ถังเหล่ยได้ใช้ทักษะย่างก้าวไร้เงา ซึ่งเป็ทักษะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมาก ตอนนี้เขาก็เริ่มใช้ทักษะนี้ได้อย่างคล่องแคล่วขึ้นเรื่อยๆ เขาเคลื่อนไหวราวกับกระต่ายป่า ลูกเกาทัณฑ์อันแหลมคมของอีกฝ่ายโจมตีโดนเพียงแค่เงาของเขาเท่านั้น
องครักษ์ร่างเล็กตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเป็อย่างมาก ในขณะนี้เขาไม่สามารถเว้นระยะห่างระหว่างตัวเขาและถังเหล่ยได้แล้ว เขาทำได้เพียงก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับดาบที่อยู่ในมือเท่านั้น ดาบในมือของเขาถูกกวัดแกว่งออกไปราวกับตาข่าย แต่อีกฝ่ายก็ยังสามารถหลบหลีกการโจมตีของเขาได้อยู่ดี
ร่างของถังเหล่ยเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว ลมหายใจต่อมาองครักษ์ร่างเล็กได้เห็นแสงวูบวาบลอยอยู่เหนือความว่างเปล่า เขาจึงได้ฟาดฟันไปที่แสงนั้นทันที ความจริงแล้วแสงที่เขาเห็นนั้นเป็เพียงภาพติดตาของอีกฝ่ายเท่านั้น!
หลังจากนั้นองครักษ์ร่างเล็กก็ล้มลงจมกองเืตัวเองพร้อมกับกรีดร้องออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ ลมหายใจต่อมาร่างของถังเหล่ยก็พุ่งไปหาองครักษ์ร่างใหญ่อย่างรวดเร็ว เขาทิ้งให้องครักษ์ร่างเล็กจมกองเือยู่เพียงลำพัง
ในขณะนี้องครักษ์ร่างเล็กก็ตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขาตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของถังเหล่ย อีกฝ่ายลงมือโดยไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ
“ถังเหล่ย ข้าคิดว่าเ้าควรจะใช้เวลานี้เพื่อหลบหนีการไล่ล่าของอ๋องเลี่ยจะดีกว่า!” องครักษ์ร่างเล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ทันทีที่เขาเห็นศพกองอยู่เบื้องหน้าของอีกฝ่าย เขาก็ไม่้าต่อสู้กับถังเหล่ยแล้ว
“ไม่ต้องรีบร้อน แม้ว่าข้าจะเสียเวลาไปกับการสังหารเ้า ข้าก็ยังเหลือเวลาให้หลบหนีอีกมาก” เสียงเย้ยหยันจากถังเหล่ยดังก้องมาทันที
จากนั้นองครักษ์ร่างเล็กก็พยายามลุกขึ้นยืน ในเวลานี้องครักษ์ร่างเล็กไม่้าที่จะต่อสู้กับถังเหล่ยแล้ว ทันทีที่เขาเห็นร่างของถังเหล่ยปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาก็ได้ฟาดฟันดาบที่อยู่ในมือออกไปอย่างสะเปะสะปะ ลมหายใจต่อมาเขาก็หันหลังวิ่งออกไปด้วยความหวาดกลัว แต่ในเวลาเดียวกันองครักษ์ร่างเล็กก็ััได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวจากทางด้านหลัง
ทันใดนั้นิญญายุทธ์ที่มีรูปลักษณ์คล้ายเสือก็ปรากฏอยู่ที่ด้านหลังขององครักษ์ร่างเล็ก เขาหวังที่จะขัดขวางการไล่ล่าของถังเหล่ย
ถังเหล่ยโน้มตัวหลบการโจมตีของเสือได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาใช้กริชในมือฟันไปที่คอขององครักษ์ร่างเล็กโดยตรง องครักษ์ร่างเล็กไม่สามารถป้องกันได้ทัน ลมหายใจต่อมาศีรษะขององครักษ์ร่างเล็กก็หลุดออกจากบ่า
ถังเหล่ยใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้นในการลงมือสังหารผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์สองคน
จากนั้นถังเหล่ยถอดแหวนมิติบนมือของผู้ฝึกตนทั้งสอง เขาหวังจะออกจากหมู่บ้านแห่งนี้อย่างรวดเร็วเพราะหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้อยู่ห่างจากเมืองจิ่วหั่วมากนัก และที่สำคัญคนที่ตี้เลี่ยส่งมากำลังออกไล่ล่าเขา
ถังเหล่ยไม่มีเวลาแม้แต่ฝังศพขององครักษ์ทั้งสอง หากมีผู้ใดพบเห็นศพขององครักษ์สองคนนี้ตำแหน่งของเขาจะถูกเปิดเผยอีกครั้ง ดังนั้นถังเหล่ยจึงต้องรีบออกจากหมู่บ้านแห่งนี้โดยเร็ว!
ผู้บริสุทธิ์ที่โชคร้ายที่สุดก็คือเ้าของโรงเตี๊ยม
ทันทีที่ถังเหล่ยเปิดประตูออกจากโรงเตี๊ยม ที่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่ดูเหมือนกับบริกร
ชายหนุ่มจ้องมองไปยังถังเหล่ยด้วยความประหลาดใจ เหตุใดโรงเตี๊ยมจึงปิดทำการ?
ทันใดนั้นสายตาของชายหนุ่มก็กวาดไปเห็นร่างเ้าของโรงเตี๊ยม และอีกสองร่างนอนจมกองเือยู่ที่ด้านหลังของถังเหล่ย แน่นอนว่าสิ่งที่เขาเห็นอยู่ในขณะนี้ไม่จำเป็ต้องฟังคำอธิบายใดๆ จากถังเหล่ย
“ข้าจะไม่สังหารเ้า เพียงแค่เ้าเชื่อฟังข้า!”
แม้ว่าอายุของถังเหล่ยจะดูน้อยกว่าอีกฝ่ายแต่คำกล่าวของเขาก็เด็ดขาดมาก และใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้ายก็ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าอายุเป็เพียงตัวเลขเท่านั้น
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับทันที จากนั้นถังเหล่ยก็ะโขึ้นหลังม้าแล้วพุ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดไม่ช้าก็เร็วคนจากวังหลวงจะต้องรู้เื่ที่เขาลงมือสังหารองครักษ์สองคนที่หมู่บ้านแห่งนี้
ถังเหล่ยกางแผนที่เพื่อตรวจสอบเส้นทาง ในขณะนี้มีเพียงสองเส้นทางเท่านั้นคือเส้นหลักที่ต้องผ่านเมืองใหญ่และเส้นทางอ้อมที่ต้องผ่านเทือกเขาสัตว์อสูร เขาครุ่นคิดภายในใจว่าหากเขาพบเจอกับคนของตี้เลี่ยในเทือกเขาสัตว์อสูร โอกาสที่เขาจะหนีออกจากจักรวรรดิซือฉีนั้นคงเหลือเพียงน้อยนิด
ถังเหล่ยจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางหลักแม้ว่าจะต้องผ่านเมืองหลวงอีกสองเมืองก็ตาม ดังนั้นเขาจึงเร่งความเร็วขึ้นก่อนที่ตี้เลี่ยจะกระจายกำลังทหารไปทั่วจักรวรรดิซือฉี
…
หลังจากถังเหล่ยออกไปได้ครึ่งชั่วยาม ทหารกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งก็มาถึงหมู่บ้านที่ถังเหล่ยลงมือสังหารองครักษ์
ทันทีที่ผู้นำกลุ่มทหารลงจากหลังม้า เขาก็จำองครักษ์ทั้งสองคนของตี้เทียนเซิ่งได้ทันที ตี้เลี่ยไม่เพียง้าสังหารถังเหล่ยเท่านั้น องครักษ์ทั้งสองต่างก็อยู่ในรายชื่อที่ต้องสังหารเช่นกัน
“ไปรายงานอ๋องเลี่ยว่าเราพบเบาะแสของถังเหล่ยแล้ว และรายงานไปว่าเรากำลังจะออกไล่ล่าต่อไป!”
ผู้นำเหอเหอออกคำสั่งให้ทหารคนหนึ่งกลับไปรายงานตี้เลี่ย หลังจากตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง เหอเหอก็ััได้ว่าถังเหล่ยยังหนีไปได้ไม่ไกล จากนั้นเขาและทหารคนที่เหลือก็ออกไล่ล่าถังเหล่ยอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกันคำสั่งลับของตี้เลี่ยก็ถูกส่งไปยังหัวเมืองต่างๆ โดยสัตว์อสูรบินได้ แน่นอนว่าบรรดาเหล่าเ้าเมืองต่างยอมจำนนต่อตี้เลี่ย หลังจากได้รับคำสั่งลับของตี้เลี่ยเ้าเมืองต่างก็ส่งกองกำลังออกตามล่าถังเหล่ยทันที
ผู้คนที่รู้จักกับตี้เลี่ยในแต่ละหัวเมืองนั้นส่วนมากเป็ถึงเ้าเมืองและมีบางส่วนที่เป็ผู้มีอำนาจประจำเมืองๆ นั้น ผู้คนเหล่านี้ลงมือทันทีที่ได้รับคำสั่งจากตี้เลี่ย เพราะเขากล่าวว่าหากผู้ใดสามารถฆ่าถังเหล่ยได้ชีวิตของผู้นั้นจะพบกับความมั่งคั่ง และอยู่อย่างมีความสุข
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของถังเหล่ยในตอนนี้ยังไม่ถือว่าเป็ปัญหาใหญ่ เพราะนี่ไม่ใช่คำสั่งของผู้าุโใหญ่ หากเป็คำสั่งของผู้าุโใหญ่โดยตรงแน่นอนว่าสถานการณ์ของถังเหล่ยจะเลวร้ายกว่าที่เป็อยู่หลายร้อยเท่า
ในขณะที่ตี้เลี่ยกำลังลงมืออย่างบ้าคลั่ง ตี้เหยียนก็ไม่ได้นิ่งดูดายเขาส่งกองกำลังของเขาออกไปเช่นกัน แต่ตี้หงอวิ๋นมีคำสั่งไม่ให้เขาช่วยเหลือถังเหล่ย ดังนั้นเขาจึงดำเนินการอย่างเต็มที่ไม่ได้ เขาทำได้เพียงแอบช่วยเหลือถังเหล่ยอย่างลับๆ เท่านั้น
“ท่านพ่อถังเหล่ยเป็อย่างไรบ้าง?” ตี้เชียนเสวี่ยกังวลเกี่ยวกับถังเหล่ยมาก
“อย่ากังวลไปเลยเด็กคนนี้เก่งอยู่แล้ว ข้าเชื่อว่าเขาสามารถเอาตัวรอดได้!” ตี้เหยียนกล่าวอย่างเ็า ความจริงแล้วเขาก็รู้สึกกังวลเช่นกัน แต่เพื่อความสบายใจของตี้เชียนเสวี่ยจึงจำเป็ต้องกล่าวออกไปเช่นนั้น
“ข้าอยากช่วยถังเหล่ย!” ตี้เชียนเสวี่ยกระซิบ
“ไม่ได้เด็ดขาด ด้านนอกอันตรายเกินไปสำหรับเ้า!” ตี้เหยียนปฏิเสธทันที
ในขณะนี้จักรวรรดิซือฉีตกอยู่ในความวุ่นวาย เพราะทหารจำนวนมากกำลังออกไล่ล่าถังเหล่ยที่ด้านนอกจวนจึงเป็สถานที่ที่ไม่เหมาะแก่ตี้เชียนเสวี่ยอย่างยิ่ง
“ข้าไม่สนใจ ถังเหล่ยผู้นี้มีบุญคุณต่อพวกเรามาก ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรข้าจะต้องช่วยถังเหล่ยให้ได้”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวออกมาอย่างจริงจัง นางคิดว่าตี้เหยียนกลัวจะถูกลงโทษโดยผู้าุโของตระกูล เขาจึงไม่กล้าที่จะช่วยถังเหล่ยอย่างเปิดเผย
“มันไม่ง่ายอย่างที่เ้าคิด ข้าสัญญากับเ้าแล้วว่าจะทำให้ดีที่สุด ข้าจะช่วยให้ถังเหล่ยออกจากจักรวรรดิอย่างปลอดภัยให้ได้!”
ตี้เชียนเสวี่ยจากไปด้วยความโกรธก่อนที่ตี้เหยียนจะกล่าวจบด้วยซ้ำ
……
