอย่างนั้น หากว่าในเื่นี้สามีนางไม่ได้สอดมือเข้าไปยุ่งด้วย นางก็ย่อมไม่มีทางเชื่อโดยเด็ดขาด
นางยิ้มมองไปยังเขา ถามว่า “ท่านทำอะไร? ”
“ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น” คนผู้นั้นชอบดื่มสุรา กระทั่ง่ก่อนตอนที่ดื่มสุราจนเมามาย คนผู้นี้ก็พลั้งเผลอเข้าไปในห้องของน้องภรรยาตนเอง ด้วยเื่นี้ แน่นอนว่าภรรยาเขาไม่รู้เื่ ทว่าตอนหลังน้องภรรยาเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา เสนาบดีกรมขุนนางที่ที่บ้านมีแต่ลูกสาวก็นึกอยากจะได้ลูกชาย ดังนั้น เด็กในท้องของน้องภรรยาเขาจึงเป็ความหวังเดียวของเขาแล้ว
สิ่งที่จวินเหยียนทำก็แค่แอบแพร่งพรายเื่นี้ให้เสนาบดีกรมขุนนางได้รับรู้ไว้ก็เท่านั้น หลังจากนั้นคนก็เสนอขึ้นมาเองว่าจะไปจากเมืองหลวง โดยที่เขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยจริงๆ อีกฝ่ายก็แค่ขี้ขลาดเกินไป กลัวตาย จึงได้ตัดสินใจไปจากเมืองหลวง กลับไปยังบ้านเก่าของตนเอง
อวิ๋นซีอิงแอบอยู่ในอ้อมอกเขาพลางขบคิดว่า อีกไม่กี่วันก็จะเป็วันที่รัชทายาทแต่งชายารองเข้ามาแล้ว แต่เพราะเื่ตกน้ำที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทำให้แผนเดิมที่วางไว้ว่าจะมีการเฉลิมฉลองในวังจึงต้องพักไว้ก่อน สุดท้ายจึงต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดการจากแผนเดิมทั้งหมด นางพูด “สองวันให้หลัง หาวิธีทำให้บรรดาผู้เฒ่าในเน่ยเก๋อเ่าั้ไปที่หอเซียนเมาเมรัยให้หมด” นางจะใช้ที่นั่นเป็สถานที่แสดงละครฉากเด็ด ให้เมืองหลวงแห่งนี้ได้ครึกครื้นขึ้นมาหน่อย
จวินเหยียนอมยิ้ม เขยิบตัวเข้าไปถามข้างหูนาง “ฮูหยินตั้งใจจะทำอันใด? บอกสามีก่อนล่วงหน้าได้หรือไม่? ”
อวิ๋นซีหยิกใบหน้าหล่อเหลาของเขา จากนั้นก็ยิ้มพูดว่า “ท่านนำคนไปที่หอเซียนเมาเมรัยให้ข้าก็พอ เมื่อถึงตอนนั้น ท่านก็จะรู้เอง”
หลังจากนั้นเพียงไม่นานก็มีข่าวหนึ่งแพร่ไปทั่วเมืองหลวง ได้ยินมาว่า คุณชายหลงฉินจะมาถึงเมืองหลวงในอีกสองวันให้หลัง และจะจัดงานแสดงเพลงพิณขึ้นที่หอเซียนเมาเมรัย ข่าวนี้ราวกับพายุลูกใหญ่ที่หมุนพัดผ่านไปทั่วทั้งเมืองหลวงภายในเวลาอันสั้น
คุณชายหลงฉินมาแล้ว
คุณชายหลงฉินมาแล้ว
ไม่นาน เมืองหลวงก็เริ่มคึกคักขึ้นมา ไม่ว่าจะเื่ชายารัชทายาทถูกกักบริเวณ ชายาหนิงอ๋องทรงพระครรภ์ หรือรัชทายาทที่กำลังจะแต่งชายารองเข้ามา เื่เหล่านี้ล้วนถูกเบียดออกไปจากความสนใจของประชาชน เพราะสิ่งที่พวกเขาอยากรู้มากกว่าก็คือ คุณชายหลงฉินที่มีชื่อเสียงระบือไกลผู้นั้นจะมาแสดงการบรรเลงพิณจริงๆ ใช่หรือไม่
เช้าวันรุ่งขึ้น ขุนนางใหญ่ ชินอ๋อง และจวิ้นอ๋องจำนวนหนึ่งในราชวงศ์ก็ได้รับเทียบเชิญจากคุณชายหลงฉิน เมื่อเป็เช่นนี้ ข่าวที่ว่าคุณชายหลงฉินกำลังจะมาก็ถือเป็เื่จริงแล้ว
ในฐานะที่เป็รัชทายาท แน่นอนว่าต้องได้รับเทียบเชิญจากคุณชายหลงฉินเช่นกัน อีกทั้ง เทียบเชิญที่ได้รับยังเป็สีทองลายชาดที่บ่งบอกถึงสถานะสูงสุดอีกด้วย ถึงกระนั้นผู้ที่ได้รับเทียบเชิญสีทองเช่นเดียวกับรัชทายาทก็ยังมีหนิงชินอ๋องอีกผู้หนึ่ง
อวิ๋นซีมองเทียบเชิญในมือ อมยิ้มแล้วหันมองไปยังบุรุษที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่อย่างสงบนิ่งตรงหน้า “คุณชายหลงฉิน หึหึ มาได้จังหวะเสียจริง ช่างบังเอิญเหลือเกิน”
เมื่อจวินเหยียนได้ยินก็พยักหน้า “อืม ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เ้านั่นหลายปีก่อนติดค้างน้ำใจข้าอยู่ครั้งหนึ่ง ครานี้เห็นทีจะมาชดใช้หนี้” การมาเยือนของหลงฉินทำให้เขารู้สึกประหลาดใจจริงๆ แต่ว่า ความประหลาดใจนี้ก็ดียิ่ง
“หรือว่า ท่านไม่ได้รู้เื่นี้มาั้แ่แรก? ” อวิ๋นซีไม่เชื่อจริงๆ ว่าบนโลกนี้จะมีเื่ที่บังเอิญถึงเพียงนั้น?
อย่างไรก็ตาม คนอย่างหลงฉินไม่มีทางเป็คนของจวินเหยียน เพราะว่าคนมีชื่อเสียงมาสิบกว่าปีแล้ว แม้ทุกคนจะเรียกขานว่าคุณชาย แต่อายุที่แท้จริงนั้นควรจะเรียกว่าเป็ท่านลุงมากกว่า อีกทั้ง เมื่อสิบกว่าปีก่อน จวินเหยียนเองก็ยังเป็แค่เด็กน้อยอยู่เลย ดังนั้น หลงฉินไม่มีทางเป็คนของจวินเหยียนอย่างแน่นอน
แต่ว่า เื่เป็ดังที่เขาว่าจริงหรือ แค่เพราะติดค้างน้ำใจเขาครั้งหนึ่ง?
จวินเหยียนรู้ว่าในใจนางสงสัย เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง “เื่นี้ เปิ่นหวางรับประกันกับเ้าได้ แม้ข้ากับหลงฉินจะเคยคบค้าสมาคมกันมาก่อน แต่เขาไม่ใช่คนของข้าแน่นอน”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยินเขาพูดเช่นนั้น แน่นอนว่านางเลือกที่จะเชื่อสามีในทันที แต่ก็ไม่วายยังหรี่ตามองเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะถามต่อ “คุณชายหลงฉินเป็คนเช่นไร? เหตุใดชื่อเสียงของเขาถึงได้ขจรขจายไปทั่วแผ่นดินใหญ่ เขาเป็คนที่ร้ายกาจเพียงนั้นจริงหรือ? ”
นามหลงฉินนี้ เมื่อก่อนนางก็เคยได้ยินมา เนื่องด้วยฮ่องเต้ของแคว้นทั้งหลายต่างก็หวั่นเกรงและชมชอบในตัวเขา เมื่อก่อนโอวหยางเทียนหัวก็เคยคิดจะดึงคนผู้นี้มาเป็พวก แต่ก็น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยสักนิด
จวินเหยียนส่ายหน้า “จริงๆ แล้ว สามีเองก็ไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของคุณชายหลงฉิน ปกติเขาจะสวมหน้ากากไว้ตลอด และเหตุที่ตัวเขามีนามว่าหลงฉิน [1] นั่นก็เพราะฝีมือดีดพิณที่ล้ำเลิศ”
แค่เพราะฝีมือดีดพิณล้ำเลิศก็ทำให้ฮ่องเต้ของแคว้นต่างๆ หวั่นเกรง?
จวินเหยียนลูบดวงหน้านางที่่นี้ยิ่งซูบผอมลงเรื่อยๆ เขาพูดต่อ “เสียงพิณของคุณชายหลงฉินสามารถสังหารคนได้”
เมื่อนางได้ยินคำกล่าวนี้ก็ถึงได้เข้าใจขึ้นมา ที่แท้ก็เป็ดนตรีสังหารคน ด้วยฝีมือขั้นสูงเช่นนี้ กาลก่อนตัวนางเองก็เคยได้ยินมา มิคาดว่าจะเป็เื่จริง ดังนั้น หากว่าคุณชายหลงฉินสามารถใช้เสียงพิณสังหารคนได้จริงๆ เช่นนั้นการที่ฮ่องเต้ของแคว้นต่างๆ จะหวั่นเกรงในตัวเขาก็ถือเป็เื่ปกติยิ่ง
อย่างไรเสีย ไม่ว่าวรยุทธ์ของคนจะร้ายกาจสักเพียงใด ความเร็วในการตั้งรับจะรวดเร็วสักเพียงใด แต่ก็คงไม่อาจเร็วไปกว่าความเร็วเสียงได้
“คนผู้นี้ ท่านแน่ใจนะว่าเขาเป็มิตร มิใช่ศัตรู? ” นางมองไปยังสามีอย่างไม่มั่นใจ เพราะหากพวกนางไปหาเื่ศัตรูเช่นนี้เข้า นี่จะเป็เื่ที่น่ากลัวสักเพียงใด
จวินเหยียนพยักหน้า “อย่างน้อยตอนนี้ก็เป็มิตร มิใช่ศัตรู”
คำพูดของจวินเหยียน ทำให้ในใจของอวิ๋นซียังรู้สึกไม่อาจวางใจลงได้ “ในเมื่อเป็มิตรแล้ว ก็ให้เป็มิตรกันไปทั้งชาติเถอะ ขอแค่เป็คนก็ล้วนต้องมีความปรารถนา แม้สิ่งนั้นจะไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่สตรี แต่ก็ต้องยังมีอย่างอื่นสิ”
เมื่อนางพูดจบ เป็นานเขาถึงพูดขึ้นว่า “บางที เ้าอาจจะพูดถูก”
ประสาทััของสตรีน้อยนางนี้แม่นยำยิ่ง หลงฉินผู้นี้ไม่เหมาะจะเป็ศัตรูด้วยจริงๆ มิเช่นนั้น ในอนาคตจะมีความเปลี่ยนแปลงมากมายแค่ไหน ผู้ใดก็ไม่อาจรับประกันได้ ดังนั้น ก่อนหน้านั้นจักต้องรู้ให้ได้ว่า เ้าหลงฉินนั่นมีสิ่งใดที่ปรารถนาแล้วยังไม่ได้บ้าง หรือคนมีความ้าอะไร
“จิ้งจอกเฒ่าเช่นท่านเคยเจอเขามาแล้ว แต่กลับยังไม่รู้เบื้องลึกเื้ัของอีกฝ่าย ช่างโง่งมจริง” อวิ๋นซีอดไม่ได้ให้ดึงนิ้วของเขาขึ้นมา จากนั้นก็กัดลงไปอย่างรุนแรง
ครั้งนี้ นับว่ามากเกินพอที่จะทำให้ความยับยั้งชั่งใจของบุรุษบางคนเป็ต้องพังทลายลง เขาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดว่า “อวิ๋นซี เ้าเล่นกับไฟแล้ว”
————————————————————————————————
เชิงอรรถ
[1] หลงฉิน(龙琴)หลง(龙)แปลว่า ั, ฉิน(琴)แปลว่า พิณ
