เมื่อถูกหานอวิ๋นซีดุขนาดนั้น มู่หรงหว่านหรูก็ถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้น ยกมือปิดหน้ากระแทกหานอวิ๋นซีและวิ่งออกไป
องค์หญิงฉางผิงตกตะลึงและรีบะโว่า “ใครก็ได้ เร็วเข้า! รีบตามให้ทัน อย่าให้นางหนีไปได้!”
“องค์หญิงฉางผิง คนของเ้าจะจัดการอย่างไรกัน เมาจนสภาพดูไม่ได้ ไหนจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก เ้าควรจะพาจ่างซุนเช่อไปอธิบายให้อี้ไท่เฟยฟังด้วยตัวเอง!”
หานอวิ๋นซีตำหนิด้วยความโกรธ นางไม่ได้กังวลว่ามู่หรงหว่านหรูจะฆ่าตัวตาย อย่างไรนิสัยของมู่หรงหว่านหรูก็ไม่กล้าพอที่จะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว
หลังจากพูดจบนางก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
นางที่เดินออกไปไกลแล้ว องค์หญิงฉางผิงที่เพิ่งจะรู้สึกตัว ก็โพล่งออกมาว่า “นี่ไม่ใช่ห้องของท่านหรอกหรือ?”
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครตอบนาง
เมื่อเื่นี้เกิดขึ้น งานเลี้ยงเหมยฮวาย่อมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ทุกคนต่างค่อยๆ ทยอยออกไป ไม่กล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวาย
องค์หญิงฉางผิงที่สำนึกผิดและไม่กล้ารอช้าอีกต่อไป หลังจากที่แก้ยาเสน่ห์ให้จ่างซุนเช่อแล้ว ก็พาเขาไปที่จวนฉินอ๋องเพื่อสารภาพผิด
จ่างซุนเช่อเป็ผู้บริสุทธิ์ที่สุด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกวางยา เมื่อรู้ว่าตนเองทำอะไรลงไป ก็คิดว่าเป็เพราะความเมา เขารู้สึกเสียใจอย่างมาก หากรู้ว่าเป็เช่นนี้ ก็คงไม่ดวลสุรา
เื่ดีๆ ไม่ค่อยเป็ข่าว เื่แย่ๆ กลับดังไปไกลเป็พันลี้ ทันทีที่องค์หญิงฉางผิงมาถึงจวนฉินอ๋อง นางก็พบกับผิงเป่ยโฮ่วและภรรยาของเขาฮูหยินเซวีย ทั้งคู่คุกเข่าอยู่หน้าประตูห้องอี้ไท่เฟย ศีรษะก้มต่ำจนเกือบจะแตะพื้น
“ท่านพ่อ ท่านแม่...” จ่างซุนเช่อะโ
เมื่อผิงเป่ยโฮ่วและฮูหยินเซวียเห็นบุตรชายตัวปัญหา พวกเขาก็ลุกขึ้นด้วยความโกรธและเดินเข้าไป คว้าตัวจ่างซุนเช่อ พร้อมกับทุบตี
“เ้าเด็กสารเลว เ้ากล้าดีอย่างไรถึงไปทำเช่นนั้น?”
“คำพูดของข้ามันทะลุหูเ้าหมดเลยหรือไร ตอนนี้เกิดเื่ใหญ่ขนาดนี้ ดูสิว่าเ้าจะจัดการกับมันอย่างไร!”
“เช่อเอ๋อร์ ทำไมเ้าถึงโง่เง่าเช่นนี้! เ้าไปแตะต้องคุณหนูหว่านหรูผู้สูงส่ง นี่เ้า...เ้ากำลังจะฆ่าข้ากับพ่อของเ้าหรือไร?”
…
องค์หญิงฉางผิงรู้สึกผิดและซ่อนตัวอยู่ห่างๆ มองและไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
ทว่าทันใดนั้นก็มีเสียงดัง “ตึง” บนโต๊ะ องค์หญิงฉางผิงก็หันไปมองโดยไม่รู้ตัว จึงได้เห็นอี้ไท่เฟยนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก สีหน้าที่งดงามอยู่เสมอนั้น เวลานี้มืดมนราวกับมีพายุในท้องฟ้าก่อนหน้านี้ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!
ผิงเป่ยโฮ่วและฮูหยินเซวียคุกเข่าอย่างรวดเร็ว จ่างซุนเช่อเองก็คุกเข่าลงและตัวสั่นเทาด้วยความใ ไม่กล้ามองอี้ไท่เฟยมากกว่านี้
องค์หญิงฉางผิงเองก็ตัวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เดินออกไปอย่างเศร้าสลดพร้อมกับคุกเข่าลง “ไท่เฟย ฉางผิง...ฉางผิงพาจ่างซุนเช่อมาขอโทษท่านเพคะ”
มือของอี้ไท่เฟยทุบลงบนโต๊ะอย่างแรง กำหมัดแน่น นางโกรธจนพูดไม่ออก ทันใดนั้นก็ตบโต๊ะอย่างแรงสามครั้ง “ปัง ปัง ปัง” ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างใ หัวใจก็เต้นแรง เร่งความเร็วไปกับเสียง “ปัง ปัง ปัง”
ห้องเต็มไปด้วยความเงียบสงัด และฉางผิงก็ก้มศีรษะลงต่ำยิ่งกว่าเดิม
ในขณะนี้ หานอวิ๋นซีซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ก็เปิดปากพูดว่า “ฉางผิง สรุปมันเกิดเื่อะไรขึ้น ทำไมเ้าไม่รีบรายงานความจริงไป!”
ทันทีที่มู่หรงหว่านหรูกลับมา นางรีบวิ่งเข้าไปในห้องและร้องไห้ ไม่ว่าอี้ไท่เฟยจะถามหรือเกลี้ยกล่อมอย่างไร นางก็ไม่ยอมไม่พูดอะไร อี้ไท่เฟยโกรธมากจนอยากจะทุบทุกอย่างในห้องให้แตกเป็ชิ้นๆ
อี้ไท่เฟยรักมู่หรงหว่านหรูเหมือนกับบุตรสาวแท้ๆ ของตัวเอง เกิดเื่แบบนี้ขึ้น มู่หรงหว่านหรูยังรับไม่ไหวแล้วอี้ไท่เฟยจะไปรับไหวได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น เหตุการณ์นี้ทุกคนที่เข้าร่วมงานเลี้ยงเหมยฮวาต่างบังเอิญเห็นกันทั้งหมด ต่อให้้าปกปิดก็ไม่สามารถปกปิดได้ ตอนนี้ทุกคนในเมืองหลวงคงรู้กันถ้วนหน้าแล้ว
คราวนี้จวนฉินอ๋องเสียหน้าไปโดยสมบูรณ์แบบ
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือชีวิตของมู่หรงหว่านหรูเรียกได้ว่าถูกทำลายไปแล้วเช่นกัน!
“ข้า...ข้าไม่รู้อะไรเลย ข้าอยู่ที่งานเลี้ยงตลอด หลี่กงกงเป็คนบอกว่าจ่างซุนเช่อเมา ข้าจึงรีบไปที่นั่น แต่ใครจะรู้...”
องค์หญิงฉางผิงพูดพลางชำเลืองมองหานอวิ๋นซี และพูดต่อว่า “เสด็จอาหญิงฉิน ข้าเองก็อยากจะถามท่านเกี่ยวกับเื่นี้ เห็นได้ชัดว่าท่านพักผ่อนอยู่ในห้องนั้น ทำไม...ทำไมหว่านหรูถึงอยู่ข้างในได้ล่ะ?”
“เ้าถามข้า แล้วจะให้ข้าไปถามใครล่ะ?” หานอวิ๋นซีถามอย่างโกรธเคืองทันที แล้วพูดอธิบายว่า “หลังจากพักผ่อนไปครู่หนึ่ง ข้าก็ไปห้องน้ำ ทันทีที่กลับมาก็เจอเื่แบบนั้นแล้ว หน้าห้องก็มีการคุ้มกันโดยคนของเ้า ทำไมคนของเ้าไม่ทำหน้าที่ล่ะ? จ่างซุนเช่อเมาจนคลุ้มคลั่ง หลี่กงกงรู้ว่าต้องไปรายงานองค์หญิง แล้วไม่ได้ให้ใครเฝ้าเขาไว้เลยหรือไร?”
หานอวิ๋นซียืนขึ้นด้วยความโกรธและถามต่อไปว่า “เ้ายังกล้ามาถามข้า โชคดีที่ข้าไปเข้าห้องน้ำ ไม่เช่นนั้น...พระเ้ารู้ดีว่าวันนี้จะเป็ใครที่ทำให้จวนฉินอ๋องขายหน้า!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ใบหน้าของอี้ไท่เฟยก็ยิ่งดูไม่ดีมากขึ้น และในที่สุดนางก็เปล่งเสียงที่ดุดันน่ากลัว “เรียกหลี่กงกงมาหาข้าเดี๋ยวนี้!”
หลี่กงกงที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูคลานเข้ามาและรีบคุกเข่าลงข้างๆ องค์หญิงฉางผิง “ทูลหวังเฟย จ่างซุนเช่อที่มึนเมาเห็นแม่นางแล้วเลยอยากที่จะหยอกล้อ กระหม่อมเองก็ไม่สามารถหยุดเขาได้ จึงลุกลี้ลุกลนอยู่ครู่หนึ่งและไปรายงานองค์หญิงโดยไม่ได้สั่งใครไว้ ใครจะรู้...ใครจะรู้ว่าเขาจะหนีไป และไม่มีใครเห็นจ่างซุนเช่อ”
หลี่กงกงทำได้เพียงอธิบายออกไปแบบนี้ อย่างไรก็ตามเื่นี้ไม่สามารถเปิดเผยในที่สาธารณะได้ ยิ่งมีคนรู้น้อยยิ่งดี ในเวลานั้นเขาจึงสั่งให้คนรับใช้ออกไปทั้งหมด จึงมีเพียงเขาและมู่หรงหว่านหรูเท่านั้นที่รู้ความจริง
หลี่กงกงถูกฮ่องเต้ส่งมาเพื่อช่วยองค์หญิงฉางผิงจัดงานเลี้ยงเหมยฮวา เขาเป็ขันทีสูงวัยที่มีประสบการณ์ แม้ว่าจะดูประหม่า แต่คำตอบของเขาดีกว่าองค์หญิงฉางผิงมาก
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างเกิดขึ้นไปแล้ว จ่างซุนเช่อก็ได้ถูกล้างยาพิษออกไปแล้ว ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่ามู่หรงหว่านหรูจะเ็ปแค่ไหน เขาก็ไม่กล้าออกมาสารภาพกับองค์หญิงฉางผิง เื่นี้มันเท่ากับคนตายที่ไม่สามารถให้การได้
“แล้วหว่านหรูหมดสติไปได้อย่างไร? นางมาอยู่ในห้องของข้าได้อย่างไร? นางไม่ได้อยู่ที่งานเลี้ยงหรอกหรือ? ฉางผิง หากนางจะออกจากที่นั่นก็ควรบอกเ้าสักหน่อยไม่ใช่หรือ?” หานอวิ๋นซีถามคำถามหลายข้อติดต่อกัน ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ดวงตาที่โกรธแค้นของอี้ไท่เฟยก็ฉายแววของความซับซ้อน อี้ไท่เฟยเองก็เป็คนที่ทำงานในวังมาหลายปีเช่นกัน ไม่มีแผนการใดๆ หรือการสมรู้ร่วมคิดใดๆ ที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
ตอนแรกนางสงสัยหานอวิ๋นซี แต่หลังจากที่ได้ยินหานอวิ๋นซีถามคำถามเหล่านี้ นางก็รู้สึกโล่งใจ
“ในตอนนั้น ทุกคนต่างจับกลุ่มกันพูดคุย ข้าเองก็ไม่ได้สังเกตนาง แต่ก่อนหน้านั้นได้ยินนางเคยพูดว่าเป็ห่วงท่าน จึงอยากไปดูเสียหน่อย” องค์หญิงฉางผิงรีบตอบ
หลี่กงกงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นรีบพูดเสริมว่า “ไท่เฟย จ่างซุนเช่อก็เมาเกินกว่าจะรู้เื่รู้ราว คุณหนูหว่านหรูเข้าไปในห้องนั้นได้อย่างไร ดูเหมือนว่าคงต้องถามนางคนเดียวเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
อี้ไท่เฟยจ้องไปที่จ่างซุนเช่อ สายตาราวกับมีดคมๆ ที่แทบจะควักหัวใจของจ่างซุนเช่อ!
สมาชิกทั้งสามในครอบครัวของจ่างซุนเช่อเงียบตลอดเวลาและไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมา แม้ว่าจวนผิงเป่ยโฮ่วจะเป็ตระกูลที่มีอำนาจเช่นกัน แต่ในสายตาของอี้ไท่เฟยแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่ามีอำนาจอะไร
ผิงเป่ยโฮ่วรู้สึกหวาดกลัว แต่ก็แอบดีใจอยู่ในใจว่า โชคดีที่เป็มู่หรงหว่านหรู ไม่ใช่ฉินหวังเฟย มิฉะนั้นในวันนี้ต่อให้สอบสวนไปก็คงไร้ประโยชน์ และเก้าตระกูลของจวนผิงเป่ยโฮ่วคงไม่รอดเป็แน่!
ทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบสงัด หลังจากเงียบไปนาน อี้ไท่เฟยก็พูดอย่างเ็าว่า “หว่านหรู เ้าเข้าไปในห้องพี่สะใภ้ของเ้าได้อย่างไร แล้วทำไมถึงหมดสติไปล่ะ?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ทุกคนต่างใ พวกเขาไม่คาดคิดว่ามู่หรงหว่านหรูจะอยู่ที่นี่ด้วย เพียงแต่ นางอยู่ที่ไหนล่ะ?
มู่หรงหว่านหรูซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นขนาดใหญ่ในที่นั่งหลัก แม้ว่านางจะขดตัวและตัวสั่นเทา แต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของนางก็เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและความขุ่นเคือง
นางจำได้เพียงว่าตัวเองพบหานอวิ๋นซีในสวนเล็กๆ ถัดจากห้องนั้น จากนั้นความทรงจำของนางก็หายไป และนางไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงหมดสติไป และทำไมถึงไปอยู่ในห้องนั้น
แน่นอน นางรู้ว่าสิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับหานอวิ๋นซี แต่นางไม่สามารถพูดได้ตอนนี้!
หากนางสารภาพว่าเป็หานอวิ๋นซี ด้วยนิสัยของหานอวิ๋นซีแล้วคงต้องสอบสวนจนถึงที่สุด ต้องรู้ว่าการที่หานอวิ๋นซีสามารถออกจากห้องนั้นได้ พิสูจน์ให้เห็นว่านางรู้ทุกอย่างเป็อย่างดี!
หากความจริงของเื่นี้ถูกเปิดเผย นางจะไม่ถูกหัวเราะเยาะมากกว่าเดิมอีกหรือไร? เมื่อถึงเวลานั้นจวนผิงเป่ยโฮ่วอาจมาแว้งกัดหลังนาง!
สำหรับองค์หญิงฉางผิง แค่ปกป้องตัวเองยังยาก แล้วจะมาปกป้องนางได้อย่างไร?
ตอนนี้นางเป็คนใบ้กินอึ่งโน้ย ขมแต่พูดไม่ออก[1] ทรมานแต่บอกออกไปไม่ได้ ความคับแค้นใจ เสียใจ เคียดแค้น อับอาย ใ และสารพัดอารมณ์ด้านลบต่างๆ รวมตัวกัน นางเกลียดหานอวิ๋นซีเข้ากระดูกดำ ถ้าไม่ใช่เพราะหานอวิ๋นซี นางคงไม่เป็อย่างที่เป็ในวันนี้ อนาคตของนางเอง...ก็ดับสูญ!
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ มู่หรงหว่านหรูกำชายเสื้อแน่น แต่เสียงร้องก็ยังดังออกมา
ทันทีที่พวกเขาได้ยินเสียงทุ้มต่ำของอี้ไท่เฟย ทุกคนก็รู้ว่ามู่หรงหว่านหรูอยู่ที่นั่น อี้ไท่เฟยรู้สึกเสียใจ แต่เมื่อนางได้ยินเสียงร้องไห้ นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นและก็คำรามทันที “ร้องอะไรนักหนา เ้าพูดมาสิ! ขายหน้าจะตายอยู่แล้ว!”
เมื่อถูกะโใส่เช่นนี้ มู่หรงหว่านหรูก็น้ำตาไหล รู้สึกผิดจนอยากจะตาย
เพียงแต่ ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องตอบ นางไม่อยากตาย นางไม่ยอม!
“หมู่เฟย ข้า...ฮือๆ ข้ากำลังจะไปหาพี่สะใภ้ แต่พอเคาะประตูแล้วก็ไม่มีใครตอบ ข้าเลยผลักประตูเข้าไป ใครจะไปรู้...ใครจะรู้ว่าประตูไม่ได้ลงกลอน ข้าเลยเข้าไป แต่ใครจะคิดว่า...ฮือฮือ…ข้าใเ้าสารเลวคนนั้นจนเป็ลมไป เื่ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ข้า…ฮือฮือฮือ…”
ก่อนที่มู่หรงหว่านหรูจะพูดจบ นางก็คร่ำครวญลุกขึ้นและวิ่งหนีไป
ไม่มีเสียงตอบรับจากการเคาะประตู ผลักประตูเข้าไปในตอนที่ประตูไม่ได้ลงกลอน ซึ่งตรงกับที่หานอวิ๋นซีกำลังจะออกไปใช้ห้องน้ำพอดี เมื่อเทียบกับคำสารภาพของหลายๆ คน ก็ดูไม่มีข้อบกพร่องในถ้อยแถลงของทั้งคู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมู่หรงหว่านหรูเข้าไปในห้องนั้นได้อย่างไร แล้วหมดสติไปได้อย่างไร ตอนนี้นางก็เป็คนพูดออกมาด้วยตัวเอง นางคงไม่โกหกใช่หรือไม่?
เื่นี้มีต้นสายปลายเหตุ และผู้ร้ายยังคงเป็จ่างซุนเช่อ!
เสียงร้องไห้ของมู่หรงหว่านหรูไกลออกไป อี้ไท่เฟยวางมือข้างหนึ่งของนางไว้บนศีรษะ หายใจแรงด้วยความโกรธ เื่ราวทั้งหมดกระจ่างแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาเริ่มลงโทษแล้วใช่หรือไม่?
หานอวิ๋นซีไม่พูดอะไรและรินชาถ้วยหนึ่ง
อี้ไท่เฟยเหลือบมองนาง พร้อมกับคิ้วที่ยังคงขมวดแน่น หลังจากนั้นไม่นานก็พูดอย่างเ็าว่า “ฉางผิง พาสุนัขรับใช้ของเ้ากลับไปที่วัง และบอกแม่ของเ้าว่าเื่นี้นางต้องอธิบายให้ข้าฟัง!”
ไม่ต้องพูดถึงฉางผิง แม้แต่ฮองเฮาเองก็ยังกลัวอี้ไท่เฟย งานเลี้ยงเหมยฮวาได้รับอนุญาตจากฮองเฮาให้องค์หญิงฉางผิงจัด หลี่กงกงเองก็เป็คนของฮองเฮา ดังนั้นจึงเป็เื่ปกติที่ฮองเฮาจะจัดการ
“เพคะ ฉางผิงเข้าใจแล้ว!”
องค์หญิงฉางผิงวิ่งออกไปในพริบตา การเผชิญหน้ากับฮองเฮาก็ยังดีกว่าเผชิญหน้ากับอี้ไท่เฟยระดับนี้!
ทันทีที่ออกไป ในห้องก็เหลือเพียงสมาชิกในครอบครัวของผิงเป่ยโฮ่ว
รอยยิ้มเกียจคร้านปรากฏบนริมฝีปากของหานอวิ๋นซี นางรู้ว่าสิ่งที่ทำให้อี้ไท่เฟยปวดหัวจริงๆ ในตอนนี้ คงเป็ครอบครัวสามคนนี้
--------------------------------------
[1] คนใบ้กินอึ่งโน้ย ขมแต่พูดไม่ออก เปรียบเทียบว่ามีความทุกข์แต่ยากที่จะพูดออกมาได้
