หานจืออู่ย่อมเคยได้ยินชื่อของเย่เฟิงมาก่อน แต่เขาไม่เคยสนใจเลย เขารู้สึกว่าเ้าเด็กอายุยี่สิบปีคนนี้จะมีความสามารถเพียงใดก็ไม่มีทางเป็คู่ต่อสู้ของเขาซึ่งมีระดับพลังหนึ่งร้อยปีได้
อันที่จริงก็เป็อย่างที่คิด หากเย่เฟิงอยู่คนเดียวคงไม่กล้าโอ้อวดมากเช่นนี้ แต่เมื่อมีซูเฟยหยิ่งอยู่ข้างๆ เขาก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
“ที่ฉันออกมาไม่ใช่เพื่อต่อสู้กับพวกคุณ” เย่เฟิงเดินออกมาพลางส่ายหัว ก้าวเท้าแล้วเอ่ยต่อ “แต่ฉันมาช่วย”
“ช่วย?”
คำพูดเหล่านี้ทำให้สวีเซียวหยู่และหานจืออู่ตกตะลึงไปพร้อมกัน เย่เฟิงคนนี้รู้ว่าพวกเขามาทำอะไรที่นี่งั้นหรือ?
“ฉันเป็ตัวแทนตระกูลหลงและตระกูลเย่ มาที่นี่เพื่อช่วยพวกนายจับกุมเทพธิดาคนนั้น”เย่เฟิงยิ้ม “พวกคุณรู้ไหม เทพธิดาแห่งทะเลตะวันออกมีระดับพลังเท่าไร? รู้ไหมว่าเธอแข็งแกร่งแค่ไหน? ไม่รู้งั้นสิ? แต่ฉันรู้นะ...”
เมื่อสวีเซียวหยู่และหานจืออู่ได้ยินดังนั้น สีหน้าพลันเปลี่ยนไป
“แกรู้อะไรบ้าง? หากจะมาช่วยจริง ก็แสดงความจริงใจซะ ไม่เช่นนั้นที่นี่ก็ไม่ต้อนรับแก”
สวีเซียวหยู่ระแวงกับการปรากฏตัวของเย่เฟิงที่นี่ มันไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับเขา แม้ชายหนุ่มบอกว่ามาที่นี่เพื่อช่วยเหลือก็ตาม แม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าความจริงแล้วมันไม่เป็เช่นนั้นแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากสามารถง้างปากเย่เฟิงได้ คราวนี้พวกเขาก็จะมั่นใจมากขึ้น
สิ่งหนึ่งที่ไม่แน่ใจเลยคือ คราวนี้ตระกูลหลงส่งเย่เฟิงมาเพียงคนเดียว หรือยังมีคนอีกมากมาย? หากส่งคนกลุ่มใหญ่มาก็อาจจัดการยาก... แม้กองกำลังของพวกเขาจะไม่มีใครพบคนของตระกูลหลง แต่ใครจะรู้ล่ะว่าตระกูลหลงอาจลอบโจมตีเงียบๆ ก็ได้
ในชั่วขณะหนึ่งทั้งสวีเซียวหยู่และหานจืออู่ต่างไตร่ตรอง แต่เวลาเดียวกันก็จ้องเย่เฟิงอย่างระมัดระวัง หากไม่มีความจำเป็ พวกเขาก็ไม่้าเป็ศัตรูกับตระกูลหลง
เย่เฟิงก้าวไปข้างหน้าและค่อยๆ เข้าใกล้อีกฝ่ายจนระยะห่างเหลือไม่ถึงสิบเมตร ทันใดนั้นดวงตาก็สว่างวาบขึ้น ร่างของเขาพุ่งเข้าหาทั้งสองคนราวกับดาวตก
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งสองคนตื่นใ
เย่เฟิงแอบลอบโจมตีพวกเขางั้นหรือ? เ้าเด็กคนนี้คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งถึงขนาดนั้นหรือไง?
สวีเซียวหยู่ยังคงสงสัย แต่หานจืออู่กลับเดือดขึ้นแล้ว โดยไม่คิดมาก หมัดขนาดใหญ่กว่ากระสอบทรายพุ่งไปยังเย่เฟิง หมัดห้าบรรพบุรุษเฮ่อหยาง!
หานจืออู่เดิมทีเป็คนอารมณ์ร้อนและถูกยั่วยุได้ง่ายมาก เมื่อเย่เฟิงเริ่มลอบโจมตี เขาย่อมไม่หลบหลีก ฝ่ายตรงข้าม้าต่อสู้ เขาจึงมุ่งหน้าปล่อยหมัดเพื่อบดขยี้อีกฝ่าย!
หมัดห้าบรรพบุรุษเฮ่อหยางเป็วรยุทธ์ของสำนักหมัดเทวา มีเพียงศิษย์หลักเท่านั้นที่ได้ร่ำเรียน หานจืออู่บรรลุทักษะหมัดถึงขั้นสุดยอด หมัดทั้งสองโจมตีเย่เฟิงทันทีราวกับ้าบดขยี้เขา
“เวรเอ๊ย นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว!”
เย่เฟิงร้องด้วยความใ พลังหมัดทั้งสองของอีกฝ่ายเกินความคาดหมายของเขา และเหนือกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก หากถูกหมัดนั้นต่อยเข้าล่ะก็ เกรงว่าต้องได้รับาเ็สาหัสแน่นอน
ผู้ฝึกวรยุทธ์ยอดฝีมือที่มีระดับพลังหนึ่งร้อยปีนั้นจัดการได้ไม่ง่าย ยังดีที่ครั้งนี้เย่เฟิงเพียงผ่านมาเฉยๆ
กระบี่ไร้ตัวตน!
ร่างของเย่เฟิงเกิดแสงสว่างวาบและหลบหลีกหมัดคู่ของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย แสงกระบี่สีเขียวเข้มพุ่งไปที่หานจืออู่ซึ่งกำลังเข้ามา
“ถอยก่อน!”
สวีเซียวหยู่ที่อยู่อีกฝั่งเฝ้าดูเย่เฟิงและหานจืออู่ต่อสู้กันและตัดสินใจเื่นี้ทันที
เขาระมัดระวังและเดาว่าเย่เฟิงไม่้าต่อสู้ในตอนนี้ แต่ชายหนุ่ม้าทำอะไรกันแน่ เขาคิดไม่ออกเลย จึงตัดสินใจว่าต้องหลีกเลี่ยงก่อน และรีบหลบไปยังปากทางเข้า
ปฏิกิริยาของสวีเซียวหยู่ทำให้หานจืออู่ะโด่าชุดใหญ่พลางลูบหนวดเคราและถ่มน้ำลาย ตาเฒ่านี่มันไม่มีความกล้าเลยหรือไงถึงกลัวจนวิ่งหนีหางจุกตูดขนาดนั้น?
ขณะที่สวีเซียวหยู่วิ่ง ศิษย์สำนักหมัดเทวาคนอื่นๆ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีจึง้าหนีไปด้วยกัน แต่หานจืออู่ที่กำลังเผชิญหน้ากับแสงกระบี่ของเย่เฟิงทำได้เพียงแค่นเสียงเบาก่อนรวบรวมพลังปราณมาไว้บนมือ
ตึง!
เขาใช้แขนอันแข็งแกร่งในการขวางกระบี่ของเย่เฟิง และไร้วี่แววที่จะได้รับาเ็!
ระดับพลังหนึ่งร้อยปีนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเย่เฟิง อย่างไรก็ตามเมื่อหานจืออู่้าส่งหมัดไปกระแทกปากทางออกเพื่อไม่ให้ศิษย์ของสำนักหมัดเทวาออกไป ทางเข้าด้านหลังก็ะเิถล่มลงมาทันที เขาไม่ทันระวังว่าเย่เฟิงจงใจล่อตนไปอีกทาง จึงหันกลับไปยังเส้นทางที่ซูเฟยหยิ่งอยู่
ด้วยโอกาสทองนี้ ซูเฟยหยิ่งจะลงมือเอง
เส้นไหมเงาหิมะพุ่งออกจากปากทางเข้าอย่างรวดเร็ว แผ่ขยายกลิ่นอายเย็นะเื ยืดยาวออกไปไม่สิ้นสุด
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
เส้นไหมเงาหิมะพันตัวหานจืออู่แน่น ชั่วอึดใจก็พันตัวศิษย์คนอื่นๆ ของสำนักหมัดเทวาหลายคนไว้แน่น
ร่างสง่างามของซูเฟยหยิ่งเดินออกมาจากทางเดินด้านข้าง มือขาวเนียนของเธอกระตุก ก่อนผู้คนจำนวนมากที่ถูกพันด้วยเส้นไหมเงาหิมะจะลอยขึ้นสูงบนอากาศและถูกพันไว้กับเสาหินในตำหนัก ราวกับมัมมี่ที่ถูกห้อยเอาไว้
“ดวงดาวร่วงหล่น”
ซูเฟยหยิ่งเผยอปากเล็กน้อย เส้นผมของเธอปลิวไสว ในเวลาเดียวกันก็ปรากฏลูกศรสีน้ำเงินหลายอันควบแน่นอยู่ในมือของเธอ สะท้อนใบหน้าที่สมบูรณ์แบบไร้ตำหนิของเธอ
วิชาเซียนศรฝังดวงดาวขั้นสองเรียกว่าดวงดาวร่วงหล่น สามารถสร้างลูกศรฝังดวงดาวได้เป็พันดอก!
ซูเฟยหยิ่งเคลื่อนไหว ลูกศรสีน้ำเงินเจ็ดดอกพุ่งไปยังศิษย์สำนักหมัดเทวาที่ถูกห้อยอยู่ เกิดแสงสว่างจ้าราวกับดอกไม้สดกำลังเบ่งบาน
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ศิษย์ธรรมดาเ่าั้ถูกสังหารในทันที หานจืออู่ก็ไม่รอดเช่นกัน เขาถูกลูกศรสีน้ำเงินยิงเข้าที่อก ตัวกระตุกสองครั้งและทั้งร่างก็ไร้การเคลื่อนไหวอีกต่อไป
“ฟู่...”
ซูเฟยหยิ่งพ่นลมหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่าตัวเองได้รับาเ็อีกแน่นอน เมื่อครู่หานจืออู่หมัดเทพแดนเหนือควบแน่นพลังภายในไปที่หมัดของเขา เพื่อชกเส้นไหมเงาหิมะของซูเฟยหยิ่ง ร่างของเธอยังไม่ได้ขับพิษอัคนี อีกทั้งปะทะกับหานจืออู่ซึ่งมีระดับพลังหนึ่งร้อยปี แต่ก็ไม่อาจต้านทานได้ในทันที จึงได้รับาเ็จากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ทั้งาแเก่าและใหม่ทำให้ร่างกายของเธออ่อนแอลง ใบหน้าขาวสวยของเธอซีดเซียวไร้เืฝาด แต่ท่าทางยังสงบนิ่งราวกับูเาน้ำแข็งเช่นเดิม ราวกับว่าไม่มีอะไรในโลกนี้สามารถดึงดูดให้เธอสนใจได้
“ท่านอาจารย์เป็ยังไงบ้าง?”
เย่เฟิงเดินมาจากอีกด้านพลางขมวดคิ้วมุ่น
คิดไม่ถึงเลยว่าหานจืออู่จะสามารถทำให้ซูเฟยหยิ่งาเ็ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของเธอจะไม่สู้ดีนัก หากต้องเผชิญหน้ากับราชันหั่วยวินเยา เธอจะเลือกสู้หรือไม่สู้?
“ไม่เป็ไร หยางเสินที่ใช้แปรสภาพของราชันหั่วยวินเยาถูกทำลายไปแล้ว ตราบใดที่หาร่างหลักมันเจอก็กำจัดมันได้เลย”
ซูเฟยหยิ่งกุมหน้าอกตัวเองและเอ่ยเสียงเบา จากนั้นดวงตาก็สว่างวาบขณะมองไปที่ทางเข้า
สวีเซียวหยู่ที่เพิ่งหลบหนี หันกลับมามองในตอนนั้น นอกจากนี้เขายังนำกำลังคนและกำลังม้าจำนวนหนึ่งไปล้อมรอบช่องทาง แทบจะไม่มีการพูดจาใดๆ สวีเซียวหยู่ออกคำสั่ง ทั้งปืนปิดกั้นชีพจร ปืนยาชา ปืนลำแสงสีน้ำเงินจำนวนนับไม่ถ้วนเล็งตรงไปยังทั้งสองคนในตำหนักทันที
แผนการจับกุมเทพธิดาเกิดขึ้นก่อนกำหนด มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้แม้จะมีเย่เฟิงก็ตาม...
